การให้ที่ง่ายที่สุด @สภากาชาดไทย

กระทู้สนทนา
         ตามหัวข้อเลยค่ะ เราอยากเป็น 1 เสียงที่อยากส่งต่อความรู้สึกที่ดีๆ เพียงแค่สละเวลาและเลือดของเราแค่บางส่วนก็ช่วยเหลือคนอื่นๆบนโลกนี้ได้แล้วค่ะ

         ก่อนอื่นขอเล่าก่อนว่าเราเองใช้มอไซค์ในการเดินทางใน กทม.ทุกวันค่ะ จันทร์-อาทิตย์เลยก็ว่าได้ ไม่กลัวแดด ไม่กลัวลม เน้นบำรุงผิวกลางคืนแทน ส่วนกลางวันเน้นใส่เสื้อผ้าปกปิดผิวค่ะ ด้วยว่าเราเป็นผู้หญิง 
         เจออุบัติเหตุก็เยอะมากตามท้องถนน บางครั้งอยากลงไปช่วยแต่เราเองมีเวลาที่เร่งรีบ บางครั้งเลือดนองตามท้องถนน ทำให้รู้สึกหดหู่มากๆ จนมาวันนึงได้รู้จักพี่ผึ้งค่ะ (เค้าเป็นผู้ช่วยพยาบาลมาก่อน) เค้าออกแนวสายบุญค่ะ มีอาชีพแม่ค้า (กลุ่มแม่ค้าหลายๆคนชอบทำบุญกันมาก) พี่ผึ้งเป็นหนึ่งในนั้น ตอนแรกที่ไม่สนิทจะรู้สึกว่าพี่เค้าชอบเหวี่ยงๆ ค่ะ แต่พอสนิทด้วยเค้าเป็นคนใจบุญและสนุกสนานดีมากๆ ค่ะ พี่เค้าจะไปปฏิบัติธรรมในวันพระและวันหยุดบ่อยๆ (ถือศีล 8) 
         พี่ผึ้งเล่าให้ฟังถึงเรื่องการไปบริจาคเลือด ด้วยว่าเราเป็นคนกลัวเข็มมากๆ ค่ะ เราจึงบอกพี่เค้าไปว่าเราอยากให้นะ แต่ไม่กล้าไปเพราะกลัวเข็มเอามากๆ (เป็นโรคกลัวเข็มตั้งแต่เด็ก 555+ ขนาดป่วยยังขอยาหมอมากินเลยอ่ะค่ะ 555+) แล้วพี่ผึ้งเค้าพูดมาคำนึงค่ะว่า
"พี่ไม่ได้เป็นคนรวย เวลาพี่ก็มีน้อยพี่เองก็ไม่ค่อยได้ทำบุญสักเท่าไหร่ตอนก่อนหน้านี้ (ตอนนี้น่าจะ 45 ปี) การบริจาคเลือดคือการให้ที่ง่ายที่สุดแล้ว แล้วพี่เค้าก็พูดถึงหลักพระพุทธศาสนา เรื่องพระเวสสันดรที่ให้ทานแม้แต่ลูกเมียยังให้ได้ (ประมาณนี้นะคะ) เราเลยคิดตามว่า อืม .. มันจริงนะ มันคือ การให้ที่ง่ายที่สุดจริงๆ" เราก็ฟังพี่เค้ามาเรื่อยจนถึงวันที่เราตัดสินใจไปค่ะ
         วันปีใหม่หลังจากที่เราไปปฏิบัติธรรมกับเพื่อนสนิท 4 วัน 3 คืน (ต้นปี 2561) เรากลับมาบ้านค่ะและพ่อของเราชวนไปทานข้าว เราเลยบอกว่าเราไม่ว่างขอเป็นหลังจากนั้นค่อยเจอกัน เพราะเราอยากไปบริจาคเลือด (คิดไว้แล้วว่าคงไม่ต้องกลัวเจ็บอีก) พ่อเลยบอกว่าเดี๋ยวพ่อไปรับแล้วไปด้วยกัน และค่อยไปทานข้าวกัน พ่อเราเลยมารับไปที่สภากาชาดไทย
          ครั้งแรกที่เข้าไปคือ คนเยอะมากๆ ค่ะ น่าจะวันที่ 02/01/2561 นะคะ ถ้าจำไม่ผิด ยังหยุดอยู่เลย พ่อเราบริจาคไม่ได้เพราะพ่อเป็นโรคหัวใจค่ะ เราจึงตรวจสุขภาพ และทำตามทุกข้อที่เค้าตั้งไว้ นอนมาเต็มอิ่ม กินมาเต็มที่พร้อมโดนเจาะเลือดแล้ว
