ที่มา Jeremy Lin FC Thailand: fb group
https://www.facebook.com/groups/2219353128334705/permalink/2324181611185189?sfns=mo
หลังจากหลินได้เปิดใจพร้อมทั้งน้ำตา เกี่ยวกับอุปสรรคที่เขาต้องเผชิญตลอดหลายปีใน NBA
https://twitter.com/slamonline/status/1155481278256467969?s=21
หลายคนจึงเกิดความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา? เพราะภาพจำล่าสุดก็คือเขาเพิ่งจะฉลองแชมป์กับ Raptors ไปหมาด ๆ ส่วนก่อนหน้านั้น เชื่อว่าผู้คนส่วนใหญ่คงจำเขาครั้งสุดท้ายได้ก็คงเป็นช่วงพีคสุด ๆ กับ Linsanity แต่นั่นมันเมื่อปี 2012 และหลังช่วงเวลานั้นถ้าไม่ใช่แฟนของเขา คงไม่ค่อยมีใครจำว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง
เรื่องที่ผมจะสรุปคร่าว ๆ วันนี้คงไม่เท้าความไปในยุครุ่งเรืองนั้น เราจะข้ามไปช่วงหลัง Linsanity กันเลย
-หลังจากจบฤดูกาลที่ Knicks

หลินให้สัมภาษณ์ว่าเขามีความสุขที่นี่และต้องการจะอยู่กับทีมต่อ เขาเฝ้ารอสัญญาฉบับใหม่จากทางทีม แต่ทีมตัดสินใจ ปล่อยเขาลงไปในตลาด และในตอนนั้นก็มีเพียงทีมเดียวที่เสนอสัญญาให้เขา คือ Rockets ด้วยมูลค่า 3 ปี 25 ล้าน (แบ่งจ่ายเป็น 5/5/15) ซึ่งหนึ่งในเพื่อนร่วมทีมเก่าอย่าง เมโล่ ถึงกับออกมาวิจารณ์ว่า นั่นเป็นราคาที่สูงบ้าบอสิ้นดี และแน่นอน ไม่มีการเสนอ Match Offer สู้ราคาจาก Knicks แต่อย่างใด ซึ่งเมื่อถามว่า Knicks คิดผิดหรือไม่ที่ปล่อยให้เขาลงไปทดสอบตลาด แทนที่จะต่อสัญญาไปเลย จะได้ไม่ต้องมาสู้ราคากับ Rockets บางกระแสก็ว่ามันเป็นการทดสอบว่า มูลค่าจริงของเขา บางกระแสก็บอกว่าทีมไม่ได้ต้องการเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และมีรุ่นพี่บางคนในทีมไม่ชอบขี้หน้าเขาเท่าไหร่
-Rockets 2012-13

ทางทีมจรวดเพิ่งปล่อยตัวหลักอย่าง Scola,Lowry,Dragic,Kevin Martin ไป หลินจึงมาอยู่ที่นี่ พร้อมกับความหวังที่จะเป็นศูนย์กลางในการสร้างทีมยุคใหม่ แต่แล้วก่อนเปิดฤดูกาลไม่นานทางทีมก็ได้ไปคว้าตัว James Harden มาจาก OKC
เมื่อเปิดฤดูกาล 2012-13 จริง แผนการเล่นของทีมไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาหวัง เพราะบอลไปอยู่กับ James Harden เสียส่วนใหญ่ ในเกือบทุกเพลย์ หลินมีหน้าที่แค่เลี้ยงบอลมาครึ่งสนาม ส่งบอลให้ Harden แล้วไปยืนรอที่เส้น 3 แต้ม จุดเด่นของเขาไม่ได้ถูกใช้เลยภายใต้แผนของโค้ช McHale ด้วยการที่มีผู้เล่น SG ที่ถือบอลเอง แต่ PG ถนัดเล่น Pick n Roll และอ่อนเกมรับทั้งคู่ โค้ชต้องเลือกคนใดคนนึงนั่งสำรอง ช่วงท้ายฤดูกาล McHale เริ่มจับหลินนั่งเป็นตัวสำรองมากขึ้นโดยให้ Toney Douglas มาเป็น PG แทน แต่สถิติของหลินก็ไม่ได้แย่นัก 13.4ppg,6.1apg,1.6spg ซึ่งก็เกือบ ๆ จะเท่ากับตอนอยู่ Knicks (14.6ppg,6.2apg,1.6spg) โดยเฉพาะเกมส์ที่ Harden เจ็บไม่ได้ลง เขามักจะระเบิดฟอร์มเสมอ (หลินทำไป 38 แต้มในเกมส์กับสเปอร์สที่ Harden ไม่ได้ลง)
-Rockets 2013-14

เขาเสียตำแหน่งตัวจริงให้กับ Beverly ซึ่งน่าจะตอบโจทย์การเล่นของ Harden ที่ไม่เอาเกมรับมากกว่า หลินกลายเป็น 6th man ที่คอยลงมาใน 2nd Unit ในฤดูกาลนี้สถิติของเขาในฐานะตัวสำรองคือ 12.5ppg 4.1apg 1spg โดยหลัง Allstar Break หลินมีสถิติการยิง 3 แต้มที่ย่ำแย่ลง จากอาการบาดเจ็บหลัง และหลังจบฤดูกาลนี้เอง ทางทีม Rockets ได้ให้ความสนใจที่จะคว้าตัว Melo เป็นอย่างมาก จนวันที่เจรจากับเมโล่ ทางเมืองได้ขึ้นป้าย Melo ใส่เสื้อ Rockets เบอร์ 7 ซึ่งเป็นเบอร์เสื้อที่หลินใส่ ถือเป็นการไม่ให้เกียรติ และเป็นฟางเส้นสุดท้าย ของหลินกับทีมจรวด อย่างไรก็ตาม เมื่อจบฤดูกาลนี้ ทางทีมตัดสินใจเทรดหลิน ไปให้ทีม Lakers โดยที่ทางทีมเองก็ไม่สามารถคว้าตัว Melo เข้าทีมได้อยู่ดี
-Lakers 2014-15

เกิดกระแสต่อต้านทันที เพราะ Lakers ต้องมาแบกสัญญาปีสุดท้าย 15ล้านเหรียญของหลิน ซึ่งช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่ตัวสำรอง แถมมีข่าวลือว่าโคบี้ก็ไม่ค่อยชอบการเทรดนี้เท่าไหร่ด้วย เมื่อเปิดฤดูกาลมา หลินก็อยู่ในสภาพเดียวกับตอนที่อยู่ Rockets เพราะการเล่นร่วมกับ Kobe นั้น มันก็ไม่ต่างกับ Harden เท่าไหร่ เพราะหน้าที่ของเขาก็คือเป็นลูกหาบ เขาก็ไม่ได้เล่น Pick n Roll ตามที่ถนัดอยู่ดี ตลอด 1 ปีที่อยู่ที่นี่ หลินตกเป็นแพะ เป้าโจมตีอันดับหนึ่งเสมอเมื่อทีมแพ้ ทั้งที่สถิติของเขาก็ไม่ได้ต่างจากตอนเล่นกับ Rockets เท่าไหร่ แต่ว่า 11.2ppg 4.2apg 1.1spg อาจจะไม่พอสำหรับค่าตัว 15ล้าน และปีนี้เองที่ Lakers ภายใต้การคุมทีมของ Byron Scott ก็ตัดสินใจ Tank Season ซึ่งหลินเองก็มักจะถูกจับนั่งสำรองซะส่วนใหญ่ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ของทีมเล่นหาประสบการณ์เสียมากกว่า ในหลายเกมส์ช่วงหลัง ๆ เขาไม่แม้แต่ถูกส่งชื่อใน Roster ด้วยซ้ำ
-Hornets 2015-16

จบฤดูกาล 2015 หลินกลายมาเป็น Free Agent ครั้งแรกนับตั้งแต่หลัง Linsanity เป็นครั้งแรกที่เขามีโอกาสได้เจรจากับหลาย ๆ ทีมและเลือกทีมด้วยตัวเอง ในที่สุดเขาตัดสินใจเลือก Hornets โดยรับเงินแค่ปีละ 2ล้าน และเป็นตัวสำรองให้ Kemba Walker เบื้องหลังการตัดสินใจนี้ เขาได้เผยว่า ได้พูดคุยกับโค้ช Clifford ซึ่งดูเหมือนจะเข้าใจวิธีการใช้งานเขา เขายอมรับค่าตัวน้อย เพื่อพิสูจน์ตัวเอง ในฤดูกาลนี้ หลินทำหน้าที่เป็น 6th Man ของทีมได้เป็นอย่างดี สถิติของเขาอยู่ที่ 11.7ppg 3apg 3.2rpg เป็นตัวทำแต้มอันดับที่ 3 ในทีมถึงแม้จะเป็นตัวสำรอง และมีส่วนสำคัญในการพาทีมเข้า Playoffs ครั้งแรกในรอบหลายปี ในปีนี้หลินดูเล่นช้าลงแต่นิ่งขึ้น Turnover ลดลงและพัฒนาเกมป้องกันขึ้นมามาก จน ไมเคิล จอร์แดนถึงกับเอ่ยปากว่า การเซ็นสัญญาหลินปีละ 2 ล้านครั้งนี้ถือเป็น Steal of the year เอาจริง ๆ สถิติของเขาก็ไม่ต่างจากตอนอยู่ Lakers มากนักแต่สิ่งที่ต่างอย่างเห็นได้ชัดคือเขาไม่ค่อยถูกด่าทอ ซ้ำยังเป็นที่รักของแฟน ๆ ที่นี่ด้วยซ้ำ เมื่อจบฤดูกาลนี้หลินบอกว่าเขาแฮปปี้กับทีมและพร้อมจะต่อสัญญา หากได้รับข้อเสนอที่เหมาะสม แต่ทีมก็เหลือเงินไม่มากนักหลังจากต่อสัญญาราคาแพงให้กับ Marvin Williams และ Nic Batum ไปแล้ว ในขณะที่ Brooklyn Nets เสนอสัญญา 3 ปี 36 ล้านเหรียญ พร้อมการันตีการลงสนามในฐานะตัวจริง หลินจึงเลือกที่จะเดินจากเมือง Charlotte ไป
-Nets 2016-17

