แบ่งปันประสบการณ์ ประสบอุบัติเหตุ รายได้ไม่มี แต่หมดห่วง ถ้าวางแผนการเงิน มาดี

ขอแบ่งปันประสบการณ์หน่อยนะครับ เผื่อเป็นแนวทางในการวางแผนการเงิน และ เตือนสตินะครับ เข้าเรื่องเลยครับ

บางคนอาจจะมองว่าวางแผนการเงินทำไม ไม่จำเป็น เนื่องจากผมทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ผมเห็นบางคนใช้แบบเดือนชนเดือน บางคนซื้อบ้านก็จัดมาแบบเต็มสตีมไม่ได้เผื่อเหตุไม่คาดฝัน ขอเท้าความก่อนเนื่องจากส่วนตัวผมอายุ 34 ปี เข้า 35 ปี เป็นมนุษย์เงินเดือน เริ่มวางแผนด้านการเงินตั้งแต่อายุ 26 ปีช่วงนั้นก็ลงทุนในหุ้นไทยและต่างประเทศ และ เมื่อปี 2018 แบ่งเงินมาเก็บจนถึง 6 หลักกลางๆ จนมีทรัพย์สินรวม ไม่รวมบ้าน รถ มีประมาณ 7 หลัก และ ได้ทำประกันสุขภาพไว้ตอนต้นปี 2019 มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

เมื่อวันที่ 26/05/2019 ผมได้ประสบอุบัติเหตุขาหักเนื่องจากตกรถไฟราง แต่ก็ยังฝื่นแข็งใจไปทำงาน สุดท้ายปวดข้อเท้ามาลงนำ้หนักไม่ได้เลย ตอน 10 โมงและผมทำงานแถวอโศก ส่วนภรรยาผมทำงานอยู่โรงพยาบาลกรุงเทพ (รพ นี้รู้กันอยู่ราคาค่อนข้างแพงถึงแพงมาก) ก็ไปโรงพยาบาลกรุงเทพตามระเบียบ เข้า x-ray เท่านั้นแหละ OMG เมื่อพายุซัดมา ผลคือ กระดูกแตก 2 ที่ แถมเป็นจุดที่ลงน้ำหนักด้วย พวกมาด้วย เอ็นและกล้ามเนื้อฉีก ตรงข้อเท้า ปวด และ บวมมากยังกะลูกมะนาว ตอนนั้น มีประกันอะไรควักออกมาให้หมด สรุปใช้ได้แค่ 2 อัน คือ LMG (ประกันของบริษัทที่ทำงานทำให้) กับ Allianz (ทำเอง) หมอที่ โรงพยาบาลกรุงเทพถามมา ว่าจะใส่เผือก รอกระดูกคิดเอง แต่มันอยู่ในจุดที่ติดยากใช้เวลานาน หรือ จะผ่า ตอนนั้นตัดสินว่าจะผ่าแต่ขอดูค่าใช้จ่ายก่อน ค่าใช้จ่ายโอวม้ายก็อด 23x,xxx ตอนนั้นคิดได้เลยว่า โชคดีที่วางแผนการเงินมา เลยสบายใจถึงจะผ่าหรือ ใส่เผือกก็มีเงินจ่าย ส่วนภรรยาผมก็เป็นพยาบาลในนั้นก็ลงเวรมาดูผม แต่เรื่องยังไม่จบ ตอนนั้นคิดนานมากว่าจะผ่าหรือใส่เผือก สุดท้ายย้ายโรงพยาบาลไปอีกที่ตามสิทธิประกันสังคม เนื่องจากเสียดายเงิน แถมก่อนจะไปต้องจ่ายเงินค่ารักษาเบื้องต้นก่อนซึ่งประกันออกให้แต่ผมต้องจ่ายส่วนเกิน 643 บาท (ประกันสุขภาพมีประโยชน์ตอนนี้แหละ) ก่อนจะไปตามสิทธิ์ประกันสังคม พอมา รพ อีกที่หมอปรับกระดูกเข้าที่เจ็บมากแล้วใส่เผือก พอถามหมอว่า เป็นไงบ้าง จะเดินเหมือนเดิมมั้ย หมอตอบมาว่า ก็ตามนั้นแหละ รอดูก็แล้วกัน ในใจคิดอาวกำแล้วก็นัด อาทิตย์หน้า

พออาทิตย์ที่ 1 ผ่านไปมา Follow Up โรงพยาบาลตามสิทธิ์ประกันสังคมต่อ หมอบอกมาว่า OK กระดูกไม่เคลือน แต่ ถ้ากระดูกไม่ติดก็ต้องผ่า คิดในใจ อาวไงบอกแบบนี้ล่ะ พอถามหมอว่า เป็นไงบ้าง จะเดินเหมือนเดิมมั้ย หมอตอบมาว่า ก็ตามนั้นแหละ ก็นัด อาทิตย์หน้า ตอนนั้นคิดในใจเลย กลับไป รพ กรุงเทพ ดีกว่าจ่ายแพงก็ยอม ขาเดินไม่เหมือนเดิมนี่เรื่องใหญ่ อย่างที่บอกไปข้างต้น ภรรยาผมทำงานอยู่โรงพยาบาลกรุงเทพ เลยเดินเรื่องให้หมด เข้ามาเสร็จหมอก็เอา film x-ray จาก โรงพยาบาลตามสิทธิ์ประกันสังคมมาดูเขาก็บอกว่าเดี๋ยวปรับกระดูก กับ เปลี่ยนเฝือกใหม่ ตอนถอดเผือกหมอใช้เลื่อย พอเห็นเลื่อย ร้องลั่นห้องเลย หมดเลยเอาเลือยมาถูกหมอเองพร้อมบอกว่าไม่เป็นไร ก็นอนนิ่งกอดแขนภรรยาไว้กลัวเจ็บ  ปรับประกระดูกให้ชิดมากขึ้นกว่าเดิม กำลังคิดว่า ทำไมหมอที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ประกันสังคมถึงปรับกระดูกไม่ชิดตั้งแต่แรก โชคดีค่าเผือกฟรี เพราะ มันเป็นของ Retail มาให้หมอทดลองใช้ จ่ายไปแค่ 90 บาท ที่เหลือประกันจ่ายหมด พร้อม นัด อาทิตย์หน้า

