ครม.ของลุงตู่กับกิ่งไผ่เปรียบเหมือนนิทานเรื่องนี้ค่ะ....
ลออ่านดูนะคะ...
นิทานเรื่อง ชาวนากับกิ่งไผ่.....
ครอบครัวชาวนาครอบครัวหนึ่ง มีลูกชายหลายคน ชาวนาหวังให้ลูกๆ ช่วยกันทำมาหากิน จะได้ปลูกข้าวได้มากๆ เขาเลี้ยงดูและรักลูกๆ ทุกคน แต่เหล่าเด็กๆ ก็ยังถกเถียง ทะเลาะกันอยู่บ่อยๆ พวกเขาเกี่ยงงานกัน ไม่ช่วยเหลือกัน ทำให้ชาวนารู้สึกเศร้าใจยิ่งนัก
ทุกเช้าเด็กๆ จะตื่นสาย ใช้เวลากินข้าวเช้านาน และก็เกี่ยงกันไปทำงาน ทำให้งานต่างๆ เหลือค้างจำนวนมาก เมื่อลูกๆ ยังเด็ก พ่อก็ทำทุกอย่างที่ลูกๆ เหลือค้างไว้ แต่ยิ่งนานวันยิ่งมากขึ้น พ่อรู้ตัวว่าไม่นานเมื่อเขาแก่ตัวลง หากลูกๆ ยังเป็นเช่นนี้คงไม่อาจเลี้ยงตัวเองรอดได้ ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะสั่งสอนลูกๆ ให้รักกัน
วันหนึ่งชาวนาพาลูกๆ เดินทางออกจากบ้านไปที่ท้ายบ้าน ที่นั่นมีกอไผ่กอใหญ่อยู่ เขาให้ลูกๆ ตัดกิ่งไม้ไผ่มาคนละท่อน เด็กๆ ตัดกิ่งไม้ไผ่มาใหญ่บ้างเล็กบ้าง ชาวนาจึงบอกให้ลูกๆ มานั่งรวมกัน แล้วบอกให้เด็กลองหักไม้ไผ่ดี พวกเด็กๆ ไม่รู้ว่าพ่อต้องการอะไร คิดว่าคงจะหาคนที่แข็งแรงที่สุดในพวกเขา จึงรู้สึกแข่งขันกัน คนที่ตัดกิ่งไผ่เล็กๆ มารู้สึกยินดี จึงยิ้มแย้ม เย้ยหยันคนอื่น แล้วก็หักกิ่งไผ่ก่อน คนอื่นๆ ก็พยายามหักตาม แม้เด็กคนที่ตัดกิ่งไผ่ที่ใหญ่หน่อยก็ยังพยายามและหักกิ่งไผ่ของตนเองได้
แต่แล้วชาวนาก็ให้ลูกๆ ไปตัดกิ่งไผ่อีก เด็กๆ เดินไปที่กอไผ่อย่างงุนงงสงสัย ว่าพ่อต้องการอะไรกันแน่ แต่เพื่อความไม่ประมาททุกคนมองกันและกัน จากนั้นก็เลือกกิ่งไผ่ที่ขนาดใกล้ๆ กันตัด แล้วนำมาให้พ่อ
คราวนี้พ่อหยิบกิ่งไผ่จากลูกๆ ทุกคนมาแล้วเอาเชือกมามัดกิ่งไผ่ทั้งหมดเข้าด้วยกัน จากนั้นบอกกับลูกๆ ให้หักกิ่งไผ่มัดนี้ให้ได้ เด็กๆ ต่างมองหน้ากัน ทุกคนต่างก็รู้ว่ามันทำไม่ได้ แต่เมื่อพ่อสั่งก็มองกันไปมา แล้วลูกคนโตก็ออกมาก่อน เขาก็พยายามหักมัดไผ่ แต่ก็ทำไม่ได้ ลูกคนอื่นๆ ค่อยๆ ทยอยกันออกมาหัก แต่แล้วก็ไม่มีใครหักมัดไผ่ได้ ตอนนี้พวกเด็กๆ พากันเงียบ และไม่มีใครเย้ยหยันใคร เพราะต่างก็หักกิ่งไผ่ไม่ได้
ชาวนาเดินไปตบไหล่ลูกๆ ทุกคน จากนั้นเรียกทั้งหมดให้นั่งล้อมวง แล้วหยิบมัดไผ่มาวางตรงหน้า แล้วก็หยิบกิ่งไผ่ขึ้นมาอีกกิ่งหนึ่ง แล้วสอนลูกๆ ว่า
“ กิ่งไผ่นะ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ แต่ถ้ามันอยู่เดี่ยวๆ มันก็แค่กิ่งไผ่ จะหักจะงอ หรือจะทำอะไรก็ทำได้ง่ายๆ ”
