🌸🌸🌸มาลาริน/ควันหลงจากสภา ฝ่ายรัฐบาลชี้แจงได้ผล ทำเอาคนนอกสภาหงุดหงิดท้าสาบานวัดพระแก้ว น่ากลัวเข้าตัวค่ะ บรื๊อ์!!!


ธนกรตอก‘โอ๊ค’อย่าเที่ยวท้าใครสาบาน ตะเพิดพิสูจน์ตัวเองในศาล
วันจันทร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 14.14 น.

“ธนกร”ย้ำคดีกรุงไทย“อุตตม”ไม่ผิด ตอก“โอ๊ค”เอาเวลาไปแก้ต่างคดีในศาลดีกว่า ชี้ท้าสาบานไม่ใช่เครื่องชี้วัดถูกผิด ตะเพิดพิสูจน์ตัวเองกับกระบวนการยุติธรรม       

29 กรกฎาคม 2562 นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายรัฐมนตรี โพสต์เฟสบุ๊คท้าทายนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สาบานวัดพระแก้วพิสูจน์คดีเงินกู้ธนาคารกรุงไทย (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'โอ๊ค'ท้า'อุตตม'สาบาน! ใครเอี่ยวคดีกรุงไทยทำชาติเสียหาย จงประสบกับภัยพิบัติชั่วลูกชั่วหลาน) ว่า เรื่องดังกล่าวผ่านกระบวนการยุติธรรมมาหมดแล้วว่านายอุตตมไม่ได้กระทำผิด และนายอุตตมได้ชี้แจงในที่ประชุมรัฐสภาไปแล้วอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ สังคมก็รับทราบ จึงไม่จำเป็นต้องไปสาบานวัดพระแก้ว เพราะการสาบานไม่ใช่การพิสูจน์ข้อเท็จจริง แต่ความจริงต้องพิสูจน์ด้วยเหตุและผลมากกว่า

“นายพานท้องแท้สามารถพิสูจน์ตัวในศาล กระบวนการยุติธรรมจะให้ความยุติธรรมกับนายพานทองแท้ ถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด อย่าไปเที่ยวสาบานต่อหน้าวัดพระแก้วเลย เดี๋ยวจะยิ่งแย่ไปกว่านี้ เพราะที่ผ่านมาใครที่ทำร้ายหรือคิดร้ายกับประเทศล้วนมีจุดจบที่ไม่ดีทั้งนั้น นายพานทองแท้น่าจะทราบดี” นายธนกร กล่าว

นายธนกร กล่าวอีกว่า ขณะนี้การแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาเสร็จสิ้นแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะเอาเวลาไปขับเคลื่อนงาน เพราะพี่น้องประชาชนมีความคาดหวังว่ารัฐบาลจะขับเคลื่อนนโยบายเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน และทุกนโยบายที่รัฐบาลแถลงนั้นจะเร่งดำเนินการทันที เพราะพี่น้องประชาชนรออยู่ ตนเชื่อว่าเมื่อรัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายได้เต็มที่ เศรษฐกิจฐานรากของประเทศจะดีขึ้น ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจะดีขึ้น และประเทศจะเดินไปในทิศทางที่ประชาชนคาดหวัง

https://www.naewna.com/politic/429484


อดีต คตส."แก้วสรร"ออกบทความ "อุตตม" เคลียร์ชัด "ปมคดีกรุงไทยปล่อยกู้"  แนะฝ่ายค้านหยุดเรื่องนี้ได้แล้ว

        วันที่ 29 ก.ค. 62 นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตกรรมการตรวจสอบกระทำที่ก่อให้เกิดความ เสียหายแก่รัฐ (คตส.)  ได้เขียนบทความอธิบายคดีกรุงไทยปล่อยกู้กลุ่มกฤษดามหานครและ สาเหตุที่คตส.ในขณะนั้นที่ไม่ชี้ว่านายอุตตมมีความผิด โดยบทความดังกล่าวให้ชื่อว่าเรื่อง “มลทินทุจริตเงินกู้กรุงไทยของรัฐมนตรีคลัง” เป็นลักษณะ ถาม-ตอบ 
  
