สวัสดีครับ ขอแนะนำตัวก่อนเลย ผมเป็นตำรวจใหม่ที่บรรจุมาประมาณ 2 ปีแล้ว และได้มาลงสถานีใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อมาลงสถานีที่เป็นแหล่งย่านธุรกิจของประเทศ ที่พักอาศัยของหลวงก็มีอย่างจำกัดและคนที่เกษียณแล้วก็ไม่ยอมย้ายออกบางคนก็ใช้เหตุผลว่า ลูกยังเรียนหนังสืออยู่ (ทำเลติดรถไฟฟ้าบีทีเอส ) ผลก็ตกมาที่ตำรวจน้องใหม่ๆ ไม่มีที่อยู่ จึงทำให้บางคนไปเช่าอยู่เองหรือบางคนก็อยู่ร่วมกันในห้องของขนาดประมาณ 6x8 เมตร อยู๋กัน 3-4 คน แค่เอาไว้นอนพักผ่อนเท่านั้น
ผมเลยตัดสินใจอยู่ร่วมกันกับรุ่นพี่ที่มาบรรจุก่อน 1 ปี รวมผม 3 คน เมื่ออยู่ๆไปก็มีพี่ที่อยู่ฝ่ายงานเดียวกับผมมาอยู่ด้วย รวมเป็น 4 คน อยู่ไปสักพักก็เริ่มสนิทกับผม อาจจะเพราะว่าเราทำงานฝ่ายเดียวกัน โต๊ะใกล้ๆกัน ก็มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ กินข้าว ซื้อของ แต่ด้วยสนิทๆกันมาประมาณ 5-6 เดือน พี่เขาก็เริ่มใช้รถมอไซต์ผมอยู่บ่อยๆ ผมก็ไม่ว่าอะไร ด้วยเพราะพี่เขาไม่มีรถ จนมาถึงวันที่ผมกลับบ้านโดยผมก็ทิ้งรถมอไซต์ไว้ให้พี่ใช้และผมก็เอากุญแจรถยนต์เก็บไว้ในล็อคเกอร์ เอากุญแจล็อคเกอร์ซ่อนไว้ในแก้วน้ำ (แก้วน้ำโรงหนัง) ปิดฝา และเมื่อผมกลับบ้านมาประมาณ 2 วัน ก็มีพี่ที่อยู่ด้วยกันอีกคน โทรมาถามว่า ใครเอารถยนต์ผมออกไปใช้ ผมด้วยความตกใจว่าจะมีคนเอารถผมไปใช้ได้ยังไง ในเมื่อผมเก็บกุญแจรถไว้อย่างดี ไม่บอกใคร โทรไปถามพี่ๆในห้องก็บอกว่าไม่ได้เอาออกไป จนผมโทรไปถามพี่คนที่สนิท เขายอมรับว่าเอารถผมออกมาข้างนอกและสักพักก็จะกลับ ผมเริ่มไม่พอใจกับการกระทำ ที่รู้สึกว่าพี่เขาละลาบละล้วงในของผม ไม่ขอ จนเช้าอีกวันผมได้รับโทรศัพท์จากพี่ที่ถามว่ารถหายไปไหน แกก็โทรมาบอกว่าพี่คนที่เอารถไปกลับมาเกือบเช้า และขับรถไปกินเหล้าบ้านเพื่อน
โดยความโมโห ผมจึงโทรไปถามว่าพี่เขาเอารถไปไหนมา ก็บอกว่าออกไปทำธุระ และเมื่อถึงวันที่ผมต้องกลับมาทำงาน ความรู้สึกผมคือ ไม่อยากจะคุย หรืออะไรกับพี่คนนี้ทั้งนั้น
เมื่อมาถึงประมาณ 2-3 วัน ผมก็ไม่คุยกับพี่เขาและไปไหนโดยผมก็ไม่ชวน ผมทำให้เขารู้ว่าผมไม่พอใจและไม่อยากอยู่ด้วยแล้ว
และแล้วตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบเดือน มันทำให้ผมเกลียดพี่เขามาก ผมรู้แล้วว่าคนที่ไม่ชอบกัน แค่ "เสียงลมหายใจ ยังเกลียด" มันเป็นยังไง ทุกวันนี้ก็ยังนอนห้องเดียวกัน ทำงานโต๊ะใกล้กัน แต่ผมไม่เคยจะสนทนาไม่ว่าเรื่องอะไร เรื่องงานผมก็ทำเอง
