เกริ่นก่อนเลย เรื่องนี้เกิดจึ้นกับสามีจองตัวเองอยากจะแชร์ไว้เป็นอุทาหรณ์
เรื่องมีอยู่ว่า ดิฉันได้แต่งานกับชาวมาเลเซียและย้ายไปอยู่ที่นั่น เรามีความสุขดี จนกระทั่งดิฉันท้องและคลอดลูกออกมา ได้แค่21วัน ลูกของเราก็เสีย ดิฉัรแทบจะเป็นบ้า สามีดิฉันเลยชวนกันกลับมาที่ไทยเพื่อไม่อยากให้ดิคิดมาก ไท่อยากให้นึกถึงภาพเก่าๆในบ้านที่เคยมีลูกอยู่
...... เจ้าเรื่องเลยละกันคะ พอมาถึงไทยดิฉัรกับแฟนก็ท่องเที่ยวไปทั่ว กลับบ้านเกิดดิฉันบ้าง ก็ค่อยคลายความเศร้าลง จนวันนึง
แฟนดิฉันได้คุยกับชายจีนชาวมาเลเซียเหมือนกันคนนึงทางกลุ่มวีแชท(บอกไว้หน่อยว่าคนจีมาเลเขาจพมีกลุ่มคุยในวีแชทคือแบบกลุ่มคนจีนบ้าง กลุ่มครบ้านเดีนยกัน อะไรทำนองนี้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องรู้จักกันนะคะ) เข้าใจกันว่าที่ชายคนนั้นเลือกที่จะข้อความมาหาสามีดิฉันเพราะว่าเวลาเราไปเที่ยวไหรแฟนมักจะโพาต์ลงในทามไลน์วีแชทตลอด(ประมาณว่าเหมือรผู้เชียวชาญในไทย)ประกอบกับแต่งงานกับคนไทยด้วย
วันหนึ่ง วันนั้นประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์2562 ชายคนนี้ได้ข้อความมาหาาามีดิฉัน สอบถามเรื่องการแลกเงินเป็นเงินไทย สามีดิฉันบอก สามารถพาไปหาร้านแลกให้ แต่ทางผู้ชายคนนั้นบอกสอบถามให้สามีดิฉันช่วยเป็นธุระไปแลกให้หน่อยเพราะตัวเองไม่สะดวก.. แวบแรกสามีดิฉันก็เอะใจ แต่ก็ไม่คิดอะไรคิดว่าช่วยคนประเทศเดียวกัน ก่อนจะไปแลกให้สามีดิฉัรก็ได้ขอให้ถ่ายสำเนาพาสปอร์ตและบัตรประจำตัวประชาชนของชายคนนั้นไว้ แล้วก็ช่วยนำเงินไปหาร้านแลกเงิน ระหว่างทางสามีดิฉัรก็คิดว่าถ้าเราหาร้านที่แลกได้เยอะๆ เราก็เอากำไรนิดหน่อย(ซึ่งสามีไม่ได้บอกกับชายคนนั้นเขาบอกเขาช่วยฟรี) จนกระทั่งหาร้านแลกได้เรทดี เป็นร้านแลกเงินน้านสะพานควาย ไม่ขอเอ่ยชื่อนะคะ สามีก็เดินเข้าไปในร้าน บอกพนักงานในร้านว่าขอแลกเงิน ตอนนั้นมีพนักงานรวมทั้งเจ้าของร้าน(เขาอ้างว่าเป็นเข้าร้าน)รวม4คน เขาบอกเงินจำนวนมาก ช่วงนี้เงินปลอมเยอะ ขอเวลาตรวจใบต่อใบเลยนะครับ... สามีดิฉัรตอบตกลง และนั่งรอในร้านนั้น เป็นเวลา1ชมกว่า ในขณะที่นั่งรอ ก็ได้เห็นกระบวนการตรวจเงินของร้าน ดูเป็นทางการน่าเชื่อถือทีเดียว มีทั้งการแสกนดู ใช้มือจับสัผัสทีละใบ และเครื่องมือส่อง
