พบปัญหาประกันสังคมกับบริษัทนายจ้างเก่าสุดท้ายกายเป็นปัญหาของผมเองครับ @ประกันสังคม #ประกันสังคม.
ปัญหาคือ ผมลาออกตั้งแต่เดือน กันยายน และสิ้นสุดการเป็นพนักงานลงวันที่25 กันยายน 2561 จนมาถึงวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 เพิ่งจะโทรมาแจ้งผมว่าให้เข้ามาทำการชำระเงินประกันสังคมย้อนหลัง 5-6 เดือน ถ้าวันอังคารที่ 30 กรกฎาคม 2562 ไม่เข้ามาจ่ายจะตัดสิทธิ์และจะทำประกันตนเองไม่ได้ และแถมเอาเบอร์ส่วนตัวโทรมาแจ้งอีกตั้งหาก ผมก็งง ผมถามอะไรไป ก็บอกให้เข้าไปคุยอย่างเดียวและก็บอกคำเดิมว่าถ้า30 กรกฎาคมไม่มา เค้าจะตัดสิทธิ์ออก
***และแบบนี้คือความผิดของผมหรอครับ และผมต้องมาเสียสิทธิ์ทำประกันตนเองไม่ได้หรอครับ???? คนเดือดร้อนคือผม
มีแค่สองทางให้ผมเลือก
1.)ยอมไปจ่ายเงินให้ประกันสังคม
2.)ยอมให้เค้าตัดสิทธิ์แบบนี้หรอ
และถ้ายอมตัดสิทธิ์ไป ผมทำอาชีพอิสระคือต้องก้มหน้ายอมรับมันหรอครับ และจะเสียประวัติผมด้วยไหมละแบบนี้ครับ
หมายเหตุ : เดือดร้อนครับ วอนผู้รู้ช่วยแนะนำที ซึ่งตอนนี้ก็พูดคงตัดสิทธิ์ผมไปแล้ว และตอนลาออกผมก็เขียนใบลาออกถูกต้องและบริษัทก็คืนเงินประกันให้
1. พอลาออกจากงานได้10กว่าวัน ผมได้ไปแจ้งที่กรมแรงงานเพื่อลงทะเบียนว่างงานแต่ลงไม่ได้ พนักงานประกันสังคมแจ้งว่า บริษัทยังไม่เอาชื่อออก ถึงลงทะเบียนก็ทำเรื่องให้ไม่ได้ ให้ผมไปตามที่บริษัทก้อนเรื่องแจ้งชื่อออกจากงาน ผมเลยโทรไปแจ้ง ซึ่งเค้าบอกแจ้งออกไปแล้ว เอาหลักฐานไปยื่นประกันสังคมเอง ผมเลยรอแต่ก็โทรถามประกันสังคมอยู่
(สาเหตุไม่ไปเองเพราะ ตอนผมออกมาใหม่ๆผมเพิ่งผ่าซี้ดที่แก้มก้นมา ขนาดเกือบเท่ากำปั้นเดินทางไปไหนไม่ค่อยสะดวก)
2. หลังจากนั้นก็ตามมาเลื่อยๆ ทางบริษัทบอกหาเอกสารไม่เจอ เดี๋ยวเค้าจะไปประกันสังคมเอง เพราะเดี๋ยวเค้าต้องไปจ่ายเงินประกันสังคมให้พนักงาน ผมเลยรอ และอีกสองวันโทรไปไหมบอกลืม
3. ผมเลยเข้าไปแจ้งประกันสังคม ว่าผมตามแล้วแต่เค้าผัดไปมาตลอดและก็บอกหาน และทางประกันสังคมเลยรับเรื่องไว้และทำเรื่องตามเอง และแจ้งผมว่าเดี่ยวจะมีเอกกระสารถจากประกันสังคมส่งไปที่บ้าน ถ้ารับเอกสารแล้วให้รีบมาติดต่อ
4.คือมันหายไปนานจัด แต่ผมก็กดเช็คสิทธิ์ในเน็ตอยู่ตลอดมันก็ยังขึ้น ใช้สิทธ์ิได้ปกติ และไม่มีกำหนดสิ้นสุดระบุไว้ ผมเลยคิดว่าเค้าน่าจะทำเรื่องอบู่ พราะไม่อย่างนั้นต้องแจ้งมาแล้ว เพราเทั่งโทรถาม ทั้งไปเองที่ประกันสังคม ก็ยังคงติดเรื่องเดิมอยู่
