หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
ทิ้งกระเป๋าไว้ที่สนามบินแล้วไปเที่ยววัดนาริตะซันในวันฝนตก
กระทู้สนทนา
บันทึกนักเดินทาง
Backpack
เที่ยวญี่ปุ่น
One Day Trip
Slow Life
สวัสดีจ้า เราพึ่งกลับจากไปเที่ยวญี่ปุ่่นมาและขากลับเดินทางไฟล์เย็น เลยมีเวลาเที่ยววันกลับอีก 1 วัน และในเมื่อฝนก็ตก เลยหาที่เที่ยวใกล้ๆ สนามบิน ซึ่งก็คือวัดนาริตะซันนั่นเอง ซี่งก่อนจะออกไปเที่ยวได้นั้นต้องหาที่ฝากกระเป๋าก่อน ตอนแรกไม่ได้สนใจ locker ฝากกระเป๋าเลยเพราะคิดว่าน่าจะเต็ม เลยมองหาเคาเตอร์ฝากกระเป๋าบริเวณชั้น 1 เลยเอามาฝากไว้เผื่อเป็นแนวทางจ้า
เคาเตอร์ฝากกระเป๋า จะอยู่บริเวณชั้น 1 ตรง Terminal 3 เดินตรงไปเลยจ้า จะเห็นป้ายไฟสีเขียวๆ อยู่ทางซ้ายมือ นั่นคือ แมวดำนั่นเอง ถัดจากแมวดำไปจะเห็นเคาเตอร์ป้ายน้ำเงิน เราจะฝากกระเป๋ากันที่เคาเตอร์นี้ค่ะ
สำหรับราคาค่าฝากกระเป๋าต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ เพราะไม่ได้ถ่ายรูปรายละเอียดมาให้ 🙏🙏😥😥 แต่ราคาสูงสุดคือราคา 830 เยน/ใบ/วัน นะคะ ถ้าจำไม่ผิดและ ราคาลดลงตามขนาดกระเป๋าค่ะ
เรามีกระเป๋าขนาด 29 นิ้ว 1 ใบ กับเป้ใบใหญ่ที่สามารถใส่ในหูคันชักได้ 1 ใบ คุณลุงใจดีคิดแค่ใบเดียวค่ะ เพราะเป้มันอยู่ติดกระเป๋าใบใหญ่
หลังจากนั้นพนักงานจะสอบถามเวลาที่รับกระเป๋าและจำนวนวันในการฝากกระเป๋า เราฝากวันเดียวเค้าเลยคิดแค่ 830 เยน (เวลาทำการของเคาเตอร์คือ 6.30 - 22.00 น. นะคะ)
จากนั้นจะได้ใบรับกระเป๋ามา เรายังไม่ต้องจ่ายเงินนะคะ เค้าให้จ่ายเงินตอนเรามารับกระเป๋าค่ะ วันที่เราไปมีฝนตก คุณลุงใจดีให้ยืมร่มมาด้วยค่ะ^^
ฝากกระเป๋าเสร็จแล้วก็ถึงเวลาไปวัดนาริตะซันแล้วค่ะ Let GOooooooooooo!!!!!!!
