อันนี้เป็นกระทู้ที่สองของเราค่ะ คิดมานานว่าควรจะลงดีไหม หลายปีแล้วแต่ไม่กล้า แต่ตอนนี้มันไม่ไหวแล้ว อยากได้ความเห็น ประสบการณ์จากหลายๆคนที่พบปัญหาเดียวกัน ยาวหน่อยนะคะ แต่ถ้าช่วยกันได้จะขอบคุณมากเลยค่ะ คิดมาหลายครั้ง ลองแก้ไปแล้วหลายที แต่ไม่ได้เลย จนเราเลิกหวังแล้วค่ะ
ด้วยความที่มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆ เราจึงอยากจะเกริ่นปูมหลังเราให้ทุกคนได้เข้าใจ วิเคราะห์ได้ถูกจุดที่สุดนะคะ เริ่มเลยนะคะ รบกวนด้วยค่ะ
ตอนนี้เราอายุ 27 ปี การงานดี เงินเดือน 5-6k เป็นฟรีแลนซ์อยุบริษัทแห่งหนึ่งค่ะ ตอนนี้การเงินดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ หืดขึ้นคอเลยค่ะ เพราะตั้งแต่เด็กๆ ฐานะที่บ้านเราค่อนข้างยากจน มีน้องสาว1คน(ยังไม่จบ ค่อนข้างเกเร) และแม่ซึ่งเป็น single mom เลิกกับพ่อตั้งแต่เราอยู่อนุบาล แม่เป็นนักร้องกลางคืนค่ะ(ตอนนี้ตกงานมา 5ปีแล้ว) ตั้งแต่เล็ก แม่เลี้ยงดูเรากับน้องมาคนเดียวตลอดพ่อไม่เคยส่งเสียเราเลยค่ะ พอเราเริ่มม.ปลาย เราก็เริ่มทำงานหาเลี้ยงตัวเองมาตลอด แบ่งเบาภาระแม่ จะได้ไม่ต้องขอเงินค่าขนมมาก พอขึ้นมหาวิทยาลัยก็ทำงาน part time ต่างๆเต็มตัวช่วยที่บ้าน ขอทุนการศึกษาตลอด กู้ กยศ เรียน พอจบปุ้บ มีนา เมษา เราก็ทำงานปั๊บเลยค่ะ(เรียกว่าไม่เคยได้พักอะไรกับใครเค้า)
ชีวิตการเรียนเราไม่เก่งแต่ขยัน การทำงานก็เช่นกัน เราเปนคนสู้มาแต่เด็ก เราว่าเราหนักเอาเบาสู้มากๆเลยนะคะ แล้วพอเราทำงานไปได้1 ปี แม่ก็เริ่มตกงาน หางานร้องเพลงยากขึ้น เราเลยทำงานหาเงินทั้งกลางวันและกลางคืน และด้วยความที่เรา 3 คนไม่มีบ้านค่ะ อาศัยบ้านญาติอยู่มาแต่เด็ก พอโตเขาขาย เลยระเห็ดระเห ไปเช่าตึกอยู่ อยู่มาหมดแล้วค่ะ ตั้งแต่ แฟลตเอื้ออาทร ยันหอพัก แม่ขอให้เราซื้อบ้าน ตอนนั้นเงินเดือน 15000 แต่ก็เอาวะ
คนเราทำงานก็เพื่อซื้อบ้าน ซื้อรถ ไม่ใช่หรอ จะได้อยู่รวมกันเป็นครอบครัว(ตอนนั้นแม่เรากะน้องไปทำงานอยู่พัทยา เราอยู่กทม) เราจึงตัดสินใจซื้อค่ะ และแม่ เรา แล้วก็น้องสาว จึงได้อยู่บ้านของตัวเองด้วยกัน 3 คนเป็นครั้งแรก เท่ากับว่าตั้งแต่ตอนนั้น เราเป็นเสาหลักทำงานหาเงินคนเดียว เลี้ยงดูทั้งบ้าน ทุกๆวันหยุดเราจะพาแม่ไปดูหนัง ไปกินข้าวตลอดอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้งไม่เคยขาด กลับบ้านทุกวัน(นานๆจะมีไปค้างไหน) ให้เงินแม่ใช้ ไม่เยอะแต่ไม่ขขาด ออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้าน บริหารเงินเองหมดคะ่ ไปไหนก็จะซื้อของให้แม่ตลอด เรียกว่าคิดถึงแม่ตลอดเวลาแหละค่ะ เพราะมีกันแค่นี้
จากทุกๆอย่างที่ผ่านมาที่เราจะบอกก็คือ เรารักแม่มากนะคะ เพราะรู้ว่าเขาลำบากแค่ไหนในการเลี้ยงเรา ทุกวันนี้ก็คิดแค่ว่าเขาตัวคนเดียวยังเลี้ยงเราสองคนมาได้จนทุกวันนี้เลย ทำไมเราจะทำไม่ได้ ก็ไม่รู้เพราะบุญวาสนา หรือที่เขาว่า กตัญญูตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ เลยกลายเป็นว่า ทุกๆสิ่งที่ทำมันเริ่มสำเร็จผล การงานเริ่มดีขึ้น เป็นกราฟตั้งขึ้นตลอดเลยค่ะ 4 5 ปีมานี้ มีเงินเข้ามาเรื่อยๆ มีคนช่วยเหลืออุปถัมภ์ตลอดเลย แต่ว่า.....
