นี้เรามีโอกาสเห็นอะไรเก่าๆของตัวเอง เลยอยากจะเขียนเรื่องที่เราไม่เคยบอกใครเลย อยากจะปลดล็อกตัวเองสักที
ตอนเราอายุ 10หรือ11ปี มีรุ่นพี่คนนึงย้ายเข้ามาที่รร. เขาเป็นเพื่อนกับรุ่นพี่ที่เราสนิท ก็มีโอกาสคุยกันบ้าง หลังๆมาก็จะมีกิจกรรมของรร.บ่อยๆ ด้วยความเป็นเด็กกิจกรรมเหมือนกัน เลยมีโอกาสคุยกันเยอะขึ้น จนเราเริ่มรู้สึกมากกว่าแค่รุ่นพี่รุ่นน้อง พอสนิทกันมากขึ้น เราก็เริ่มทักพี่เขาไปทุกวัน เพราะพี่เขาใจดี ให้คุย ปรึกษาได้ทุกเรื่อง เรารู้ตัวว่าบางทีก็เผลอแสดงออกมาว่าชอบเขา จนเขากับเพื่อนเขาก็ถามเราว่าชอบเกรซ(นามสมมุติ)หรอ เราก็บอกเปล่า เป็นแบบนี้กับทุกคนอยู่แล้ว ประมาณนี้ เราไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่าคุยกันเฉยๆ เรารู้มันเป็นไปไม่ได้ เราได้เรียนรู้ว่ารักคือการให้จริงๆ จากครั้งนี้ เพราะ ที่เราบอกไปว่าเขาอยู่กลุ่มรุ่นพี่ที่เราสนิท(ให้ชื่อพี่เอแล้วกัน) พี่เอเองก็เป็นเพื่อนของลูกพี่ลูกน้องเรา(กร นามสมมติ) ซึ่งกับคนนี้เราก็สนิทไปไหนมาไหนด้วยกัน เขาสองคน(พี่เกรซ+กร)อยู่คนละรร. เขาก็มีโอกาสได้เจอ พูดคุยกัน จนดูเหมือนเขาจะชอบกัน โดยผ่านเราและพี่เอที่คอยเป็นแม่สื่อ วันวาเลนไทน์เราอยากให้ดอกกุหลาบพี่เขามาก แต่ถ้าบอกว่าเป็นของเรา พี่เขาต้องสงสัยแน่ๆ ตอนเอาให้เลยบอกว่า กรฝากมา ตอนเย็นเขามาที่บ้านเรา ตอนนั้นเราตกใจมากว่าพี่เขามาทำไม เราเห็นดอกกุหลาบในมือพี่เขา เราใจฟูมาก แต่พี่เขาพูดว่า ฝากให้กรด้วยนะ ใจเราไปแล้ว คืนนั้นเราร้องไห้อะ555 เราก็ทำตามที่เขาบอกนะ แต่กรให้เราเก็บไว้ ยังไม่อยากให้ครอบครัวรู้ เขาเป็นลูกคนเดียว ที่บ้านหวงมาก เราก็เก็บไว้ให้ และอีกหลายๆครั้งที่เขาส่งของให้กันผ่านเรา พอเป็นแบบนี้เรายิ่งต้องซ่อนความรู้สึกให้ลึกที่สุด มันตลกดีที่คอยแซวเขาให้ได้เขินกับเรื่องอีกคน ส่วนตัวเราก็ยังคุยกับพี่เกรซทุกวัน มีหลายครั้งที่เขาสองคนทะเลาะกัน เรามักจะส่งเพลงไปให้พี่เกรซ พี่เกรซก็ส่งมาให้เรา เหมือนเราจะมีกิจกรรมย่อมๆคือแลกเพลงกัน บอกฝันดีกันเกือบทุกคืน ด้วยคำที่คนอื่นเห็นคงอ้วก หรือแสลงหู คอยเป็นคนกลางที่ฟังเรื่องของเขาสองคนเกือบทุกๆวัน เซสุดก็ตอนกรเล่าว่าวันนี้ขอเกรซจูบ แล้วก็ขอถ่ายเก็บไว้ นางโชว์ให้เราดู เราเจ็บนะแต่เรายินดีมาก เพราะทั้งสองเป็นคนที่เรารัก เวลาทะเลาะกัน เราอยากให้เขาคืนดีกันไวๆ เพราะเรารู้ทั้งคู่เจ็บปวด และเราไม่อยากให้เป็นแบบนั้น มันเป็นความรักที่เหมือนพาตัวเองจมน้ำเลย แต่มันดีมากที่พี่เกรซยิ้มได้ จนวันนึงแม่กรรู้ว่ากรคบกับพี่เกรซ ก็เลยสืบสาวราวเรื่องว่าเป็นมายังไง แม่กรโทรมาหาเรา เราก็บอกไปว่าพี่เขาเป็นคนดี เรียนเก่ง แล้วก็นิสัยดี ไว้ใจได้ เราพยายาพูดทุกอย่างให้แม่กรเข้าใจ จนเขาก็เข้าใจได้ เราดีใจมาก ความรักของเขาไม่ต้องปิดบังครอบครัวแล้ว
เรารู้สึกผิดมาก ที่เรายังใจเต้นแรงทุกครั้งตอนที่ได้คุย ได้อยู่ใกล้พี่เกรซ รู้สึกผิดที่ตัวเองคอยมองหาเขาทุกวันในแถว แล้วใจแป้วทุกครั้งที่รู้ว่าเขาไม่มารร. เราคิดถึงเขา เราจำได้ทุกอย่างชื่อคนในครอบครัว ทะเบียนรถ เบอร์โทรศัพท์ เลขที่ บ้านเกิด ฯ ครั้งนึงเราต้องไปตามพี่เขาเพราะครูเรียก เขาขาเจ็บ เราอยากพยุงมาก แต่เราก็ไม่กล้าแม้แต่จับตัวเขา
เราแอบมองหน้าบ้านเขาทุกครั้งที่ผ่านเผื่อว่าอาจจะเจอเขา เรากลับบ้านช้าทุกวันจนโดนด่า เพราะรู้เขาอยู่กับเพื่อนต่อแล้วค่อยกลับ เราแอบเอาสร้อยไปใส่กระเป๋าเขา เขาตามหาคนที่อาจใส่ผิดกระเป๋า แต่ไม่มีคนมาทวง ไม่กี่วันต่อมา เขาใส่มารร. เราคือดีใจมาก มันอยู่ที่คอเขา ตอนที่เราต้องร่วมขบวนพาเหรด ฝนตกหนัก เรายืนอยู่ พี่เขามาจับมือเรา พาเดินเข้าไปยืนในเต็นท์ เราตกใจมาก ตอนนี้เราจับมือกันอยู่เหรอวะ และอีกอย่างที่ยังจำได้เราไปแข่งวิชาการ ตอนนั้นเราคิดถึงอยากได้กำลังใจมากๆ เราเลยลองกดเบอร์พี่เขาไป สรุปได้ยินแค่ฮะโหล คือใจเต้นแรงโยนทรศ.ทิ้งไปแล้ว ไม่กล้าคุย ทุกอย่างเป็นความทรงจำที่ดีมากๆ เจ็บปวด บ้าบอไปในเวลาเดียวกัน จนย้ายรร. เราสองคนอยู่ในช่วงเปลี่ยนช่วงชั้นเหมือนกัน เลยกลายเป็นว่าย้ายไปอยู่รร.เดียวกันอีก ซึ่งกรก็อยู่ที่นั่น เราเริ่มไม่ไหว เราทนความเจ็บปวด ทนจะอยู่แบบนี้ไม่ไหวแล้ว เรารู้สึกผิดกับทุกคนมาก เราบอกตัวเองว่าพอแล้วนะ เราเริ่มจากหยุดทักพี่เขาทั้งทางโซเชียล หรือต่อหน้า ตอนเดินสวนกันพยายามอย่างมากที่สุดเริ่มแรกลดการคุย ยิ้มอย่างเดียว จนทำทุกอย่างให้ว่างเปล่าเหมือนอากาศ เราเจ็บปวดมาก อยากคุยมาก แต่ก็เตือนตัวเองไว้เสมอว่าพอแล้ว จนเราเริ่มเหมือนคนแปลกหน้า จนวันนึงเราอยู่ที่บ้านกร พี่เกรซมาหากรพอดี กรออกไปธุระนอกห้องที่เรานั่งอยู่ ทุกอย่างเงียบมาก จนพี่เขาชวนคุย นาทีนั้นเรารู้เลยว่ายังรู้สึกกับพี่เขาอยู่ แต่เราก็ต้องหยุดให้ได้ จนก็เป็นคนแปลกหน้ากันจนเขาเรียนจบช่วงชั้นของเขา และเราก็จบช่วงชั้นของเราพอดี เราเดินสวนกันตรงทางเดินหลังตึก ตอนนั้นรู้แล้วว่าจะเจอพี่เขาคงยากแล้ว เพราะเขาไม่ใช่คนที่นี่ เลยยื่นดอกกุหลาบให้ พี่เขาบอกพี่ก็จะให้เหมือนกัน แต่ตอนอยู่ในพิธีต้องต่อแถวซึ่งแถวเรากับพี่เขาห่างกันมาก ตอนนี้เขาตั้งของไว้ไม่ได้หยิบมา เราเลยบอกไม่เป็นไร. สำหรับเราแล้วแค่พี่เขาไม่ลืมว่ายังมีเราอยู่บนโลก ก็ดีใจมากแล้ว ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะได้กอดด้วย จิตใจเรา เหมือนลูกโป่งที่โดนจิ้มแตกเลย หลังจากนั้นไม่ได้เจอพี่เขาเลย พี่เขาเลิกกับกรแล้ว เราลองทักไปดู เขายังใจดีเหมือนเดิม แต่อย่างว่าเขากับเราก็ต่างโตขึ้น ต้องเรียน ทำงาน จัดการเรื่องต่างๆ ไม่มีเวลามาคุยเล่นเหมือนเมื่อก่อนหรอก เราหลุดไปจากวงจรชีวิตของกันและกันแล้ว
สุดท้ายถ้าไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นกับเราเอง เราคงไม่เชื่อเลยว่า เด็ก 10-11ปี จะมีความรักที่ไม่ใช่แค่เล่นสนุกได้
ปล.อาจจะเพราะพี่เขาเป็นรักแรกของเรา เราเลยยังคิดถึงอยู่เสมอ+เขาเป็นคนเดียวที่ทำแบบนี้ได้
ปล.1เรื่องนี้หลายปีแล้ว
ปล.2จขกท.เป็นผญนะคะ
รักครั้งแรก
ตอนเราอายุ 10หรือ11ปี มีรุ่นพี่คนนึงย้ายเข้ามาที่รร. เขาเป็นเพื่อนกับรุ่นพี่ที่เราสนิท ก็มีโอกาสคุยกันบ้าง หลังๆมาก็จะมีกิจกรรมของรร.บ่อยๆ ด้วยความเป็นเด็กกิจกรรมเหมือนกัน เลยมีโอกาสคุยกันเยอะขึ้น จนเราเริ่มรู้สึกมากกว่าแค่รุ่นพี่รุ่นน้อง พอสนิทกันมากขึ้น เราก็เริ่มทักพี่เขาไปทุกวัน เพราะพี่เขาใจดี ให้คุย ปรึกษาได้ทุกเรื่อง เรารู้ตัวว่าบางทีก็เผลอแสดงออกมาว่าชอบเขา จนเขากับเพื่อนเขาก็ถามเราว่าชอบเกรซ(นามสมมุติ)หรอ เราก็บอกเปล่า เป็นแบบนี้กับทุกคนอยู่แล้ว ประมาณนี้ เราไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่าคุยกันเฉยๆ เรารู้มันเป็นไปไม่ได้ เราได้เรียนรู้ว่ารักคือการให้จริงๆ จากครั้งนี้ เพราะ ที่เราบอกไปว่าเขาอยู่กลุ่มรุ่นพี่ที่เราสนิท(ให้ชื่อพี่เอแล้วกัน) พี่เอเองก็เป็นเพื่อนของลูกพี่ลูกน้องเรา(กร นามสมมติ) ซึ่งกับคนนี้เราก็สนิทไปไหนมาไหนด้วยกัน เขาสองคน(พี่เกรซ+กร)อยู่คนละรร. เขาก็มีโอกาสได้เจอ พูดคุยกัน จนดูเหมือนเขาจะชอบกัน โดยผ่านเราและพี่เอที่คอยเป็นแม่สื่อ วันวาเลนไทน์เราอยากให้ดอกกุหลาบพี่เขามาก แต่ถ้าบอกว่าเป็นของเรา พี่เขาต้องสงสัยแน่ๆ ตอนเอาให้เลยบอกว่า กรฝากมา ตอนเย็นเขามาที่บ้านเรา ตอนนั้นเราตกใจมากว่าพี่เขามาทำไม เราเห็นดอกกุหลาบในมือพี่เขา เราใจฟูมาก แต่พี่เขาพูดว่า ฝากให้กรด้วยนะ ใจเราไปแล้ว คืนนั้นเราร้องไห้อะ555 เราก็ทำตามที่เขาบอกนะ แต่กรให้เราเก็บไว้ ยังไม่อยากให้ครอบครัวรู้ เขาเป็นลูกคนเดียว ที่บ้านหวงมาก เราก็เก็บไว้ให้ และอีกหลายๆครั้งที่เขาส่งของให้กันผ่านเรา พอเป็นแบบนี้เรายิ่งต้องซ่อนความรู้สึกให้ลึกที่สุด มันตลกดีที่คอยแซวเขาให้ได้เขินกับเรื่องอีกคน ส่วนตัวเราก็ยังคุยกับพี่เกรซทุกวัน มีหลายครั้งที่เขาสองคนทะเลาะกัน เรามักจะส่งเพลงไปให้พี่เกรซ พี่เกรซก็ส่งมาให้เรา เหมือนเราจะมีกิจกรรมย่อมๆคือแลกเพลงกัน บอกฝันดีกันเกือบทุกคืน ด้วยคำที่คนอื่นเห็นคงอ้วก หรือแสลงหู คอยเป็นคนกลางที่ฟังเรื่องของเขาสองคนเกือบทุกๆวัน เซสุดก็ตอนกรเล่าว่าวันนี้ขอเกรซจูบ แล้วก็ขอถ่ายเก็บไว้ นางโชว์ให้เราดู เราเจ็บนะแต่เรายินดีมาก เพราะทั้งสองเป็นคนที่เรารัก เวลาทะเลาะกัน เราอยากให้เขาคืนดีกันไวๆ เพราะเรารู้ทั้งคู่เจ็บปวด และเราไม่อยากให้เป็นแบบนั้น มันเป็นความรักที่เหมือนพาตัวเองจมน้ำเลย แต่มันดีมากที่พี่เกรซยิ้มได้ จนวันนึงแม่กรรู้ว่ากรคบกับพี่เกรซ ก็เลยสืบสาวราวเรื่องว่าเป็นมายังไง แม่กรโทรมาหาเรา เราก็บอกไปว่าพี่เขาเป็นคนดี เรียนเก่ง แล้วก็นิสัยดี ไว้ใจได้ เราพยายาพูดทุกอย่างให้แม่กรเข้าใจ จนเขาก็เข้าใจได้ เราดีใจมาก ความรักของเขาไม่ต้องปิดบังครอบครัวแล้ว
เรารู้สึกผิดมาก ที่เรายังใจเต้นแรงทุกครั้งตอนที่ได้คุย ได้อยู่ใกล้พี่เกรซ รู้สึกผิดที่ตัวเองคอยมองหาเขาทุกวันในแถว แล้วใจแป้วทุกครั้งที่รู้ว่าเขาไม่มารร. เราคิดถึงเขา เราจำได้ทุกอย่างชื่อคนในครอบครัว ทะเบียนรถ เบอร์โทรศัพท์ เลขที่ บ้านเกิด ฯ ครั้งนึงเราต้องไปตามพี่เขาเพราะครูเรียก เขาขาเจ็บ เราอยากพยุงมาก แต่เราก็ไม่กล้าแม้แต่จับตัวเขา
เราแอบมองหน้าบ้านเขาทุกครั้งที่ผ่านเผื่อว่าอาจจะเจอเขา เรากลับบ้านช้าทุกวันจนโดนด่า เพราะรู้เขาอยู่กับเพื่อนต่อแล้วค่อยกลับ เราแอบเอาสร้อยไปใส่กระเป๋าเขา เขาตามหาคนที่อาจใส่ผิดกระเป๋า แต่ไม่มีคนมาทวง ไม่กี่วันต่อมา เขาใส่มารร. เราคือดีใจมาก มันอยู่ที่คอเขา ตอนที่เราต้องร่วมขบวนพาเหรด ฝนตกหนัก เรายืนอยู่ พี่เขามาจับมือเรา พาเดินเข้าไปยืนในเต็นท์ เราตกใจมาก ตอนนี้เราจับมือกันอยู่เหรอวะ และอีกอย่างที่ยังจำได้เราไปแข่งวิชาการ ตอนนั้นเราคิดถึงอยากได้กำลังใจมากๆ เราเลยลองกดเบอร์พี่เขาไป สรุปได้ยินแค่ฮะโหล คือใจเต้นแรงโยนทรศ.