อายุ13 ปลายปี14ค่ะ เร่อยากลองไปพบจิตแพทย์ด้วยตัวเองดูเพราะมีอาการซึมเศร้ามาประมาณ8เดือนแล้วค่ะ
●●●●●●●●●●●●●●●●
ขอพูดถึงเหตุการณ์รวมๆในชีวิตเกี่ยวกับสาเหตุนะคะ
●●●●●●●●●●●●●●●●
คือมันมีเหตุมาจากแม่เราที่ ที่ท้องเราไม่พร้อม จุดนี้เราไม่ได้อะไรค่ะเราเฉยๆกับมัน
แต่ว่าจุดที่เราคิดว่ามันสำคัญคือวุฒิภาวะของแม่เราตอนนั้นค่ะ ใช่ค่ะแม่พยายามหาเงินเลี้ยงเราอย่างหนัก
แต่ว่าแม่เอาความเครียดมาลงที่เราค่ะ เราเริ่มสัมผัสหรือพึ่งได้รับมันเมื่อประมาณ4-6ขวบไม่แน่ใจ เป็นความรุนแรงทั้งร่างกายและจิตใจค่ะ แม่ตีเราด้วยไม้แขวนเสื้อจนมันงอ เรายังจำความรู้สึกนั้นได้ค่ะ
ตอนนั้นท่องหนังสือตอนอนุบาลจำไม่ได้ว่าชั้นไหน เราท่องหนังสือแต่ท่องปิด แม่บอกให้อ่านใหม่ก็ผิดย้ำๆอยู่แบบนั้น จนแม่ตะคอก แตาก็ยังเหมือนเดิม และแม่ก็เริ่มตีเราเจ็บมาก วันั้นไม่ทีใครอยู่บ้านพอทุกคนกลับมาแล้วรู้ก็นั่งล้อมวงแล้งเปิดเสื้อเราดูหลังลายมากๆ
แม่จะเคร่งเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษ(อิ้งฯ)เราเอามากๆ เราตอนเด็กๆไม่ค่อยรู้อะไรค่ะไม่ค่อยชอบท่องจำด้วยถนัดทางศิลสร้างสรรค์ จริงๆตอนป.1มีคำศัพท์แค่3คำต่อวันเองนะคะ แต่เรากลับจำไม่ได้ เป็นแบบนี้บ่อยๆค่อยช่วงเวลาที่อยู่กับแม่ตอนป.1-ป.3 โดนตี โดนพูดจาทำร้ายจิตใจ "โง่" คือคำที่เราเกลียดค่ะ แม่จะชอบยัดเยียด คำว่า"โง่" "ไม่มีอะไรดี" ใส่เรา จนเราไม่มีความมั่นใจในตัวเอง
เพื่อนช่วยกู้ความมั่นใจเรากลับมานะคะ แต่พอแม่กลับจากที่ทำงานไปหายอาทิยต์ ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่กลับมา แม่จะกลับมาพร้อมความเจ็บปวดของเราเสมอ
อีกอดีตนึงที่เราจำได้คือเรารอแม่มารับที่โรงเรียน มันห่างกันไม่ถึง 2 กิโลเองค่ะ ป.1-ป.2 แม่มารับเราช้ามากๆ เเม่มักจะพูดว่าทำงานหนักต้องการพัก แต่พักมันไม่จำเป็นต้องพักนานหลายวันนอนจนถึง 15:00 น. นี่คะ เราจำได้ว่าแม่ชอบเที่ยวกลางคนบ่อยครั้ง เราไม่ได้อะไรเลยค่ะเรามีตายช่วยดูแล แต่ตาไม่สามารถไปรับเราตอนเลิกเรียนได้ค่ะ เพราะตาทำงาน(อย่างที่บอกว่าแม่ท้องก่อนวัย ตาเลยยังแค่50++)เราเคยร้องไห้เพราะแม่มารับช้าจนเหลือเราคนเดียวค่ะ เป็นแบบนี้อยู่1กว่า ตั้งแต่ป.1 จนป.2เทอม2แม่ให้เรากลับขึ้นรถตู้โรงเรียน เราได้รู้จักเพื่อนใหม่มากขึ้นเพราะเราไม่ค่อยทักใครหรือเข้าสังคมเท่าไหร่