เรื่องสำคัญที่หนักใจที่สุดคือเรื่องแฟนค่ะ คือ เราชอบผู้หญิงค่ะ จะเรียกยังไงดี คนเรียกเราว่า ทอม เป็นส่วนใหญ่ แต่ว่าเราก็ยังไงก็ได้นะคะ คืองี้ค่ะ ด้วยความที่เราใช้รูปลักษณ์ของเราแบบนี้ในการเป็นหน้าตาทำมาหากินด้วยส่วนหนึ่ง (แม้ตอนเราเด็กๆแแม่ก็คงไม่ได้ยอมรรับหรืออยากให้เราเปนหรอกค่ะ)แต่พอเราประสบความสำเร็จ เนื่องด้วย ตัวตน ที่แท้จริงของเรามากกว่าการใส่กระโปรงแบบที่แม่ชอบบังคับให้เราใส่ เขาจึง ยอมรับเราได้มากขึ้น หลังๆก็มีคิดว่าเราเปนเด็กผู้ชายไปบ้างก็มีค่ะ แกก็มองเปนเรื่องตลกไป ไม่ได้คิดว่าเราจะต้องชอบผช ต้องแต่งงานไรทำนองนั้นค่ะเพราะเราก็เลี้ยงแกอยู่แล้ว
ปัญหาเริ่มมาเกิดตรงที่ไม่ว่าเราจะมีแฟนมากี่คน (ตอนนี้มีแฟนมา 2 คน(ผู้หญิงหมดเลย) มีปัญหาทุกคน แม่จะหาข้อติติง ไม่ชอบสักคน) แม่ก็ไม่เคยพอใจ จะหาเรื่องไม่ชอบเขาจนได้ คนแรกเขาเป็นคนจริงใจ แต่ด้วยความที่เด็กนะตอนนั้น 19 ก็เลยอาจจะพูดไรไม่คิด แม่ดุเขาตั้งแต่แรกเจอ แค่เพราะเข้าใจผิด เลยเปนน เฟิร์ส อิมเพรสชั่นที่ไม่ค่อยดีต่อกันเท่าไหร่ ทำให้เขาไม่ค่อยกล้าเข้าหาแม่(ไม่ได้หยิ่งนะ นางกลัว) แต่ถึงจะยังไงเราก็คิดว่า แฟนเราก็แค่เด็กคนนึงที่เราก็ไม่เข้าใจว่าแม่จะผูกใจเจ็บอะไรขนาดนั้น นางมาขอโทษก็ไม่หาย กลายเป็นเข้าใจไปอีกเรื่องเลย สุดท้ายฝังใจ คือเราอึดอัดมาก ตอนนั้นร้องไห้เกือบทุกวัน ถ้าเราไปเจอแฟน ส ตลอดสัปดาห์นั้นแม่จะไม่คุยกับเรา เครียดมาก มีช่วงที่พอจะดีกันได้ ก็มาโกรธอีกเรื่อยๆ
สุดท้ายที่พีคสุดคือแฟนเก่าเราไปเยี่ยมไข้แม่เราที่ รพ ตอนแม่ป่วย แม่กลับเดินหนีออกจากเตียงทั้งสายน้ำเกลือ บอกว่าถ้าเทอมาชั้นไปเองก็ได้ ก็รู้ว่าชั้นไม่ชอบยังจะมา เขาก็ตกใจรีบตามออกไป เถียงกันกลาง รพ แฟนเราพยายามจะขอโทษ กลายเป็นแม่ด่าเขาว่าอย่ามาเสแสร้งทำให้คนอื่นเกลียดเขา ไปกันใหญ่ ลั่นรพ พยาบาลแตกตื่นหมด รวมทั้งเรา สะเทือนใจมากจริงๆค่ะ เราไม่เคยเข้าใจและยังคงเป็นจุดด่างยันตอนนี้ว่า ทำไมแม่ต้องแรงขนาดนั้น เพราะเรากล้ายืนยันว่าแฟนเก่าเรา เขาพยายามแล้วจริงๆ และไม่ว่าใครก็ไม่ควรที่จะต้องมาคุกเข่ากราบใครขนาดนั้น(แฟนเก่าเราทำค่ะ แต่แม่ไม่รับ) ลูกใคร ใครก็รักค่ะ เราจึงเลิกกันแบบไม่ติดต่อกันไปเองตั้งแต่วันนั้น ภาพมันสะเทือนใจเกินไป ) แม้จะคบกันมากว่า 4 ปี ฝ่าฟันไรกันมาตั้งแต่เราจนจริงๆ แต่สุดท้าย แม่เขาไม่เปิดใจ ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ได้ตลอด เรื่องเป็น A แม่มองเป็น B เราเคยคิดนะว่า ถ้ารักกันก็จะฝ่าไปได้หมด แต่ว่า พอเกิดเรื่องที่ รพ ขึ้น มันไปต่อไม่ไหวจริวๆ เราร้องไห้แบบหนักมากที่สุดในชีวิตเลย ไม่ใช่แค่เสียใจ แต่มันตกใจกับสิ่งที่แม่ทำด้วยค่ะ ถือเป็นปมในใจเราไปเลย
