กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของเราค่ะ สมัครสมาชิกใหม่มาเพื่อแชร์ประสบการณ์จริงที่เป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ของเรา
จะพยายามเขียนเล่าประสบการณ์ให้อ่านแบบเข้าใจง่ายๆค่ะ
เริ่มกันเลยดีกว่า เรากับแฟนเราคบกันมาตั้งแต่ 1
มี.ค.2556 ค่ะ ตอนนั้นเราอายุ 23 ปีได้ ส่วนเค้าอายุ 21 ปี ซึ่งเด็กกว่าเรา 2 ปีค่ะ
เรากับเค้าอยู่ด้วยกันตั้งแต่คบกัน โดยปีแรกเราไปอยู่บ้านเค้า
ปีที่สองเค้ามาอยู่บ้านเรา และในปีที่สามจนถึงก่อนเลิกกัน
เราย้ายออกมาจากบ้านมาอยู่ด้วยกันสองคนค่ะ ก่อนที่เราจะจดทะเบียนสมรสกับเค้า ที่บ้านเค้าบอกเราว่า
“จะจัดงานแต่งงานกันเมื่อไหร่ก็บอกเลยนะ ทางบ้านเค้าพร้อมมาก” แต่เราไม่ได้เห็นว่าจำเป็นจะต้องจัดเพราะว่าเสียดายเงิน
แต่ที่บ้านเค้าก็บอกอีกว่า “ไม่จัดได้ เพราะว่าต้องให้เกียรติบ้านเราด้วย มีหน้ามีตากันทั้งสองบ้าน”
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 เราไปจดทะเบียนสมรสกับเค้า
หลังจากนั้นเราถึงเริ่มคุยกันว่าอยากจัดงานแต่งงาน แต่คราวนี้ที่บ้านเค้าบอกกับเราว่า
“ถ้าอยากจัดงานแต่งงาน ก็ไปเก็บเงินแต่งกันเอาเอง” เราก็ไม่ได้อะไร
แค่คิดว่าพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือดี เก็บเงินเองได้!
หลังจากนั้นพอได้งานที่มั่นคงกันทั้งคู่แล้ว ทุกคนก็ถามว่าทำไมยังไม่จัดงานแต่งงานกันสักที
เค้าก็ให้เหตุผลว่า “หน้าที่การงานเราดีกว่าเค้า เค้าเลยยังแต่งตอนนี้ไม่ได้”
ตั้งแต่คบกันมาเรื่องที่มีปัญหากันบ่อยๆเลยก็คือ
เค้าชอบมีผู้หญิงคนอื่น จับได้ทีนึงก็เลิกแล้วก็เปลี่ยนคนใหม่, ติดเพื่อนมาก คือถ้าเราติดงานต้องกลับบ้านดึกหรือต้องไปนอนโรงแรม
เค้าจะต้องออกไปหาเพื่อนตลอด ไม่สามารถอยู่คนเดียวได้, ติดเหล้าติดเบียร์มากเช่นกัน
ช่วงที่คบกันแรกก็ไม่ติดหนักเท่าไหร่ ขอแค่ออกไปกินศุกร์-เสาร์ก็พอ แต่หลังๆเริ่มต้องกินทุกวัน
ถ้าวันไหนไม่ได้ออกข้างนอกก็จะต้องกินอยู่ที่บ้าน, ทำร้ายร่างกาย
เวลาทะเลาะกันก็จะมีทำร้ายร่างกายบ่อยครั้ง ทั้งตอนไปเที่ยวกับเพื่อนกลุ่มเราตีเราหน้าร้านเหล้าร้านนึงแถวลาดพร้าว
เราหนีขึ้น Taxi กับเพื่อนก็จะขับตาม, มีช่วงที่เค้าไปอยู่กับเพื่อนเค้าไม่กลับห้องจนเราสงสัยกลัวว่าเค้าจะไปเล่นยา