วัดนาริตะซันอยู่ใกล้สนามบินนาริตะแค่ 1 สถานี ค่ะ คือ นั่งรถ Keisei Mian line ไปลงที่สถานี นาริตะได้เลยค่ะ ใช้เวลาเดินทาง 7-8 นาทีเท่านั้นเอง
ถึงจะเป็นสถานที่เที่ยวใกล้สนามบินแต่ก็มี pass ให้ใช้นะคะ นั่นคือ narita-kaiun pass นั่นเองค่ะ รายละเอียดและวิธีซื้อ pass สามารถดูได้ในนี้เลย
https://www.keisei.co.jp/keisei/tetudou/skyliner/th/tickets/narita-kaiun.php
ซึ่ง pass นี้ราคา 480 เยนค่ะ ราคาถูกกว่าซื้อตั๋วเป็นรายเที่ยวอีกค่ะ (ตั๋วราคาไป-กลับ ราคา 520 เยน ประหยัดไปได้ 40 เยน อิอิ) อีกทั้ง pass นี้ยังมีส่วนลดร้านค้าอีกนะคะ ชอบตรงนี้แล
พอกดตั๋วที่เครื่องเสร็จแล้วก็จะได้ pass หน้าตาแบบนี้มา หลังจากนั้นสอดตั๋วไปตรงช่องตรวจตั๋ว แล้วไปที่ชานชาลา 3 เลยค่ะ (ต้องสอดตั๋ว 2 ครั้งนะคะ ครั้งหนึ่งเข้าสถานี อีกครั้งหนึ่งเข้าชานชาลาค่ะ) เพราะเป็น ชานชาลาของ keisei main line นั่งรถไฟดูฝนเพลินๆ ก็ถึงสถานี Keisei Narita แล้วค่ะ
สถานี Keisei Narita เป็นสถานีเล็กๆ หาทางออกไม่ยากค่ะ เราออกมาเดินตรงมาแป๊บเเดียวก็เจอหอนาฬิกาเล็กๆ จากหอนาฬิกาเดินตรงไปเรื่อยๆ ก็เจอถนน Omotesando เดินตามถนนนี้ไปเรื่อยๆ เลยค่ะ เพราะถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางไปวัดนาริตะซันค่ะ (ใครกลัวหลง ก็เดินตาม Google map เลยค่ะ)
ถนน Omotesando จะเป็นถนนเล็กๆ ซึ่งระหว่างเดินก็จะเจอรูปปั้นนักษัตร 12 ราศีไปตามทางค่ะ สามารถเดินถ่ายรูปไปอย่างชิวๆ ได้เลยค่ะ ในวันที่ฝนตกก็ดีไปอีกแบบ เพราะไม่มีใครเดินเลย 555 เดินกางร่มถ่ายรูปยาวๆ ไป 😂😂 เดินตามทางไปเรื่อย ก็เจอป้ายบอกทางไปวัดนาริตะซัน เลี้ยวขวาโลด
เดินเลี้ยวขวามาได้สักพักก็เริ่มหิวข้าว จากที่หาข้อมูลมา เค้าว่าแถวนี้ข้าวหน้าปลาไหลอร่อยและมีเจ้าดังอยู่ชื่อว่าร้าน คาวะโทโยะ (Kawatoyo) เลยต้องขอแวะสักหน่อย วันนี้โชคดีฝนตก คนเลยค่อนข้างน้อย ไม่ต้องรอคิว เย้ๆ (มีคนบอกว่าเวลาปกติ รอคิวกันยาวมาก) ในความฝนตกก็ยังมีความโชคดีอยู่😊😋
ทางร้านมีข้าวหน้าปลาไหลหลายขนาดให้เลือกค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับขนาดปลา เช่น ขนาดปลา 2/3 ตัว ปลา 1 ตัว และปลา 1+1/2 ตัว ซึ่งทางร้านแนะนำขนาดปลา 1 ตัวค่ะ เลยจัดไป ราคา 3,600 เยน รวมภาษี หลังจากจ่ายเงินแล้ว พนักงานจะให้บัตรแข็งๆ มาให้ค่ะ แต่ๆๆๆๆ ช้าก่อนถ้าคุณแสดง Kaiun pass คุณจะได้ซุปใสฟรี 1 ถ้วย เราเลยบอกเอา pass ให้พนักงานดู พนักงานก็เลยแถมซุปมา 1 ถ้วย อร่อยเลย อิอิ
