สิ่งที่พ่อและแม่ไม่ควรทำ ถ้าไม่อยากให้ลูกมีปมในใจ...

       จากปัญหาที่เคยพบเจอ ทำให้คิดขึ้นมาได้ว่า...
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กเกิดปัญหาในชีวิต และสร้างปมให้กับเด็ก ส่วนหนึ่งก็มาจากคนที่ขึ้นชื่อว่า..แม่และพ่อด้วยเหมือนกัน เพราะ
การที่คนเป็นแม่หรือพ่อ ดุด่าหรือว่าลูกตัวเองต่อหน้าคนอื่น มันทำให้คนอื่นเห็นจุดอ่อนของลูกตัวเอง...
ถ้าเด็กกล้าเถียง คนอื่นก็จะเห็นจุดเเข็ง
แต่ถ้าเด็กกลัว คนอื่นก็จะเห็นจุดอ่อน...
และอาจนำจุดอ่อนตรงนั้นมาขู่หรือบังคับลูกเราให้ทำตามความต้องการของเค้าได ้เช่น
ขู่ว่าให้ไปขโมยเงินมา ถ้าไม่ทำจะเอาเรื่องที่เค้ารู้เกี่ยวกับเด็กไปบอกพ่อแม่...
คนพวกนี้จะหาเรื่องต่างๆมาขู่ลูกเรา เพื่อให้ทำตามความต้องการของเค้า
เพราะเค้ารู้ว่าจุดอ่อนของลูกเราคือกลัวแม่หรือพ่อ... และนั่นจึงเป็นสิ่งที่เค้าสามารถนำมาขู่ลูกเราได้ตลอด...
       เพราะฉะนั้นคนที่กำลังจะเป็นแม่หรือพ่อคน หรือคนที่เป็นอยู่แล้ว และคนที่เป็นผู้เลี้ยงดูเด็ก ให้เลิกการกระทำแบบนี้ซะ คนที่ไม่เคยทำก็อย่าทำเด็ดขาด เพราะมันจะทำให้เด็กมีปมในใจ จนอาจเกิดเรื่องร้ายได้ ถ้าลูกทำผิด ทำอะไรไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้องขณะอยู่ต่อหน้าคนอื่น ให้สอนเค้าด้วยเหตุผล ว่าอะไรควรหรือไม่ควร อย่าใช้อารมณ์เหนือเหตุผลเด็ดขาด... ให้คิดว่าตอนเราเป็นเด็กเรายังเคยผิดพลาด แม้กระทั้งตอนเป็นผู้ใหญ่ก็ยังมีเรื่องให้ผิดพลาดได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นมีอะไรให้สอนกันดีๆ และที่สำคัญที่สุดต้องใช้เหตุผลให้อยู่เหนืออารมณ์ และอย่าสร้างความอับอายให้ลูกต่อหน้าคนอื่นเด็ดขาด ถ้าไม่อยากให้ลูกมีปมในใจ...
      *เราต้องพูดคุยกับลูกทุกวัน เพื่อให้ลูกมั่นใจว่าพ่อแม่ปกป้องเค้าได้ ถ้าเค้าเล่าความจริงให้ฟัง
      *เราเป็นพ่อแม่ต้องกางปีกปกป้องลูก เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมา มันเรียกกลับคืนมาไม่ได้.......
เรื่องทั้งหมดนี้เคยเกิดขึ้นกับตัวเราเองในช่วงเวลาหนึ่ง และมันก็ผ่านไปแล้ว แต่ที่เรานำมาแชร์ให้ฟัง เพราะต้องการเตือนคนที่เป็นพ่อแม่ทุกคนให้นึกถึงความรู้สึกของลูกให้มากๆ เพราะความรู้สึกเป็นสิ่งที่เสียเเล้วเรียกกลับไม่ได้ 
เราสร้างเค้าให้เกิดมาแล้ว ก็ต้องใส่ใจดูแลความรู้สึกของกันและกันให้ดีๆ
เรามีลูกเพื่อให้เค้ามาเติมเต็มครอบครัวให้สมบูรณ์
เพราะการมีลูกคือ การที่เราเอาความคิด หรือสิ่งที่คิดว่าดีใส่คนๆนึงแล้วคืนคนที่มีคุณภาพกลับสู่โลกใบนี้...
       สุดท้ายนี้เจ้าของกระทู้ขอให้คุณแม่และคุณพ่อทุกท่าน ที่เคยมีพฤติกรรมดังกล่าว ขอให้ท่านหยุดพฤติกรรมเหล่านี้ และปรับเปลี่ยนมันให้ดีขึ้น อย่างที่เจ้าของกระทู้ได้แนะนำ เพราะเจ้าของกระทู้ได้พิสูจน์จากการที่เจอมากับตัวเเล้วว่า มันไม่มีผลดีจริงๆ ส่วนคุณแม่และคุณพ่อที่ไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าของกระทู้ได้แชร์ประสบการณ์มา ก็ขอชื่นชมและขอให้ท่านดูแลลูกๆให้ดีขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ขอบคุณค่ะ
                                                                              ใจลูก & ใจเรา
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่