จนก่อนเข้าม.1 ตอนป.6แม่เริ่มเขี้ยวเข็นมากขึ้นอยากให้เรา รร. ดีๆ เราเลือก ศ.บ. ค่ะ แต่แม่ไม่ชอบ แม่ค้านมาก แต่เราดื้อไปเรียน ศ.บ. แม่บอกไม่ได้มีแต่เด็กเกเร แต่เราไม่เชื่อเพราะสังคมๆนึงไม่มีทางมีเเต่เรื่องแบบนี้ แม่เราเอาแต่ดูด้านเดียว อีกทั้ง ทั้งๆที่อยากให้เข้ารร.ดังๆดีๆ แต่ยังพูดอยู่ดีว่า แต่อย่างเราหรอจะทำได้ ใช่ค่ะไม่ได้ฉลาด ไม่ได้ตั้งใจเรียน แต่เราเรียรรู้เรื่องเรียนเป็นกลาง
แม่ยึดหลักอยากให้เราสบาย มีงานมั่นคง ทุกข์วันนี้สบายวันหน้า
แต่เรายึดหลักเกิดมาเพื่อนใช้กรรม ตายวันไหนก็ไม่รู้ สุขวันนี้ทุกข์วันนี้ เอาวันนี้ให้มีความสุข เราจะตายเมื่อไหร่ไม่รู้ ทุกข์วันนี้อาจไม่มีสุขวันหน้าเลยก็ได้
จนเราดื้อมาสอบติด พอแม่กลับมาแล้วรู้ ตอนนั้นอยู่บ้านลูกพี่ลูกน้อง นางเป็นลูกของน้องสาวยายมีศักดิ์เป็นน้าเรา แต่เราเกิดก่อน เลยนับกันแบบนี้ แม่คุยว่า แม่ไม่มีลูกเรียนอยู่ศ.บ. น้า(น้องสาวยายเราชอบเรียกแบบนี้) บอกตามใจเราเถอะที่ไหนก็เหมือนกัน เรามีน้าเขาเป็นที่พึ่งค่ะเขาเข้าใจเรา
ทุกครั้งที่พูดเรื่องการเรียนแม่ยังคนพูด-ดันเราตลอด
--------------------------
เข้าสู่ช่วงหลักนะคะ
--------------------------
ตอนป.6เปิดเทอม2เราระลบนอนรวนค่ะเหนื่อยแบบเหนื่อยมาก เพราะตอนปิดเทอมอยู่กับแม่ รวนไปสักพักเลยค่ะ กลับบ้านมา15:00นอนแล้วตื่นเที่ยงคืนไม่กล้านอนต่อกลัวตื่นสาย
ช่วงปรับพื้นฐานและเปิดเทอม ม.1 เวลานอนรวนเหมือนกันค่ะ
ม.1 เทอม2 ช่วงปิดเทอมไปอยู่กับแม่ที่มาเลฯเพราะแม่แต่งที่นู้นค่ะเราไม่ได้อะไรแต่ นรกค่ะ -ดันตามสเต็ป เปิดเทอมมากินข้าวน้อยลงเลยค่ะ หลังมาก็ไม่กินเลยกินมื้อให้แค่ข้าวเย็น
มื้อเช้ากินนม มื้อเที่ยงไม่ของจุกจิก สำเร็จที่สหกรณ์ ก็จะเป็นนม
ม.2หลังปิดเอทมใหญ่ไป หนักเลยค่ะ หลักมาก เราโดน-ดันตามสเต็ปแหละแต่เขาขะเอาเราไปเรียนเพิ่ม ซึ่งเราเด็กกิจกรรม เรารักใยชุนนุมที่อยู่มาก เขาอยากให้เราเอาเวลากิจกรรมไปทุมกับการเรียน จุดนี้เราเข้าใจแต่เราก็ไม่ต้องการค่ะ แม่พยายามหาเรียรพิเศษให้แต่เราไมาอยากได้เพราะแม่จะให้เรียน อิ้งฯ วิชาที่เราไม่ชอบ เขาบอกถ้าเราได้จะให้ไปเรียนมาเลฯเพราะถ้าเรียนที่นั้นก็คงดีกว่า แต่เรามีความสุขที่นี้ค่ะ เพื่อน ครู ที่ศ.บ.เรารักเราสบายใจ สังคมที่เราอยู่คือด้านที่ดีค่ะ สร้างชื่อให้รร. เรียนก็โอเค เพื้อนก็ถึงจะจริงใจน้องแต่เราสบายใจ เรารักที่ไทยมาก และแม่ยังไม่ชอบงานอดิเรกเรา เราชอบอ่านนิยายค่ะ แต่ไม่บอกเราเวลาไปอ่านหนังสือบางก็ดี เราอ่านไปก็ไม่เข้าสมองค่ะ เพราะเวลาสอบเราใช้ความรู้ในห้องเรียนไม่ใช่คสามรู้จากการอ่าน เวลาเรียนเราเลคเชอร์แบบเข้าสมองเลยอ่านทวนหน่อยก็สอบได้