ร้าน คาวะโทโย มี โต๊ะ 2 แบบนะคะ คือ แบบนั่งเสื่อกับนั่งเก้าอี้ ถ้าเราอยากนั่งเสื่อ เราต้องถอดรองเท้าแล้วพนักงานก็จะเอาถุงพลาสติกให้เราเอารองเท้าใส่ในถุงก่อนเข้าไปนั่งโต๊ะค่ะ พอเราได้ที่นั้งเสร็จแล้ว เค้าก็จะเอาแผ่นป้ายบอกวิธีทานข้าว ผ้าร้อน และตะเกียบมาให้ค่ะ แล้วพนักงานก็จะฉีกออเดอร์ที่เป็นป้ายแข็งๆ ออกครึ่งหนึ่ง หลังจากนั้นเราก็รอข้าวได้เลยค่ะ 😋😋😋😋
รอไม่นานข้าวหน้าปลาไหลที่รอคอยก็มา กลิ่นหอมมาก เค้าจะเสิร์ฟพร้อมผักดองค่ะ ถ้าใครไม่ถนัดใช้ตะเกียบสามารถขอช้อนจากพนักงานได้เลยนะคะ ความรู้สึกส่วนตัว เราว่าอร่อยค่ะ แต่ตัวปลาจะมีก้างเล็กๆ เยอะไปหน่อย เราเคยไปกินที่ร้าน irokawa ตรงวัดเซ็นโซจิ อากากุสะ เราว่าร้าน irokawa อร่อยกว่าและไม่มีก้างเล็กๆติดอยู่เลย อันนี้แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลนะคะ พออิ่มท้องแล้วก็เดินกันไปต่อค่ะ
เดินมาเรื่อยๆ ก็ถึงวัดนาริตะซันค่ะ ต้องขอบอกเลยว่าวัดนี้บันไดเยอะมากๆ แต่ทางวัดก็มีลิฟท์สำหรับผู้สูงอายุ หรือคนที่ต้องใช้รถเข็น เช่นเด็กน้อยและคนพิการนะคะ ถือว่าดีเลยค่ะ วันที่เราไป ฝนตก ซึ่งแน่นอนว่าคนน้อยดี 555
บันไดทางขึ้นวัดจะมีสะพานข้ามบ่อน้ำอยู่ ทั้ง 2 ฝั่งจะโขดหินเล็กๆ ซึ่งมีคนโยนเหรียญลงไปด้วยค่ะ คิดว่าน่าจะโยนเหรียญเพื่ออธิษฐานกันแต่เราสังเกตเห็นเต่าน้อยเลยไม่กล้าโยนเหรียญลงไป กลัวเต่าไปกิน 😅😅
วัดนาริตะซันมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างและ มีสถานที่และสถาปัตยกรรมให้ถ่ายรูปค่อนข้างเยอะ และอย่างที่บอกวันที่เราไปฝนตก ทำให้คนค่อนข้างน้อย เลยเดินได้อย่างชิวๆ สบายๆ ใครมีเวลาประมาณ ครึ่งวันก็สามารถเที่ยวได้อย่างสบายๆ ค่ะ
ปิดท้ายด้วยเครปเชอรี่ ซึ่งมีแต่วิปครีมและเชอรี่เยอะมากอร่อยมาก 💓💓 ขนมที่ได้ตรงปกด้วย 5555
ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่านค่ะ🙏🙏🙆🙆
แก้ไขข้อความเมื่อ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
(CR) แนะนำ!! นอนแคปซูลสนามบินนาริตะ สำหรับคนบินไฟล์เช้า พร้อมพิกัด !! กาชาปองที่สนามบิน
สวัสดีเพื่อนๆชาวพันทิป ทุกคน นี่เป็นรีวิวที่เราเขียนครั้งแรก ผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยนะคะ เมื่อเดือนพย. 18 ที่ผ่านมา เราได้เดินทางไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น
สมาชิกหมายเลข 4150497
เคาน์เตอร์ฝากกระเป๋าที่สถานีโตเกียว
ใครกำลังมองหาที่ฝากกระเป๋าที่สถานีโตเกียวอยู่ ต่อไปนี้ไม่ต้องกังวลว่าล็อคเกอร์จะเต็มอีกต่อไป วันนี้เรามาชี้จุดเคาน์เตอร์ฝากกระเป๋าที่สถานีโตเกียวให้จ้า ที่นี่จะ
Sabai Sabai Japan
โอกินาวา 3 วัน 2 คืน ก็เที่ยวได้
กระทู้แรกของเรา วันนี้จะมารีวิวการเที่ยวที่ Okinawa ฉบับอยากไปไหนก็ไป จุดเริ่มต้นมันมาจาก โปรโมรชั่นตั๊วถูกมันล่อตาล่อใจเหลือเกิน กดดูไปดูมา อ้าว...มือลั่น กดจ
joykoong
ไปดูลาเวนเดอร์ที่ฮอกไกโดกัน!