ก็ทะเลาะกันแล้วออกไปหาเพื่อนเค้าอีก เพื่อนเราเลยมาพาเราไปทะเล
เค้าก็ขู่เพื่อนเราว่าจะตามล่าให้ถึงที่สุด ขับรถไปถึงหน้าบ้านเพื่อนเรา, บางครั้งที่ทะเลาะกันก็จะมีบีบคอเรา
เอาเข่าเค้ากดตัวเรากับพื้นแล้วจิกหัวเราฟาดกับพื้นหลายๆครั้ง,
มีรอบนึงที่เราจำได้ดีเลยคือ วันรุ่งขึ้นเรามีงานสำคัญเราขาดงานนี้ไม่ได้
แล้วชุดทำงานเราอยู่ในรถเค้า พอเค้ากลับมาถึงห้อง (เมากลับมา)
เราก็จะลงไปเอาชุดที่รถ ก็ทะเลาะกัน เรานั่งอยู่ตรงโซฟา เค้าปาแก้วเบียร์ใส่หน้าเราแต่ไม่โดนเฉียดไปโดนกำแพงข้างๆเรานิดเดียวเศษแก้วปักเต็มคอเต็มหลังเรา
แล้วเค้าก็ไปนอน เราโทรไปหาแม่เค้าถามหากุญแจรถสำรองที่บ้านว่าจะไปเอา เล่าให้แม่เค้าฟัง
แม่เค้าบอกเราว่า “พรุ่งนี้ก็โทรไปลาที่ทำงานสิ่ แล้วก็เก็บกวาดเศษแก้วให้หมด
ลูกเค้าตื่นมาเห็นจะได้อารมณ์ดี” และครั้งที่หนักสุดๆ คือเค้าตบตีเราในรถเลือดออกเต็มหน้า
สาดกระจายเต็มรถ หน้าผากบวม ปากแตก จนรุ่งขึ้นเราไปทำงานไม่ได้ และเราไม่เคยบอกที่บ้านเลยเพราะกลัวจะเป็นห่วงกัน
แต่มีครั้งนึงตอนที่แม่มาอยู่ด้วยที่ห้อง แล้วเค้าทำเราต่อหน้าแม่
หลังจากนั้นแม่เราไม่คุยกับเค้าเลย จนเค้าต้องไปกราบขอโทษแม่เราและสัญญาว่าจะไม่ทำอีก,
เรื่องเงินกับครอบครัวของเค้า ที่บ้านเค้าสปอยลูกมาก
ด้วยความที่เราโตกว่าเราก็จะสอนให้เค้าใช้เงิน คำนวนให้ว่าเงินที่ใช้กินเหล้ากินเบียร์เนี่ย
ถ้าลดๆลงบ้างก็จะมีเงินเก็บเยอะเลย หรือบางทีที่เค้าชอบไปกินอาหารแพงๆเราก็จะคอยเบรคเค้าว่าเดือนนี้บ่อยแล้วนะ
แต่ที่บ้านเค้าก็จะให้เงินเค้าใช้ทุกเดือนเพราะกลัวเงินลูกไม่พอใช้ เป็นหนี้บัตรเครดิต
40,000.- พูดไม่กี่คำที่บ้านเค้าก็จ่ายให้ ตอนที่ iPhone X ออกใหม่ๆเค้าบอกว่าอยากได้ที่บ้านเค้าก็ซื้อให้
พอมาถึงเรื่องค่าไฟที่ตกลงว่าเค้าต้องเป็นรับผิดชอบ เพราะว่าเค้าใช้ไฟเปลืองกว่าเรามาก
เค้ากลับถึงห้องก็จะต้องเปิดแอร์ เปิดทีวีตลอด
เค้าจะมาคอยถามเราว่าเราไม่คิดจะช่วยเค้าออกเลยหรอ (ตอนที่เค้าอยู่ค่าไฟ 2,000.-
อัพทุกเดือน พอเราอยู่กับแม่สองคนค่าไฟ 600.-)
แชร์ประสบการคบกับแฟนมา 6 ปี หลังจากที่เลิกกันได้ประมาณ 4 เดือน มารู้อีกทีแฟนใหม่เค้าท้องได้ 8 เดือนใกล้จะคลอดแล้วค่ะ