ม.2มานี้สุขภาพจิตเราแย่ ร่างกายก็แย่ค่ะ กินข้าวน้อย ร้องไห้บ่อยขึ้น เมื่อเดือนที่แล้งก็แย่ขนาดกรียดแขนจัวเอง แต่กรีดแนวขวางบางๆ คัตเตอร์คมค่ะ ตอนนี้ก็มีแผลเป็นอยู่บางๆจางๆ วันนี้เราพูดแนวๆว่าเราจะไม่ไปหาแม่ตอนปิดเทอมนี้ค่ะ ตาบอกไปเถอะเขาเป็นแม่เรา แต่ตาไม่เข้าใจค่ะว่าเราทุกข์แค่ไหน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราเจ็บแค่ไหน ซึมเศร้าแค่ไหน กรีดแขนตัวเองก็ไม่รู้ ตาไม่สนใจความรู้สึกเราต่อแม่เลยค่ะเราเคยร้องไก้ต่อหน้าตอนื่ต้องไปมาเลฯตอนปิดเทอมใหม่ม.1แต่เค้าก็ยืนยันให้เราไป เราคิดว่าที่บ้านไม่มีใครรู้จักเราจริงๆ เราไม่เล่าเรื่องส่วนตัวจริงๆให้ที่บ้านฟังเพราะตาไม่เข้าใจ แม่ก็จะว่าจะหาช่องมาสอนตลอดไม่รับฟังแบบดีๆบ้างเลย
เราเลยอยากลองไปพบจิตแพทย์ด้วยตัวเอง เราอยู่เขตมีนบุรีค่ะ ถนน หทัยราษฏร์ อยากทราบ รพบ.หรือคลินิก ใกล้ๆ หรือไกลก็ได้ค่ะ แค่เราไปด้วยตัวเองหรือกับเพื่อนได้ ไม่ต้องมีผู้รับรองเป็นผู้ปกครอง
ขอทราบสถานที่
ระยะทาง
และ
ค่าใช้จ่าย
ทั้งหมดด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
อายุ13อยากพบจิตแพทย์ด้วยตัวเอง
●●●●●●●●●●●●●●●●
ขอพูดถึงเหตุการณ์รวมๆในชีวิตเกี่ยวกับสาเหตุนะคะ
●●●●●●●●●●●●●●●●
คือมันมีเหตุมาจากแม่เราที่ ที่ท้องเราไม่พร้อม จุดนี้เราไม่ได้อะไรค่ะเราเฉยๆกับมัน
แต่ว่าจุดที่เราคิดว่ามันสำคัญคือวุฒิภาวะของแม่เราตอนนั้นค่ะ ใช่ค่ะแม่พยายามหาเงินเลี้ยงเราอย่างหนัก
แต่ว่าแม่เอาความเครียดมาลงที่เราค่ะ เราเริ่มสัมผัสหรือพึ่งได้รับมันเมื่อประมาณ4-6ขวบไม่แน่ใจ เป็นความรุนแรงทั้งร่างกายและจิตใจค่ะ แม่ตีเราด้วยไม้แขวนเสื้อจนมันงอ เรายังจำความรู้สึกนั้นได้ค่ะ
ตอนนั้นท่องหนังสือตอนอนุบาลจำไม่ได้ว่าชั้นไหน เราท่องหนังสือแต่ท่องปิด แม่บอกให้อ่านใหม่ก็ผิดย้ำๆอยู่แบบนั้น จนแม่ตะคอก แตาก็ยังเหมือนเดิม และแม่ก็เริ่มตีเราเจ็บมาก วันั้นไม่ทีใครอยู่บ้านพอทุกคนกลับมาแล้วรู้ก็นั่งล้อมวงแล้งเปิดเสื้อเราดูหลังลายมากๆ
แม่จะเคร่งเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษ(อิ้งฯ)เราเอามากๆ เราตอนเด็กๆไม่ค่อยรู้อะไรค่ะไม่ค่อยชอบท่องจำด้วยถนัดทางศิลสร้างสรรค์ จริงๆตอนป.1มีคำศัพท์แค่3คำต่อวันเองนะคะ แต่เรากลับจำไม่ได้ เป็นแบบนี้บ่อยๆค่อยช่วงเวลาที่อยู่กับแม่ตอนป.1-ป.3 โดนตี โดนพูดจาทำร้ายจิตใจ "โง่" คือคำที่เราเกลียดค่ะ แม่จะชอบยัดเยียด คำว่า"โง่" "ไม่มีอะไรดี" ใส่เรา จนเราไม่มีความมั่นใจในตัวเอง