ผ่านไป1ชม.กว่าๆทางร้านบอกเงินจริง พร้อทกับนำเงินไทยตามเรทเงินวันนั้นส่งให้สามีของดิฉัน สามีดิฉันรับมา และเดินออกจากร้านไป หลังจากนั้นสามีได้หยิบเงินจำนวนที่เป็นกำไรของตัวเองออก(เพราะเขาบอกเรทเงินกับชาวมาเลน้อยกว่า) และได้นำเงินส่วนที่เหลือไปให้ชายชาวมาเลคนนั้น ชานคนนั้นขอบคุณใหญ่เลยและได้บอกอีกว่าดีใจที่มีคนบ้านเดัยวกันช่วยเหลือ และหลังจากนั้นก็นำเงินที่ตัวเองได้เอากำไรนั้นไปฝากธนาคารบัญชีตัวเอง และดิฉัรกับสามีก็ได้ไปเที่ยวกันตามปกติ จนหลังจากวันนั้น สองหรือสามวันนี่แหละ สามีดิฉันได้มาช่วยงานที่วัดไทยในกทม.อีกครั้ง แต่ดิฉันอยู่บ้านเกิดไม่ได้มาด้วย สามีอยู่โรงแรมได้มีตำรวจมาขอจับและส่งตัวไปสถานี ในข้อหา นำธนบัตรปลอมมาเพื่อใช้ในราชอาณาจักรไ ทย
... คือ... งง*** มาก*** แฟรก็ได้บอกกับตำรวจตามที่ดิฉันได้พิมพ์ไปข้างต้นละคะ ให้การไปแบบนั้น หลังจากนั้นตำรวจจับชายคนมาเลที่ให้สามีดิฉันช่วยแลกเงินให้ จับได้เขาให้การว่าเงินไม่ใช่ของสามีดิฉันชายคนนั้นให้การแบบนั้น
แต่ตำรวจก็ยังดำเนินคดีกับสามีดิฉันในข้อหามีธนบัตรปลอมไว้เพื่อใช้ในราชอาณาจักกรไทย ดิฉันได้ทำการประกันตัวสามีออกมา เพราะสามีฉันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
สามีห้ามออกนอกประเทศ ต้องรายงานตัวทุกเดือน แทนี่เราจะได้มาคลายความทุกข์เรื่องลูกเสีย กลับต้องมาเครียดเรื่องแบบนี้อีก เรา่ก็อดทนกันเอา เราไม่ผิดยังไงก็ต้องรอด ผ่านไป1เดือน ตำรวจผู้ดูแลคดีได้เรียกเข้าไปรับทราบคดีเพิ่ม เป็นคดีร่วมกันมีธนบัคงตรปลอม(มันคือหมายถึงเราเป็นพวกเดียวกัน)งงในงงไปใหญ่ ไหนผู้กองบอกชายคนนั้นให้การว่าเงินไม่ใช่ของสามีดิฉันไงคะ ***
เหมือนเดิมประกันตัวหลักทรัพย์ เงินทอง ***
ตอนนี้คดีก็ยังไม่สิ้นสุดต้องสู้กันต่อไป ขอทนายฟรีของศาลท่านก็ดีให้คำแนะนะ
เราไม่รู้หรอกเงินมันของปลอมจริงๆมั้ยเรารู้แต่ว่าเราให้ร้านตรวจเป็นชั่วโมงกว่าด้วยความบริสุทธิ์ใจ ร้านให้เงินสดไทยเราออกมาแล้ว แล้วสุดท้ายทำไมเราโดนจับ ร้านไม่มีมาตราฐาน หรือ ตุกติก อะไรกันแน่
ปล. ตอนโดจับครั้งแรกในสถานีตำรวจหนึ่งได้มีการคล้านกับว่าเรียกขอให้จ่ายเงินเพื่อให้คดีจบ สามีดิฉันเคยบอก แต่สามีไม่ได้ให้เพราะเขาคิดว่าถ้าเขาให้เจงขาก็คือคนผิดสิ
เขาไม่ได้ผิด...
.......... เราควรทำยังไงดีคะ
แผนการพักร้อนทำใจเรื่องลูกเสียของเราพังทลาย......ตออนนี้ตัวดิฉันก็ต้องพบจิตแพทย์คะ.....