พอมาคนล่าสุดทีเ่พิ่งเลิกไป อันนี้ตอนแรกก็ดูจะชอบ แต่หลังๆก็มีบ่นบ้างว่า เขาดูเด็กไป ไม่โต ดูเปนคุณหนู บ้านรวย ทำการงานไม่เป็น (แต่เราก็แค่คบดู ยังไม่ได้คิดจะแต่งงาน่อะไร(เปรียบเปรย) อยู่วันนึง เราทำสปาเกตตี้ ไปให้เขากินค่ะ(ซึ่งตอนทำมันก็ตั้งแต่เยนจนดึก แม่คงเหนว่าเราตั้งใจมาก รอบแรกมันไหม้ค่ะ เราเลยต้องขี่รถมอไซไปซื้อนมมาอีกรอบ(สามทุ่ม ไม่ดึกสำหรับเรา) เพื่อมาทำจนสำเร็จ แต่สำหรับแม่คงมองว่าเราตั้งใจทำให้คนอื่นมากเกินไป ทีนี้เราให้กล่องทัพเปอร์แวร์แฟนไปค่ะ พอขาเอามาคืน แฟนเก่าเราดันหยิบมาผิดกล่อง แม่โกรธหนักมาก หาว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะใส่ใจในสิ่งที่เราทำเลย ไม่ได้รักเราจริง (ซึ่งเราก็ยอมรับว่า ตอนแรกไม่คิด แต่พอคิดตามที่แม่พูดก็เข้าใจได้ แต่ว่า คนเราก็ผิดพลาดกันได้ มันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายนี่) เราก็ไปบอกให้เขาใส่ใจรายละเอียดให้มากขึ้น แต่แม่ไม่พร้อมฟังแล้วค่ะ จากนั้นก็ค่อยๆเก็บ รายละเอียด สุดท้าย เราขอพาแฟนเก่า กับ แม่ไปกินข้าว เราอุตส่าไม่ไปเที่ยวไหน เพื่อจะพาแม่ไปกินข้าวหลังเลิกงาน สรุป แม่ไม่พูดกับแฟนเราเลยสักคำ นั่งเงียบ่ตลอดทาง เกร็งมาก สั่งไรก็ไม่สั่ง คือ เรียกว่ากร่อยขั้นสุดค่ะ ไม่รู้ว่าเขาโกรธเรื่องไร แต่สุดท้ายคือ หลังจากวันน้นเราก็ไม่พาแฟนไปเจอแม่อีก และแม่ก็มีปฏิกิริยากับแฟนเก่าคนนี้ของเราตลอด เหมือนไม่สบอารมให้พูดถึง แต่คนนี้ด้วยเรื่องแม่ส่วนนึง แต่สุดท้ายเขาไม่ใช่สำหรับเราจริงๆ แล้วมันไม่โอเคอีกเราก็เลยเลิกค่ะ
ส่วนปัจจุบันเราเริ่มคุยกับคนนึงอยู่ที่เป็นเพื่อนกันมานาน 1 ปีกว่าๆค่ะ ตอนแรกคนนี้นะ แม่ชอบเขามากกกกกกกกกกกกกกก แบบที่นึกว่าจะเอามาเป็นลูกสาวอีกคนเลยค่ะ เข้ากันดีมาก เขาขึ้เอาใจ เข้าใจแม่ พูดจาเก่ง ดูแลคนเก่งมาก แม่เราก็ชอบค่ะ ตอนแรกก็เปนเพื่อนกันจริงๆนะคะ แต่พอเลิกกับแฟน เราเหนเขากับเรามีไรคล้ายกันหลายๆอย่าง แม่น่าจะชอบเขาได้ไม่ยาก ก็เลยลอง คุยๆกันดู ยังไม่ได้คบแฟนหรอกค่ะ เราบอกน้องสาวเราว่า เนีย่ จะรอดู แม่ชอบคนนี้มากๆ ถ้าจากเพื่อน เลื่อนเป็นแฟนเมื่อไหร่ แม่จะโอเคกับคนนี้ไหม หวังว่าจะโอเค เพราะถ้าอยู่ๆแม่เกิดเปลี่ยนไป ไม่โอเคอีก แม่ก็คงไม่น่าจะโอเคกับทุกคนในชีวิตเราแล้วล่ะ..... สุดท้ายเป็นดังคาดค่ะ ต้นเดือนที่แล้ว เราขอแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนคนนี้กัน สองคน(ที่ผ่านมา เรามีทริปที่บ้าน ก็จะเอาเพื่อนคนนี้ไปด้วยเสมออยู่แล้ค่ะ เขามมีรถ จะพาเรราไปด้วยกัน เราขับให้ ไรงี้ค่ะ แม่ก็เลยสนิท) ซึ่งเราก็บอกแม่ก่อนแล้ว สุดท้าย แม่ก็งอนอีกตามคาดค่ะ ดังที่เคยเป็นมากับทุกคน คือชัดเจนมากๆ ปกติกับคนนี้แม่กอดรัดฟัดเหวี่ยงคุยเล่นดี แต่ตั้งแต่กลับมา แม่ไม่มองหน้าเขาเลยค่ะ ไม่เล่นด่วย พูดแค่ตอนลาจะกลับบ้านว่า กลับดีๆนะลูก (ละจบหน้าไม่มอง)เราช็อคมาก ใจจึงก็โกรธใจนึงก็เหนื่อย ใจจึงเสียใจ ใจนึงก็แพนิค ก็กลัวค่ะ หมด ท้อไปหมด หมดแรง ไม่เข้าใจแม่จริงๆ
