เมื่อผู้กำกับพูดถึงเบลใน Me before We
ME before WE
ตอนคิดว่าเราจะขยายจักรวาลของWHERE WE BELONG สิ่งแรกที่เรานึกถึงคือเบล เบลที่เป็นตัวละครที่ปิดหนังเมน และปล่อยทั้งตัวเองและคนดูเคว้งคว้าง คนที่จากไปไม่รู้เจ็บปวดมั้ย แต่คนที่ทนอยู่ต่อไปก็เจ็บปวดเหมือนกัน เราเลยอยากสำรวจตัวละครนี้ ก่อนที่เรื่องทุกอย่างจะเริ่มขึ้น
ในการทำงานเลยกลายเป็นว่าในเรื่องนี้ เบลคือตัวละครหลัก ส่วนซู คือตัวละครที่โผล่มาในตอนท้าย ทีมงานในการทำเรื่องนี้เป็นชุดเล็กลงมาจากตอนทำหนังยาว มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยแบบไม่ต้องรู้ก็ได้แต่อยากเล่าให้ฟัง
-ทีมที่มาใหม่คือ น้องแฮม @Natdanai Naksuwan ตากล้องไฟแรงที่เราขอคิวไปตอนจะถ่ายโฆษณามาตั้งหลายงาน แต่ก็วืดไปทุกครั้ง ไม่เคยได้สักที ฮอตกว่าไฟก็คิวแฮมนี่แหละ แฮมทุ่มเทงานนี้มาก แม้งบจะไม่เยอะ และคิวก็ต้องกระชับ ประทับใจครับแฮม หวังว่าจะได้ร่วมงานกันอีก
-เราบรีฟแฮมว่า เรื่องนี้อยากถ่ายด้วยratio 4:3 เราอยากให้เฟรมมันแคบๆ เงียบๆ แต่ยังต้องเหงา ตั้งกล้องให้นิ่งที่สุด เคลื่อนให้น้อยที่สุด อย่างมากก็แพน ไม่มีแฮนด์เฮลด์แบบWWB โลกของเบลมันกำลังอยู่ในสภาวะตัวเล็กๆขดๆ ปกติเฟรมที่กว้างกว่านี้จะสร้างความเหงาหรือเวิ้งว้างง่ายกว่า แต่แฮมจัดความเหงาในเรโชนี้ให้ได้สาแก่ใจเรา
-ด้วยคิวของน้องๆ เราใช้โรงเรียนสองแห่งมาประกอบกันเป็นโรงเรียนเดียว โรงเรียนแรกอยู่จันทบุรี อีกโรงเรียนอยู่กรุงเทพฯ ไม่รู้คนดูรู้มั้ย แต่เด็กๆของสองโรงเรียนนั้นรู้แน่ๆ555
-อันนี้สปอยล์นะ คนที่มารับบทเป็นคุณพ่อเบลในหนังยาว กับMBW เป็นคนละคนกัน เพราะคุณพ่อคนแรกอยู่จังหวัดเลย การอิมพอร์ตมาจึงมีความยุ่งยากและแพงกว่า คุณพ่อคนใหม่เราหาจากในพื้นที่ ด้วยมนต์ดำของภาพยนตร์ เราทำได้ 555
-ลานบินท่าใหม่ ไม่มีแผนจะสร้างตึกอะไร
-สัญลักษณ์ของซูวัยเด็กตั้งแต่ในWWBคือการใส่ที่คาดผม ใส่เมื่อไหร่ หน้าเจนนิสเด็กลงสองปีทันที555
-เจนนิสใช้เสาสีฟ้ามาช่วยเปิดประตู เพราะเจนนิสอยู่สีฟ้า5555
-ฉากขี่จักรยานสุดท้าย ต้องแยกถ่ายทำสองวัน และถ่ายภาพแคบกับภาพกว้างกันคนละที่ เนื่องด้วยฝนกระหน่ทั้งสองวันจนทำให้ถ่ายทำไม่ทัน ในวันที่สองจะเดินทางกลับไปที่โลเคชั่นแรกก็จะกินเวลาจนถ่ายไม่ทันอีก ปัญหาคือ จะทำยังไงให้ไม่โดด ทั้งแสงและฉากหลัง แต่ด้วยมนต์ดำของภาพยนตร์ เราทำได้555
-ในภาพแคบที่ถ่ายวันที่สอง เจนนิสไม่ได้ขี่จักรยานจริง แต่ใช้เข็นบนรางดอลลี่เอา ถ้าเห็นภาพเบื้องหลังจะตลกมาก ด้วยมนต์ดำของภาพยนตร์ เราทำได้555
-เบลหนักจริง เบาะก็ต่ำ ทางเป็นเนินขึ้นเบาๆ (แบบที่เห็นตอนแพนไปสุดท้าย) จนเจนนิสขี่จักรยานเป๋ไปมา
-การต้องถ่าย MBW ไปพร้อมๆกับ Stratosphere ทำให้สิคต้องวิ่งไปมาระหว่างสองเรื่อง เพราะMBW มีสิคแทบทุกฉาก การปรับอารมณ์ไปมาระหว่างความกาวกับความเหงาของสองเรื่อง เป็นความมหัศจรรย์ที่มีแต่สิคเท่านั้นที่จะทำได้
-รูปนี้ถ่ายผ่านมอเนิเตอร์ตอนที่สิคกำลังมองเข้ามาในเลนส์กล้องเพื่อเช็คหน้าตัวเองว่าแตกโอเครึป่าว ทั้งตลก เอาเรื่อง และน่ารักดี
#WhereWeBelong