จากนั้นชาวนาก็หักกิ่งไผ่ แล้วหยิบมัดไผ่มาถือ พลางพูดต่อว่า
“ แต่กิ่งไผ่เล็กๆ ถ้ามัดรวมกัน มันก็จะแข็งแรง ไม่ว่าจะลองหักสักกี่ครั้งก็หักไม่ได้ ใช่ไหม ลูกๆ รู้อะไรไหม เวลาพวกลูกๆ ทะเลาะกัน เกี่ยงงานกัน มันเหมือนอะไร มันก็เหมือนกิ่งไผ่เล็กๆ เหล่านี้ ลูกแต่ละคนก็คือไผ่คนละกิ่ง ต่างคนต่างอยู่ ไม่รักไม่ช่วยกัน ใครเขาจะมาทำร้าย มารังแกก็ทำได้ง่าย แต่ถ้าลูกๆ รู้สึกรักกัน สามัคคีกัน ก็จะเป็นเหมือนกิ่งไผ่มัดนี้ ไม่ว่าใครจะทำอะไรก็ทำไม่ได้ ไม่ว่าเรื่องราวจะใหญ่เล็กอย่างไรก็สามารถฟันฝ่าไปได้ พ่อหวังว่าลูกคงเข้าใจนะ ”
เด็กๆ มองหน้ากันไปมา แล้วก็รู้สึกเต็มตื้นที่พ่อสอนในครั้งนี้ จากนั้นชาวนาก็พาลูกๆ กลับบ้าน ที่บ้านแม่เตรียมอาหารมื้อเย็นไว้รอพวกเขา ทั้งหมดมีความสุขมาก และหลังจากนั้นเด็กๆก็ไม่ทะเลาะ และรู้จักที่จะช่วยเหลือกันและกัน
https://www.gotoknow.org/posts/162556
เปิดร่างนโยบายรัฐ41หน้า"บิ๊กตู่"แถลงอย่างน้อย2ชม.

จ่อวางขุนศึก“อุตตม-สนธิรัตน์-ธรรมนัส” โต้ฝ่ายค้าน เปิดดร่างนโยบายรัฐบาล 41 หน้าภาพรวมกว้างๆ “บิ๊กตู่” แถลงเปิดหัว 2 ชั่วโมง ใส่ “กัญชาเสรี” นโยบายรัฐบาล ด้านประเด็นแก้รธน.ของปชป.ถูกบรรจุในหมวดพัฒนาการเมือง
เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า สำหรับในส่วนของร่างนโยบายรัฐบาลนั้นมีทั้งหมด 41 หน้า เป็นการนำเสนอแบบกว้างๆ โดยรวบรวมนโยบายจากทุกพรรคมารวมไว้ แต่ไม่ได้มีการลงรายละเอียด ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.จะพิจารณาเพื่อปรับปรุงแก้ไขอีกครั้ง โดยนโยบายสำคัญอย่างนโยบายกัญชาเสรี ของพรรคภูมิใจไทยถูกบรรจุอยู่ในนโยบายด้วย โดยมีการเขียนภาพรวมไว้กว้างๆว่า “สนับสนุนให้มีการปลูกกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ และให้นำไปใช้ช่วยเหลือในทางการแพทย หากจะนำไปใช้ในด้านอื่นๆขึ้นอยู่กับรัฐมนตรีในกระทรวง” ขณะที่ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ถูกใส่อยู่ในหมวดพัฒนาการเมือง โดยร่างนโยบายรัฐบาลส่วนใหญ่ 70 เปอร์เซ็นต์เป็นของพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) โดยมีนโยบายเร่งด่วน 1 ปี กับ 4 ปี เร่งด่วนครอบคลุม4ด้าน ได้แก่ แก้ปัญหาปากท้อง,แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ,การสร้างอนาคตให้ประชาชน และการแก้ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า
