สวัสดีค่ะ เพื่อนๆทุกคน วันนี้เราแค่อยากมาระบาย เล่าสู่กันฟังเฉยๆค่ะ เนื่องจากไม่ค่อยได้เล่นPantip เลยแท็กห้องไม่ค่อยถูก ต้องขอโทษด้วยค่ะ กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่ 2 ของเราค่ะ
สืบเนื่องมาจากกระทู้เราเมื่อนานมากแล้วค่ะ
https://m.pantip.com/topic/38234435?
ณ ตอนนั้นเรารู้สึกว่าชีวิตเราแย่เหลือเกิน กอรปกับตอนนั้นเพิ่งผ่าตัดโรคมะเร็งได้ไม่นาน แล้วแฟนมาล้มป่วย เลยรู้สึกว่าชีวิตไม่มีทางออก เลยมาตั้งกระทู้ ผลที่ได้คือมีเม้นท์นึงแหละที่บั่นทอนจิตใจ จนตอนนี้เราอาศัยขายขนมออนไลน์ ช่วงแรกๆก็พอขายได้ค่ะ มีคนใจบุญช่วยอุดหนุนเรา เนื่องจากเห็นใจที่เราป่วย เราขายขนมที่ชิ้นละ 4 บาท และ 10 บาท เป็นบราวนี่ค่ะ ช่วงนั้นต้องเดินทางไปหาหมอเพื่อฉายแสงทุกวัน ค่าใช้จ่ายวันละ 200-300 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าเดินทาง เราเดินทางไปสถาบันมะเร็งโดยรถแอร์พอร์ตลิ้ง ฉายแสงช่วงบ่าย ช่วงเช้าก็ทำขนมส่งลูกค้า พอได้ค่ารถค่ะ ต่อมาระยะหลังวัตถุดิบขึ้นราคาทุกอย่าง ยกเว้นน้ำตาลทราย เราจึงจำเป็นต้องขึ้นราคาขนม จาก 4 บาทเป็น 5 บาท จาก 10 บาทเป็น 12 บาท ผลคือลูกค้าน้อยลง บางคนบอกว่าเราขายแพง ซึ่งถ้าคำนวณจากต้นทุนแล้วถ้าขายราคาเดิมเราก็เหมือนทำฟรี ได้แต่ต้นทุน ไม่ได้กำไร บอกตรงๆจุดนี้เราท้อมาก
และเมื่อมีข่าวนักแสดงหนุ่มที่ป่วยคนนึง ประชาชนแห่บริจาคเงิน จนเค้าเริ่มสบาย เราได้แต่มองตัวเองแล้วสะท้อนใจ ช่วงนึงที่เราเคยขอความเห็น เรากลับโดนปฏิเสธด้วยถ้อยคำบั่นทอนจิตใจ กับคำว่าหวังแต่จะได้ของคนอื่น จริงๆแล้วถ้าเราไม่สุดๆจริงๆเราก็ไม่ได้คิดจะแบมือขอใคร ให้เค้าดูถูกเราขนาดนั้นหรอกค่ะ ยิ่งตอนนี้ขายของลำบากมากกว่าเดิม ด้วยต้นทุนที่แพงขึ้น เราเลยไม่รู้ต้องตัดสินใจยังไง ชั่ววูบนึงที่เคยอยากตายไปให้จบๆ เหมือนไม่มีอะไรให้หวัง แต่เราก็ยังมีลูก ที่ยังเล็ก เราเลยคิดได้ว่าถ้าลูกไม่โตเราตายไม่ได้ เราเลยสู้มาจนตอนนี้จบคอร์สการรักษาโรคมะเร็งแล้วค่ะ เหลือตามอาการเป็นระยะ ที่เล่ามาทั้งหมดเราแค่อยากระบายจริงๆค่ะ ขอบคุณทุกคนที่เสียสละเวลามาอ่านเรื่องไร้สาระของเรานะคะ แค่ได้ระบายในนี้เราก็สบายใจขึ้นมาหน่อยนึงค่ะ
ปล.ระบายหน้าเฟสไม่ได้ เพราะขายขนม กลัวคนว่าเอาเรืาองดราม่ามาเพื่อจะขายของค่ะ
ณ ช่วงชีวิตหนึ่ง
สืบเนื่องมาจากกระทู้เราเมื่อนานมากแล้วค่ะ https://m.pantip.com/topic/38234435?