ตอนนี้ไม่รู้จะทำไงแล้วค่ะ จะ 30อยู่แล้ว แม่ยังหวงมาก เราคิดว่าแม่หวงเรานะ (ใช่ไหมคะ)ทำนองว่า เขารักของเขามากๆ จึงอยากให้คนที่มาคู่เรา เป็นคนที่ใช่ที่สุด แล้วพอเป็นหญิงเหมือนแ่ม มันเลยมีความ อารมณ์แม่ผัว ลูกสะใภ้มาเต็ม เราเครียดมากค่ะ คิดว่าถ้ากับคนที่เป็นเพื่อนของเราคนนี้แม่ยังมีปัญหา แม่คงไม่น่าจะชอบแฟนเราคนไหนบนโลกนี้ได้อีกแล้วค่ะ คือเราเคยมีความหวังนะคะ จากคนก่อนๆว่าโอเค ถ้าเปลี่ยนแฟนใหม่ แม่คงจะดีขึ้น แม่อาจจะชอบก็ได้ คิดดูว่าขนาดคนล่าสุดนี้ แม่ชอบมาก ยังเปลี่ยนไปเปนคนละคน หาเรื่องมาไม่มชอบ มาโกรธจนได้ บางเรื่องเล็กมากแม่ก็ผูกใจเจ็บ บางเรื่องเราไม่ผิดเลยที่จะทำทั้งๆที่เราก็มีภาระเยอะขนาดนี้ เราควรจะได้มีความสุขในเรื่องนี้บ้างใช่ไหมคะ แต่มันไม่ใช่เลย เราท้อใจแล้วค่ะ ใจนึงก็มีโกรธแม่ แต่ใจนึงก็รักแม่และไม่อยากโกรธเพราะเราก็จะไม่สบายใจเอง แต่เราก็ไม่อยากปล่อยให้แม่ทำลายความสัมพันเราไปเรื่อยๆ เพราะท้ายสุดแล้ว เราก็แค่อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์กับใครเขาบ้างเท่านั้นเอง ในวันนึงที่แม่จรากไป อย่างน้อยเราก็จะมีคนๆนึงที่เคียงข้างเรา เราควรทำไงดีคะ ระหว่าง
จากนี้คือ มีแฟนไปเลย จะคบใครก็คบแต่ไม่ต้องบอกแม่ ไม่ต้องให้แม่รู้อีกเลย ให้แม่รู้แค่ว่ามีหรือไม่มีแฟนพอ แล้วก็พูดแค่ไปกับเพื่อน เพราะไม่งั๊นก็จะมีปัญหาอีกแน่ๆ เราเสียใจจนไม่เหลือที่จะเสียแล้วค่ะ จะไปใช้ชีวิตกับใคร อยู่หอก็อยู่ เราอยากมีสเปซเปนของเราเองค่ะ อาจจะแบ่ง อยู่กับแฟน 3วัน กับแม่ 4 วันอะไรแบบนี้ดีไหม (ในอนาคตหากต้องมีหอกับแฟน แบบเปนชีวิตคู่อ่ะนะคะ คือตอนนี้ก็ยังไม่มีหรอก แค่อยากมีครอบครัวเปนสัดส่วนของตัวเองบ้างน่ะค่ะ) แม้ช่วงแรกเราว่าแม่น่าจะไม่พอใจหรอก แต่เราก็ไม่อยากให้คนดีๆในชีวิตเราต้องเดินจากไปแบบนี้เรื่อยๆเราจะสามสิบแล้ว เรากลัวมันช้าไปค่ะ ถ้าไม่รีบจัดการ หรือทำอะไรสักอย่าง เราแคร์เขามาตลอด พยายามจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เปลี่ยนคยวามคิดเพื่อเข้าใจเขา แต่ว่าเขาไม่เคยที่จะยอมให้เราบ้างเลยค่ะ แบบนี้พอได้ไหมคะ หรือทุกคนคิดว่ายังไงคะ อยากให้ลองแชร์ประสบการณ์กันมาได้เลยนะคะ รออ่านค่ะคือตั้งใจจะถามมากๆ ไม่รู้ควรทำไงดี
ลองมาแล้วหลายทาง สับสนมากๆ กลายเป็นคนแพนิคกับเรื่องแฟนไปเลยเพราะกังวลว่าแม่จะไม่ชอบอีก จะหนีแต่งงานไปเลยก็ไม่ได้อีกเพราะเป็น ญ ญ
กระทู้แรก ยาวมาก ผิดพลาดอะไรขออภัยนะคะ
แม่ไม่เคยชอบแฟนเราสักคน เราจะอกตัญญูไหม เราควรทำยังไงดี
