รบกวนสอบถามพี่น้องชาว คริสเตียน หน่อยนึงนะครับผมว่าผมกับพี่สาวและแม่พวกเราถังแตกไม่มีเงินที่จะเช่าบ้านอยู่กันครับ

ไแล้วทีนี้พี่สาวผมก็เลยจะเอาผมกับแม่ไปอยู่ที่วัดกันน่ะครับซึ่งเป็นวัด ปฏิบัติธรรม ที่พี่สาวเคยบวชชีอยู่ได้ เกือบคงจะ 6 ปีแล้วซึ้งตอนนั้นผมป่วยหนักเพราะน็อคยาคลายเครียด( โซแลม )กับยานอนหลับนอนหลับหมดสติไป 3 วันพอฟื้นขึ้นมาก็พูดจาไม่รู้เรื่องแถมสติยัง ฟั่นเฟือน เที่ยวตะโกนด่าคนทุกคนด้วยคำที่หยาบคายมากๆขนาดไม่มีใครอยู่แถวนั้นผมก็ยังไม่เลิกตะโกนด่าตอนแรกผมอยู่ในห้องคนไข้รวมที่นี้มันไปเดือดร้อนกับผู้ป่วยทุกคนจนไม่สามารถที่จะอยู่ในห้องรวมต่อได้เลยต้องเปลี่ยนเป็นห้องเดี่ยวคือผมนอนติดเตียงอยู่ประมาณ 3 เดือนได้โชคดีที่ผมมีประกันสังคมอยู่เค้าช่วยออกเงินมาให้ประมาณ 3 แสนกว่าๆที่เหลืออีกต้องจ่ายเองพอจ่ายเองแล้วเงินเริ่มจะหมดแล้วพี่กับแม่เลยต้องเอาตัวผม ออกมาอยู่บ้านที่เป็นแฟลตผมเองก็ยังไม่ยอมเลิกที่จะตะโกนด่าคนด้วยคำหยาบคายเหมือนเดิมจนคนในแฟลตเค้าก็เริ่มที่จะทนไม่ไหวแล้วมาบอกกับแม่ผมว่าให้ย้ายไปอยู่ที่อื่นเถอะตอนนั้นแม่กับพี่สาวผมก็มืดแปดด้านพี่สาวเลยไปบอกหลวงพ่อซึ่งเป็น พระอาจารย์เป็นเจ้าอาวาสวัดดูด้วยความเมตตาของท่าน ท่านก็บอกให้พี่สาวผมพาผมกับแม่มาอยู่ที่วัดแต่ว่ามีข้อแม้ว่าผมกับแม่จะต้องบวชชีกับบวชพระเพราะมีแม่ชีในวัดคนหนึ่งเค้ามีญาณวิเศษบอกกับพี่สาวและหลวงพ่อว่าชีวิตกับวิญญาณของผมมันใกล้จะลงไปใน????จะเกินครึ่งแล้วอันนี้แม่ชีคนนี้เขาบอกกับพี่สาวมาอยู่ก่อนตั้งนานแล้วก่อนหน้าที่ผมจะออกมาจากโรงพยาบาลแล้วแต่แม่ผมก็ไม่เชื่อเพราะแม่ผมเค้าเชื่อว่ายังไงพระเจ้าก็ต้องช่วยผมแน่นอนแต่สถานการณ์มันบังคับจนทำให้ผมกับแม่ต้องไปอยู่ที่วัดและจะหาโบสถ์แถวนั้นแล้วไปทุกวันอาทิตย์พี่สาวก็บอกกับแม่ว่าได้ไปอยู่เฉยๆไม่ต้องบวชก็ได้แต่ต้องคอยช่วยงานที่วัดสรุปพี่โกหกแม่ทั้งเพเลยพอไปถึงพักอยู่ได้คืนนึงแล้วผมก็ยังตะโกนแหกปากลั่นไปทั้งวัดเลยพอเช้ามาพี่สาวพาหลวงพ่อกับแม่ชีคนที่มีญาณวิเศษกับพระสงฆ์และแม่ชีส่วนหนึ่งมาบอกกับแม่ว่าแม่ต้องรีบบวชในวันนี้เลยเพื่อจะได้เป็นบุญให้กับผมเพราะจากบุญที่พี่ได้บวชชีมา 4 ปีบวกกันกับบุญที่แม่ผมซึ่งได้บวชชีและพระสงฆ์กับแม่ชีในวัดนี้ที่ช่วยกันแผ่เมตตาให้ผมแถมหลวงพ่อยังยินดีที่จะช่วยแบ่งบุญที่ท่านมีมาให้กับผมครึ่งนึงและยังให้พระสงฆ์มาช่วย