ณ ตอนนั้นเรารู้สึกว่าชีวิตเราแย่เหลือเกิน กอรปกับตอนนั้นเพิ่งผ่าตัดโรคมะเร็งได้ไม่นาน แล้วแฟนมาล้มป่วย เลยรู้สึกว่าชีวิตไม่มีทางออก เลยมาตั้งกระทู้ ผลที่ได้คือมีเม้นท์นึงแหละที่บั่นทอนจิตใจ จนตอนนี้เราอาศัยขายขนมออนไลน์ ช่วงแรกๆก็พอขายได้ค่ะ มีคนใจบุญช่วยอุดหนุนเรา เนื่องจากเห็นใจที่เราป่วย เราขายขนมที่ชิ้นละ 4 บาท และ 10 บาท เป็นบราวนี่ค่ะ ช่วงนั้นต้องเดินทางไปหาหมอเพื่อฉายแสงทุกวัน ค่าใช้จ่ายวันละ 200-300 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าเดินทาง เราเดินทางไปสถาบันมะเร็งโดยรถแอร์พอร์ตลิ้ง ฉายแสงช่วงบ่าย ช่วงเช้าก็ทำขนมส่งลูกค้า พอได้ค่ารถค่ะ ต่อมาระยะหลังวัตถุดิบขึ้นราคาทุกอย่าง ยกเว้นน้ำตาลทราย เราจึงจำเป็นต้องขึ้นราคาขนม จาก 4 บาทเป็น 5 บาท จาก 10 บาทเป็น 12 บาท ผลคือลูกค้าน้อยลง บางคนบอกว่าเราขายแพง ซึ่งถ้าคำนวณจากต้นทุนแล้วถ้าขายราคาเดิมเราก็เหมือนทำฟรี ได้แต่ต้นทุน ไม่ได้กำไร บอกตรงๆจุดนี้เราท้อมาก
และเมื่อมีข่าวนักแสดงหนุ่มที่ป่วยคนนึง ประชาชนแห่บริจาคเงิน จนเค้าเริ่มสบาย เราได้แต่มองตัวเองแล้วสะท้อนใจ ช่วงนึงที่เราเคยขอความเห็น เรากลับโดนปฏิเสธด้วยถ้อยคำบั่นทอนจิตใจ กับคำว่าหวังแต่จะได้ของคนอื่น จริงๆแล้วถ้าเราไม่สุดๆจริงๆเราก็ไม่ได้คิดจะแบมือขอใคร ให้เค้าดูถูกเราขนาดนั้นหรอกค่ะ ยิ่งตอนนี้ขายของลำบากมากกว่าเดิม ด้วยต้นทุนที่แพงขึ้น เราเลยไม่รู้ต้องตัดสินใจยังไง ชั่ววูบนึงที่เคยอยากตายไปให้จบๆ เหมือนไม่มีอะไรให้หวัง แต่เราก็ยังมีลูก ที่ยังเล็ก เราเลยคิดได้ว่าถ้าลูกไม่โตเราตายไม่ได้ เราเลยสู้มาจนตอนนี้จบคอร์สการรักษาโรคมะเร็งแล้วค่ะ เหลือตามอาการเป็นระยะ ที่เล่ามาทั้งหมดเราแค่อยากระบายจริงๆค่ะ ขอบคุณทุกคนที่เสียสละเวลามาอ่านเรื่องไร้สาระของเรานะคะ แค่ได้ระบายในนี้เราก็สบายใจขึ้นมาหน่อยนึงค่ะ
ปล.ระบายหน้าเฟสไม่ได้ เพราะขายขนม กลัวคนว่าเอาเรืาองดราม่ามาเพื่อจะขายของค่ะ