[CR] รีวิวหัวเชื้อไฮยาลูรอนแบบแน่นๆ + ทำสกินแคร์ผสมสดด้วยตัวเอง บำรุงผิวแบบเข้มข้นจัดเต็ม!


ถ้าใครตามเทรนด์เครื่องสำอาง หรือพวกสกินแคร์อยู่ก็น่าจะเคยผ่านตากันมาบ้าง กับเรื่องสกินแคร์ผสมสด ออกตัวก่อนเลยว่าเราเป็นคนที่ชอบลองของใหม่ๆค่ะ ใช้หมดไม่หมดก็ซื้อใหม่มารอใช้เอาไว้ก่อน55 แล้วยิ่งเป็นสกินแคร์ที่มีขั้นตอนในการใช้ต้องผสมโน่นนี่นะ ยิ่งชอบเลย ตื่นเต้นดีเวลาใช้ เพราะชอบผสม ชอบทาสลับๆกันไปเรื่อยๆ แก้เบื่อ แล้วทีนี้มีโอกาสได้ลองหัวเชื้อไฮยาลูรอน ที่หิ้วมากจากญี่ปุ่นแล้วก็เอ้อออ มันใช้ดีอยู่นะ ทีนี้เลยติดใจไปหามาลองหลายๆยี่ห้อว่าแต่ละยี่ห้อแตกต่างกันมั้ย เพราะราคาก็ต่างกันนิดนึง วันนี้เลยเอาหัวเชื้อไฮยาลูรอนทั้ง 3 ยี่ห้อที่เรามีอยู่มารีวิวแบบจัดเต็มกันค่ะ ว่าแต่ละตัวใช้แล้วเป็นยังไงบ้าง แล้วใช้ทำอะไร ผสมกับอะไรได้บ้าง

สิ่งที่เราเองค่อนข้างกังวลคือเรื่องปัญหาผิวแห้งลอก แล้วปัญหาผิวแห้งลอกจะนำพาริ้วรอยมา เราก็เลยซื้อหัวเชื้อไฮยาลูรอนมาลอง เพราะไฮยาลูรอนเนี่ยจะช่วยเรื่องเติมความชุ่มชื้น และกักเก็บน้ำให้ผิว จะทำให้ผิวดูอิ่มฟู นุ่มและชุ่มชื้น เม่าแพนด้า



หัวเชื้อไฮยาลูรอนเราเอามารีวิวแน่นๆกัน 3 ยี่ห้อค่ะ
- Thaiyo No Aloe Hyaluronic Acid 10 ml. ราคา 299 บาท
- SOS Hyaluron X3 Concentrate Serum 10 ml. ราคา 199 บาท
- Mainichi Plus Pure Hyaluronic Acid 15 ml. ราคา 269 บาท

3 ยี่ห้อนี้เราซื้อมา Thaiyo No กับ Mainichi เราซื้อจากร้านป้ายเหลืองบ้านเรา ส่วน SOS เราได้มาจากในเซเว่นค่ะ

เดี๋ยวจะไปเริ่มรีวิวแต่ละตัวไล่ไปเลยนะคะ ทั้งหมดเราจะรีวิวจากคำเคลม ใช้งานตามคำแนะนำของแต่ละยี่ห้อ และจากผลลัพธ์การใช้ของเรา


Thaiyo No Aloe Hyaluronic Acid

ตัวนี้จะเป็นโลชั่นที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนบริสุทธิ์ และว่านหางจระเข้ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ตัวนี้เป็นตัวที่ได้รางวัลอันดับ 1 Cosme เราเองก็เคยหิ้วมาจากญี่ปุ่นค่ะแต่ตอนนี้บ้านเราก็มีขายแล้ว เท่าที่อ่านเห็นว่าจะมีส่วนผสมของไฮยาลูรอน ผสมมากับว่านหางจระเข้ แต่เราดูตรงส่วนประกอบสำคัญที่ระบุมาตรงฉลากไม่เจอตรงส่วนที่ระบุว่ามีว่านหางจระเข้นะคะ อันนี้เราเลยไม่แน่ใจว่าสรุปมีว่านหางจระเข้เป็นส่วนประกอบมั้ย แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นยี่ห้อแรกที่เราเคยลองใช้ก็ค่อนข้างชอบในผลลัพธ์เรื่องการทำให้รูขุมขนกระชับ ผิวหน้าชุ่มชื้น อิ่มน้ำ และเรียบเนียนขึ้น
ส่วนประกอบสำคัญ : น้ำ + โซเดียม ไฮยาลูรอเนต
วิธีการใช้ที่หลังซองระบุ : ทาเดี่ยวๆ , ผสมกับครีมที่ทาอยู่เป็นประจำ , ผสมโฟมล้างหน้า , ผสมแชมพู