พออาทิตย์ที่ 2 คราวนี้ ไม่ไปโรงพยาบาลตามสิทธิ์ประกันสังคมล่ะ มา รพ กรุงเทพ Follow Up ก็ หมอบอกว่า OK กระดูกไม่เคลือน รอดูต่อ

พออาทิตย์ที่ 3 คราวนี้  มา รพ กรุงเทพ Follow Up ก็ หมอบอกว่า OK กระดูกเริ่มติดล่ะ เปลี่ยนเผือก อีก โชคดีค่าเผือกฟรีอีก เพราะ มันเป็นของ Retail มาให้หมอทดลองใช้ หมอยังใช้ไม่หมด คราวนี้ Follow Up อีก 2 อาทิตย์

พออาทิตย์ที่ 5 มา รพ กรุงเทพ Follow Up ก็ หมอบอกว่า OK กระดูกเริ่มติดมากขึ้น เปลี่ยนเผือกเป็นเผือกอ่อน อีก คราวนี้เสียไป 3000 บาท ค่าอื่นประกันจ่ายอีกตามเคย Follow Up อีก 2 อาทิตย์

คราวนี้ระหว่างพักผ่อนรักษาตัวอยู่บ้าน ที่ทำงานโทรมาบอกว่า เดือนกรกฎาถ้าไม่ทำงานให้เงินแค่ 9 วันนะ คราวนี้เอาแล้วสิครับ จุดๆนี้ใครวางแผนการเงินมาไม่ดีใช้เดือนชนเดือนเมื่อไรตายเรียบ รายได้หยุดแต่รายจ่ายยังมาไหนจะ ค่านำ้ ค่าไฟ แถมผมผ่อนบ้าน แต่เนื่องจากก่อนที่จะกู้ ผมได้ประเมินแล้วว่าถ้าผมตกงานหรือเกิดเหตุไม่คาดฝันภรรยาผมต้องผ่อนบ้านได้แบบไม่มีปัญหา แล้วยังมีเงินเก็บอีก 6 หลักกลางๆแต่ที่ทำงานยังดี เดือน พฤษภา กับ มิถุนา เขาให้เงินเดือนอยู่

พออาทิตย์ที่ 7 มา รพ กรุงเทพ Follow Up ก็ หมอบอกว่า OK กระดูกเริ่มติดเกือบสมบูรณ์แหละเหลืออีกนิดหน่อย ถอดเผือกเริ่มฝึกเดินได้ คราวนี้เสียค่ายาไป 2556 บาท ค่าอื่นประกันจ่ายอีกตามเคย

พออาทิตย์ที่ 9 มา รพ กรุงเทพ Follow Up ก็ หมอบอกว่า OK กระดูกเริ่มติดสมบูรณ์แหละ แต่รอยอยู่ หมอบอกว่าต้องฝึกเดินนะถ้าอยากหาย ก็เดินครับ หลังจากนั้น 1 วัน คราวนี้ ผมซ้อนมอเตอร์ไชค์ไป บ้านเพื่อนของภรรยา ไปห้าง MBK 

วันที่ 30/07/2019 ก็ เตรียมเงินหมื่นนิดๆไปเพิ่มทุนให้หุ้นตัวหนึ่ง ที่ SCB ขนาดรู้นะว่าไม่มีรายได้แต่เนื่องจากเงินเก็บ กับ บัญชีออมทรัพย์ที่ใช้ลงทุนนั้นแยกกันเงินผมจะกันไว้ก็เพิ่มทุนไป แถม ยังใช้เงินอีก 2 หมื่นนิดๆ ซื้อหุ้นระหว่างพักรักษาตัวที่บ้านอีก ตลอด 9 สัปดาห์ที่ผ่านมา

วันที่ 31/07/2019 เริ่มเดินได้คล่องล่ะ  เงินเดือนได้มาหมื่นนิดๆก็กันไว้ วันที่ 02/08/2019 จะไปทำงานเป็นวันแรก

ข้อคิด 1. การวางแผนการเงินนั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว แล้ว ถ้าคุณมีเงิน ในยามฉุกเฉินนั้นคุณจะมีทางเลือก ไหนจะ รายจ่ายค่านำ้ ค่าไฟ ค่าบ้าน ค่า Net โดยเฉพาะค่าผ่อนบ้านถ้าวางแผนการกู้ และ การผ่อนไม่ดีแต่ต้น แล้วคุณอาจจะลำบากได้ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้

          2. ประกันนั้นใครว่าไม่สำคัย ผมว่าสำคัญมาก เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลนั้นสูงมาก การมีประกันช่วยคุณ Save เงินได้อย่างมาก ฉะนั้นอย่าเสียดายค่าเบี้ยที่จ่ายทิ้งไป ครั้งนี่ ผมเคลมประกันไปรวมหลักหมื่น

          3. เงินสำรองนั้นควรมีอย่างน้อย 6-12 เท่าของรายจ่าย

เงินนั้นไม่สำคัญก็จริง แต่การเริ่มต้นหรือทำกิจกรรมอะไรบางอย่างต้องใช้เงิน ชีวิตควรเตรียมพร้อมไว้เสมอ ฝากเป็นข้อคิดเตือนใจนะครับ
 
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่