ผมเคยทำงานที้ิ บ.เอกชน เป็นเวลา10กว่าปีและได้ย้ายกลับมาที่บ้านเกิดและต่อมาถูกเลิกจ้าง จากนั้นชีวิตก็เปลี่ยน เพื่อนฝูงหายหมดเนื่องจากไม่มีรายได้ แม้แต่คนในครอบครัวยังอับอาย และนำไปพูดเปรียบเทียบถึงคนในครอบครัวที่ประสบความสำเร็จ ให้คนนอกครอบครัวฟังต่อหน้าผม
ชีวิตผมตั้งแต่เรียนจบป.ตรี ไม่ได้อยู่บ้านเกิดเลย เป็นเวลาประมาณ20ปี จนทำให้คนในครอบครัวคิดว่าผมเป็นคนนอก มรดกเกือบทุกอย่างถูกเอาเปรียบเกือบทั้งหมด ตั้งแต่เขตบ้านก็ถูกรุกล้ำ ที่นาที่ได้ก็เป็นที่ตาบอด พูดง่ายๆคือ ได้แต่ของที่เขาไม่เอา ของเหลือเลือก
และชีวิตยังถูกเปรียบอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่เรื่อง
แต่ผมไม่ท้อ ผมหารายได้ทุกทางตั้งแต่
ตอนเช้าไปรับผลมาขายต่อด้วยทำของกินขายในตอนบ่ายอาทิ ลูกชิ้น, ปิ้งย่างอาหารสด และขายผลไม้ไปด้วย บริการส่งฟรีในตัวหมู่บ้านและไกล้เคียง ตอนดึกหลัง4ทุ่มก็ขายเรื่องดื่มแบบเดลิเวอรี่จนถึงตี3 ถึงเข้านอน
จนมาถึงเมื่อวาน ที่หน้าร้านขายของชำของพี่ชายผมที่บ้านอยู่ติดกัน(พี่ชายให้ผมดูแล2วันเนื่องจากไปธุระต่างจังหวัด)สรุปก็คือผมดูแลร้านให้พี่ขายเพิ่มอีก1งานกับคุณพ่อของผม
ต่อมาผู้ใหญ่ในครอบครัวได้เล่าให้คนนอกครอบครัวฟังว่า คนในครอบครัวได้ดีหมดยกเว้นผม พูดต่อหน้าผม ตอนนั้นผมนิ่งอยู่พักหนึ่งและตั้งสติไว้
จากนั้นก็รีบเก็บของขายที่อยู่หน้าบ้านผมและปิดไฟเพื่อเข้านอนและไม่ได้ทำการขายเครื่องดื่มในช่วงดึกเหมือนทุกคืนเนื่องจากได้ยินคำพูดที่ไม่ได้รับการยอมรับจากคนในครอบครัวและบอกให้คุณพ่อเก็บร้านคนเดียว
จากนั้นผมก็ถูกตำนิจากคนในครอบครัวว่า
1.ไม่เก็บร้านให้พี่ชาย,ไม่ปิดร้านช่วยคุณพ่อ
2.ถูกตำหนิว่าเรื่องแค่นี้ทำไมต้องน้อยใจ ทำตัวเป็นเด็ก
3.ถูกมองว่าเรื่องการค้าขายที่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะไม่มีความทะเยอทะยานไม่กล้าคิกการใหญ่เปรียบเทียบกับร้านพี่ชายผม
ทั้งที่ผมเพิ่งเริ่มทำได้ไม่ถึงเดือน
จากทั้งหมดที่เกิดผมเลยตั้งคำถามขึ้นมาว่า คนที่ไม่มีหน้ามีตาในสังคมหรือมีงานดีๆทำ ไม่ทำให้ผู้ใหญ่ในครอบครัวได้รับการสรรเสริญจากคนนอกว่า ลูกคุนคนนี้ประสบความสําเร็จแล้ว
เพียงเท่านี้หรือ คนที่จะได้รับการยกย่องต้องเป็นคนที่มีเงินมีฐานะเท่านั้นหรือ
คนที่ทำมาหากินแบบสุจริตและไม่เคยทำให้คนอื่นเดือดร้อน เป็นคนที่ถูกมองว่าไม่ดี จนทำให้ต้องไปเปรียบเทียบและเล่าให้คนนอกครอยครัวฟัง