SOS Hyaluron X3 Concentrate Serum
เซรั่มไฮยาลูรอนเข้มข้นบริสุทธิ์ ซึ่งตัวนี้จะแตกต่างจากตัวอื่นตรงที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอน 3 ชนิดที่มีขนาดโมเลกุลแตกต่างกัน ทำให้ซึมเข้าผิวได้ดีมากกว่าตัวอื่นๆ ตัวเด็ดเลยก็คือนาโนไฮยาลูรอน ตัวนี้คือมีขนาดที่เล็กกว่าตัวอื่นๆเป็น 100 เท่าเลย ทำให้ช่วยเคลือบผิวและซึมลงผิวได้ล้ำลึกกว่าตัวอื่นๆ เลยทำให้เห็นผลค่อนข้างไวค่ะว่าผิวหน้าฉ่ำน้ำ รูขุมขนเล็กลง พอผิวชุ่มชื้นก็จะลดการผลิตน้ำมัน เป็นการตัดวงจรของสิวไปด้วยในตัวเพราะพอหน้าไม่มัน สิวก็ไม่ค่อยขึ้น พวกสิวผดก็ลดลงไปด้วย
ส่วนประกอบสำคัญ : น้ำ + ไฮโดรไลซ์ไฮยาลูรอน + โซเดียม ไฮยาลูรอเนต + โซเดียม อะซีเตรต ไฮยาลูรอเนต
วิธีการใช้ที่แบรนด์แนะนำ : ทาเดี่ยวๆ , ผสมกับครีมที่ทาอยู่เป็นประจำ , ทาปาก , ทาใต้ตา , ผสมรองพื้น , บำรุงหนังศีรษะ , ผสมสูตรพอกหน้า


Mainichi Plus Pure Hyaluronic Acid
เอสเซนส์ไฮยาลูรอนเข้มข้น 100% ซึ่งความเข้มข้นที่เค้าหมายถึงคือ **นำหัวเชื้อเครื่องสำอาง100% ที่ไม่ผ่านกระบวนการเจือจาง มาใส่ในเอสเซนส์ขวดนี้นะคะ หลักๆเลยก็จะเน้นบำรุงผิวแบบเข้มข้น เติมความชุ่มชื้น และกักเก็บความชุ่มชื้น ช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่ม ไม่หยาบกร้าน เราใช้แล้วรู้สึกว่ามีความคล้ายคลึงกับตัวแรกมากๆค่ะ ผิวชุ่มชื้นขึ้น ดูอิ่มน้ำมากขึ้น ผิวดูละเอียด มีความนุ่มๆ เนียนๆของผิว
ส่วนประกอบสำคัญ : น้ำ + โซเดียม ไฮยาลูรอเนต
วิธีการใช้หลังซอง : ทาเดี่ยวๆทั่วใบหน้า , ทาซ้ำบริเวณที่มีความกังวลเรื่องริ้วรอย , ผสมกับครีมที่ทาอยู่เป็นประจำ , ทาผิวกาย , บำรุงเส้นผม



ความแตกต่างของเนื้อแต่ละยี่ห้อ
ขอเรียงลำดับจากความหนืดของเนื้อนะคะ

Thaiyo No (หนืดที่สุดคล้ายกาวน้ำ)
Mainichi (หนืดปานกลาง)
SOS (เนื้อแบบเซรั่ม)
                                       มาถึงการใช้งานของแต่ละยี่ห้อกันนะคะ ว่าใช้ทำอะไรได้บ้างแล้วได้ผลยังไงบ้าง
                                       จากที่บอกไปตามรีวิวด้านบนว่าทุกยี่ห้อสามารถใช้ทาเดี่ยวๆ เป็นโลชั่น เซรั่ม และเอสเซนส์ได้
                                       เราก็เลยจะสาธิตเฉพาะการใช้งานแบบอื่นๆนะคะ แต่ละยี่ห้อก็มีการใช้งานที่แตกต่างกัน ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันค่ะ


Thaiyo No Aloe Hyaluronic Acid

★  ผสมลงใน Skincare เนื้อครีม แล้วทำให้เนื้อครีมบางเบาขึ้นปานกลาง ยังคงเหลือความหนืดอยู่
         ด้วยความที่เนื้อโลชั่นตัวนี้ค่อนข้างมีความหนืดพอสมควร ผสมแล้วทำให้ครีมบางเบาขึ้นปานกลาง
     ทำให้ครีมซึมไวขึ้นเล็กน้อย แต่โดยรวมก็ทำให้ทาง่ายขึ้นค่ะ เติมความชุ่มชื้นเข้าไปอีกแบบฉ่ำๆ


★  ผสมลงใน Skincare เนื้อเจล แล้วทำให้เนื้อเจลมีความหนืดมากขึ้น ผสมแล้วทำให้ทาแล้ว
                                               Skincare ตัวนี้มีความเคลือบผิวมากยิ่งขึ้น เหมาะกับคนที่อยากกักเก็บน้ำให้ผิว


                                         ★  ผสมลงในโฟมล้างหน้า
                                              คิดว่าน่าจะทำเพื่อให้ผิวหน้าไม่แห้งตึง แต่ส่วนตัวเราไม่เห็นความต่างในเรื่องของการช่วยให้หน้าชุ่มชื้น
                                              เมื่อผสมกับโฟมล้างหน้านะคะ


                                          ★  ผสมลงนแชมพู
                                               เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผม เราเองจะผสมในแชมพูรักษาผมร่วง เพราะแชมพูลักษณะนี้เราว่าสระแล้ว
                                               มันเอี๊ยดไปนิด พอผสมตัวนี้ลงไปเราว่าก็ยังเอี๊ยดอยู่ค่ะ แต่คิดว่าผมคงได้รับการบำรุงมากขึ้น มโนมั้ยไม่รู้นะคะ55

SOS Hyaluron X3 Concentrate Serum


                                          ★  ผสมลงใน Skincare เนื้อครีม แล้วทำให้เนื้อที่ข้นๆ บางเบาขึ้นมาก
                                               ด้วยความที่ตัวนี้เนื้อค่อนข้างมีความเป็นเซรั่ม ผสมแล้วก็เลยทำให้เนื้อครีมข้นๆเหลวขึ้น ทาง่ายมากขึ้น
                                               ไม่เสียเวลาวอร์มนาน ทำให้ทาแล้วซึมเข้าผิวง่ายขึ้นด้วยค่ะ อันนี้แนะนำเลยถ้าใครใช้ Lamer
                                               หรือครีมที่ข้นมากๆอยู่ เอาไปผสมจะทำให้เนื้อครีมบางเบาขึ้นค่ะ ซึมไวขึ้น ไม่เสี่ยงอุดตันด้วย


                                          ★  ผสมลงใน Skincare เนื้อเจล แล้วทำให้เนื้อเจลมีความบางเบามากขึ้น ให้ฟีลฉ่ำน้ำ
                                               สกินแคร์ตัวนี้จะเน้นเรื่องความชุ่มชื้นอยู่แล้ว แต่การเติมหัวเชื้อไฮยาลูรอนเข้าไปอีกจะทำให้มีความ
                                               ฉ่ำน้ำมากขึ้น โดยที่ทาแล้วจะรู้สึกได้เลยว่าเติมน้ำให้ผิวแบบทันที ช่วยกักเก็บน้ำให้ผิวเข้าไปอีกขั้นนึง
                                               เราชอบเนื้ออันนี้นะ ด้วยความที่เค้ามีความเป็นเซรั่มผสมแล้วเลยทำให้มีความบางเบามากขึ้น


                                         ★  ทาบำรุงริมฝีปาก ทำให้ปากเนียน ชุ่มชื้น ทาลิปสติกง่ายขึ้น
                                              ตอนแรกก็กล้าๆ กลัวๆ เพราะเราเองก็ไม่เคยเอาอย่างอื่นนอกจากลิปมัน หรือลิปสติกมาทาปาก55
                                              แต่ก็ลองดูเพราะเค้าบอกว่าใช้ได้ พอได้ลองแล้วคือติดใจเลย เพราะทาแล้วเหมือนทาไพรเมอร์ปากอ่ะ
                                              ทำให้ปากเนียนมากขึ้น ทาลิปแล้วลื่นมากขึ้น ด้วยความที่เค้าจะมีความเคลือบผิวนิดๆ ทำให้สบายปากมาก
                                              ใครไม่ชอบทาลิปมันแต่ไม่อยากปากลอก เราอยากให้ลองอันนี้ ปากชุ่มชื้นแต่ไม่เหนียว ไม่มัน เวิร์คๆ


                                         ★  ทาบำรุงใต้ตา เพิ่มความชุ่มชื้น เติมเต็มร่องลึก
                                              คุณสมบัติของไฮยาลูรอน จริงๆเค้าจะซึมเข้าสู่ผิวบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น และช่วยเคลือบผิวกักเก็บน้ำให้ผิวได้ด้วย
                                              คุณสมบัติการเคลือบผิวนี่แหละที่จะทำให้ร่องริ้วรอยของเราถูกเติมเต็ม ครีมทาใต้ตาราคาแพงนัก
                                              เอาอันนี้ทาไปโลดบำรุงเน้นๆ จริงๆเราคิดว่ายี่ห้ออื่นก็อาจจะใช้ได้นะ แต่เค้าไม่ได้ระบุมาเรา
                                              เลยไม่กล้าลอง ยี่ห้อนี้ระบุมาว่าใช้ทาใต้ตาได้เราก็จัดเลยจ้า ใต้ตาฉ่ำๆ


ชื่อสินค้า:   ไฮยาลูรอน, Thaiyo No , SOS , Mainichi
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่