ด้วยความที่มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆ เราจึงอยากจะเกริ่นปูมหลังเราให้ทุกคนได้เข้าใจ วิเคราะห์ได้ถูกจุดที่สุดนะคะ เริ่มเลยนะคะ รบกวนด้วยค่ะ
ตอนนี้เราอายุ 27 ปี การงานดี เงินเดือน 5-6k เป็นฟรีแลนซ์อยุบริษัทแห่งหนึ่งค่ะ ตอนนี้การเงินดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ หืดขึ้นคอเลยค่ะ เพราะตั้งแต่เด็กๆ ฐานะที่บ้านเราค่อนข้างยากจน มีน้องสาว1คน(ยังไม่จบ ค่อนข้างเกเร) และแม่ซึ่งเป็น single mom เลิกกับพ่อตั้งแต่เราอยู่อนุบาล แม่เป็นนักร้องกลางคืนค่ะ(ตอนนี้ตกงานมา 5ปีแล้ว) ตั้งแต่เล็ก แม่เลี้ยงดูเรากับน้องมาคนเดียวตลอดพ่อไม่เคยส่งเสียเราเลยค่ะ พอเราเริ่มม.ปลาย เราก็เริ่มทำงานหาเลี้ยงตัวเองมาตลอด แบ่งเบาภาระแม่ จะได้ไม่ต้องขอเงินค่าขนมมาก พอขึ้นมหาวิทยาลัยก็ทำงาน part time ต่างๆเต็มตัวช่วยที่บ้าน ขอทุนการศึกษาตลอด กู้ กยศ เรียน พอจบปุ้บ มีนา เมษา เราก็ทำงานปั๊บเลยค่ะ(เรียกว่าไม่เคยได้พักอะไรกับใครเค้า)
ชีวิตการเรียนเราไม่เก่งแต่ขยัน การทำงานก็เช่นกัน เราเปนคนสู้มาแต่เด็ก เราว่าเราหนักเอาเบาสู้มากๆเลยนะคะ แล้วพอเราทำงานไปได้1 ปี แม่ก็เริ่มตกงาน หางานร้องเพลงยากขึ้น เราเลยทำงานหาเงินทั้งกลางวันและกลางคืน และด้วยความที่เรา 3 คนไม่มีบ้านค่ะ อาศัยบ้านญาติอยู่มาแต่เด็ก พอโตเขาขาย เลยระเห็ดระเห ไปเช่าตึกอยู่ อยู่มาหมดแล้วค่ะ ตั้งแต่ แฟลตเอื้ออาทร ยันหอพัก แม่ขอให้เราซื้อบ้าน ตอนนั้นเงินเดือน 15000 แต่ก็เอาวะ
คนเราทำงานก็เพื่อซื้อบ้าน ซื้อรถ ไม่ใช่หรอ จะได้อยู่รวมกันเป็นครอบครัว(ตอนนั้นแม่เรากะน้องไปทำงานอยู่พัทยา เราอยู่กทม) เราจึงตัดสินใจซื้อค่ะ และแม่ เรา แล้วก็น้องสาว จึงได้อยู่บ้านของตัวเองด้วยกัน 3 คนเป็นครั้งแรก เท่ากับว่าตั้งแต่ตอนนั้น เราเป็นเสาหลักทำงานหาเงินคนเดียว เลี้ยงดูทั้งบ้าน ทุกๆวันหยุดเราจะพาแม่ไปดูหนัง ไปกินข้าวตลอดอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้งไม่เคยขาด กลับบ้านทุกวัน(นานๆจะมีไปค้างไหน) ให้เงินแม่ใช้ ไม่เยอะแต่ไม่ขขาด ออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้าน บริหารเงินเองหมดคะ่ ไปไหนก็จะซื้อของให้แม่ตลอด เรียกว่าคิดถึงแม่ตลอดเวลาแหละค่ะ เพราะมีกันแค่นี้
จากทุกๆอย่างที่ผ่านมาที่เราจะบอกก็คือ เรารักแม่มากนะคะ เพราะรู้ว่าเขาลำบากแค่ไหนในการเลี้ยงเรา ทุกวันนี้ก็คิดแค่ว่าเขาตัวคนเดียวยังเลี้ยงเราสองคนมาได้จนทุกวันนี้เลย ทำไมเราจะทำไม่ได้ ก็ไม่รู้เพราะบุญวาสนา หรือที่เขาว่า กตัญญูตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ เลยกลายเป็นว่า ทุกๆสิ่งที่ทำมันเริ่มสำเร็จผล การงานเริ่มดีขึ้น เป็นกราฟตั้งขึ้นตลอดเลยค่ะ 4 5 ปีมานี้ มีเงินเข้ามาเรื่อยๆ มีคนช่วยเหลืออุปถัมภ์ตลอดเลย แต่ว่า.....