แลกตังแล้วโดนจับยังงี้ผิดไหม
เรื่องมีอยู่ว่า ดิฉันได้แต่งานกับชาวมาเลเซียและย้ายไปอยู่ที่นั่น เรามีความสุขดี จนกระทั่งดิฉันท้องและคลอดลูกออกมา ได้แค่21วัน ลูกของเราก็เสีย ดิฉัรแทบจะเป็นบ้า สามีดิฉันเลยชวนกันกลับมาที่ไทยเพื่อไม่อยากให้ดิคิดมาก ไท่อยากให้นึกถึงภาพเก่าๆในบ้านที่เคยมีลูกอยู่
...... เจ้าเรื่องเลยละกันคะ พอมาถึงไทยดิฉัรกับแฟนก็ท่องเที่ยวไปทั่ว กลับบ้านเกิดดิฉันบ้าง ก็ค่อยคลายความเศร้าลง จนวันนึง
แฟนดิฉันได้คุยกับชายจีนชาวมาเลเซียเหมือนกันคนนึงทางกลุ่มวีแชท(บอกไว้หน่อยว่าคนจีมาเลเขาจพมีกลุ่มคุยในวีแชทคือแบบกลุ่มคนจีนบ้าง กลุ่มครบ้านเดีนยกัน อะไรทำนองนี้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องรู้จักกันนะคะ) เข้าใจกันว่าที่ชายคนนั้นเลือกที่จะข้อความมาหาสามีดิฉันเพราะว่าเวลาเราไปเที่ยวไหรแฟนมักจะโพาต์ลงในทามไลน์วีแชทตลอด(ประมาณว่าเหมือรผู้เชียวชาญในไทย)ประกอบกับแต่งงานกับคนไทยด้วย
วันหนึ่ง วันนั้นประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์2562 ชายคนนี้ได้ข้อความมาหาาามีดิฉัน สอบถามเรื่องการแลกเงินเป็นเงินไทย สามีดิฉันบอก สามารถพาไปหาร้านแลกให้ แต่ทางผู้ชายคนนั้นบอกสอบถามให้สามีดิฉันช่วยเป็นธุระไปแลกให้หน่อยเพราะตัวเองไม่สะดวก.. แวบแรกสามีดิฉันก็เอะใจ แต่ก็ไม่คิดอะไรคิดว่าช่วยคนประเทศเดียวกัน ก่อนจะไปแลกให้สามีดิฉัรก็ได้ขอให้ถ่ายสำเนาพาสปอร์ตและบัตรประจำตัวประชาชนของชายคนนั้นไว้ แล้วก็ช่วยนำเงินไปหาร้านแลกเงิน ระหว่างทางสามีดิฉัรก็คิดว่าถ้าเราหาร้านที่แลกได้เยอะๆ เราก็เอากำไรนิดหน่อย(ซึ่งสามีไม่ได้บอกกับชายคนนั้นเขาบอกเขาช่วยฟรี) จนกระทั่งหาร้านแลกได้เรทดี เป็นร้านแลกเงินน้านสะพานควาย ไม่ขอเอ่ยชื่อนะคะ สามีก็เดินเข้าไปในร้าน บอกพนักงานในร้านว่าขอแลกเงิน ตอนนั้นมีพนักงานรวมทั้งเจ้าของร้าน(เขาอ้างว่าเป็นเข้าร้าน)รวม4คน เขาบอกเงินจำนวนมาก ช่วงนี้เงินปลอมเยอะ ขอเวลาตรวจใบต่อใบเลยนะครับ... สามีดิฉัรตอบตกลง และนั่งรอในร้านนั้น เป็นเวลา1ชมกว่า ในขณะที่นั่งรอ ก็ได้เห็นกระบวนการตรวจเงินของร้าน ดูเป็นทางการน่าเชื่อถือทีเดียว มีทั้งการแสกนดู ใช้มือจับสัผัสทีละใบ และเครื่องมือส่อง