เพื่อนช่วยกู้ความมั่นใจเรากลับมานะคะ แต่พอแม่กลับจากที่ทำงานไปหายอาทิยต์ ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่กลับมา แม่จะกลับมาพร้อมความเจ็บปวดของเราเสมอ
อีกอดีตนึงที่เราจำได้คือเรารอแม่มารับที่โรงเรียน มันห่างกันไม่ถึง 2 กิโลเองค่ะ ป.1-ป.2 แม่มารับเราช้ามากๆ เเม่มักจะพูดว่าทำงานหนักต้องการพัก แต่พักมันไม่จำเป็นต้องพักนานหลายวันนอนจนถึง 15:00 น. นี่คะ เราจำได้ว่าแม่ชอบเที่ยวกลางคนบ่อยครั้ง เราไม่ได้อะไรเลยค่ะเรามีตายช่วยดูแล แต่ตาไม่สามารถไปรับเราตอนเลิกเรียนได้ค่ะ เพราะตาทำงาน(อย่างที่บอกว่าแม่ท้องก่อนวัย ตาเลยยังแค่50++)เราเคยร้องไห้เพราะแม่มารับช้าจนเหลือเราคนเดียวค่ะ เป็นแบบนี้อยู่1กว่า ตั้งแต่ป.1 จนป.2เทอม2แม่ให้เรากลับขึ้นรถตู้โรงเรียน เราได้รู้จักเพื่อนใหม่มากขึ้นเพราะเราไม่ค่อยทักใครหรือเข้าสังคมเท่าไหร่
จนก่อนเข้าม.1 ตอนป.6แม่เริ่มเขี้ยวเข็นมากขึ้นอยากให้เรา รร. ดีๆ เราเลือก ศ.บ. ค่ะ แต่แม่ไม่ชอบ แม่ค้านมาก แต่เราดื้อไปเรียน ศ.บ. แม่บอกไม่ได้มีแต่เด็กเกเร แต่เราไม่เชื่อเพราะสังคมๆนึงไม่มีทางมีเเต่เรื่องแบบนี้ แม่เราเอาแต่ดูด้านเดียว อีกทั้ง ทั้งๆที่อยากให้เข้ารร.ดังๆดีๆ แต่ยังพูดอยู่ดีว่า แต่อย่างเราหรอจะทำได้ ใช่ค่ะไม่ได้ฉลาด ไม่ได้ตั้งใจเรียน แต่เราเรียรรู้เรื่องเรียนเป็นกลาง
แม่ยึดหลักอยากให้เราสบาย มีงานมั่นคง ทุกข์วันนี้สบายวันหน้า
แต่เรายึดหลักเกิดมาเพื่อนใช้กรรม ตายวันไหนก็ไม่รู้ สุขวันนี้ทุกข์วันนี้ เอาวันนี้ให้มีความสุข เราจะตายเมื่อไหร่ไม่รู้ ทุกข์วันนี้อาจไม่มีสุขวันหน้าเลยก็ได้
จนเราดื้อมาสอบติด พอแม่กลับมาแล้วรู้ ตอนนั้นอยู่บ้านลูกพี่ลูกน้อง นางเป็นลูกของน้องสาวยายมีศักดิ์เป็นน้าเรา แต่เราเกิดก่อน เลยนับกันแบบนี้ แม่คุยว่า แม่ไม่มีลูกเรียนอยู่ศ.บ. น้า(น้องสาวยายเราชอบเรียกแบบนี้) บอกตามใจเราเถอะที่ไหนก็เหมือนกัน เรามีน้าเขาเป็นที่พึ่งค่ะเขาเข้าใจเรา
ทุกครั้งที่พูดเรื่องการเรียนแม่ยังคนพูด-ดันเราตลอด
--------------------------
เข้าสู่ช่วงหลักนะคะ
--------------------------
ตอนป.6เปิดเทอม2เราระลบนอนรวนค่ะเหนื่อยแบบเหนื่อยมาก เพราะตอนปิดเทอมอยู่กับแม่ รวนไปสักพักเลยค่ะ กลับบ้านมา15:00นอนแล้วตื่นเที่ยงคืนไม่กล้านอนต่อกลัวตื่นสาย