เรื่องสำคัญที่หนักใจที่สุดคือเรื่องแฟนค่ะ คือ เราชอบผู้หญิงค่ะ จะเรียกยังไงดี คนเรียกเราว่า ทอม เป็นส่วนใหญ่ แต่ว่าเราก็ยังไงก็ได้นะคะ คืองี้ค่ะ ด้วยความที่เราใช้รูปลักษณ์ของเราแบบนี้ในการเป็นหน้าตาทำมาหากินด้วยส่วนหนึ่ง (แม้ตอนเราเด็กๆแแม่ก็คงไม่ได้ยอมรรับหรืออยากให้เราเปนหรอกค่ะ)แต่พอเราประสบความสำเร็จ เนื่องด้วย ตัวตน ที่แท้จริงของเรามากกว่าการใส่กระโปรงแบบที่แม่ชอบบังคับให้เราใส่ เขาจึง ยอมรับเราได้มากขึ้น หลังๆก็มีคิดว่าเราเปนเด็กผู้ชายไปบ้างก็มีค่ะ แกก็มองเปนเรื่องตลกไป ไม่ได้คิดว่าเราจะต้องชอบผช ต้องแต่งงานไรทำนองนั้นค่ะเพราะเราก็เลี้ยงแกอยู่แล้ว
ปัญหาเริ่มมาเกิดตรงที่ไม่ว่าเราจะมีแฟนมากี่คน (ตอนนี้มีแฟนมา 2 คน(ผู้หญิงหมดเลย) มีปัญหาทุกคน แม่จะหาข้อติติง ไม่ชอบสักคน) แม่ก็ไม่เคยพอใจ จะหาเรื่องไม่ชอบเขาจนได้ คนแรกเขาเป็นคนจริงใจ แต่ด้วยความที่เด็กนะตอนนั้น 19 ก็เลยอาจจะพูดไรไม่คิด แม่ดุเขาตั้งแต่แรกเจอ แค่เพราะเข้าใจผิด เลยเปนน เฟิร์ส อิมเพรสชั่นที่ไม่ค่อยดีต่อกันเท่าไหร่ ทำให้เขาไม่ค่อยกล้าเข้าหาแม่(ไม่ได้หยิ่งนะ นางกลัว) แต่ถึงจะยังไงเราก็คิดว่า แฟนเราก็แค่เด็กคนนึงที่เราก็ไม่เข้าใจว่าแม่จะผูกใจเจ็บอะไรขนาดนั้น นางมาขอโทษก็ไม่หาย กลายเป็นเข้าใจไปอีกเรื่องเลย สุดท้ายฝังใจ คือเราอึดอัดมาก ตอนนั้นร้องไห้เกือบทุกวัน ถ้าเราไปเจอแฟน ส ตลอดสัปดาห์นั้นแม่จะไม่คุยกับเรา เครียดมาก มีช่วงที่พอจะดีกันได้ ก็มาโกรธอีกเรื่อยๆ
สุดท้ายที่พีคสุดคือแฟนเก่าเราไปเยี่ยมไข้แม่เราที่ รพ ตอนแม่ป่วย แม่กลับเดินหนีออกจากเตียงทั้งสายน้ำเกลือ บอกว่าถ้าเทอมาชั้นไปเองก็ได้ ก็รู้ว่าชั้นไม่ชอบยังจะมา เขาก็ตกใจรีบตามออกไป เถียงกันกลาง รพ แฟนเราพยายามจะขอโทษ กลายเป็นแม่ด่าเขาว่าอย่ามาเสแสร้งทำให้คนอื่นเกลียดเขา ไปกันใหญ่ ลั่นรพ พยาบาลแตกตื่นหมด รวมทั้งเรา สะเทือนใจมากจริงๆค่ะ เราไม่เคยเข้าใจและยังคงเป็นจุดด่างยันตอนนี้ว่า ทำไมแม่ต้องแรงขนาดนั้น เพราะเรากล้ายืนยันว่าแฟนเก่าเรา เขาพยายามแล้วจริงๆ และไม่ว่าใครก็ไม่ควรที่จะต้องมาคุกเข่ากราบใครขนาดนั้น(แฟนเก่าเราทำค่ะ แต่แม่ไม่รับ) ลูกใคร ใครก็รักค่ะ เราจึงเลิกกันแบบไม่ติดต่อกันไปเองตั้งแต่วันนั้น ภาพมันสะเทือนใจเกินไป ) แม้จะคบกันมากว่า 4 ปี ฝ่าฟันไรกันมาตั้งแต่เราจนจริงๆ แต่สุดท้าย แม่เขาไม่เปิดใจ ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ได้ตลอด เรื่องเป็น A แม่มองเป็น B เราเคยคิดนะว่า ถ้ารักกันก็จะฝ่าไปได้หมด แต่ว่า พอเกิดเรื่องที่ รพ ขึ้น มันไปต่อไม่ไหวจริวๆ เราร้องไห้แบบหนักมากที่สุดในชีวิตเลย ไม่ใช่แค่เสียใจ แต่มันตกใจกับสิ่งที่แม่ทำด้วยค่ะ ถือเป็นปมในใจเราไปเลย