ผมควรอยู่ในครอบครัวต่อไปไหม หรือผมเป็นส่วนเกินในครอบครัว
ไม่มีหน้าตาในสังคม จนทำให้คนในครอบครัวอับอาย
ชีวิตผมตั้งแต่เรียนจบป.ตรี ไม่ได้อยู่บ้านเกิดเลย เป็นเวลาประมาณ20ปี จนทำให้คนในครอบครัวคิดว่าผมเป็นคนนอก มรดกเกือบทุกอย่างถูกเอาเปรียบเกือบทั้งหมด ตั้งแต่เขตบ้านก็ถูกรุกล้ำ ที่นาที่ได้ก็เป็นที่ตาบอด พูดง่ายๆคือ ได้แต่ของที่เขาไม่เอา ของเหลือเลือก
และชีวิตยังถูกเปรียบอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่เรื่อง
แต่ผมไม่ท้อ ผมหารายได้ทุกทางตั้งแต่
ตอนเช้าไปรับผลมาขายต่อด้วยทำของกินขายในตอนบ่ายอาทิ ลูกชิ้น, ปิ้งย่างอาหารสด และขายผลไม้ไปด้วย บริการส่งฟรีในตัวหมู่บ้านและไกล้เคียง ตอนดึกหลัง4ทุ่มก็ขายเรื่องดื่มแบบเดลิเวอรี่จนถึงตี3 ถึงเข้านอน
จนมาถึงเมื่อวาน ที่หน้าร้านขายของชำของพี่ชายผมที่บ้านอยู่ติดกัน(พี่ชายให้ผมดูแล2วันเนื่องจากไปธุระต่างจังหวัด)สรุปก็คือผมดูแลร้านให้พี่ขายเพิ่มอีก1งานกับคุณพ่อของผม
ต่อมาผู้ใหญ่ในครอบครัวได้เล่าให้คนนอกครอบครัวฟังว่า คนในครอบครัวได้ดีหมดยกเว้นผม พูดต่อหน้าผม ตอนนั้นผมนิ่งอยู่พักหนึ่งและตั้งสติไว้
จากนั้นก็รีบเก็บของขายที่อยู่หน้าบ้านผมและปิดไฟเพื่อเข้านอนและไม่ได้ทำการขายเครื่องดื่มในช่วงดึกเหมือนทุกคืนเนื่องจากได้ยินคำพูดที่ไม่ได้รับการยอมรับจากคนในครอบครัวและบอกให้คุณพ่อเก็บร้านคนเดียว
จากนั้นผมก็ถูกตำนิจากคนในครอบครัวว่า
1.ไม่เก็บร้านให้พี่ชาย,ไม่ปิดร้านช่วยคุณพ่อ
2.ถูกตำหนิว่าเรื่องแค่นี้ทำไมต้องน้อยใจ ทำตัวเป็นเด็ก
3.ถูกมองว่าเรื่องการค้าขายที่ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะไม่มีความทะเยอทะยานไม่กล้าคิกการใหญ่เปรียบเทียบกับร้านพี่ชายผม
ทั้งที่ผมเพิ่งเริ่มทำได้ไม่ถึงเดือน
จากทั้งหมดที่เกิดผมเลยตั้งคำถามขึ้นมาว่า คนที่ไม่มีหน้ามีตาในสังคมหรือมีงานดีๆทำ ไม่ทำให้ผู้ใหญ่ในครอบครัวได้รับการสรรเสริญจากคนนอกว่า ลูกคุนคนนี้ประสบความสําเร็จแล้ว
เพียงเท่านี้หรือ คนที่จะได้รับการยกย่องต้องเป็นคนที่มีเงินมีฐานะเท่านั้นหรือ
คนที่ทำมาหากินแบบสุจริตและไม่เคยทำให้คนอื่นเดือดร้อน เป็นคนที่ถูกมองว่าไม่ดี จนทำให้ต้องไปเปรียบเทียบและเล่าให้คนนอกครอยครัวฟัง
ผมควรอยู่ในครอบครัวต่อไปไหม หรือผมเป็นส่วนเกินในครอบครัว