ทิ้งไปแล้ว ไม่กล้าคุย ทุกอย่างเป็นความทรงจำที่ดีมากๆ เจ็บปวด บ้าบอไปในเวลาเดียวกัน จนย้ายรร. เราสองคนอยู่ในช่วงเปลี่ยนช่วงชั้นเหมือนกัน เลยกลายเป็นว่าย้ายไปอยู่รร.เดียวกันอีก ซึ่งกรก็อยู่ที่นั่น เราเริ่มไม่ไหว เราทนความเจ็บปวด ทนจะอยู่แบบนี้ไม่ไหวแล้ว เรารู้สึกผิดกับทุกคนมาก เราบอกตัวเองว่าพอแล้วนะ เราเริ่มจากหยุดทักพี่เขาทั้งทางโซเชียล หรือต่อหน้า ตอนเดินสวนกันพยายามอย่างมากที่สุดเริ่มแรกลดการคุย ยิ้มอย่างเดียว จนทำทุกอย่างให้ว่างเปล่าเหมือนอากาศ เราเจ็บปวดมาก อยากคุยมาก แต่ก็เตือนตัวเองไว้เสมอว่าพอแล้ว จนเราเริ่มเหมือนคนแปลกหน้า จนวันนึงเราอยู่ที่บ้านกร พี่เกรซมาหากรพอดี กรออกไปธุระนอกห้องที่เรานั่งอยู่ ทุกอย่างเงียบมาก จนพี่เขาชวนคุย นาทีนั้นเรารู้เลยว่ายังรู้สึกกับพี่เขาอยู่ แต่เราก็ต้องหยุดให้ได้ จนก็เป็นคนแปลกหน้ากันจนเขาเรียนจบช่วงชั้นของเขา และเราก็จบช่วงชั้นของเราพอดี เราเดินสวนกันตรงทางเดินหลังตึก ตอนนั้นรู้แล้วว่าจะเจอพี่เขาคงยากแล้ว เพราะเขาไม่ใช่คนที่นี่ เลยยื่นดอกกุหลาบให้ พี่เขาบอกพี่ก็จะให้เหมือนกัน แต่ตอนอยู่ในพิธีต้องต่อแถวซึ่งแถวเรากับพี่เขาห่างกันมาก ตอนนี้เขาตั้งของไว้ไม่ได้หยิบมา เราเลยบอกไม่เป็นไร. สำหรับเราแล้วแค่พี่เขาไม่ลืมว่ายังมีเราอยู่บนโลก ก็ดีใจมากแล้ว ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะได้กอดด้วย จิตใจเรา เหมือนลูกโป่งที่โดนจิ้มแตกเลย หลังจากนั้นไม่ได้เจอพี่เขาเลย พี่เขาเลิกกับกรแล้ว เราลองทักไปดู เขายังใจดีเหมือนเดิม แต่อย่างว่าเขากับเราก็ต่างโตขึ้น ต้องเรียน ทำงาน จัดการเรื่องต่างๆ ไม่มีเวลามาคุยเล่นเหมือนเมื่อก่อนหรอก เราหลุดไปจากวงจรชีวิตของกันและกันแล้ว
สุดท้ายถ้าไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นกับเราเอง เราคงไม่เชื่อเลยว่า เด็ก 10-11ปี จะมีความรักที่ไม่ใช่แค่เล่นสนุกได้
ปล.อาจจะเพราะพี่เขาเป็นรักแรกของเรา เราเลยยังคิดถึงอยู่เสมอ+เขาเป็นคนเดียวที่ทำแบบนี้ได้
ปล.1เรื่องนี้หลายปีแล้ว
ปล.2จขกท.เป็นผญนะคะ