เรื่องมันมีอยู่ว่า (รองอ่านก่อนนะครับเสียเวลานิดนะครับช่วยที)
***คือผมได้ทำงานบริษัท บริษัทหนึ่ง ซึ่งเป็นงานอีเว้นท์ และผมมีปัญหากับที่ผู้จัดการเรื่องถูกเอาเปรียบและเรื่องวันหยุดวันอาทิตย์เหมือนบริษัทอื่นๆ
ซึ่งผมก็มีแผลในใจกับผู้จัดการมาสองรอบ ซึ่งในรอบที่สองผมเลยไม่ไม่ทนแล้ว ผมจึงขอลาออก
และผมเลยเขียนใบลาออก เค้าแจ้งไว้ว่าต้องแจ้งร่วงหน้า1เดือน
ซึ่งผมก็ได้เขียนใบลาออกและแจ้งร่วงหน้าตามระเบียบการผมได้เขียนไว้ล่วงหน้าอย่างถูกต้อง ผมเขียนประมานช่วงต้นเดือน และทางบริษัทเค้าก็ได้ทำการเซ็นรับทราบเรียบร้อย และพอวันตัดวิก ทางผู้จัดการได้ให้เลขาโทรมาบอกว่า ออกเดือนนี้เลยไหม เพราะวันนี้ตัดวิกพอดี ผมเลยถามไปว่าถ้าออกวันนี้และเงินประกันที่หักผมไปละและไม่ผิดใช่ไหมแบบนี้ เค้าบอกไม่ผิดเพราะยื่นใบลาออกมาครึ่งเดือน เค้าเซ็นให้แล้ว คืนเงินประกันและเคลียร์ค่าแรงกับโอทีให้ ผมเลยลาออก
***(สาเหตุที่ลาออกเพราะทะเลาะกับผู้จัดการเรื่องวันทำงาน ผมก็เข้าใจว่างานอีเว้นมันอาจมีงานวันหยุด ซึ่งผมทำงานมาไต่เต้าจนได้เลื่อนเป็นหัวคน แต่เรื่องมันมีอยู่ว่า เหตุการณ์แลกที่ผมไม่พอใจและเถียงกับผู้จัดการและลูกน้องเค้า ในเดือนเมษายน 2561 {ต้องบอกก่อนว่าเทศกาลไม่มีวันหยุดครับ} ผมเถียงเรื่องค่าแรงให้เด็กฟรีแลนด์ ตอนให้ผมหาเด็กฟรีแลนด์มาช่วย เพราะส่งการงานเยอะมาก ซึ่งคนงานไม่พอ ตกลงตอนแรกคือให้ค่าแรงวันละ500บาท ค่าเบี้ยเลี้ยงต่างจังหวัดอีก200 เป็น700ต่อวัน และมีค่าร่วงเวลาให้ ส่วนพนักงานแบบผม ผู้จัดการแจ้งว่าเดี๋ยวหาวันหยุดลงให้ซึ่งจะไม่ได้2แรงในเทศการนี้ แต่พอจบงานหลังสงกรานต์ ซึงผิดกับที่แจ้งไว้หมดเลย เด็กฟรีแลนด์ก็ไม่ได้เงินO.T.และผมก็ไม่ได้วันหยุดทดแทนและก็ไม่ได้สองแรง เลยทะเลาะกันแต่ก็ต้องยอมเพราะเค้าบอกว่าถ้าพนักงานคนไหนไม่พอใจก็ออกไป ปีก่อนๆเค้าก็ไม่มีวันหยุดก็จ่ายค่าแรงแบบนี้
<ที่ไม่มีใครประท้วงหรืออะไรก็เพราะ>
1.พนักงานแผนกผมมีไม่ถึง15คน
2.นั่งออฟฟิศไม่ได้เกี่ยวกับวันหยุดสงกรานต์ 2คน
3.เป็นผู้จัดการ,เสมียน,บัญชี,การเงิน,การตลาด 5คน
4.ต่างด้าว 1 คน (ต่างด้าว กลัว ถ้ามีปัญหาออกจากงาน กว่าเค้าจะหางานใหม่ได้ก็นาน บัตรก็โดนยึดไว้)