          หัวใจเราเต้นแรงมากกับครั้งแรกของการบริจาคเลือดค่ะ (เต้นแรงมากกว่าการที่ได้จับมือกับผู้ชายที่ชอบครั้งแรกซะอีก 555+)
คุณหมอบอกว่าหัวใจเต้นเร็ว แล้วเลยบอกว่า อ๋อ ครั้งแรกค่ะ ตื่นเต้นมากๆ เชื่อไหมค่ะว่าครั้งแรกของเราเป็นอะไรที่วิเศษที่สุด เราก็ให้เลือดผ่านไป
มันกลัวมากนะคะ แต่พอเราคิดถึงคนที่เค้ากำลังต้องการเลือดของเรา เอาไปต่อชีวิตให้คนอื่นๆบนโลกนี้ที่เค้าต้องการ ถ้าเราทำได้เราก็อยากให้ค่ะ
           อีกทั้งเราเองคิดว่าร่างกายนี้มันเป็นแค่นามสมมติค่ะ มันแค่อยู่กับเราตามอายุไขของมัน มันจะเจ็บป่วย และตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เราจึงอยากให้มันไปทำประโยชน์แก่คนอื่นๆ บ้าง และการให้เลือดมันง่ายมากมายจริงๆ 
           ขั้นตอนไม่ยากค้นหาข้อมูลบนกูเกิ้นได้เลยค่ะ รักษาสุขภาพให้ดีที่สุด พักผ่อน ออกกำลังกาย และกินอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ใช่เราไม่ดื่มนะคะ เราดื่มแค่ออกงาน หรือนานๆทีค่ะ นานมากๆ บางทีเครียดค่อยดื่มบ้างเท่านั้น ส่วนสุขภาพของเราแข็งแรงดีมากค่ะ (อายุ 32)
           และเมื่อวานก็เป็นอีกครั้งที่เราไปค่ะ ตอนนี้เราไปครั้งที่ 5 แล้ว ครั้งต่อไปเดือน ต.ค. ค่ะ ก่อนนี้เราไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการให้จะดีขนาดนี้ มันไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นนะคะ (เพราะนั่นมันต้องมาจากตัวเรา) แต่หลังจากที่เราได้ไปให้ทุกครั้งเราจะอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูกค่ะ มันมากกว่าความสุขที่เคยได้มา มากกว่าความสุขที่เราอยากได้ นึกคิดดูค่ะ มันเป็นความสุขที่อยู่ในใจ (ทั้งที่อากาศร้อนมาก ส่วนใหญ่เราขี่มอไซค์ไปให้เองเลยค่ะ ขากลับช่วงบ่าย2-3 บ้านเราร้อนจะตาย ครั้นจะเอารถยนต์ไปก็รถติดมาก คิดดูค่ะ ศรีนครินทร์ไปแถวสามย่านโน้นอ่า โคตรติดเลย เลยเลือกจะขี่รถไปอย่างใจเย็นแล้ว ชิลล์ๆ จากอากาศร้อนๆ ก็กลายเป็นเย็นได้ค่ะ ไม่เชื่อลองดู)
           และพอเราได้ไปบ่อยๆ เราจะได้เห็นผู้คนมากมายที่ไปบริจาค ไม่ว่าจะเป็นชาย หญิง นักเรียน ประชาชนทั่วไป นักธุรกิจ คนจน คนรวย พระภิกษุ ชาวต่างชาติ(เห็นทุกครั้งค่ะ 5-10 คนในคนทั้งหมดรวมๆ ประมาณ 100-200 คน) ขนาดพระท่านยังมาบริจาคเลือดเลยค่ะ คนแก่ก็มีนะคะ (60+) แต่วัยกลางคนช่วง 25-50 จะเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ขนาดว่าคนเยอะแล้วแต่เลือดก็ยังขาดแคลนอยู่ เราเลยอยากเป็นอีกหนึ่งเสียงที่มาบอกต่อความรู้สึกอิ่มเอมใจที่ได้ให้ ขอบพระคุณพี่ผึ้งมากที่ทำให้น้องคนนี้ได้มีโอกาสที่จะให้ผู้อื่น..ทำได้ง่ายๆ จริงๆ
