ความโดดเดี่ยวถึงวันสิ้นสุด

กระทู้คำถาม
ผมเองโตมาในครอบครัวที่มีพร้อมทุกอย่าง บ้าน พ่อแม่ ดูเหมือนจะมีความสุขแต่ป่าวเลย จุดเริ่มต้นมันเกิดขึ้นตอน ม.3 ตอนนั้นผมกำลังจะขึ้น ม.4 แต่พ่อของผมได้ปูทางไว้ให้หมดแล้วนั่นคือการเป็นนักเรียนนายร้อย จปร. ซึ่งผมไม่อยากเป็น พ่อของผมได้จัดเเจงทุกอย่างไว้เรียบร้อยขอแค่ตัวของผมไปสอบ แน่นอนครับผมไม่ไป แบะผมได้คุยกับพ่อของผมตรงๆ คำตอบคือ ถ้ามึ_คิดว่าแน่มึ_ก็หาเลี้ยงส่งตัวเองเรียนไปละกัน ตอนนั้นในความรู้สึกโครตทรมาร ด้วยความที่ผมเป็นเด็กไม่ทันคิดผมตัดสินใจออกจากบ้านไปหาทำงาน ไม่เรียนต่อ ผมทำงาน ผมเจอเพื่อนหลากหลายรูปแบบ แต่ไม่เคยเจอคนจริงใจเลยสักคนเดียว ผมโดนหลอก ผมโง่ ผมเสียเปรียบเขาอยู่เรื่อย และมันมีความคิดเข้ามาในหัววูบนึง ไม่เอาแล้วชีวิตแบบนี้ ในตอนนั้นยอมรับว่าผมเองคิดฆ่าตัวตาย แต่ยิ้มกลัวตายสะงั้น เลยคิดใหม่และพูดกับตัวเองถ้ามึ_ยังโง่แบบนี้มึ_ก็จะโดนเขาหลอกซ้ำๆซากๆ ผ่านไปสองปี ผมมีตังเก็บ ผมจึงตัดสินใจกลับเข้ามาเรียนต่อ ม.4 แน่นอนครับด้วยความที่อายุเยอะกว่าคนในห้องเป็นอะไรที่ยากเหมือนกันที่จะเข้ากันได้ง่าย ๆ ผมใช้เวลาปรับตัวอยู่เทอมนึง จากที่ผมเรียนรู้ลักษณะนิสัยคนมาตอนที่ผมทำงาน ผมจึงเรียนรู้และหาวิธีรับมือกับคนเหล่านี้ได้ง่าย คือการไม่เด่น คล้อยตามแต่ไม่โง่ให้หลอก พอจะเข้ากับพวกนี้ได้ เรียนไปเรื่อยๆ ตังผมเริ่มหมด จะกลับไปบ้านก็ไม่ได้ ใช่ครับผมเช่าห้องอยู่ และผมเองก็ได้ตัดสินใจทำงานรับเหมาไปด้วย คุณเชื่อไหม ผมแมร่งโครตเหนื่อย ทั้งเรียนทั้งทำงาน กลับห้องมาผมไม่เคยได้ยินคำว่าเหนื่อยไหม กินอะไรมาหรือยัง อยากกินอะไรไหมเย็นนี้ กลับมาผมเจอแต่ห้องสี่เหลี่ยมโง่ๆ ที่มีที่นอน1ผืนหมอนใบ ทาผนังด้วยสีขาว ความรู้สึกเหมือนอยู่ในผวัง โดดเดี่ยว มองไปไม่เจอใคร ส่วนตัวผมเองไม่มีแฟนครับ ผมเลิกกะแฟนคนแรกตอน ม.3 เพราะเธอทิ้งผมไปหาคนใหม่ นับตั้งแต่นั้นมาผมก็ไม่มีแฟนอีกเลย แล้วความโดดเดี่ยวมันเริ่มทวีคูณมากขึ้น เมื่อผมแอบชอบคนในห้องเดียวกัน แต่เราคบกันไม่ได้ เพราะเธอตอบตกลงเป็นแฟนกะเพื่อนผม (ผมไม่เคยบอกใครว่าผมชอบเธอซึ่งจริงๆเธอเองก็ชอบผมแต่มารู้ทีหลังว่าผมก็ชอบเธอ) ด้วยความที่ผมรู้ทีหลังว่าเธอเองก็ชอบผมแต่เธอกำลังคบกับเพื่อนผมอยู่ซึ่งผมไม่อยากทำให้ทั้งคู่ระแวง ผมจึงด่าทอเธอเสียๆหายๆ ทำทุกวิธีทางเพื่อให้เธอเกลียดผม แล้วมันก็ได้ผลเธอเกลียดผมจริงๆครับ ผมได้แต่มองเธออยู่ในห้องวันแล้ววันเล่า มองดูรอยยิ้มของเธอ แม้ว่าคนที่ทำให้เธอยิ้มจะไม่ใช่ผมก็ตาม แต่แล้วสิ่งที่ผมไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เธอรู้ความจริงว่าผมตั้งใจทำให้เธอเกลียด มันกลับทำให้เธอชอบผมมากขึ้นกว่าเดิม ถึงขั้ถึงขั้นที่ขอห่างกับแฟนเธอเพื่อจะมาคุยกับผม ใช่ครับผมเองไม่วามารถกดความรู้สึกไว้ได้ ผมแอบคุยกับเธอ เราไปเที้ยว ไปกินข้าว ด้วยกันโดยที่ตอนนั้นผมไม่สนใจผิดถูกอะไรเลยปล่อยให้มันเลยเถิด เราคุยกันมาสองปี ทำทุกอย่างเหมือนแฟนกัน แต่เธอก็ยังไม่เลิกกับแฟน จนขึ้น ม.6 มันมีความคิดวูบนึงว่าผมไม่ควรทำแบบนี้ มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ ไม่สานต่อทำให้เราทั้งคู่เจ็บปวด เราทั้งคู่ร้องไห้ น้ำไหลอาบแก้มโดยที่เราทั้งคู่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าน้ำนี้มันไหลออกมาจากดวงตาตั้งแต่ตอนไหน พอจบม.6ต่างคนต่างแยกย้าย ผมเองตัดสินใจเรียนต่อ ปวส. ก็วนกลับมาที่เดิมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้หนักกว่าเดิมคือใจเรายังคิดถึงเธออยู่ ในตอนนั้นทุกอย่างมันดูเหมือนพังหมดแต่ด้วยความที่ผมเองเป็นคนไม่เคยแพ้ และผมจะไม่มีวันยอมแพ้ ถ้าผมยังไม่ได้สู้ ผมไม่เคยติดต่อกับครอบครัวเลย วันที่ทรมารที่สุดคือวันที่ผมเหนื่อยมากๆแล้วต้องปลอบตัวเองว่าหายเหนื่อยนะ ไม่เป็นไรพรุ่งนี้เอาใหม่ ผมเริ่มหาที่สงบทางใจนั้นคือวัด ผมเข้าวัดทุกวันพระ ผมนั่งฟังหลวงตาเทศ จนผมอาการดีขึ้น ผมก็ไปนอนกะหลวงพ่อบ้างบางวันผมก็ออกไปบิณฑบาตรก่อนไปวิทลัย แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ไม่นานหลวงตาก็ป่วย แล้วจากผมไปโดยไม่มีเหตุการณ์บอกล่วงหน้า ผมไม่กล้าไปแม้กระทั่งงานศพของหลวงตา ในตอนนั้นหลวงตาคือที่พึ่งทางใจของผมเพียงทางเดียว พอไม่มีหลวงตาผมเริ่มเละเทะผมกินเหล้า ผมสูบบุหรี่ ผมเอาทุกอย่าง ยา สารเสพติดชีวิตเริ่มลงเหว การเรียนเริ่มไม่เอา ทุกอย่างเหมือนจะจบแต่ยังครับ มันยังไม่จบ หลังจากที่ผมเสพสมกามอารมณ์ลงไปอยู่ในนรกพักนึง เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้น พร้อมน้ำเสียงที่สั่นไหวราวปานว่าหัวใจร่ำไห้อยู่ "เป็นไงบ้างไม่โทรมาหาแม่บ้างเลยนะ กินอะไรหรือยัง" ตอนนั้นผมทำอะไรไม่ถูก ตัวผมสั่นไปทั้งตัว ในขณะที่มือกำลังถือฟรอยอุปกรณ์สำหรับการเสพ ผมสั่นไปทั้งตัว ผมไม่ยอมพูดอยุ่พักใหญ่ และเสียงที่ได้ยินต่อมา"ไม่ว่างอยู่หรอลูกกำลังอ่านหนังสืออยู่หรอไม่เป็นไรแม่ไม่กวนแล้ว" แล้วเสียงนั้นก็สิ้นสุดลง ผมได้แต่มองจอโทรศัพท์แล้วคิดว่าทำไมผมไม่ยอมคุย ทำไมผมอยากคุยกับแม่แทบตายแต่มันก็เกิดแต่คำถาม คำถามนี้กับตัวเอง ว่าทำไม ผมได้แต่ทำไม ผมถึงทำกับคนที่รักและเป็นห่วงผมได้มากขนาดนี้ ทำไมผมถึงไม่ยอมทำตัวให้แม่ภูมิใจบ้าง ผมจึงตัดสินใจวันต่อมากลับไปบ้านตอนนั้นเป็นปิดเทอมปี1กำลังขึ้นปี2 ผมกลับบ้าน(แต่ผมไม่ได้เข้าบ้านนะผมไปนอนบ้านเพื่อน)ปรากฏว่าพ่อของผมแอบมีชู้และพาชู้เข้าบ้านโดยที่ไล่แม่ผมออกจากบ้านต้องไปอาศัยบ้านญาติอยู่ ผมทำอะไรไม่ถูก ผมได้แต่แอบนั่งร้องไห้มองดูครอบครัวพังพินาศ ผมเปลี่ยนอะไรไม่ได้ ผมทำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ ด้วยความที่ใจผมเป็นนักสู้เพราะคำสอนของหลวงตาแว็บเข้ามาในหัว ถ้ายังมีลมหายใจจำไว้อย่าหยุดหายใจ ผมจึงลั่นวาจาไว้ว่าผมจะเรียนให้จบแล้วกลับมารับแม่ผมไปอยู่ด้วย ใช่ครับผมตัดสินใจเลิกทุกอย่าง(ยกเว้นบุหรี่กับเหล้าแต่ก็ลดลงมาเยอะมากจากแต่ก่อนดื่มทุกวันบุหรี่หมดวันละสองซองทุกวันนี้ดื่มแค่อาทิตย์ละวันบุหรี่อาทิตย์ละซอง) ผมเรียนจบปวส. แล้วผมก็ติดทหารเกณฑ์ ต้องไปฝึกอยุ่กรุงเทพ ในระหว่างฝึกทุกวันอาทิตย์เขาจะเปิดให้เยี่ยมญาติ ปรากฏว่าไม่มีใครสักคนมาเยี่ยมผมเลย ไม่มีเลยจริงๆ ผมต้องอาศัยญาติคนอื่นเพื่อที่จะได้กินของดีๆ บางอาทิตย์ผมต้องขออนุญาติครุฝึกไปแอบในห้องน้ำเพราะผมละอายใจมากที่ไปขอเขากิน เป็น10สัปดาห์ที่ผมนอนร้องไห้ทุกคืนไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีจดหมาย ไม่มีเพื่อนมาเยี่ยม ไม่เคยเห็นหน้าครอบครัว ผมเดินเข้าไปหาครุฝึกพร้อมบอกว่าครูครับเป็นแม่ให้ผมไหว้ได้ไหม ผมค่อยๆพนมมือทั้งสองก้มลงกราบที่ตักของครู น้ำตาไหลอาบสองแก้ม พอผ่านพ้นไป 10 สัปดาห์ ผมกลับบ้าน(ก็ไปนอนบ้านเพื่อนคนเดิม)ด้วยความที่น้อยใจแม่ว่าทำไมไม่ยอมไปเยี่ยมลุกบ้าง จึงเดินไปสอบถามปรากฏว่าแม่ผมโดนญาติที่ไปอยุ่ด้วย(น้องชายแม่ผม)โกงที่ดินคือเอาที่ดินส่วนของแม่ไปทำมาหากินแต่ไม่ยอมจ่ายทุกอย่างเอาเปรียบแม่ผมหมด ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากินอยู่จนผมทนไม่ไหว ในมือผมมีปืนอยู่กระบอกนึง  ใช่ครับผมเกือบฆ่าน้าผมตาย แต่แม่ผมเดินมาผลักตัวผมออกด้วยน้ำเสียงกระซ่ำ "ลูกหยุดเถอะแม่เต็มใจให้เขาเอง แม่ขอโทษที่ไม่ได้ไปเยี่ยมลูกเลย แม่ไปไม่ถูก แม่ไม่มีปัญยาไปคนเดียว แม่ขอโทษลูกนะ" ผมได้แต่ร้องไห้ ผมทำไรไม่ถูก ผมโมโหถึงขั้นโมโหมากผมจึงลั่นวาจาอีกรอบและครั้งนี้ดังกว่าทุกครั้ง "กูชื่อไอเรือง กูจะกลับมาเอาทุกอย่าง กูจะทำให้แม่กับน้องกูมีความสุขในสักวัน พวกคอยดูและจำใส่หัวกะโหลกไว้" สิ้นสุกเสียงผมเดินจากไป ผมอดทน ผมรอ จนวันสิ้นสึดก็มาถึง ผมปลดทหาร ผมมีงานทำเงินเดือนผมมากพอที่จะซื้อที่จากพ่อผม ใช่ครับ ผมให้คนติกต่อไปหาพ่อผมเพื่อขอซื้อที่และบ้านที่แม่ผมสร้างไว้ พ่อผมตอบตกลง และผมได้พาน้องกับแม่ผมมาอยุ่ด้วย แรกๆผมยอมรับว่ายังแค้นน้าผมอยุ่ แต่ทุกวันผมได้ยินเสียงหัวเราะของน้องผม ได้เห็นรอยยิ้มของคนเป็นแม่ซึ่งผมไม่เคยเห็นมันมานับสิบปี วันนี้ทึกอย่างมันสิ้นสุดเเล้ว เส้นทางอันโดดเดี่ยวของผม 10 ปี ที่ผมต้องเร่ร่อนไปทั่ว 10 ปีที่ผมต้องทนทุกข์ทรมารกับความโดดเดี่ยว วันนี้ทุกอย่างมันสิ้นสุดแล้วครับ ถึงแม้ว่าตัวผมเองไม่มีแฟนก็ไม่เป็นไร ขอแค่มีแค่นี้ผมเองก็พอใจแล้ว (ปัจจุบัญผมไม่ยุ่งกับสารเสพติดทุกชนิดมานานกว่า 5 ปีแล้ว และจะไม่ยุ่งมันอีกเลย) 

จากชีวิตจริงของ ไอเรือง
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่