#MEbeforeWE
เมื่อผู้กำกับพูดถึงเบลใน Me before We
ตอนคิดว่าเราจะขยายจักรวาลของWHERE WE BELONG สิ่งแรกที่เรานึกถึงคือเบล เบลที่เป็นตัวละครที่ปิดหนังเมน และปล่อยทั้งตัวเองและคนดูเคว้งคว้าง คนที่จากไปไม่รู้เจ็บปวดมั้ย แต่คนที่ทนอยู่ต่อไปก็เจ็บปวดเหมือนกัน เราเลยอยากสำรวจตัวละครนี้ ก่อนที่เรื่องทุกอย่างจะเริ่มขึ้น
ในการทำงานเลยกลายเป็นว่าในเรื่องนี้ เบลคือตัวละครหลัก ส่วนซู คือตัวละครที่โผล่มาในตอนท้าย ทีมงานในการทำเรื่องนี้เป็นชุดเล็กลงมาจากตอนทำหนังยาว มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยแบบไม่ต้องรู้ก็ได้แต่อยากเล่าให้ฟัง
-ทีมที่มาใหม่คือ น้องแฮม @Natdanai Naksuwan ตากล้องไฟแรงที่เราขอคิวไปตอนจะถ่ายโฆษณามาตั้งหลายงาน แต่ก็วืดไปทุกครั้ง ไม่เคยได้สักที ฮอตกว่าไฟก็คิวแฮมนี่แหละ แฮมทุ่มเทงานนี้มาก แม้งบจะไม่เยอะ และคิวก็ต้องกระชับ ประทับใจครับแฮม หวังว่าจะได้ร่วมงานกันอีก
-เราบรีฟแฮมว่า เรื่องนี้อยากถ่ายด้วยratio 4:3 เราอยากให้เฟรมมันแคบๆ เงียบๆ แต่ยังต้องเหงา ตั้งกล้องให้นิ่งที่สุด เคลื่อนให้น้อยที่สุด อย่างมากก็แพน ไม่มีแฮนด์เฮลด์แบบWWB โลกของเบลมันกำลังอยู่ในสภาวะตัวเล็กๆขดๆ ปกติเฟรมที่กว้างกว่านี้จะสร้างความเหงาหรือเวิ้งว้างง่ายกว่า แต่แฮมจัดความเหงาในเรโชนี้ให้ได้สาแก่ใจเรา
-ด้วยคิวของน้องๆ เราใช้โรงเรียนสองแห่งมาประกอบกันเป็นโรงเรียนเดียว โรงเรียนแรกอยู่จันทบุรี อีกโรงเรียนอยู่กรุงเทพฯ ไม่รู้คนดูรู้มั้ย แต่เด็กๆของสองโรงเรียนนั้นรู้แน่ๆ555
-อันนี้สปอยล์นะ คนที่มารับบทเป็นคุณพ่อเบลในหนังยาว กับMBW เป็นคนละคนกัน เพราะคุณพ่อคนแรกอยู่จังหวัดเลย การอิมพอร์ตมาจึงมีความยุ่งยากและแพงกว่า คุณพ่อคนใหม่เราหาจากในพื้นที่ ด้วยมนต์ดำของภาพยนตร์ เราทำได้ 555
-ลานบินท่าใหม่ ไม่มีแผนจะสร้างตึกอะไร
-สัญลักษณ์ของซูวัยเด็กตั้งแต่ในWWBคือการใส่ที่คาดผม ใส่เมื่อไหร่ หน้าเจนนิสเด็กลงสองปีทันที555
-เจนนิสใช้เสาสีฟ้ามาช่วยเปิดประตู เพราะเจนนิสอยู่สีฟ้า5555
-ฉากขี่จักรยานสุดท้าย ต้องแยกถ่ายทำสองวัน และถ่ายภาพแคบกับภาพกว้างกันคนละที่ เนื่องด้วยฝนกระหน่ทั้งสองวันจนทำให้ถ่ายทำไม่ทัน ในวันที่สองจะเดินทางกลับไปที่โลเคชั่นแรกก็จะกินเวลาจนถ่ายไม่ทันอีก ปัญหาคือ จะทำยังไงให้ไม่โดด ทั้งแสงและฉากหลัง แต่ด้วยมนต์ดำของภาพยนตร์ เราทำได้555
-ในภาพแคบที่ถ่ายวันที่สอง เจนนิสไม่ได้ขี่จักรยานจริง แต่ใช้เข็นบนรางดอลลี่เอา ถ้าเห็นภาพเบื้องหลังจะตลกมาก ด้วยมนต์ดำของภาพยนตร์ เราทำได้555
-เบลหนักจริง เบาะก็ต่ำ ทางเป็นเนินขึ้นเบาๆ (แบบที่เห็นตอนแพนไปสุดท้าย) จนเจนนิสขี่จักรยานเป๋ไปมา
-การต้องถ่าย MBW ไปพร้อมๆกับ Stratosphere ทำให้สิคต้องวิ่งไปมาระหว่างสองเรื่อง เพราะMBW มีสิคแทบทุกฉาก การปรับอารมณ์ไปมาระหว่างความกาวกับความเหงาของสองเรื่อง เป็นความมหัศจรรย์ที่มีแต่สิคเท่านั้นที่จะทำได้
-รูปนี้ถ่ายผ่านมอเนิเตอร์ตอนที่สิคกำลังมองเข้ามาในเลนส์กล้องเพื่อเช็คหน้าตัวเองว่าแตกโอเครึป่าว ทั้งตลก เอาเรื่อง และน่ารักดี
#WhereWeBelong
#MEbeforeWE