สวัสดีค่ะ วันนี้จะมารีวิวเรื่องการเดินทางไปชมดอกลาเวนเดอร์ที่เมืองฟุราโน่ จังหวัดฮอกไกโด แบบฉบับคนไม่มีรถนะคะ ฝากกดไลค์เฟสบุ๊คเพจ Hokkaido Diary 北海道ソーグッド ด้วยนะ
สมาชิกหมายเลข 4514478
091118 : ฮัลโหล TOKYO | เที่ยวครบจุดไฮไลท์ที่ใครๆก็ต้องไป 6 วัน 5 คืน | DAY 6
วันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับไทย... วันนี้เป็นวันชิวๆสบายๆ ตื่นไม่เช้าไม่สาย เราเดินทางกลับไฟลท์เย็น ก่อนกลับเราเลยมาช้อปปิ้งทั้งของส่วนตัวและของฝากที่อูเอโนะค่ะ เร
สมาชิกหมายเลข 4719914
🍁พระราชวังต้องห้าม | The Forbidden CIty : 600 ปีแห่งความลับ ใจกลางมหานครปักกิ่ง 🍁
หนึ่งใน Bucket List ที่ fatreview ภูมิใจนำเสนอ - ในวันที่ท้องฟ้าเป็นใจมาก ใสสะอาด ไม่มีเมฆแม้แต่น้อยออกจากพระราชวังต้องห้าม ต่อด้วย Jingshan Park สวนสาธารณะบนเน
fatREVIEW
สายแอดเวนเจอร์ต้องมา! ลุยหิมะฟิน ๆ ที่ชิโตเสะ ฮอกไกโด
กราบสวัสดีมิตรรักแฟนเพลงทุกๆท่าน.. ( ตึ้งโป๊ะ ! ) ฤดูหนาวนี้มีใครไปญี่ปุ่นมาบ้างไหมเอ่ย ไปไหนกันมาบ้าง...ขอเสียงหน่อยค่าเอาจริงๆเมเป็นคนไปเที่ยวญี่ปุ่นบ่อยอยู่น
Mayrygoround
มัดรวมที่เที่ยวใน ‘Hokkaido’ ฉบับไปมาสามปีติด !
ถามว่าติดใจฮอกไกโดแค่ไหน ก็ไปมันสามปีติดเลยค่าาาาา ติดใจมากกกกก เราจะเน้นไปในช่วงหน้าหนาว กลาง ๆ เดือนธันวาค่ะ เพราะอยากไปเจออากาศติดลบ อยากไปเจอหิมะสุด ๆ เป็นอ
Zeibab
<<< Memories pink >>>::::::::เที่ยวนครพนม ขึ้นMekong River Eyeชิงช้าสวรรค์ยักษ์ แลนด์มาร์กแห่งใหม่ริมฝั่งโขง::::::::
ได้ข่าวมาว่าที่นครพนมมีแลนด์มาร์กแห่งใหม่ เป็นชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย แถมยังตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง สามารถชมวิวมุมสูงได้อย่างสบายๆ ก็เลยต้องกล
Memories pink
🌸🌸🌸...กระทู้โพสต์ไปเรื่อยครั้งที่ ๕๗/๓๖๕ วัน ๓๖๕ ภาพ ปีที่ ๑๗ ประจำวันพฤหัสบดี ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙...🌸🌸🌸
สวัสดีครับท่านสมาชิกทุกท่าน ผมได้รับหน้าที่ตั้งกระทู้ " ครั้งที่ 57/ 365 วัน / 365 ภาพ ปีที่ 17 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569" ครับ รับหน้าที
วันนี้รักเธอที่สุด
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
บันทึกนักเดินทาง
Backpack
เที่ยวญี่ปุ่น
One Day Trip
Slow Life
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 11
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
ทิ้งกระเป๋าไว้ที่สนามบินแล้วไปเที่ยววัดนาริตะซันในวันฝนตก