      โดยเริ่มจากคำถามที่ว่า คดีเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยให้เอกชนกู้เงินโดยทุจริตไปกว่า 9 พันล้านบาท ที่มีนายอุตตม สาวนายน  รมว.คลัง ร่วมเป็นกรรมการบริหารพิจารณาอนุมัติเงินกู้อยู่ด้วย แต่กลับรอดคดีไม่ติดคุกเหมือนคนอื่นเขานั้น  และนายอุตตม  ได้อ้างในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ตอบข้อสงสัยของฝ่ายค้านในเรื่องนี้ว่า คตส.ตรวจสอบนายอุตตมแล้ว และยกข้อกล่าวหานั้น เป็นความจริงหรือไม่  ซึ่งนายแก้วสรร ตอบว่า  จริง  เนื่องจาก คตส.ไม่พบหลักฐานว่านายอุตตมร่วมกระทำผิดด้วย
      จากนั้นได้มีการถามต่อว่า นายอุตตม ร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารพิจารณาเงินกู้อยู่ด้วย แล้วทำไมรอดไป 2 คน ผิดแค่ 3 คนเท่านั้น

      นายแก้วสรร ตอบว่า การปล่อยเงินกู้ครั้งนี้  ผิดสามจุดด้วยกัน คือ บอกวงเงินรีไฟแนนซ์เป็นเท็จ เงินที่ต้องใช้ซื้อหนี้จากธนาคารกรุงเทพ เพื่อเอาที่ดินแปลงใหญ่รอบสุวรรณภูมิที่ติดจำนองมาลงทุนพัฒนาเป็นมหานครนั้น ยอดจริงแค่ 4 พันล้านบาทเท่านั้น แต่กลับยื่นคำขอกู้และได้เงินเกินไปกว่า 3 พันล้าน ตรงนี้หมกเม็ดไม่มีการตรวจสอบให้ถูกต้องมาตั้งแต่แรก ในข้อมูลการประชุมของคณะกรรมการบริหารก็ไม่ปรากฏความจริงนี้เลย แล้วนายอุตตม จะผิดได้อย่างไรเมื่อไม่ได้รู้เห็นด้วย

   ต่อคำถามที่ว่า   แล้วเรื่องผู้ขอกู้เป็นลูกหนี้เอ็นพีแอล ระเบียบห้ามไว้แล้วว่าให้กู้ไม่ได้ แล้วยังขืนให้กู้กันไป
    นายแก้วสรร ตอบว่า  ก็เหมือนข้อแรก คือปกปิดกันมาตั้งแต่ตรวจสอบคำขอแล้ว ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารจึงไม่ปรากฏข้อมูลนี้

    ถามอีกว่า   แล้วจุดที่สามที่ว่าผิดนั้น คืออะไร
    นายแก้วสรร ตอบว่า   ผิดตรงการปล่อยเงิน เมื่อธนาคารกรุงไทยจะซื้อหนี้จากธนาคารกรุงเทพ แต่ธนาคารกรุงไทยไม่ส่งเงินรีไฟแนนซ์ให้ธนาคารกรุงเทพโดยตรง กลับออกเช็คให้ลูกหนี้เอาเงินไปให้ธนาคารกรุงเทพเอง จนลูกหนี้ได้เงินในมือเกินจริงไปกว่า 3 พันล้าน จุดนี้เกิดภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่เป็นจุดที่แสดงชัดเจนมากว่า ต้องมีการสมคบกันของคนในธนาคารมาตั้งแต่ต้นจนจบ

   ถามต่อว่า  ในสามจุดนี้ คตส.จึงเชื่อว่าคนนอก 2 คน ที่เป็นเพียงกรรมการบริหารประเภทอิสระมาประชุมตามนัดหมายเท่านั้น ไม่รู้เห็นด้วย
    นายแก้วสรร ตอบว่า ครับ คตส.มองอย่างนั้น หลักฐานทำให้เชื่อว่า กรรมการบริหาร  3 คน ที่เป็นประธานบริหาร,เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองฝ่ายตรวจสอบ 3 คนนั้น เป็นผู้มีอำนาจแท้จริงในธนาคาร แล้วสั่งการลงมายังข้างล่าง ทั้งขาเข้าขาออก จนทำงานผิดระเบียบกันหมด  และศาลอาญาแผนกคดีนักการเมือง ก็เชื่ออย่างนี้เหมือนกัน ถึงได้ลงโทษทั้งคนกรุงไทย บนยอดสุด 3 คน และคนข้างล่างอีก 22 คน ส่วนนายอุตตมและกรรมการอิสระอีกคนหนึ่ง เป็นแค่คนนอก ทั้งสองคนมิได้รู้เห็นด้วย ทั้ง คตส.,ปปช.และอัยการจึงเห็นตรงกันว่า มิได้กระทำผิด