5.คนแก่ 1 คน (เค้าไม่เอาด้วยแน่นอน เพราะเค้าหางานที่อื่นไม่ได้แล้ว)
สรุป เหลือแค่ห้าหกคนจะไปทำอะไรได้ครับจริงไหม ในเมื่อคนอื่นที่ไม่ได้ไปทำงานกับพวกผมเค้าไม่ได้เดือดร้อนด้วยและไม่ได้ผลประโยชน์อะไรด้วย และเค้าจะไปผิดใจกับผู้จัดการทำไม ถูกไหมครับ ส่วนผมก็ต้องยอมไปโดยปริยายเช่นกัน เพราะเสียงส่วนมากยอม ก็ต้องทำใจ
มาเถียงกันกับผู้จัดการเรื่องที่สอง
ซึ่งในวันนั้นเป็นวันเสาร์ตอนช่วงประมาณ ตอนช่วงประมาณบ่ายสาม
ผู้จัดการ : โทรมาแจ้งว่า วันอาทิตย์มีทำโอให้ไปดูหน้างาน
ตัวผมเอง : ผมก็เลยบอกไปว่าวันอาทิตย์ผมไม่ว่าง ต้องไปรับแม่ที่โรงพยาบาล แม่ผมไม่สบาย
ผู้จัดการ : อ่าวทำไมถึงไม่แจ้งร่วงหน้า ทำงานแบบนี้ได้ไง และจะหาใครไปแทนทันแบบนี้
ตัวผมเอง : ผมก็เลยบอกไปว่า พี่ คิดดีๆ วันอาทิตย์มันวันหยุดผมปกติอยู่แล้ว และทำไมผมจะต้องแจ้งร่วงหน้า ท้งๆที่พวกพี่ก็รู้ดีกันอยู่แล้ว
ผู้จัดการ : ก็ไม่แจ้งและใครจะรู้ว่าวันอาทิตย์จะไปไหน
ตัวผมเอง : อ่าวพี่พูดแบบนี้มาได้ไง ทั้งๆที่เป็นวันหยุดพนักงาน คนเรามันก็ต้องมีธุระส่วนตัวบ้างเพราะจริงๆมันคือวันหยุดผม และทำไมผมจะต้องแจ้งพี่หรือบริษัทด้วยหรอว่าวันอาทิตย์ผมจะไปรับแม่ออกจากโรงบาล,วันอาทิตย์ผมจะไปซื้อของ,วันอาทิตย์ผมจะไปโรงแรม แบบนี้หรอครับ
ผู้จัดการ : พี่ว่าเราไม่พร้อมที่จะทำงานนี้นะ แยกแยะหน่อยอะไรสำคัญ อะไรไม่สำคัญ ก่อนหลังแยกแยะหน่อย
ตัวผมเอง : สรุปคือผมผิดว่างั้น งั้นผมขอลาออกเลยและกันครับถ้าแบบนี้ ทั้งที่วัดหยุดผมวันอาทิตย์แท้ๆ จริงๆ ทางบริษัทต้องแจ้งและสอบถามพนักงานก่อนว่าวันอาทิตย์มาทำงานได้ไหมหรืออะไรก็ว่าไป เป็นถึงหัวหน้าคนไม่น่าเป็นแบบนี้ ใช้อำนาจและอารมณ์ใส่ลูกน้อง ผมไม่ไหว
สรุป : แม่ผมไม่สำคัญ ถ้าไม่ไปก็หักเงินผมจ่ายค่าเด็กฟรีแลนด์และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ต้องใช้ ผมเลยกลายเป็นลูกทรพีไปโดยปริยาย เพราะถ้าหักผม ผมก็จ่ายค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ให้ไม่ได้ ก็จะต้องเดือดร้อนมากกว่าเดิม รวมถึงค่าโรงพยาบาลที่ยืมเค้ามาอีก ผมเลยจำต้องยอมกัดฟันทำจนออก
เพื่อนๆรองคิดดูและกันครับว่าเป็นคุณจะทำไง นะต้อนนั้นภาวะเรื่องเงินแย่มาก แต่มาวันนี้มาพบกับปัญหาจากประกันสังคมและบริษัทนั้นตามมาอีก
ใครที่เกี่ยวข้องกับประกันสังคมช่วยทีครับ