หลินได้กลับมาเมืองนิวยอร์ค ที่เขาแจ้งเกิด แต่ครั้งนี้เขามาอยู่กับทีมคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง Brooklyn Nets ซึ่งเขาจะได้มีโอกาสเล่นภายใต้โค้ช Kenny Atkinson ซึ่งรู้จักและเชื่อมั่นในตัวเขาเป็นอย่างดี ตั้งแต่ยังเป็นผู้ช่วยโค้ชที่ Warriors ในปีรุกกี้ของหลิน
สัญญาระยะยาว,เมืองที่เขารัก,โค้ชที่เชื่อใจ,เป็นผู้นำของทีม ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นใจให้หลินกลับมาเฉิดฉายอีกครั้งในวัย 29 ปี ช่วงที่เขาเชื่อว่ากำลังพีคที่สุดทั้งร่างกายและจิตใจ แต่แล้ว...ในเดือน พย.หลังจากเล่นไปได้ไม่ถึงครึ่งฤดูกาล เขาก็บาดเจ็บที่แฮมสตริงและพลาดการลงสนามไปจนหลัง Allstar เขากลับมาลงเล่นในเดือน กพ. และเจ็บซ้ำที่เดิมจนต้องพักไปอีก ในปีนี้เขาเล่นไปได้เพียง 32 เกมส์ แต่อย่างไรก็ดี เขายังมีเวลาที่นี่ อีก 2 ปีที่เหลือ เขามุ่งมั่นที่จะกลับมาระเบิดฟอร์มอย่างที่ทีมหวังในตัวเขาในฤดูกาลถัดไป
-Nets 2017-18

เขามุ่งมั่นที่จะกลับมาระเบิดฟอร์มอย่างที่ทีมหวังในตัวเขาในฤดูกาลนี้ เขาฝึกซ้อมอย่างหนักและพร้อมสำหรับฤดูกาลนี้ แต่เพียงแค่เกมแรกนัดเปิดสนาม สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในขณะที่เขาลงเล่นไป 25 นาที ทำไป 18 แต้ม เขาก็บาดเจ็บรุนแรง เอ็นพาดหน้าเข่าขาด หลินจบฤดูกาลที่หวังไว้ทั้งน้ำตา และเมื่อจบฤดูกาลนี้ ทางทีม Nets ได้ตัดสินใจปล่อยตัวเขาพร้อมกับสัญญาปีสุดท้ายออกจากทีมไปในที่สุด
-Hawks 2018-19

เขามาอยู่ที่นี่โดยที่ไม่ได้เลือก และทีม Hawks ก็เพิ่งดราฟท์ PG ดาวรุ่งอย่าง Trey Young มา เขารู้ตัวตั้งแต่เปิดฤดูกาลว่า เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นผู้เล่นหลักของทีมแน่นอน บทบาทของเขาคือตัวสำรอง เพื่อให้ Trae Young ได้พัก และคอยเป็น Mentor ติวให้น้อง ๆ อย่างไรก็ตาม ครึ่งฤดูกาลที่เขาอยู่ที่นี่เขาก็ค่อย ๆ ฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บ สถิติของเขาครึ่งฤดูกาลอยู่ที่ 10.7ppg 3.5apg 2.3rpg และตัดสินใจ Buyout สัญญาไปอยู่กับ Raptors ในครึ่งฤดูกาลหลัง
-Raptors 2019