สำหรับนโยบายเร่งด่วนที่ต้องทำทันทีใน 1 ปีแรก คือ 1.นโยบายลดความเหลื่อมล้ำ จะต้องสานต่อในเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ(บัตรคนจน) ซึ่งต้องทำให้เหมาะสมและเป็นธรรม นโยบายมารดาประชารัฐ นโยบายเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คนพิการ นโยบายแก้ปัญหาหนี้สิน นโยบายแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย -ที่ดินทำกิน และค่าแรงขั้นต่ำ เป็นต้น 2.นโยบายด้านเศรษฐกิจทั้งระยะสั้น และระยะยาว อาทิ การแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตร การส่งออกสินค้าทางการเกษตร และการทำอุโมงค์ส่งน้ำจากภาคเหนือไปยังภาคอีสาน เป็นต้น ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นร่างนโยบายในภาพรวมกว้างๆที่รัฐมนตรียังไม่ได้ลงรายละเอียดเพียงแต่กำหนดไว้คร่าวๆเท่านั้น
อย่างไรก็ตามในส่วนของการแถลงนโยบายรัฐบาลนั้น นายกฯ จะใช้เวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ซึ่งได้มีการเตรียมวางรัฐมนตรีบางส่วนในการชี้แจงแล้ว โดยเฉพาะประเด็นที่ฝ่ายค้านเตรียมตั้งธงโจมตี อาทิ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น
อ่านต่อที่ :
https://www.dailynews.co.th/politics/720186
ลุงตู่ก็เหมือนชาวนาที่ต้องคอยเตือนลูกๆในครม.ให้มีความสามัคคีกลมเกลียวกัน
ช่วยทำงานกันคนละไม้คนละมือให้สำเร็จ ตามนโยบายที่วางไว้
ตอนนี้ครม.เริ่มปรับตัวเข้าหากันได้แล้ว ทุกคนรวมพลังสามัคคี จับมือเป็นหนึ่งเดียวกัน
ต่อให้มีปัญหาอุปสรรคแค่ไหน จะผ่านไปด้วยดีค่ะ
พาครม.อยู่ให้ครบสี่ปีเลยนะคะ ลุงตู่...


♦️♦️มาลาริน/ครม.ของลุงตู่กับกิ่งไผ่ จำไว้สามัคคีคือพลัง งานจึงจะประสบความสำเร็จ
ลออ่านดูนะคะ...
นิทานเรื่อง ชาวนากับกิ่งไผ่.....
ครอบครัวชาวนาครอบครัวหนึ่ง มีลูกชายหลายคน ชาวนาหวังให้ลูกๆ ช่วยกันทำมาหากิน จะได้ปลูกข้าวได้มากๆ เขาเลี้ยงดูและรักลูกๆ ทุกคน แต่เหล่าเด็กๆ ก็ยังถกเถียง ทะเลาะกันอยู่บ่อยๆ พวกเขาเกี่ยงงานกัน ไม่ช่วยเหลือกัน ทำให้ชาวนารู้สึกเศร้าใจยิ่งนัก
ทุกเช้าเด็กๆ จะตื่นสาย ใช้เวลากินข้าวเช้านาน และก็เกี่ยงกันไปทำงาน ทำให้งานต่างๆ เหลือค้างจำนวนมาก เมื่อลูกๆ ยังเด็ก พ่อก็ทำทุกอย่างที่ลูกๆ เหลือค้างไว้ แต่ยิ่งนานวันยิ่งมากขึ้น พ่อรู้ตัวว่าไม่นานเมื่อเขาแก่ตัวลง หากลูกๆ ยังเป็นเช่นนี้คงไม่อาจเลี้ยงตัวเองรอดได้ ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะสั่งสอนลูกๆ ให้รักกัน