ปัญหาของประกันสังคม ทำให้ต้องเสียสิทธิ์การรักษาหรือไม่งั้นก็ต้องเสียเงินหลสยพันเพื่อใช้ต่อ ประกันสังคมหรือผู้รู้ช่วย
ปัญหาคือ ผมลาออกตั้งแต่เดือน กันยายน และสิ้นสุดการเป็นพนักงานลงวันที่25 กันยายน 2561 จนมาถึงวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 เพิ่งจะโทรมาแจ้งผมว่าให้เข้ามาทำการชำระเงินประกันสังคมย้อนหลัง 5-6 เดือน ถ้าวันอังคารที่ 30 กรกฎาคม 2562 ไม่เข้ามาจ่ายจะตัดสิทธิ์และจะทำประกันตนเองไม่ได้ และแถมเอาเบอร์ส่วนตัวโทรมาแจ้งอีกตั้งหาก ผมก็งง ผมถามอะไรไป ก็บอกให้เข้าไปคุยอย่างเดียวและก็บอกคำเดิมว่าถ้า30 กรกฎาคมไม่มา เค้าจะตัดสิทธิ์ออก
***และแบบนี้คือความผิดของผมหรอครับ และผมต้องมาเสียสิทธิ์ทำประกันตนเองไม่ได้หรอครับ???? คนเดือดร้อนคือผม
มีแค่สองทางให้ผมเลือก
1.)ยอมไปจ่ายเงินให้ประกันสังคม
2.)ยอมให้เค้าตัดสิทธิ์แบบนี้หรอ
และถ้ายอมตัดสิทธิ์ไป ผมทำอาชีพอิสระคือต้องก้มหน้ายอมรับมันหรอครับ และจะเสียประวัติผมด้วยไหมละแบบนี้ครับ
หมายเหตุ : เดือดร้อนครับ วอนผู้รู้ช่วยแนะนำที ซึ่งตอนนี้ก็พูดคงตัดสิทธิ์ผมไปแล้ว และตอนลาออกผมก็เขียนใบลาออกถูกต้องและบริษัทก็คืนเงินประกันให้
1. พอลาออกจากงานได้10กว่าวัน ผมได้ไปแจ้งที่กรมแรงงานเพื่อลงทะเบียนว่างงานแต่ลงไม่ได้ พนักงานประกันสังคมแจ้งว่า บริษัทยังไม่เอาชื่อออก ถึงลงทะเบียนก็ทำเรื่องให้ไม่ได้ ให้ผมไปตามที่บริษัทก้อนเรื่องแจ้งชื่อออกจากงาน ผมเลยโทรไปแจ้ง ซึ่งเค้าบอกแจ้งออกไปแล้ว เอาหลักฐานไปยื่นประกันสังคมเอง ผมเลยรอแต่ก็โทรถามประกันสังคมอยู่
(สาเหตุไม่ไปเองเพราะ ตอนผมออกมาใหม่ๆผมเพิ่งผ่าซี้ดที่แก้มก้นมา ขนาดเกือบเท่ากำปั้นเดินทางไปไหนไม่ค่อยสะดวก)
2. หลังจากนั้นก็ตามมาเลื่อยๆ ทางบริษัทบอกหาเอกสารไม่เจอ เดี๋ยวเค้าจะไปประกันสังคมเอง เพราะเดี๋ยวเค้าต้องไปจ่ายเงินประกันสังคมให้พนักงาน ผมเลยรอ และอีกสองวันโทรไปไหมบอกลืม
3. ผมเลยเข้าไปแจ้งประกันสังคม ว่าผมตามแล้วแต่เค้าผัดไปมาตลอดและก็บอกหาน และทางประกันสังคมเลยรับเรื่องไว้และทำเรื่องตามเอง และแจ้งผมว่าเดี่ยวจะมีเอกกระสารถจากประกันสังคมส่งไปที่บ้าน ถ้ารับเอกสารแล้วให้รีบมาติดต่อ
4.คือมันหายไปนานจัด แต่ผมก็กดเช็คสิทธิ์ในเน็ตอยู่ตลอดมันก็ยังขึ้น ใช้สิทธ์ิได้ปกติ และไม่มีกำหนดสิ้นสุดระบุไว้ ผมเลยคิดว่าเค้าน่าจะทำเรื่องอบู่ พราะไม่อย่างนั้นต้องแจ้งมาแล้ว เพราเทั่งโทรถาม ทั้งไปเองที่ประกันสังคม ก็ยังคงติดเรื่องเดิมอยู่