ทีม Raptors ที่กำลังลุ้นแชมป์ ได้เทรด PG ตัวสำรองอันดับ 3 ไปแลก Marc Gasol และ Fred Van Vleet PG เบอร์ 2 ก็มาบาดเจ็บนิ้วโป้ง ทำให้ทางทีมเหลือ Lowry เป็น PG แค่คนเดียว ในสถานการณ์ที่กำลังใกล้ Playoffs ทุกขณะ จึงได้ทำการเจรจาคว้าตัว หลินมาทันทีเพื่อขัดตาทัพ หลินลงเล่นเกมแรกทั้งที่เพิ่งลงเครื่องบินถึงเมือง Toronto ในวันนั้น เขาลงเล่นไปโดยที่เรียนรู้ Playbook แค่ 3 แผน และทำไป 8 แต้ม แต่ในเกมต่อ ๆ มาดูเหมือนหลินจะเล่นไม่ค่อยเข้าแผนกับทีมเท่าไหร่ แต่ก็พอที่จะประคองทีมเข้ารอบในอันดับ 2 และเมื่อ Van Vleet หายเจ็บกลับมา หลินก็เป็นแค่หลักประกัน PG อันดับ 3 ในทีมตลอด Playoffs จนทีมได้แชมป์ นั่นเอง
เกิดอะไรขึ้นกับ Jeremy Lin หลัง Linsanity ?
https://www.facebook.com/groups/2219353128334705/permalink/2324181611185189?sfns=mo
หลังจากหลินได้เปิดใจพร้อมทั้งน้ำตา เกี่ยวกับอุปสรรคที่เขาต้องเผชิญตลอดหลายปีใน NBA https://twitter.com/slamonline/status/1155481278256467969?s=21
หลายคนจึงเกิดความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา? เพราะภาพจำล่าสุดก็คือเขาเพิ่งจะฉลองแชมป์กับ Raptors ไปหมาด ๆ ส่วนก่อนหน้านั้น เชื่อว่าผู้คนส่วนใหญ่คงจำเขาครั้งสุดท้ายได้ก็คงเป็นช่วงพีคสุด ๆ กับ Linsanity แต่นั่นมันเมื่อปี 2012 และหลังช่วงเวลานั้นถ้าไม่ใช่แฟนของเขา คงไม่ค่อยมีใครจำว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง
เรื่องที่ผมจะสรุปคร่าว ๆ วันนี้คงไม่เท้าความไปในยุครุ่งเรืองนั้น เราจะข้ามไปช่วงหลัง Linsanity กันเลย
-หลังจากจบฤดูกาลที่ Knicks
-Rockets 2012-13
เมื่อเปิดฤดูกาล 2012-13 จริง แผนการเล่นของทีมไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาหวัง เพราะบอลไปอยู่กับ James Harden เสียส่วนใหญ่ ในเกือบทุกเพลย์ หลินมีหน้าที่แค่เลี้ยงบอลมาครึ่งสนาม ส่งบอลให้ Harden แล้วไปยืนรอที่เส้น 3 แต้ม จุดเด่นของเขาไม่ได้ถูกใช้เลยภายใต้แผนของโค้ช McHale ด้วยการที่มีผู้เล่น SG ที่ถือบอลเอง แต่ PG ถนัดเล่น Pick n Roll และอ่อนเกมรับทั้งคู่ โค้ชต้องเลือกคนใดคนนึงนั่งสำรอง ช่วงท้ายฤดูกาล McHale เริ่มจับหลินนั่งเป็นตัวสำรองมากขึ้นโดยให้ Toney Douglas มาเป็น PG แทน แต่สถิติของหลินก็ไม่ได้แย่นัก 13.4ppg,6.1apg,1.6spg ซึ่งก็เกือบ ๆ จะเท่ากับตอนอยู่ Knicks (14.6ppg,6.2apg,1.6spg) โดยเฉพาะเกมส์ที่ Harden เจ็บไม่ได้ลง เขามักจะระเบิดฟอร์มเสมอ (หลินทำไป 38 แต้มในเกมส์กับสเปอร์สที่ Harden ไม่ได้ลง)
-Rockets 2013-14
-Lakers 2014-15
-Hornets 2015-16
-Nets 2016-17
สัญญาระยะยาว,เมืองที่เขารัก,โค้ชที่เชื่อใจ,เป็นผู้นำของทีม ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นใจให้หลินกลับมาเฉิดฉายอีกครั้งในวัย 29 ปี ช่วงที่เขาเชื่อว่ากำลังพีคที่สุดทั้งร่างกายและจิตใจ แต่แล้ว...ในเดือน พย.หลังจากเล่นไปได้ไม่ถึงครึ่งฤดูกาล เขาก็บาดเจ็บที่แฮมสตริงและพลาดการลงสนามไปจนหลัง Allstar เขากลับมาลงเล่นในเดือน กพ. และเจ็บซ้ำที่เดิมจนต้องพักไปอีก ในปีนี้เขาเล่นไปได้เพียง 32 เกมส์ แต่อย่างไรก็ดี เขายังมีเวลาที่นี่ อีก 2 ปีที่เหลือ เขามุ่งมั่นที่จะกลับมาระเบิดฟอร์มอย่างที่ทีมหวังในตัวเขาในฤดูกาลถัดไป
-Nets 2017-18
-Hawks 2018-19
-Raptors 2019