เมื่อหลายปีก่อน ผมเรียนจบวิศวะคอม ม.แห่งหนึ่งทางภาคเหนือ ตอนฝึกงานได้มีโอกาสหาประสบการณ์ที่กรุงเทพ ด้วยความที่ขี้เล่น ขี้อ้อน
เอาใจพี่ๆ ที่ฝึกงาน เมื่อเรียนจบ เขาเลยให้มาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพ ทำตำแหน่ง Support Engineer โดยมีหน้าที่สนับสนุนงานบริการให้ลูกค้า
กลายเป็นว่า ผมได้เรียนรู้งานเกี่ยวกับการขายโดยไม่รู้ตัว ซึ่งตอนนั้นผมก็เบื่อๆ ขี้เกียจนั่งประจำในออฟฟิศ อยากออกไปข้างนอกบ้าง ตามประสา
เด็กต่างจังหวัด ที่ไม่ค่อยชอบอยู่ในห้องแอร์นานๆ ใครชวนไปไหนก็ไป ด้วยความเป็นคนที่ชอบพูด ชอบเฮฮา เลยสนิทกับเพื่อนร่วมงานทุกแผนก
แต่แล้วก็มีเรื่อง เมื่อหัวหน้าเซลส์ทะเลาะกับผู้บริหาร เขาก็พากันยกทีมลาออก เขาเลยยกตำแหน่ง AE ให้ผม เพราะไม่มีคนดูแลลูกค้า
กลายเป็นว่า จากวิศกรตัวกระจ้อย ถนัดแต่เรื่องเทคนิคและการแก้ไขปัญหาระบบไอที ต้องออกไปผจญโลกข้างนอก เจอคู่แข่งรุ่นใหญ่ ที่ผมไม่เคยเจอ
จากอดีต ที่เคยรู้แต่ OSI Layer รู้จัก Coding การ Debug ต่างๆ
พอทำงานเกี่ยวกับ AE ผมงง เมื่อลูกค้าถาม PO, PR, EO, EP ผมก็คิดในใจอะไรวะ ทำไมเขาไม่พูดภาษาง่ายๆที่จะได้เข้าใจ
เวลาประชุมบางครั้งเขาก็พูดจะทับศัพท์กัน ถ้าผมฟังไม่เข้าใจศัพท์ที่เขาพูด ก็จะวาดรูปจากกระดานที่เขาประชุมลงในสมุดจด
แล้วเขียนเป็นภาษาของผม เช่น If... Then .... Else... Exit loop
บางทีก็เขียนเป็น flowchart เลย ว่าสรุปตั้งแต่เริ่มประชุมจนจบ เขาพูดอะไรกัน เสร็จแล้วก็เอากลับไปเรียบเรียง เขียนเป็นรายงานให้หัวหน้าอีกที
พอทำได้สักพัก ค่าคอมมิชชั่นออก ที่นี้เริ่มสนุกละ เพราะค่าคอมโปรเจ็คนึง มันเยอะกว่าเงินเดือน ผมเริ่มมีเงินอัพเกรดตัวเอง
จากตัวผอมๆก็มีกล้ามเพราะเข้าฟิตเนส เสื้อผ้า หน้าผม มีปัญญาแต่งให้ตัวเองเริ่มดูดีละ พร้อมกับงานขายที่เริ่มเข้ามาเรื่อยๆ
แต่ผมคิดผิด เพราะว่าโลกสีชมพูของผมมันเพิ่งเริ่มต้น และผมกำลังจะโดนรับน้องใหม่ จากคู่แข่งที่เก๋าเกมกว่า
เป็นเซลส์แล้วปวดหัว อยากผันตัวกลับไปเป็นวิศวกรเหมือนเดิม
เอาใจพี่ๆ ที่ฝึกงาน เมื่อเรียนจบ เขาเลยให้มาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพ ทำตำแหน่ง Support Engineer โดยมีหน้าที่สนับสนุนงานบริการให้ลูกค้า
กลายเป็นว่า ผมได้เรียนรู้งานเกี่ยวกับการขายโดยไม่รู้ตัว ซึ่งตอนนั้นผมก็เบื่อๆ ขี้เกียจนั่งประจำในออฟฟิศ อยากออกไปข้างนอกบ้าง ตามประสา
เด็กต่างจังหวัด ที่ไม่ค่อยชอบอยู่ในห้องแอร์นานๆ ใครชวนไปไหนก็ไป ด้วยความเป็นคนที่ชอบพูด ชอบเฮฮา เลยสนิทกับเพื่อนร่วมงานทุกแผนก
แต่แล้วก็มีเรื่อง เมื่อหัวหน้าเซลส์ทะเลาะกับผู้บริหาร เขาก็พากันยกทีมลาออก เขาเลยยกตำแหน่ง AE ให้ผม เพราะไม่มีคนดูแลลูกค้า
กลายเป็นว่า จากวิศกรตัวกระจ้อย ถนัดแต่เรื่องเทคนิคและการแก้ไขปัญหาระบบไอที ต้องออกไปผจญโลกข้างนอก เจอคู่แข่งรุ่นใหญ่ ที่ผมไม่เคยเจอ
จากอดีต ที่เคยรู้แต่ OSI Layer รู้จัก Coding การ Debug ต่างๆ
พอทำงานเกี่ยวกับ AE ผมงง เมื่อลูกค้าถาม PO, PR, EO, EP ผมก็คิดในใจอะไรวะ ทำไมเขาไม่พูดภาษาง่ายๆที่จะได้เข้าใจ
เวลาประชุมบางครั้งเขาก็พูดจะทับศัพท์กัน ถ้าผมฟังไม่เข้าใจศัพท์ที่เขาพูด ก็จะวาดรูปจากกระดานที่เขาประชุมลงในสมุดจด
แล้วเขียนเป็นภาษาของผม เช่น If... Then .... Else... Exit loop
บางทีก็เขียนเป็น flowchart เลย ว่าสรุปตั้งแต่เริ่มประชุมจนจบ เขาพูดอะไรกัน เสร็จแล้วก็เอากลับไปเรียบเรียง เขียนเป็นรายงานให้หัวหน้าอีกที
พอทำได้สักพัก ค่าคอมมิชชั่นออก ที่นี้เริ่มสนุกละ เพราะค่าคอมโปรเจ็คนึง มันเยอะกว่าเงินเดือน ผมเริ่มมีเงินอัพเกรดตัวเอง
จากตัวผอมๆก็มีกล้ามเพราะเข้าฟิตเนส เสื้อผ้า หน้าผม มีปัญญาแต่งให้ตัวเองเริ่มดูดีละ พร้อมกับงานขายที่เริ่มเข้ามาเรื่อยๆ
แต่ผมคิดผิด เพราะว่าโลกสีชมพูของผมมันเพิ่งเริ่มต้น และผมกำลังจะโดนรับน้องใหม่ จากคู่แข่งที่เก๋าเกมกว่า