เรื่องมันมีอยู่ว่า (รองอ่านก่อนนะครับเสียเวลานิดนะครับช่วยที)
***คือผมได้ทำงานบริษัท บริษัทหนึ่ง ซึ่งเป็นงานอีเว้นท์ และผมมีปัญหากับที่ผู้จัดการเรื่องถูกเอาเปรียบและเรื่องวันหยุดวันอาทิตย์เหมือนบริษัทอื่นๆ
ซึ่งผมก็มีแผลในใจกับผู้จัดการมาสองรอบ ซึ่งในรอบที่สองผมเลยไม่ไม่ทนแล้ว ผมจึงขอลาออก
และผมเลยเขียนใบลาออก เค้าแจ้งไว้ว่าต้องแจ้งร่วงหน้า1เดือน
ซึ่งผมก็ได้เขียนใบลาออกและแจ้งร่วงหน้าตามระเบียบการผมได้เขียนไว้ล่วงหน้าอย่างถูกต้อง ผมเขียนประมานช่วงต้นเดือน และทางบริษัทเค้าก็ได้ทำการเซ็นรับทราบเรียบร้อย และพอวันตัดวิก ทางผู้จัดการได้ให้เลขาโทรมาบอกว่า ออกเดือนนี้เลยไหม เพราะวันนี้ตัดวิกพอดี ผมเลยถามไปว่าถ้าออกวันนี้และเงินประกันที่หักผมไปละและไม่ผิดใช่ไหมแบบนี้ เค้าบอกไม่ผิดเพราะยื่นใบลาออกมาครึ่งเดือน เค้าเซ็นให้แล้ว คืนเงินประกันและเคลียร์ค่าแรงกับโอทีให้ ผมเลยลาออก
***(สาเหตุที่ลาออกเพราะทะเลาะกับผู้จัดการเรื่องวันทำงาน ผมก็เข้าใจว่างานอีเว้นมันอาจมีงานวันหยุด ซึ่งผมทำงานมาไต่เต้าจนได้เลื่อนเป็นหัวคน แต่เรื่องมันมีอยู่ว่า เหตุการณ์แลกที่ผมไม่พอใจและเถียงกับผู้จัดการและลูกน้องเค้า ในเดือนเมษายน 2561 {ต้องบอกก่อนว่าเทศกาลไม่มีวันหยุดครับ} ผมเถียงเรื่องค่าแรงให้เด็กฟรีแลนด์ ตอนให้ผมหาเด็กฟรีแลนด์มาช่วย เพราะส่งการงานเยอะมาก ซึ่งคนงานไม่พอ ตกลงตอนแรกคือให้ค่าแรงวันละ500บาท ค่าเบี้ยเลี้ยงต่างจังหวัดอีก200 เป็น700ต่อวัน และมีค่าร่วงเวลาให้ ส่วนพนักงานแบบผม ผู้จัดการแจ้งว่าเดี๋ยวหาวันหยุดลงให้ซึ่งจะไม่ได้2แรงในเทศการนี้ แต่พอจบงานหลังสงกรานต์ ซึงผิดกับที่แจ้งไว้หมดเลย เด็กฟรีแลนด์ก็ไม่ได้เงินO.T.และผมก็ไม่ได้วันหยุดทดแทนและก็ไม่ได้สองแรง เลยทะเลาะกันแต่ก็ต้องยอมเพราะเค้าบอกว่าถ้าพนักงานคนไหนไม่พอใจก็ออกไป ปีก่อนๆเค้าก็ไม่มีวันหยุดก็จ่ายค่าแรงแบบนี้
<ที่ไม่มีใครประท้วงหรืออะไรก็เพราะ>
1.พนักงานแผนกผมมีไม่ถึง15คน
2.นั่งออฟฟิศไม่ได้เกี่ยวกับวันหยุดสงกรานต์ 2คน
3.เป็นผู้จัดการ,เสมียน,บัญชี,การเงิน,การตลาด 5คน
4.ต่างด้าว 1 คน (ต่างด้าว กลัว ถ้ามีปัญหาออกจากงาน กว่าเค้าจะหางานใหม่ได้ก็นาน บัตรก็โดนยึดไว้)