วันหนึ่งชาวนาพาลูกๆ เดินทางออกจากบ้านไปที่ท้ายบ้าน ที่นั่นมีกอไผ่กอใหญ่อยู่ เขาให้ลูกๆ ตัดกิ่งไม้ไผ่มาคนละท่อน เด็กๆ ตัดกิ่งไม้ไผ่มาใหญ่บ้างเล็กบ้าง ชาวนาจึงบอกให้ลูกๆ มานั่งรวมกัน แล้วบอกให้เด็กลองหักไม้ไผ่ดี พวกเด็กๆ ไม่รู้ว่าพ่อต้องการอะไร คิดว่าคงจะหาคนที่แข็งแรงที่สุดในพวกเขา จึงรู้สึกแข่งขันกัน คนที่ตัดกิ่งไผ่เล็กๆ มารู้สึกยินดี จึงยิ้มแย้ม เย้ยหยันคนอื่น แล้วก็หักกิ่งไผ่ก่อน คนอื่นๆ ก็พยายามหักตาม แม้เด็กคนที่ตัดกิ่งไผ่ที่ใหญ่หน่อยก็ยังพยายามและหักกิ่งไผ่ของตนเองได้
แต่แล้วชาวนาก็ให้ลูกๆ ไปตัดกิ่งไผ่อีก เด็กๆ เดินไปที่กอไผ่อย่างงุนงงสงสัย ว่าพ่อต้องการอะไรกันแน่ แต่เพื่อความไม่ประมาททุกคนมองกันและกัน จากนั้นก็เลือกกิ่งไผ่ที่ขนาดใกล้ๆ กันตัด แล้วนำมาให้พ่อ
คราวนี้พ่อหยิบกิ่งไผ่จากลูกๆ ทุกคนมาแล้วเอาเชือกมามัดกิ่งไผ่ทั้งหมดเข้าด้วยกัน จากนั้นบอกกับลูกๆ ให้หักกิ่งไผ่มัดนี้ให้ได้ เด็กๆ ต่างมองหน้ากัน ทุกคนต่างก็รู้ว่ามันทำไม่ได้ แต่เมื่อพ่อสั่งก็มองกันไปมา แล้วลูกคนโตก็ออกมาก่อน เขาก็พยายามหักมัดไผ่ แต่ก็ทำไม่ได้ ลูกคนอื่นๆ ค่อยๆ ทยอยกันออกมาหัก แต่แล้วก็ไม่มีใครหักมัดไผ่ได้ ตอนนี้พวกเด็กๆ พากันเงียบ และไม่มีใครเย้ยหยันใคร เพราะต่างก็หักกิ่งไผ่ไม่ได้
ชาวนาเดินไปตบไหล่ลูกๆ ทุกคน จากนั้นเรียกทั้งหมดให้นั่งล้อมวง แล้วหยิบมัดไผ่มาวางตรงหน้า แล้วก็หยิบกิ่งไผ่ขึ้นมาอีกกิ่งหนึ่ง แล้วสอนลูกๆ ว่า
“ กิ่งไผ่นะ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ แต่ถ้ามันอยู่เดี่ยวๆ มันก็แค่กิ่งไผ่ จะหักจะงอ หรือจะทำอะไรก็ทำได้ง่ายๆ ”
จากนั้นชาวนาก็หักกิ่งไผ่ แล้วหยิบมัดไผ่มาถือ พลางพูดต่อว่า
“ แต่กิ่งไผ่เล็กๆ ถ้ามัดรวมกัน มันก็จะแข็งแรง ไม่ว่าจะลองหักสักกี่ครั้งก็หักไม่ได้ ใช่ไหม ลูกๆ รู้อะไรไหม เวลาพวกลูกๆ ทะเลาะกัน เกี่ยงงานกัน มันเหมือนอะไร มันก็เหมือนกิ่งไผ่เล็กๆ เหล่านี้ ลูกแต่ละคนก็คือไผ่คนละกิ่ง ต่างคนต่างอยู่ ไม่รักไม่ช่วยกัน ใครเขาจะมาทำร้าย มารังแกก็ทำได้ง่าย แต่ถ้าลูกๆ รู้สึกรักกัน สามัคคีกัน ก็จะเป็นเหมือนกิ่งไผ่มัดนี้ ไม่ว่าใครจะทำอะไรก็ทำไม่ได้ ไม่ว่าเรื่องราวจะใหญ่เล็กอย่างไรก็สามารถฟันฝ่าไปได้ พ่อหวังว่าลูกคงเข้าใจนะ ”
เด็กๆ มองหน้ากันไปมา แล้วก็รู้สึกเต็มตื้นที่พ่อสอนในครั้งนี้ จากนั้นชาวนาก็พาลูกๆ กลับบ้าน ที่บ้านแม่เตรียมอาหารมื้อเย็นไว้รอพวกเขา ทั้งหมดมีความสุขมาก และหลังจากนั้นเด็กๆก็ไม่ทะเลาะ และรู้จักที่จะช่วยเหลือกันและกัน
https://www.gotoknow.org/posts/162556
เปิดร่างนโยบายรัฐ41หน้า"บิ๊กตู่"แถลงอย่างน้อย2ชม.