สวดบังสกุลเป็นบังสกุลตาย ให้กับผมทุกตอนเย็นแต่ผมก็ยังร้องตะโกนอยู่เหมือนเดิมเลยจนทำให้พระกับแม่ชีและผู้ที่มาปฏิบัติธรรมแทบไม่ได้นอนกันเลยกว่าผมจะมีสติคุยกันรู้เรื่องก็เกือบจะ 3 เดือนแต่ก็ยังชอบตะโกนร้องเรียกแม่อยู่ไม่รู้ว่าทำไมพอเข้าเดือนที่ห้าผมก็เริ่มเดินเองได้แล้วเริ่มช่วยตัวเองได้เกือบทุกอย่างแล้วพอหายดีขึ้นมาผมก็ต้องบวชพระไม่รู้ทำไมถึงต้องให้บวชผมบอกกับหลวงพ่อว่าจะไม่บวชแล้วบอกว่าผมหายแล้วผมจะไปอยู่กับแฟนหลวงพ่อบอกกับแม่ผมพี่สาวว่าถ้าไผมทั้งที่ยังไม่ได้บวชก็ให้แม่กับพี่สาวเตรียมต่อโลงเอาไว้เลยสรุปผมก็ต้องบวชพระอยู่ 1 เดือนเต็มตอนบวชก็ต้องไปรบกวนพระคนอื่นให้มาห่มจีวรให้ทุกวันเช้าเย็นวัดนี้เคร่งมากเลยสวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็นฟังพระอาจารย์เทศน์จนถึงสี่ทุ่มครึ่งแล้วต้องตื่นมาตอนตีสามสวดมนต์เช้ากับฟังพระอาจารย์เทศน์เหมือนเดิมเทศน์ซ้ำไปซ้ำมาอยู่แต่เรื่องเดิมกว่าจะเลิกก็7โมงครึ่งแล้วแถมตอนสายกับบ่ายยังต้องปฏิบัติธรรมกันอยู่ตลอดห้ามหยุดผมสงสารแม่ของผมมากเลยตอนที่กำลังโกนผมเพื่อที่จะบวชชีแม่ผมเค้าร้องไห้น้ำตาไหลไม่หยุดเลยบรรดาแม่ชีเค้าก็คิดกันเองว่าแม่คงจะซึ้งจนต้องร้องไหออกมาแต่แม่ผมบอกกับผมว่าที่ร้องไห้ไม่หยุดเพราะแม่เค้าคิดถึงพระเจ้าเพราะสึกผิดกับพระเจ้าเอามากๆสรุปแม่ผมบวชชีได้ 8 เดือนเวลาที่แม่ผมเค้าทำอะไรเค้าก็จะ จริงจังกับมันมากขนาดสึกออกมาแล้วยังไม่ยอมกินเนื้อสัตว์เลยยังสวดมนต์ทุกวันจนมีพี่น้อง คริสเตียน ที่โบสถ์เก่ามาชวนให้พวกเรากลับไปเป็นคริสเตียนเหมือนเดิมแต่พวกเราก็ไม่ได้สนใจเลยเพราะตอนที่ผมนอนป่วยติดเตียงอยู่ที่โรงพยาบาลมีพี่น้องที่โบสถ์มาเยี่ยมกันอยู่แค่2คนเองมาประมาณ4-5ครั้งกับผู้ปกครองที่โบสถ์อีกโบสถ์หนึ่งสองสามีภารยาคู่นี้มาเยี่ยมผมบ่อยๆต่างผู้ปกครองอีกโบสถ์นึงที่มาชวนพวกเรากลับเป็นคริสเตียนใหม่เค้ามาหาพวกเราที่บ้านป้าซึ่งตอนนั้นพวกเรายังไม่มีที่อยู่ซึ่งมากันที่นึงไม่ได้มากันสองสามคนแต่พากันมาทีละ7-8คนแถมมากันบ่อยมากๆขนาดผมกับแม่ไปอยู่ที่บ้านป้าอีกคนซึ่งป้าคนนี้เค้าเกียจพวกคริสเตียนเป็นทุนเดิมอยู่แล้วแล้วพวกเค้าก็ตามมาที่บ้านป้าคนนี้จนได้แถมมาวันติดกันเลยมาที่ไรลูกป้ากับแฟนถึงกับต้องปิดประตูห้องนอนกันเสียงดังปึงปังแต่แม่ของผมก็ยังไม่ใจอ่อนกว่าจะใจอ่อนได้ก็ผมเป็นโรควัณโรคไอออกมาเป็นเป็นเลือดออกมาเป็นกระโถนเลยจนแม่ต้องพาไปโรงพยาบาลแต่ก็ยังไม่หายซักทีแม่ก็ยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่เลยที่นี่ได้ยินได้เห็นลูกตัวเองนอนไอเป็นเลือดทั้งคืนไม่/หลับไม่ได้นอนจนสวดมนต์ก็แล้วไหว้พระก็แล้วผมก็ยังไม่ดีขึ้นมาเลยสุดท้ายต้องโทรไปหาศาสตราจารที่บวชศาสตราจารทโบสถ์ให้ช่วย อธิษฐานให้กับผมให้หายหน่อยแล้วจะให้ผมไปโบสถ์คนเดียวเพราะแม่เขารู้ว่าที่มาหามาเยี่ยมที่ห้องกันบ่อยๆก็เพราะว่าพวกเราอยู่ที่แฟลตคลองจั่นซึ่งมีอยู่ตั้ง30แฟลตจะได้จุดที่พวกเราอยู่เป็นจดประกาศข่าวประเสริฐให้คนแถวแฟลตมารับฟังแล้วพาไปโบสถ์และขอกับพระเจ้าช่วยทำให้พวกเค้ารับเชื่อพอผมได้ไปคนเดียวก่อนแล้วกลับมา อาการของผมก็ดีขึ้นตอนที่ไปวันแรกคือสภาพของผมโทรมมากเลยแต่ยังน้อยกว่าที่ไปวัดวันแรกคือผมนั่งอยู่บนรถเข็นสภาพคอพับกับเท้าลากอยู่กับพื้นจนหาผ้ากับเชื้อหมาคอยมัดเอาไว้กลับมาเรื่องโบสถ์กับแม่ก่อนพอวันอาทิตย์ต่อมาแม่ผมก็รีบปลุกผมไปโบสถ์เลยแล้วที่โบสถ์นี้เค้ามีนมัสการกับเทศนา2รอบรอบเช้ามีการสอนให้กับคนที่ยังไม่ได้เป็นคริสเตียนกับคริสเตียนใหม่แม่เล่นเข้ามัน2รอบเลยและก็ต้องเข้ากลุ่มตอนบ่ายอีกประมาณ1ชมสงสัยในใจของแม่ผมเค้าคงจะว่าถ้าทำแบบนี้แล้วผมจะหายเร็วคนที่เป็นโรคนี้อย่างเร็วที่สุดก็ตั้ง6เดือนถึงจะหายแล้วต้องคอยไปให้หมอตรวจเป็นระยะๆซึ่งเป็นอะไรที่น่าเบื่อมากเลยอย่างนี้มันกุไม่ต่างอะไรกับตอนอยู่ที่วัดเลยเทศน์ก็เทศน์เหมือนกัน2รอบทางวัดรอบ1กับ2ยังต่างกันบ้างแต่ที่โบสถ์เทศน์เหมือนกันทั้ง2รอบแป๊ะๆเลยแต่ผมชอบตอนร้องเพลงนมัสการที่สุดเลยมันสนุกบ้างเพลงพอร้องแล้วอยู่ๆดีๆก็ร้องไห้ออกมา เอาล่ะครับเข้าเรื่องเลยดีกว่าผมกับควรจะทำตัวกันยังไงดีพวกเราต้องฟังเทศน์และต้องคอยปฏิบัติธรรมด้วยรึป่าวครับถ้าทำแล้วมันจะบาปต่อพระเจ้ามั้ยครับผมแล้วถ้าอยู่ในวัดนี้แล้วพวกเราก็แทบจะหมดสิทธิ์ที่จะไปโบสถ์ด้วยแล้วก็ไม่รู้ว่าจะต้องอยู่ถึงกี่เดือนกว่าที่พวกเราจะห้องที่กรุงเทพได้ตอนนี้พวกเราอยู่ที่ลำปางครับผม รบกวนใครก็ได้ช่วยแนะนำให้พวกเราหน่อยนึงนะครับผม ขอบคุณมากนะครับผม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่