5.คนแก่ 1 คน (เค้าไม่เอาด้วยแน่นอน เพราะเค้าหางานที่อื่นไม่ได้แล้ว)
สรุป เหลือแค่ห้าหกคนจะไปทำอะไรได้ครับจริงไหม ในเมื่อคนอื่นที่ไม่ได้ไปทำงานกับพวกผมเค้าไม่ได้เดือดร้อนด้วยและไม่ได้ผลประโยชน์อะไรด้วย และเค้าจะไปผิดใจกับผู้จัดการทำไม ถูกไหมครับ ส่วนผมก็ต้องยอมไปโดยปริยายเช่นกัน เพราะเสียงส่วนมากยอม ก็ต้องทำใจ
มาเถียงกันกับผู้จัดการเรื่องที่สอง
ซึ่งในวันนั้นเป็นวันเสาร์ตอนช่วงประมาณ ตอนช่วงประมาณบ่ายสาม
ผู้จัดการ : โทรมาแจ้งว่า วันอาทิตย์มีทำโอให้ไปดูหน้างาน
ตัวผมเอง : ผมก็เลยบอกไปว่าวันอาทิตย์ผมไม่ว่าง ต้องไปรับแม่ที่โรงพยาบาล แม่ผมไม่สบาย
ผู้จัดการ : อ่าวทำไมถึงไม่แจ้งร่วงหน้า ทำงานแบบนี้ได้ไง และจะหาใครไปแทนทันแบบนี้
ตัวผมเอง : ผมก็เลยบอกไปว่า พี่ คิดดีๆ วันอาทิตย์มันวันหยุดผมปกติอยู่แล้ว และทำไมผมจะต้องแจ้งร่วงหน้า ท้งๆที่พวกพี่ก็รู้ดีกันอยู่แล้ว
ผู้จัดการ : ก็ไม่แจ้งและใครจะรู้ว่าวันอาทิตย์จะไปไหน
ตัวผมเอง : อ่าวพี่พูดแบบนี้มาได้ไง ทั้งๆที่เป็นวันหยุดพนักงาน คนเรามันก็ต้องมีธุระส่วนตัวบ้างเพราะจริงๆมันคือวันหยุดผม และทำไมผมจะต้องแจ้งพี่หรือบริษัทด้วยหรอว่าวันอาทิตย์ผมจะไปรับแม่ออกจากโรงบาล,วันอาทิตย์ผมจะไปซื้อของ,วันอาทิตย์ผมจะไปโรงแรม แบบนี้หรอครับ
ผู้จัดการ : พี่ว่าเราไม่พร้อมที่จะทำงานนี้นะ แยกแยะหน่อยอะไรสำคัญ อะไรไม่สำคัญ ก่อนหลังแยกแยะหน่อย
ตัวผมเอง : สรุปคือผมผิดว่างั้น งั้นผมขอลาออกเลยและกันครับถ้าแบบนี้ ทั้งที่วัดหยุดผมวันอาทิตย์แท้ๆ จริงๆ ทางบริษัทต้องแจ้งและสอบถามพนักงานก่อนว่าวันอาทิตย์มาทำงานได้ไหมหรืออะไรก็ว่าไป เป็นถึงหัวหน้าคนไม่น่าเป็นแบบนี้ ใช้อำนาจและอารมณ์ใส่ลูกน้อง ผมไม่ไหว
สรุป : แม่ผมไม่สำคัญ ถ้าไม่ไปก็หักเงินผมจ่ายค่าเด็กฟรีแลนด์และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ต้องใช้ ผมเลยกลายเป็นลูกทรพีไปโดยปริยาย เพราะถ้าหักผม ผมก็จ่ายค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ให้ไม่ได้ ก็จะต้องเดือดร้อนมากกว่าเดิม รวมถึงค่าโรงพยาบาลที่ยืมเค้ามาอีก ผมเลยจำต้องยอมกัดฟันทำจนออก
เพื่อนๆรองคิดดูและกันครับว่าเป็นคุณจะทำไง นะต้อนนั้นภาวะเรื่องเงินแย่มาก แต่มาวันนี้มาพบกับปัญหาจากประกันสังคมและบริษัทนั้นตามมาอีก
ใครที่เกี่ยวข้องกับประกันสังคมช่วยทีครับ