[CR] ครั้งหนึ่งในชีวิตบนเกาะสวรรค์กับ Club Med Kani พักกลางน้ำ All-inclusive 3 วัน 2 คืน

มัลดีฟส์เป็นเกาะสวรรค์ของใครหลาย ๆ คน เชื่อว่าความฝันของคนรักทะเลต้องมีมัลดีฟส์อยู่ในนั้นแน่นอนและหนึ่งในนั้นก็คือเรา หลังจากนั้นเราก็หารีวิวอ่านไปเรื่อย ๆ ก็ไปสะดุดกับรีสอร์ท Club Med Kani ที่เห็นดาราไปเยอะมากแล้วราคาไม่แพงด้วย เนื่องด้วยเรามีงบที่จำกัดจึงอยากได้ที่พักราคาถูกแต่รวมทุกอย่างไว้หมดแล้วซึ่ง Club Med Kani ก็ตรงกับความต้องการของเรา พอได้รีสอร์ทที่อยากไปก็ดำเนินเรื่องเลยแต่ถ้าจะให้จองที่พักเองก็คงจะลำบากเพราะภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง เราเลยเลือกใช้บริการเอเจ้นเพื่อความสะดวกในการเที่ยวครั้งนี้ ซึ่งเราก็ดูไว้หลายที่มาก ๆ และก็ตกลงปลงใจกับที่นี่ https://www.facebook.com/maldivespromotionprice/ ที่เลือกที่นี่อันดับแรกคือเห็นคนตามเยอะดีและราคาก็ไม่แรงเท่าไหร่แถมมีส่วนลดให้อีกด้วย ( ชอบตรงส่วนลดเยอะนี่แหละ อิอิ )


สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมด
1. ค่าตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชีย ไป - กลับ 12,240 บาท ( จองเอง )
2. แพคเกจ Club Med Kani 3 วัน 2 คืน 39,600 บาท ( เอเจ้น )
แพคเกจนี้รวม
- ที่พักกลางน้ำ Overwater Suite
- Speedboat รับส่ง สนามบิน - รีสอร์ท
- อาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติทุกมื้อ
- เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์ไม่อั้นตลอดการเข้าพัก
- ทริปดำน้ำดูปะการัง
- กิจกรรมกีฬาทั้งบนบกและทางน้ำ
และอื่น ๆ อีกมากมาย เป็นบริการแบบ All-inclusive เรียกได้ว่าคุ้มสุด ๆ
*** รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 51,840 บาท
( ไม่รวมค่าใช้จ่ายช๊อปปิ้งที่สนามบินของตัวเอง )

*** มัลดีฟส์สามารถใช้เงินดอลลาร์ได้และปลั๊กไฟที่รีสอร์ทก็เหมือนบ้านเราเลยเสียบได้ปกติ


ถึงเวลาเก็บกระเป๋าไปมัลดีฟส์กันแล้ววววววววว มาร่วมเดินทางไปเที่ยวพร้อมกันเล้ย สายการบินที่ไปมัลดีฟส์มีทั้งหมด 3 สาย Air Asia และ Bangkok Airways เป็นเที่ยวบินที่บินตรง ส่วน Srilankan Airlines จะต้องไปต่อเครื่องที่ศรีลังกาก่อน และเราก็เลือกใช้บริการกับ Air Asia เพราะเป็นสายการบินที่บินตรงและราคาถูกกว่าอีกสาย
หลังจากใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม. ก็มาถึงสนามบินมาเล่ ประเทศมัลดีฟส์แล้ว มองวิวจากบนเครื่องคือน้ำสีสวยมากกกกกกกกกกกก แต่เรารู้สึกว่าวิวอีกฝั่งนึงฝั่งซ้ายจะสวยกว่าจากการอ่านรีวิวมา แต่เนื่องด้วยที่นั่งถูกจองเต็มแล้วเลยได้อีกมุมแทน ก็สวยเหมือนกันแหละเนอะ 55555
พอถึงสนามบินมาเล่เป็นสนามบินที่เล็ก ไม่มีทางหลงแน่นอน หลังจากที่ลงเครื่องผ่านด่านตม. เรียบร้อยสิ่งแรกที่ทำก็คือหาร้านซื้อซิมส์โทรศัพท์ #ชีวิตฉันที่ขาดโซเชี่ยลไม่ได้ 555555 เราก็ไปร้านที่คนรุมเยอะ ๆ นั่นก็คือร้านสีส้มชื่อ Dhiraagu ลืมถ่ายรูปหน้าร้านมาน่ะ TT แต่เดินออกมาอยู่ขวามือเลย เค้าจะมีโปรให้เลือก เราเลือก Traveller Basic $20 ซื้อมาแล้วใส่เครื่องสามารถเล่นได้เลย เน็ตแรงมากกกกกกกก
หลังจากทำอะไรเรียบร้อยก็เดินไปหาเค้าเตอร์ของรีสอร์ทที่เราพัก Club Med Kani อยู่เค้าเตอร์ที่ 61 และทำการยื่นเอกสารให้พนักงานแล้วเค้าก็จะพาเราไปขึ้น Speedboat
พอออกมานอกสนามบินคือน้ำใสมากกกกกกกกก ใสแบบใสจริง ๆๆ พนักงานก็จะยกกระเป๋าเราไปเก็บในเรือ
นั่ง Speedboat จากสนามบินไปยังรีสอร์ทประมาณ 30 นาทีก็ถึงรีสอร์ท Club Med Kani จะมีพนักงานมาต้อนรับเรา พนักงานน่ารักมาก ๆ ยิ้มตลอดเวลาหน้าอาจจะโหด ๆ หน่อยแต่เค้าใจดีอยู่นะ 55555 ลืมบอกไปว่าที่นี่มีพนักงานคนไทยด้วยเป็นกันเองสุด ๆ
ถึงแล้ววววววววว  Club Med Kani มุมกว้าง ๆ หน้าหาด ป้ายยอดฮิตที่ใครมาถึงต้องถ่ายกับป้ายนี้ เมื่อมาถึงรีสอร์ทพนักงานจะไปยัง Reception เพื่ออธิบายรายละเอียดต่าง ๆ
หลังจากพนักงานบอกรายละเอียดเสร็จก็จะให้สายรัดข้อมือกับเราและความพิเศษของสายนี้ก็คือ ... เป็นกุญแจห้องของเรานั่นเอง แฮร่ สามารถเอาสายนี้แปะที่ประตูหน้าห้องได้เลย สะดวกสุด ๆ สายนี้สามารถกันน้ำได้ไม่มีทางหลุดหายแน่นอนเพราะมันแน่นมากต้องใช้กรรไกรตัดอย่างเดียว
ตามไปดูห้องกันดีกว่าว่าภายในห้องมีอะไรบ้าง ต้องบอกก่อนว่าวันที่เราไปมีฝนตกด้วยแต่ฝนที่มัลดีฟส์ตกแป๊บเดียวก็หยุดท้องฟ้าเลยไม่สว่างเท่าไหร่
ห้องนอนกว้างมากกกกกกก เตียงนุ่มด้วย ภายในห้องก็จะมีบาร์ขนม น้ำ เราสามารถกินได้เลยถ้าหมดเค้าก็จะมาเติมให้ มีเตารีดผ้า มีตู้เซฟ มีเสื้อชูชีพไว้สำหรับลงเล่นน้ำได้เลย
และในส่วนนี้คือมุมยอดฮิตของใครหลาย ๆ คน ถ้าเข้าไปส่องเช็คอินไอจีของ Club Med Kani คือถ่ายกันเยอะมากตีฟองสบู่ลงในอ่างและถือแก้วไวน์มาจิบพร้อมกับโพสต์ท่าถ่ายรูป ใครไม่ได้รูปนี้คือมาไม่ถึงแน่ ๆ 5555555