           ถามว่าเจ็บไหม เจ็บแต่ทนได้ค่ะ เพราะอยากให้ อยากต่อชีวิตให้คนอื่น จริงๆ ถ้าเราสามารถมาให้ทุกคนคงจะดีไม่น้อย เพียงแค่พกบัตรเดินมา ร่างกายพร้อมๆ ก็ให้ได้แล้วค่ะ สละเวลาสัก 2-3 ชม. นิดเดียวเอง
           และสิ่งที่ทำให้อยากให้ เราก็อยากได้ เนื่องจากไปครั้งแรกเราได้เข็มกลัดมา 1 ชิ้น ค่ะ (เค้าให้เฉพาะครั้งแรก) และหลังจากนั้นจะมีเป็นจำนวนครั้ง จนถึง 108 ครั้ง มีเข็มกลัดให้ผู้ที่บริจาค (ส่วนตัวเป็นคนที่รักงานเข็มกลัดมากๆ ค่ะ ชอบซื้อ ชอบติด ชอบสะสม) จึงทำให้ตอนนี้อยากได้เข็มกลัดด้วย เป็นการให้ที่มีคุณค่าทางจิตใจจริงๆ (ลองไปหาข้อมูลเพิ่มดูนะคะ)
           อีกทั้งการให้นี้ยังมีสวัสดิการรักษาฟรีให้ด้วยนะคะ สำหรับผู้มีรายได้น้อย และไม่มีประกันสุขภาพใดๆ ถ้าท่านสามารถมาให้ได้นอกจากเป็นการถ่ายเลือดที่ดีต่อสุขภาพเราแล้ว ยังมีเข็มกลัดอันทรงเกียรติให้ (ไม่ใช่หาซื้อที่ไหนก็ได้) และยังมีรักษาสุขภาพฟรีด้วยค่ะ (มีจำนวนครั้งบอกค่ะ) บางท่านให้มาตั้งแต่วัยรุ่นยันแก่เฒ่าเลยก็มี ซึ่งถือว่าร่างกายนี้ได้ทำคุณงามความดีที่สุดแล้ว 
           เราเลยตั้งใจด้วยอีก 1 คนค่ะ ขอไปบริจาคเลือดจนกว่าหมอจะบอกว่าไม่อยากรับเลือดเราแล้ว อย่างน้อยๆ เราไม่มีเงินมากมายพอที่จะไปช่วยเหลือคนอื่นๆ แต่ร่างกายของเรามีแค่ 1 ร่างนี้ พอที่จะไปช่วยเหลือคนอื่นๆ ได้ เราคนนึงยินดีอย่างยิ่งค่ะที่จะพร้อมจะสละเวลาและบริจาคเลือดให้คนอื่นๆ
(ส่วนตัวตอนนี้อยากได้งานเข็มกลัดมากๆค่ะ เป็นคุณค่าทางจิตใจ) 
           สำหรับท่านไหนที่คิดว่าตัวเองไม่กล้า หรือไม่มีเวลา ลองดูค่ะ สักครั้งที่คุณให้ได้ สักครั้งที่เราจะช่วยเหลือคนอื่นได้ ลองไปดูค่ะ ถ้าไม่มีเวลาจริงๆ ปีละครั้งก็ดีที่สุดแล้ว ตอนนี้เราสัญญาว่าจะดูแลร่างกายให้พร้อมที่สุดเพื่อการบริจาคเลือดในครั้งต่อไป 

ลองดูนะคะ เราเพียงแค่อยากให้ทุกคนตื่นรู้ และมารู้จักการให้ค่ะ แค่เดินเข้าไปแล้วให้คนอื่น มันมีความสุขมากมายจริงๆ ค่ะ

กระทู้นี้ขอขอบพระคุณพี่ผึ้งที่ช่วยบอกบุญต่อน้องคนนี้ค่ะ
(ตอนหลังเราไปบอกเค้าค่ะว่า พี่รู้ไหมจากวันนั้นที่พี่บอกหนูเรื่องนี้ หนูไปทำมาแล้วและมาขอบคุณพี่นะคะ พี่คือส่วนหนึ่งในบุญทุกครั้งที่หนูได้ไปทำค่ะ พี่เค้าดีใจมากๆ ค่ะ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่เราไปบริจาคมา...)

แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่