ช่วงปรับพื้นฐานและเปิดเทอม ม.1 เวลานอนรวนเหมือนกันค่ะ
ม.1 เทอม2 ช่วงปิดเทอมไปอยู่กับแม่ที่มาเลฯเพราะแม่แต่งที่นู้นค่ะเราไม่ได้อะไรแต่ นรกค่ะ -ดันตามสเต็ป เปิดเทอมมากินข้าวน้อยลงเลยค่ะ หลังมาก็ไม่กินเลยกินมื้อให้แค่ข้าวเย็น
มื้อเช้ากินนม มื้อเที่ยงไม่ของจุกจิก สำเร็จที่สหกรณ์ ก็จะเป็นนม
ม.2หลังปิดเอทมใหญ่ไป หนักเลยค่ะ หลักมาก เราโดน-ดันตามสเต็ปแหละแต่เขาขะเอาเราไปเรียนเพิ่ม ซึ่งเราเด็กกิจกรรม เรารักใยชุนนุมที่อยู่มาก เขาอยากให้เราเอาเวลากิจกรรมไปทุมกับการเรียน จุดนี้เราเข้าใจแต่เราก็ไม่ต้องการค่ะ แม่พยายามหาเรียรพิเศษให้แต่เราไมาอยากได้เพราะแม่จะให้เรียน อิ้งฯ วิชาที่เราไม่ชอบ เขาบอกถ้าเราได้จะให้ไปเรียนมาเลฯเพราะถ้าเรียนที่นั้นก็คงดีกว่า แต่เรามีความสุขที่นี้ค่ะ เพื่อน ครู ที่ศ.บ.เรารักเราสบายใจ สังคมที่เราอยู่คือด้านที่ดีค่ะ สร้างชื่อให้รร. เรียนก็โอเค เพื้อนก็ถึงจะจริงใจน้องแต่เราสบายใจ เรารักที่ไทยมาก และแม่ยังไม่ชอบงานอดิเรกเรา เราชอบอ่านนิยายค่ะ แต่ไม่บอกเราเวลาไปอ่านหนังสือบางก็ดี เราอ่านไปก็ไม่เข้าสมองค่ะ เพราะเวลาสอบเราใช้ความรู้ในห้องเรียนไม่ใช่คสามรู้จากการอ่าน เวลาเรียนเราเลคเชอร์แบบเข้าสมองเลยอ่านทวนหน่อยก็สอบได้
ม.2มานี้สุขภาพจิตเราแย่ ร่างกายก็แย่ค่ะ กินข้าวน้อย ร้องไห้บ่อยขึ้น เมื่อเดือนที่แล้งก็แย่ขนาดกรียดแขนจัวเอง แต่กรีดแนวขวางบางๆ คัตเตอร์คมค่ะ ตอนนี้ก็มีแผลเป็นอยู่บางๆจางๆ วันนี้เราพูดแนวๆว่าเราจะไม่ไปหาแม่ตอนปิดเทอมนี้ค่ะ ตาบอกไปเถอะเขาเป็นแม่เรา แต่ตาไม่เข้าใจค่ะว่าเราทุกข์แค่ไหน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราเจ็บแค่ไหน ซึมเศร้าแค่ไหน กรีดแขนตัวเองก็ไม่รู้ ตาไม่สนใจความรู้สึกเราต่อแม่เลยค่ะเราเคยร้องไก้ต่อหน้าตอนื่ต้องไปมาเลฯตอนปิดเทอมใหม่ม.1แต่เค้าก็ยืนยันให้เราไป เราคิดว่าที่บ้านไม่มีใครรู้จักเราจริงๆ เราไม่เล่าเรื่องส่วนตัวจริงๆให้ที่บ้านฟังเพราะตาไม่เข้าใจ แม่ก็จะว่าจะหาช่องมาสอนตลอดไม่รับฟังแบบดีๆบ้างเลย
เราเลยอยากลองไปพบจิตแพทย์ด้วยตัวเอง เราอยู่เขตมีนบุรีค่ะ ถนน หทัยราษฏร์ อยากทราบ รพบ.หรือคลินิก ใกล้ๆ หรือไกลก็ได้ค่ะ แค่เราไปด้วยตัวเองหรือกับเพื่อนได้ ไม่ต้องมีผู้รับรองเป็นผู้ปกครอง
ขอทราบสถานที่
ระยะทาง
และ
ค่าใช้จ่าย
ทั้งหมดด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