สวดมนต์ เป็นสีลพตปรามาส,เป็นมิจฉาทิฎฐิ เป็นความเห็นสุดโต่งหรือไม่ และเห็นว่าการสวดมนต์ควรมีอยู่,ไม่ควรมีอยู่ในประเทศไทย

ขอถามเพื่อนๆสมาชิก
๑ คุณเห็นว่า การสวดมนต์ เป็นสีลพตปรามาส เพราะอะไร ไม่เป็นเพราะอะไร ?

๒ คุณเห็นว่า การสวดมนต์ เป็นมิจฉาทิฎฐิ เพราะอะไร ไม่เป็นเพราะอะไร ?

๓ คุณคิดว่า การมองว่าสวดมนต์เป็นสีลพตปรามาส,เป็นมิจฉาทิฎฐิ มีคุณ มีโทษ อย่างไร และเป็นความเห็นสุดโต่งหรือไม่อย่างไร ?

๔ คุณเห็นว่า การสวดมนต์ ควรเก็บไว้ หรือควรยกเลิก จากศาสนาพุทธในประเทศไทยหรือไม่ เพราะเหตุใด ?

พาพันขยัน
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 8
๑ คุณเห็นว่า การสวดมนต์ เป็นสีลพตปรามาส เพราะอะไร ไม่เป็นเพราะอะไร ?
ตอบ ไม่เป็น. แต่คือกิจกรรมที่สืบต่อกันมา จนเกิดชุมชน

๒ คุณเห็นว่า การสวดมนต์ เป็นมิจฉาทิฎฐิ เพราะอะไร ไม่เป็นเพราะอะไร ?
ตอบ มิจฉาทิฎฐิ ไม่มีใครหมายรู้ของใครได้ มีแต่ตนเองจะพิจารณาตามความเหมาะสม ไม่มีใครเหนือกรรม คือ มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์คือไม่มีใครรู้ อริยสัจ จึงเป็นตัวเราทุกวันนี้ เพราะอาศัยกัน

3 คุณคิดว่า การมองว่าสวดมนต์เป็นสีลพตปรามาส,เป็นมิจฉาทิฎฐิ มีคุณ มีโทษ อย่างไร และเป็นความเห็นสุดโต่งหรือไม่อย่างไร ?
ตอบ เป็นสิ่งดี เสริมสร้างคือการกระทำกรรมดี ก่อให้เกิดสมาธิ แสดงรู้จักใช้งานอย่างถูกต้อง


๔ คุณเห็นว่า การสวดมนต์ ควรเก็บไว้ หรือควรยกเลิก จากศาสนาพุทธในประเทศไทยหรือไม่ เพราะเหตุใด ?
ตอบ ทุกอย่างย่อมแปรเปลี่ยนไปตามธรรมชาติลักษณะของ ตัญหา ความคิด รู้สึก อาศัย กาม หรือ โทสะ เป็นเหตุเกิดความคิด มีความขี้เกียจเป็นลักษณะของเผ่าพันธุ์ กระทำสิ่งใดในสิ่งนั้น. สิ่งนั้นย่อมมีถึงปัจจุบัน ตามเป็ฯจริง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่