     ถามอีกว่า   นายอุตตม ไม่ได้ถูกกันเป็นพยานหรือ
      ตอบ ไม่ครับ เขาไม่ผิดมาตั้งแต่แรก และกลับเป็นพยานปากสำคัญที่กล้าระบุว่างานนี้มีผู้ใหญ่ในที่ประชุมคนหนึ่งบอกว่า “ซุปเปอร์บอสส์"สั่ง

     ถาม ตอนนี้ทั้งซุปเปอร์บอสส์และลูก เลยโดนคดีอยู่ในศาลคนละคดี
    ตอบ ก็ต้องรอดูกันว่า ศาลจะเห็นว่าซูปเปอร์บอสส์คือนายทักษิณใช่หรือไม่ ส่วนนายอุตตมนั้น ผมเห็นว่าเขาเคลียร์ได้หมดแล้ว

    ถาม เห็นทุกวันนี้ฝ่ายซักฟอกยังยืนยันติดใจอยู่ว่า คุณอุตตมได้มีมติอนุมัติเงินกู้ด้วย และภายหน้า ถ้าความแตกจนพ้นตำแหน่งเมื่อใด มติ ครม.ที่คุณอุตตม ร่วมพิจารณาด้วยก็จะเป็นโมฆะหมด
    ตอบ ข้อติดใจข้างต้นนี้ มาจากความไม่รู้กฎหมายทั้ง  2 ข้อ คือ 1. เมื่อมีการสมคบกันทำผิดแบ่งงานกันทำ กฎหมายอาญาจะลงโทษเฉพาะคนที่ร่วมรู้เห็นด้วยเท่านั้น คดีนี้นายอุตตมไม่รู้เห็นด้วยในการปกปิด บิดเบือนระเบียบเขาจึงไม่ผิด ข้อที่เขายืนยันว่าได้ทักท้วงแล้วว่าโครงการเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ยังมีคนไม่เชื่อว่าเป็นความจริงนั้น ข้อโต้แย้งตรงจุดนี้จะจริงหรือไม่ ก็ไม่เป็นสาระเพราะการปล่อยกู้ครั้งนี้มิได้ทุจริต ผิดตรงที่ว่า ไปปล่อยกู้ให้โครงการอีเดียตขายฝัน 2. ในภายหน้า ถ้าเกิดมีคดีฟื้นมาขึ้นศาลรัฐธรรมนูญจนศาลตัดสินว่าคุณอุตตมขาดคุณสมบัติรัฐมนตรีเมื่อใดคำพิพากษาก็จะมีผลไปในอนาคต ไม่อาจมีผลย้อนหลังมาทำลายมติ ครม.ได้เลย ข้อวิตกว่าคุณอุตตมไม่ควรเข้าประชุม ครม.จึงไร้เหตุผล

     มาถึงตรงนี้ ผู้ถาม จึงพูดขึ้นว่า  ผมพึ่งเข้าใจวันนี้เองว่า ตามกฎหมายข้อ 1 นั้น รัฐมนตรีอุตตมจะอนุมัติด้วยหรือไม่ก็ไม่ใช่สาระสำคัญ
    นายแก้วสรร ตอบว่า   ครับ...ต่อให้เป็นโครงการดีมีความเป็นไปได้จนรัฐมนตรีอุตตม อนุมัติไป เขาก็ไม่ผิดอยู่ดี เพราะความผิดมันอยู่ตรงที่ทุจริตปกปิดปล่อยกู้เกินจริง ผิดระเบียบเป็นสำคัญ ซึ่งรัฐมนตรีอุตตมเขาเป็นกรรมการคนนอก ก็ไม่รู้เห็นด้วยอยู่ดี

     ถาม ทำไมหลังจากเขาอภิปรายกันแล้ว อาจารย์ถึงเพิ่งจะออกมาพูดในข้อนี้
     ตอบ ผมเป็นแค่ คตส.ทำคดีนี้ ไม่ควรแทรกแซงการซักฟอกของสภาเขา จนเมื่อยุติไปแล้ว ก็ยังไม่เข้าใจสาระสำคัญของคดีกันอยู่อีก ผมก็น่าจะออกมาชี้แจงได้ทิ้งท้ายของบทความกับคำว่า  “หยุดได้แล้ว”

    ถาม ฟังดูแล้ว ก็หยุดได้แล้วใช่ไหมครับ
    ตอบ เป็นเช่นนั้น ฝ่ายค้านทำหน้าที่ซักฟอกหมดแล้วก็หยุดได้แล้ว แต่ถ้าเป็นฝ่ายแค้นก็ควรไปหาเรื่องอื่นมาแค้นต่อไปจะดีกว่า

https://komchadluek.net/news/politic/381472


เห็นท้าสาบานแล้วสยองแทนค่ะ

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่