พอมาคนล่าสุดทีเ่พิ่งเลิกไป อันนี้ตอนแรกก็ดูจะชอบ แต่หลังๆก็มีบ่นบ้างว่า เขาดูเด็กไป ไม่โต ดูเปนคุณหนู บ้านรวย ทำการงานไม่เป็น (แต่เราก็แค่คบดู ยังไม่ได้คิดจะแต่งงาน่อะไร(เปรียบเปรย) อยู่วันนึง เราทำสปาเกตตี้ ไปให้เขากินค่ะ(ซึ่งตอนทำมันก็ตั้งแต่เยนจนดึก แม่คงเหนว่าเราตั้งใจมาก รอบแรกมันไหม้ค่ะ เราเลยต้องขี่รถมอไซไปซื้อนมมาอีกรอบ(สามทุ่ม ไม่ดึกสำหรับเรา) เพื่อมาทำจนสำเร็จ แต่สำหรับแม่คงมองว่าเราตั้งใจทำให้คนอื่นมากเกินไป ทีนี้เราให้กล่องทัพเปอร์แวร์แฟนไปค่ะ พอขาเอามาคืน แฟนเก่าเราดันหยิบมาผิดกล่อง แม่โกรธหนักมาก หาว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะใส่ใจในสิ่งที่เราทำเลย ไม่ได้รักเราจริง (ซึ่งเราก็ยอมรับว่า ตอนแรกไม่คิด แต่พอคิดตามที่แม่พูดก็เข้าใจได้ แต่ว่า คนเราก็ผิดพลาดกันได้ มันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายนี่) เราก็ไปบอกให้เขาใส่ใจรายละเอียดให้มากขึ้น แต่แม่ไม่พร้อมฟังแล้วค่ะ จากนั้นก็ค่อยๆเก็บ รายละเอียด สุดท้าย เราขอพาแฟนเก่า กับ แม่ไปกินข้าว เราอุตส่าไม่ไปเที่ยวไหน เพื่อจะพาแม่ไปกินข้าวหลังเลิกงาน สรุป แม่ไม่พูดกับแฟนเราเลยสักคำ นั่งเงียบ่ตลอดทาง เกร็งมาก สั่งไรก็ไม่สั่ง คือ เรียกว่ากร่อยขั้นสุดค่ะ ไม่รู้ว่าเขาโกรธเรื่องไร แต่สุดท้ายคือ หลังจากวันน้นเราก็ไม่พาแฟนไปเจอแม่อีก และแม่ก็มีปฏิกิริยากับแฟนเก่าคนนี้ของเราตลอด เหมือนไม่สบอารมให้พูดถึง แต่คนนี้ด้วยเรื่องแม่ส่วนนึง แต่สุดท้ายเขาไม่ใช่สำหรับเราจริงๆ แล้วมันไม่โอเคอีกเราก็เลยเลิกค่ะ
ส่วนปัจจุบันเราเริ่มคุยกับคนนึงอยู่ที่เป็นเพื่อนกันมานาน 1 ปีกว่าๆค่ะ ตอนแรกคนนี้นะ แม่ชอบเขามากกกกกกกกกกกกกกก แบบที่นึกว่าจะเอามาเป็นลูกสาวอีกคนเลยค่ะ เข้ากันดีมาก เขาขึ้เอาใจ เข้าใจแม่ พูดจาเก่ง ดูแลคนเก่งมาก แม่เราก็ชอบค่ะ ตอนแรกก็เปนเพื่อนกันจริงๆนะคะ แต่พอเลิกกับแฟน เราเหนเขากับเรามีไรคล้ายกันหลายๆอย่าง แม่น่าจะชอบเขาได้ไม่ยาก ก็เลยลอง คุยๆกันดู ยังไม่ได้คบแฟนหรอกค่ะ เราบอกน้องสาวเราว่า เนีย่ จะรอดู แม่ชอบคนนี้มากๆ ถ้าจากเพื่อน เลื่อนเป็นแฟนเมื่อไหร่ แม่จะโอเคกับคนนี้ไหม หวังว่าจะโอเค เพราะถ้าอยู่ๆแม่เกิดเปลี่ยนไป ไม่โอเคอีก แม่ก็คงไม่น่าจะโอเคกับทุกคนในชีวิตเราแล้วล่ะ..... สุดท้ายเป็นดังคาดค่ะ ต้นเดือนที่แล้ว เราขอแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนคนนี้กัน สองคน(ที่ผ่านมา เรามีทริปที่บ้าน ก็จะเอาเพื่อนคนนี้ไปด้วยเสมออยู่แล้ค่ะ เขามมีรถ จะพาเรราไปด้วยกัน เราขับให้ ไรงี้ค่ะ แม่ก็เลยสนิท) ซึ่งเราก็บอกแม่ก่อนแล้ว สุดท้าย แม่ก็งอนอีกตามคาดค่ะ ดังที่เคยเป็นมากับทุกคน คือชัดเจนมากๆ ปกติกับคนนี้แม่กอดรัดฟัดเหวี่ยงคุยเล่นดี แต่ตั้งแต่กลับมา แม่ไม่มองหน้าเขาเลยค่ะ ไม่เล่นด่วย พูดแค่ตอนลาจะกลับบ้านว่า กลับดีๆนะลูก (ละจบหน้าไม่มอง)เราช็อคมาก ใจจึงก็โกรธใจนึงก็เหนื่อย ใจจึงเสียใจ ใจนึงก็แพนิค ก็กลัวค่ะ หมด ท้อไปหมด หมดแรง ไม่เข้าใจแม่จริงๆ