จ่อวางขุนศึก“อุตตม-สนธิรัตน์-ธรรมนัส” โต้ฝ่ายค้าน เปิดดร่างนโยบายรัฐบาล 41 หน้าภาพรวมกว้างๆ “บิ๊กตู่” แถลงเปิดหัว 2 ชั่วโมง ใส่ “กัญชาเสรี” นโยบายรัฐบาล ด้านประเด็นแก้รธน.ของปชป.ถูกบรรจุในหมวดพัฒนาการเมือง
เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า สำหรับในส่วนของร่างนโยบายรัฐบาลนั้นมีทั้งหมด 41 หน้า เป็นการนำเสนอแบบกว้างๆ โดยรวบรวมนโยบายจากทุกพรรคมารวมไว้ แต่ไม่ได้มีการลงรายละเอียด ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.จะพิจารณาเพื่อปรับปรุงแก้ไขอีกครั้ง โดยนโยบายสำคัญอย่างนโยบายกัญชาเสรี ของพรรคภูมิใจไทยถูกบรรจุอยู่ในนโยบายด้วย โดยมีการเขียนภาพรวมไว้กว้างๆว่า “สนับสนุนให้มีการปลูกกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ และให้นำไปใช้ช่วยเหลือในทางการแพทย หากจะนำไปใช้ในด้านอื่นๆขึ้นอยู่กับรัฐมนตรีในกระทรวง” ขณะที่ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ถูกใส่อยู่ในหมวดพัฒนาการเมือง โดยร่างนโยบายรัฐบาลส่วนใหญ่ 70 เปอร์เซ็นต์เป็นของพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) โดยมีนโยบายเร่งด่วน 1 ปี กับ 4 ปี เร่งด่วนครอบคลุม4ด้าน ได้แก่ แก้ปัญหาปากท้อง,แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ,การสร้างอนาคตให้ประชาชน และการแก้ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า
สำหรับนโยบายเร่งด่วนที่ต้องทำทันทีใน 1 ปีแรก คือ 1.นโยบายลดความเหลื่อมล้ำ จะต้องสานต่อในเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ(บัตรคนจน) ซึ่งต้องทำให้เหมาะสมและเป็นธรรม นโยบายมารดาประชารัฐ นโยบายเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คนพิการ นโยบายแก้ปัญหาหนี้สิน นโยบายแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย -ที่ดินทำกิน และค่าแรงขั้นต่ำ เป็นต้น 2.นโยบายด้านเศรษฐกิจทั้งระยะสั้น และระยะยาว อาทิ การแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตร การส่งออกสินค้าทางการเกษตร และการทำอุโมงค์ส่งน้ำจากภาคเหนือไปยังภาคอีสาน เป็นต้น ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นร่างนโยบายในภาพรวมกว้างๆที่รัฐมนตรียังไม่ได้ลงรายละเอียดเพียงแต่กำหนดไว้คร่าวๆเท่านั้น
อย่างไรก็ตามในส่วนของการแถลงนโยบายรัฐบาลนั้น นายกฯ จะใช้เวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ซึ่งได้มีการเตรียมวางรัฐมนตรีบางส่วนในการชี้แจงแล้ว โดยเฉพาะประเด็นที่ฝ่ายค้านเตรียมตั้งธงโจมตี อาทิ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น
อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/politics/720186
ลุงตู่ก็เหมือนชาวนาที่ต้องคอยเตือนลูกๆในครม.ให้มีความสามัคคีกลมเกลียวกัน
ช่วยทำงานกันคนละไม้คนละมือให้สำเร็จ ตามนโยบายที่วางไว้
ตอนนี้ครม.เริ่มปรับตัวเข้าหากันได้แล้ว ทุกคนรวมพลังสามัคคี จับมือเป็นหนึ่งเดียวกัน
ต่อให้มีปัญหาอุปสรรคแค่ไหน จะผ่านไปด้วยดีค่ะ
พาครม.อยู่ให้ครบสี่ปีเลยนะคะ ลุงตู่...