เคาเตอร์ฝากกระเป๋า จะอยู่บริเวณชั้น 1 ตรง Terminal 3 เดินตรงไปเลยจ้า จะเห็นป้ายไฟสีเขียวๆ อยู่ทางซ้ายมือ นั่นคือ แมวดำนั่นเอง ถัดจากแมวดำไปจะเห็นเคาเตอร์ป้ายน้ำเงิน เราจะฝากกระเป๋ากันที่เคาเตอร์นี้ค่ะ
สำหรับราคาค่าฝากกระเป๋าต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ เพราะไม่ได้ถ่ายรูปรายละเอียดมาให้ 🙏🙏😥😥 แต่ราคาสูงสุดคือราคา 830 เยน/ใบ/วัน นะคะ ถ้าจำไม่ผิดและ ราคาลดลงตามขนาดกระเป๋าค่ะ
เรามีกระเป๋าขนาด 29 นิ้ว 1 ใบ กับเป้ใบใหญ่ที่สามารถใส่ในหูคันชักได้ 1 ใบ คุณลุงใจดีคิดแค่ใบเดียวค่ะ เพราะเป้มันอยู่ติดกระเป๋าใบใหญ่
หลังจากนั้นพนักงานจะสอบถามเวลาที่รับกระเป๋าและจำนวนวันในการฝากกระเป๋า เราฝากวันเดียวเค้าเลยคิดแค่ 830 เยน (เวลาทำการของเคาเตอร์คือ 6.30 - 22.00 น. นะคะ)
จากนั้นจะได้ใบรับกระเป๋ามา เรายังไม่ต้องจ่ายเงินนะคะ เค้าให้จ่ายเงินตอนเรามารับกระเป๋าค่ะ วันที่เราไปมีฝนตก คุณลุงใจดีให้ยืมร่มมาด้วยค่ะ^^
ฝากกระเป๋าเสร็จแล้วก็ถึงเวลาไปวัดนาริตะซันแล้วค่ะ Let GOooooooooooo!!!!!!!
วัดนาริตะซันอยู่ใกล้สนามบินนาริตะแค่ 1 สถานี ค่ะ คือ นั่งรถ Keisei Mian line ไปลงที่สถานี นาริตะได้เลยค่ะ ใช้เวลาเดินทาง 7-8 นาทีเท่านั้นเอง
ถึงจะเป็นสถานที่เที่ยวใกล้สนามบินแต่ก็มี pass ให้ใช้นะคะ นั่นคือ narita-kaiun pass นั่นเองค่ะ รายละเอียดและวิธีซื้อ pass สามารถดูได้ในนี้เลย
พอกดตั๋วที่เครื่องเสร็จแล้วก็จะได้ pass หน้าตาแบบนี้มา หลังจากนั้นสอดตั๋วไปตรงช่องตรวจตั๋ว แล้วไปที่ชานชาลา 3 เลยค่ะ (ต้องสอดตั๋ว 2 ครั้งนะคะ ครั้งหนึ่งเข้าสถานี อีกครั้งหนึ่งเข้าชานชาลาค่ะ) เพราะเป็น ชานชาลาของ keisei main line นั่งรถไฟดูฝนเพลินๆ ก็ถึงสถานี Keisei Narita แล้วค่ะ
สถานี Keisei Narita เป็นสถานีเล็กๆ หาทางออกไม่ยากค่ะ เราออกมาเดินตรงมาแป๊บเเดียวก็เจอหอนาฬิกาเล็กๆ จากหอนาฬิกาเดินตรงไปเรื่อยๆ ก็เจอถนน Omotesando เดินตามถนนนี้ไปเรื่อยๆ เลยค่ะ เพราะถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางไปวัดนาริตะซันค่ะ (ใครกลัวหลง ก็เดินตาม Google map เลยค่ะ)
ถนน Omotesando จะเป็นถนนเล็กๆ ซึ่งระหว่างเดินก็จะเจอรูปปั้นนักษัตร 12 ราศีไปตามทางค่ะ สามารถเดินถ่ายรูปไปอย่างชิวๆ ได้เลยค่ะ ในวันที่ฝนตกก็ดีไปอีกแบบ เพราะไม่มีใครเดินเลย 555 เดินกางร่มถ่ายรูปยาวๆ ไป 😂😂 เดินตามทางไปเรื่อย ก็เจอป้ายบอกทางไปวัดนาริตะซัน เลี้ยวขวาโลด