ตอนนี้ไม่รู้จะทำไงแล้วค่ะ จะ 30อยู่แล้ว แม่ยังหวงมาก เราคิดว่าแม่หวงเรานะ (ใช่ไหมคะ)ทำนองว่า เขารักของเขามากๆ จึงอยากให้คนที่มาคู่เรา เป็นคนที่ใช่ที่สุด แล้วพอเป็นหญิงเหมือนแ่ม มันเลยมีความ อารมณ์แม่ผัว ลูกสะใภ้มาเต็ม เราเครียดมากค่ะ คิดว่าถ้ากับคนที่เป็นเพื่อนของเราคนนี้แม่ยังมีปัญหา แม่คงไม่น่าจะชอบแฟนเราคนไหนบนโลกนี้ได้อีกแล้วค่ะ คือเราเคยมีความหวังนะคะ จากคนก่อนๆว่าโอเค ถ้าเปลี่ยนแฟนใหม่ แม่คงจะดีขึ้น แม่อาจจะชอบก็ได้ คิดดูว่าขนาดคนล่าสุดนี้ แม่ชอบมาก ยังเปลี่ยนไปเปนคนละคน หาเรื่องมาไม่มชอบ มาโกรธจนได้ บางเรื่องเล็กมากแม่ก็ผูกใจเจ็บ บางเรื่องเราไม่ผิดเลยที่จะทำทั้งๆที่เราก็มีภาระเยอะขนาดนี้ เราควรจะได้มีความสุขในเรื่องนี้บ้างใช่ไหมคะ แต่มันไม่ใช่เลย เราท้อใจแล้วค่ะ ใจนึงก็มีโกรธแม่ แต่ใจนึงก็รักแม่และไม่อยากโกรธเพราะเราก็จะไม่สบายใจเอง แต่เราก็ไม่อยากปล่อยให้แม่ทำลายความสัมพันเราไปเรื่อยๆ เพราะท้ายสุดแล้ว เราก็แค่อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์กับใครเขาบ้างเท่านั้นเอง ในวันนึงที่แม่จรากไป อย่างน้อยเราก็จะมีคนๆนึงที่เคียงข้างเรา เราควรทำไงดีคะ ระหว่าง
จากนี้คือ มีแฟนไปเลย จะคบใครก็คบแต่ไม่ต้องบอกแม่ ไม่ต้องให้แม่รู้อีกเลย ให้แม่รู้แค่ว่ามีหรือไม่มีแฟนพอ แล้วก็พูดแค่ไปกับเพื่อน เพราะไม่งั๊นก็จะมีปัญหาอีกแน่ๆ เราเสียใจจนไม่เหลือที่จะเสียแล้วค่ะ จะไปใช้ชีวิตกับใคร อยู่หอก็อยู่ เราอยากมีสเปซเปนของเราเองค่ะ อาจจะแบ่ง อยู่กับแฟน 3วัน กับแม่ 4 วันอะไรแบบนี้ดีไหม (ในอนาคตหากต้องมีหอกับแฟน แบบเปนชีวิตคู่อ่ะนะคะ คือตอนนี้ก็ยังไม่มีหรอก แค่อยากมีครอบครัวเปนสัดส่วนของตัวเองบ้างน่ะค่ะ) แม้ช่วงแรกเราว่าแม่น่าจะไม่พอใจหรอก แต่เราก็ไม่อยากให้คนดีๆในชีวิตเราต้องเดินจากไปแบบนี้เรื่อยๆเราจะสามสิบแล้ว เรากลัวมันช้าไปค่ะ ถ้าไม่รีบจัดการ หรือทำอะไรสักอย่าง เราแคร์เขามาตลอด พยายามจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เปลี่ยนคยวามคิดเพื่อเข้าใจเขา แต่ว่าเขาไม่เคยที่จะยอมให้เราบ้างเลยค่ะ แบบนี้พอได้ไหมคะ หรือทุกคนคิดว่ายังไงคะ อยากให้ลองแชร์ประสบการณ์กันมาได้เลยนะคะ รออ่านค่ะคือตั้งใจจะถามมากๆ ไม่รู้ควรทำไงดี
ลองมาแล้วหลายทาง สับสนมากๆ กลายเป็นคนแพนิคกับเรื่องแฟนไปเลยเพราะกังวลว่าแม่จะไม่ชอบอีก จะหนีแต่งงานไปเลยก็ไม่ได้อีกเพราะเป็น ญ ญ
กระทู้แรก ยาวมาก ผิดพลาดอะไรขออภัยนะคะ