ผ่านไป1ชม.กว่าๆทางร้านบอกเงินจริง พร้อทกับนำเงินไทยตามเรทเงินวันนั้นส่งให้สามีของดิฉัน สามีดิฉันรับมา และเดินออกจากร้านไป หลังจากนั้นสามีได้หยิบเงินจำนวนที่เป็นกำไรของตัวเองออก(เพราะเขาบอกเรทเงินกับชาวมาเลน้อยกว่า) และได้นำเงินส่วนที่เหลือไปให้ชายชาวมาเลคนนั้น ชานคนนั้นขอบคุณใหญ่เลยและได้บอกอีกว่าดีใจที่มีคนบ้านเดัยวกันช่วยเหลือ และหลังจากนั้นก็นำเงินที่ตัวเองได้เอากำไรนั้นไปฝากธนาคารบัญชีตัวเอง และดิฉัรกับสามีก็ได้ไปเที่ยวกันตามปกติ จนหลังจากวันนั้น สองหรือสามวันนี่แหละ สามีดิฉันได้มาช่วยงานที่วัดไทยในกทม.อีกครั้ง แต่ดิฉันอยู่บ้านเกิดไม่ได้มาด้วย สามีอยู่โรงแรมได้มีตำรวจมาขอจับและส่งตัวไปสถานี ในข้อหา นำธนบัตรปลอมมาเพื่อใช้ในราชอาณาจักรไ ทย
... คือ... งง*** มาก*** แฟรก็ได้บอกกับตำรวจตามที่ดิฉันได้พิมพ์ไปข้างต้นละคะ ให้การไปแบบนั้น หลังจากนั้นตำรวจจับชายคนมาเลที่ให้สามีดิฉันช่วยแลกเงินให้ จับได้เขาให้การว่าเงินไม่ใช่ของสามีดิฉันชายคนนั้นให้การแบบนั้น
แต่ตำรวจก็ยังดำเนินคดีกับสามีดิฉันในข้อหามีธนบัตรปลอมไว้เพื่อใช้ในราชอาณาจักกรไทย ดิฉันได้ทำการประกันตัวสามีออกมา เพราะสามีฉันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
สามีห้ามออกนอกประเทศ ต้องรายงานตัวทุกเดือน แทนี่เราจะได้มาคลายความทุกข์เรื่องลูกเสีย กลับต้องมาเครียดเรื่องแบบนี้อีก เรา่ก็อดทนกันเอา เราไม่ผิดยังไงก็ต้องรอด ผ่านไป1เดือน ตำรวจผู้ดูแลคดีได้เรียกเข้าไปรับทราบคดีเพิ่ม เป็นคดีร่วมกันมีธนบัคงตรปลอม(มันคือหมายถึงเราเป็นพวกเดียวกัน)งงในงงไปใหญ่ ไหนผู้กองบอกชายคนนั้นให้การว่าเงินไม่ใช่ของสามีดิฉันไงคะ ***
เหมือนเดิมประกันตัวหลักทรัพย์ เงินทอง ***
ตอนนี้คดีก็ยังไม่สิ้นสุดต้องสู้กันต่อไป ขอทนายฟรีของศาลท่านก็ดีให้คำแนะนะ
เราไม่รู้หรอกเงินมันของปลอมจริงๆมั้ยเรารู้แต่ว่าเราให้ร้านตรวจเป็นชั่วโมงกว่าด้วยความบริสุทธิ์ใจ ร้านให้เงินสดไทยเราออกมาแล้ว แล้วสุดท้ายทำไมเราโดนจับ ร้านไม่มีมาตราฐาน หรือ ตุกติก อะไรกันแน่
ปล. ตอนโดจับครั้งแรกในสถานีตำรวจหนึ่งได้มีการคล้านกับว่าเรียกขอให้จ่ายเงินเพื่อให้คดีจบ สามีดิฉันเคยบอก แต่สามีไม่ได้ให้เพราะเขาคิดว่าถ้าเขาให้เจงขาก็คือคนผิดสิ
เขาไม่ได้ผิด...
.......... เราควรทำยังไงดีคะ
แผนการพักร้อนทำใจเรื่องลูกเสียของเราพังทลาย......ตออนนี้ตัวดิฉันก็ต้องพบจิตแพทย์คะ.....