เดินเลี้ยวขวามาได้สักพักก็เริ่มหิวข้าว จากที่หาข้อมูลมา เค้าว่าแถวนี้ข้าวหน้าปลาไหลอร่อยและมีเจ้าดังอยู่ชื่อว่าร้าน คาวะโทโยะ (Kawatoyo) เลยต้องขอแวะสักหน่อย วันนี้โชคดีฝนตก คนเลยค่อนข้างน้อย ไม่ต้องรอคิว เย้ๆ (มีคนบอกว่าเวลาปกติ รอคิวกันยาวมาก) ในความฝนตกก็ยังมีความโชคดีอยู่😊😋
ทางร้านมีข้าวหน้าปลาไหลหลายขนาดให้เลือกค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับขนาดปลา เช่น ขนาดปลา 2/3 ตัว ปลา 1 ตัว และปลา 1+1/2 ตัว ซึ่งทางร้านแนะนำขนาดปลา 1 ตัวค่ะ เลยจัดไป ราคา 3,600 เยน รวมภาษี หลังจากจ่ายเงินแล้ว พนักงานจะให้บัตรแข็งๆ มาให้ค่ะ แต่ๆๆๆๆ ช้าก่อนถ้าคุณแสดง Kaiun pass คุณจะได้ซุปใสฟรี 1 ถ้วย เราเลยบอกเอา pass ให้พนักงานดู พนักงานก็เลยแถมซุปมา 1 ถ้วย อร่อยเลย อิอิ
ร้าน คาวะโทโย มี โต๊ะ 2 แบบนะคะ คือ แบบนั่งเสื่อกับนั่งเก้าอี้ ถ้าเราอยากนั่งเสื่อ เราต้องถอดรองเท้าแล้วพนักงานก็จะเอาถุงพลาสติกให้เราเอารองเท้าใส่ในถุงก่อนเข้าไปนั่งโต๊ะค่ะ พอเราได้ที่นั้งเสร็จแล้ว เค้าก็จะเอาแผ่นป้ายบอกวิธีทานข้าว ผ้าร้อน และตะเกียบมาให้ค่ะ แล้วพนักงานก็จะฉีกออเดอร์ที่เป็นป้ายแข็งๆ ออกครึ่งหนึ่ง หลังจากนั้นเราก็รอข้าวได้เลยค่ะ 😋😋😋😋
รอไม่นานข้าวหน้าปลาไหลที่รอคอยก็มา กลิ่นหอมมาก เค้าจะเสิร์ฟพร้อมผักดองค่ะ ถ้าใครไม่ถนัดใช้ตะเกียบสามารถขอช้อนจากพนักงานได้เลยนะคะ ความรู้สึกส่วนตัว เราว่าอร่อยค่ะ แต่ตัวปลาจะมีก้างเล็กๆ เยอะไปหน่อย เราเคยไปกินที่ร้าน irokawa ตรงวัดเซ็นโซจิ อากากุสะ เราว่าร้าน irokawa อร่อยกว่าและไม่มีก้างเล็กๆติดอยู่เลย อันนี้แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลนะคะ พออิ่มท้องแล้วก็เดินกันไปต่อค่ะ
เดินมาเรื่อยๆ ก็ถึงวัดนาริตะซันค่ะ ต้องขอบอกเลยว่าวัดนี้บันไดเยอะมากๆ แต่ทางวัดก็มีลิฟท์สำหรับผู้สูงอายุ หรือคนที่ต้องใช้รถเข็น เช่นเด็กน้อยและคนพิการนะคะ ถือว่าดีเลยค่ะ วันที่เราไป ฝนตก ซึ่งแน่นอนว่าคนน้อยดี 555
บันไดทางขึ้นวัดจะมีสะพานข้ามบ่อน้ำอยู่ ทั้ง 2 ฝั่งจะโขดหินเล็กๆ ซึ่งมีคนโยนเหรียญลงไปด้วยค่ะ คิดว่าน่าจะโยนเหรียญเพื่ออธิษฐานกันแต่เราสังเกตเห็นเต่าน้อยเลยไม่กล้าโยนเหรียญลงไป กลัวเต่าไปกิน 😅😅
วัดนาริตะซันมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างและ มีสถานที่และสถาปัตยกรรมให้ถ่ายรูปค่อนข้างเยอะ และอย่างที่บอกวันที่เราไปฝนตก ทำให้คนค่อนข้างน้อย เลยเดินได้อย่างชิวๆ สบายๆ ใครมีเวลาประมาณ ครึ่งวันก็สามารถเที่ยวได้อย่างสบายๆ ค่ะ
ปิดท้ายด้วยเครปเชอรี่ ซึ่งมีแต่วิปครีมและเชอรี่เยอะมากอร่อยมาก 💓💓 ขนมที่ได้ตรงปกด้วย 5555
ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่านค่ะ🙏🙏🙆🙆