มาดูอาหารเช้ากันบ้างดีกว่า ภายในห้องจะมีใบสำหรับเขียนว่าพรุ่งนี้เช้าเราจะกินอะไรจะมีให้ติ้กเราก็ติ้ก ๆ ไป มีอาหารเมกัน จีน เกาหลี ญี่ปุ่น พอติ้กเสร็จก็เาไปเสียบไว้ที่ตู้หน้าห้องพักได้เลยตอนดึกจะมีพนักงานมาเก็บและมาเสสิร์ฟให้เราในตอนเช้า กินไปชิมวิวไปฟินสุด ๆๆ
ในส่วนของเล้าจ์มุมนี้บริการเฉพาะคนที่พักกลางน้ำเท่านั้นที่สามารถมานอนเล่นถ่ายรูปได้ มีตาข่ายให้ถ่ายรูปด้วยนะคือดีเว่อร์
มาถึงบาร์หน้าหาดกันบ้างดีกว่าด้วยแพคเกจของมันคือ All-inclusive สามารถดื่มได้ไม่อั้น มีทั้งน้ำผลไม้ เบียร์ ไวน์ เราก็เลยดื่มกันไม่ยั้งจริง ๆ 555555 
อาหารมีให้เลือกเยอะมาก ๆ นานาชาติเลยเลือกกินให้พุงแตกแบบไม่อั้น ขนมก็มีเยอะมากมีแต่ของน่ากินทั้งนั้น
ไอติมมีให้เลือกหลายสีมากกกกกกกกก ไอติมอร่อยจริง แต่กรวยคือกินไม่ได้เลย 55555555
ในส่วนของกิจกรรมนั้นมีให้เลือกเล่นหลากหลาย แต่ถ้าจะไปดำน้ำดูปะการังข้างนอกต้องมีการทดสอบว่ายน้ำก่อนไปด้วยถ้าใครไม่ผ่านก็อดไปอยู่เล่นกิจกรรมที่รีสอร์ทแทน มีให้เล่นเยอะจริง ๆ ไม่น่าเบื่อแน่นอน
มาถึงปาร์ตี้ตอนกลางคืนแล้วโดยแต่ละวันจะมีตรีมแตกต่างกันออกไปและวันที่เรามาเป็นตรีมสีขาว ทุกคนก็คือแต่งกันจัดเต็มมากขาวทั้งหาดเลยก็ว่าได้ ในระหว่างกินข้าวกันอยู่ก็จะมีโชว์ให้ดูอีกด้วย
นี่คือส่วนของบาร์ตอนกลางคืนคือที่นี่มีบาร์หลายที่อยู่ พอบาร์กลางวันปิดอีกบาร์นึงก็จะเปิดให้บริการแทน
สั่งมาชิมสักหน่อยคือลองเกี่ยวทุกอย่างมีบางอย่างก็ดื่มได้รสชาติดี บางอย่างคือกินไม่ได้เลย ใครไปต้องเสี่ยงดูทุกเมนูนะ รับรองเด็ดจริง ๆ อิอิ
มีโชว์เยอะมาก ๆ ไม่น่าเบื่อเลย นักท่องเที่ยวก็ร่วมเต้น เฮฮาปาร์ตี้กันครึกครื้นสุด ๆ
และไฮไลท์ที่เราชอบก็คือการรินไวน์ ไม่รู้ว่ามันสนุกตรงไหนแต่คือเพลินมาก 55555 นักท่องเที่ยวเฮฮากันมาก พอเค้าโชว์เสร็จก็เอามาแจกจ่ายให้ดื่มกัน
และขอจบกระทู้ด้วยแก้วนี้แล้วกัน 55555 โดยรวมแล้วเป็นรีสอร์ทที่ดีมากกกกก ป็นทริปที่มีความสุขและคุ้มค่าสุด ๆ ที่ชอบก็คือมีพนักงานคนไทย มีโชว์ให้ดูเยอะมาก บรรยากาศดี อาหารอร่อย กิจกรรมก็ดี และดื่มไม่อั้นอันนี้ชอบเป็นพิเศษ อิอิ 
.
.
.
ฝากติดตามเพจและรีวิวที่เที่ยวอื่น ๆ ได้ที่ https://www.facebook.com/JourneyStory246 และ IG : Journeystory246 ฝากกดไลค์เป็นกำลังใจให้เพจเพิ่งเปิดใหม่ด้วยนะคะ ^^
ชื่อสินค้า:   มัลดีฟ (Maldives)
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่