ผมควรทำยังไงต่อไปดี ขนาดนั่งเขียนพันทิปตอนนี้มันยังนั่งอยู่โต๊ะหลังผมเลย 5555 โถ่ชีวิต
คุณอาจเลือกงานได้ แต่เลือกเพื่อนร่วมงานไม่ได้
ผมเลยตัดสินใจอยู่ร่วมกันกับรุ่นพี่ที่มาบรรจุก่อน 1 ปี รวมผม 3 คน เมื่ออยู่ๆไปก็มีพี่ที่อยู่ฝ่ายงานเดียวกับผมมาอยู่ด้วย รวมเป็น 4 คน อยู่ไปสักพักก็เริ่มสนิทกับผม อาจจะเพราะว่าเราทำงานฝ่ายเดียวกัน โต๊ะใกล้ๆกัน ก็มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ กินข้าว ซื้อของ แต่ด้วยสนิทๆกันมาประมาณ 5-6 เดือน พี่เขาก็เริ่มใช้รถมอไซต์ผมอยู่บ่อยๆ ผมก็ไม่ว่าอะไร ด้วยเพราะพี่เขาไม่มีรถ จนมาถึงวันที่ผมกลับบ้านโดยผมก็ทิ้งรถมอไซต์ไว้ให้พี่ใช้และผมก็เอากุญแจรถยนต์เก็บไว้ในล็อคเกอร์ เอากุญแจล็อคเกอร์ซ่อนไว้ในแก้วน้ำ (แก้วน้ำโรงหนัง) ปิดฝา และเมื่อผมกลับบ้านมาประมาณ 2 วัน ก็มีพี่ที่อยู่ด้วยกันอีกคน โทรมาถามว่า ใครเอารถยนต์ผมออกไปใช้ ผมด้วยความตกใจว่าจะมีคนเอารถผมไปใช้ได้ยังไง ในเมื่อผมเก็บกุญแจรถไว้อย่างดี ไม่บอกใคร โทรไปถามพี่ๆในห้องก็บอกว่าไม่ได้เอาออกไป จนผมโทรไปถามพี่คนที่สนิท เขายอมรับว่าเอารถผมออกมาข้างนอกและสักพักก็จะกลับ ผมเริ่มไม่พอใจกับการกระทำ ที่รู้สึกว่าพี่เขาละลาบละล้วงในของผม ไม่ขอ จนเช้าอีกวันผมได้รับโทรศัพท์จากพี่ที่ถามว่ารถหายไปไหน แกก็โทรมาบอกว่าพี่คนที่เอารถไปกลับมาเกือบเช้า และขับรถไปกินเหล้าบ้านเพื่อน
โดยความโมโห ผมจึงโทรไปถามว่าพี่เขาเอารถไปไหนมา ก็บอกว่าออกไปทำธุระ และเมื่อถึงวันที่ผมต้องกลับมาทำงาน ความรู้สึกผมคือ ไม่อยากจะคุย หรืออะไรกับพี่คนนี้ทั้งนั้น
เมื่อมาถึงประมาณ 2-3 วัน ผมก็ไม่คุยกับพี่เขาและไปไหนโดยผมก็ไม่ชวน ผมทำให้เขารู้ว่าผมไม่พอใจและไม่อยากอยู่ด้วยแล้ว
และแล้วตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบเดือน มันทำให้ผมเกลียดพี่เขามาก ผมรู้แล้วว่าคนที่ไม่ชอบกัน แค่ "เสียงลมหายใจ ยังเกลียด" มันเป็นยังไง ทุกวันนี้ก็ยังนอนห้องเดียวกัน ทำงานโต๊ะใกล้กัน แต่ผมไม่เคยจะสนทนาไม่ว่าเรื่องอะไร เรื่องงานผมก็ทำเอง
ผมควรทำยังไงต่อไปดี ขนาดนั่งเขียนพันทิปตอนนี้มันยังนั่งอยู่โต๊ะหลังผมเลย 5555 โถ่ชีวิต