เหตุการณ์แบบนี้เจ้าหน้าที่ธนาคารสมควรทำหรือไม่

   ขอเริ่มเรื่องเลยนะคะ  เมื่อวันพฤหัส ที่ 11ก.ค. ที่ผ่านมา แม่ได้โทรไลน์เข้ามาหา(ปกติก็โทรคุยกันประจำ เนื่องจากเจ้าของกระทู้ทำงานต่าง
จังหวัด) แม่ได้โทรมาตอนช่วงเกือบๆ เที่ยง และบอกว่า เงินในบัญชีธนาคารหาย หมด เหลือแค่ 7 บาทซึ่งความเป็นจริงแล้ว มันต้องเหลือในบัญชีอย่าง
น้อย1 แสนขึ้นไป แต่วันนั้นแม่จะนำเงินไปฝากเพิ่ม และ อัปสมุดบัญชี(ปกติ  นานๆ ทีจะไปอัปเพราะไม่ค่อยได้เข้าในเมือง) บอกก่อนเลยว่า
พ่อกับแม่เป็นคนต่างจังหวัด และอยู่อำเภอรอบนอกเป็นชาวสวนเป็นชาวบ้าน (จบแค่ ป.6 ปัจจุบันอายุ ห้าสิบกว่าๆ กันทั้งคู่)ที่ไม่ได้มีความรู้ 
เรื่องเทคโนโลยีอะไรเลย แค่โทรไลน์หาได้นี้ สุดยอดแล้ว 

          เราเลยบอกพ่อกับแม่ว่าให้ไปเช็คกับทางธนาคารขอเอกสารพวกสเตรจเม้นต่างๆ แม่บอกขอมาแล้ว แล้วตอนนี้แกออกจากธนาคารมาแล้วเราเลย
บอกให้กลับไปใหม่ ขอรายละเอียดเพิ่มเติม เช่นหายยังไง หายจากการกดบัตร รึ หายจากวิธีทางไหน  แกก็บอกว่าทางเจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นการโอนเงิน
ผ่านทางโทรศัพท์ หรือทางอินเตอร์เน็ตเราเลยบอกให้แกกลับไปถามเจ้าหน้าที่ว่า เค้า(เรียกว่า ขโมย ได้มั้ย) ใช้วิธีไหนในการสมัคร เพราะมันต้องมี
ข้อมูลสำคัญของแม่ถึงจะสมัครได้ แต่ถ้าสมัครผ่านตู้มันต้องใช้บัตร ATMของแม่ และสมัครผ่านตู้ ATM สาขาไหน วันไหน เวลาไหน (ฐานข้อมูลใน
ธนาคารคงต้องมี) เพราะมันไปสมัครหน้าเคาว์เตอร์ไม่ได้แน่นอน เพราะไม่ใช่เจ้าของบัญชีเพราะถ้าสมัครผ่านตู้ รู้สาขาและ เวลา เราสามารถดูกล้อง
วงจรปิดได้ เพราะ สเตรจเม้น มีแค่ตัวเลขกับอักษาภาษาอังกฤษ แล้ว พ่อกับแม่ แกจะดูรู้เรื่องมั้ย แกไปธนาคารกันเองสองคน  ขนาดเรายังแทบไม่รู้เรื่อง
เลยและ อีกคำถามคือ  แม่ให้บัตรATM ใครไปบ้าง แต่ในหัวเราและแม่ ไม่คิดและเชื่อเลยว่าจะเป็นคนในบ้านรู้นิสัยกันดี คำตอบ  เวลาแม่จะใช้เงินแกจะ
ให้ลูกสาวคนโตเป็นคนถือบัตรไปกดในเมืองให้  (พ่อกับแม่มีลูกสาว 2คน คือพี่สาว คนที่อยู่กับแม่ และ เจ้าของกระทู้ซึ่งนานๆที่จะกลับบ้าน ปีละ 1-2
ครั้ง)  (อย่าพึ่งตัดสินว่าพี่สาวจะเป็นคนทำหากท่านยังอ่านไม่จบ)

          ที่นี้เราเลยให้แม่ไปถามทางธนาคารอีกว่า  เค้าใช้เบอร์โทรศัพท์ไหน ในการสมัคร เพราะฐานข้อมูลธนาคารต้องมี เพราะมันต้องมีการส่ง SMS
ยืนยันการโอน  เบอร์โทรศํพท์เดี๋ยวนี้มีการลงทะเบียนซิมไว้แน่นอนต้องมีข้อมูลบัตรประชาชน แม่ก็กลับรถไปตามที่เราบอก  เรารอเวลาสักพักก็โทรหาแม่
ใหม่ และบอกให้แม่ถือสายไว้อย่าวางสายเรา เพื่อที่เราได้ฟังคำตอบกับทางเจ้าหน้าที่และเมื่อสงสัยอะไรได้ให้แม่ถามเจ้าหน้าที่ไปเลย เพื่อไม่ให้เสีย
เวลา และทางพ่อแม่เราเค้าไม่ค่อยรู้เรื่อง ถ้าอธิบายอะไรเยอะๆ ที่ฟังเข้าใจยาก(สำหรับชาวบ้าน) เค้าจะจำได้ไม่หมด และแกก็ขี้ลืมบ่อยๆ  ทางเจ้าหน้าที่ก็
ช่วงเหลืออย่างดี เราและแม่ก็พูดและถามกันไปมาตอนที่เจ้าหน้าที่ช่วยค้นข้อมูล สักพัก เจ้าหน้าที่ ถามแม่ว่าคุยกับใคร  เพราะเราได้ยินว่า น้องสาวเค้า
แหละ(ตอนนั้นทางเจ้าหน้าที่ธนาคาร น่าจะสงสัย พี่สาวเราเพราะเป็นคนเคยถือบัตร ATM เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่า น่าจะเป็นคนใกล้ตัวแหละและตอนนั้นมีคน
เดียวที่น่าสงสัย) เสียงเจ้าหน้าที่เงียบไปเราเดาว่าน่าจะให้แม่เราวางสาย  เพราะแม่พูดว่า  แค่นี้ก่อนนะ โดยที่ไม่บอกเหตูผลในการวาง  ซึ่งเราก็เข้าใจนั้น
แหละ ว่าทางเจ้าหน้าที่ ไม่ไว้ใจ บุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของบัญชี หลังจากวางสายเราไปสิบกว่านาที แม่ได้โทรกลับมาใหม่และบอกว่าทางเจ้าหน้าที่ ว่า
ต้องเป็นคนใกลัตัวแน่ๆ  ถ้ายังไง ให้กลับไปถามกันก่อน ว่าใช่รึไม่แล้วค่อยไปแจ้งความเพราะถ้าแจ้งความเรื่องแบบนี้  มันจะเป็นคดีอาญาซึ่งยอมความ
กันไม่ได้ 

***  แต่ทาง เจ้าหน้าที่ แจ้งว่าไม่สามารถหาข้อมูลให้ได้ว่า เป็นเบอร์โทรไหนที่ใช้สมัครบริการโดยใช้บัญชีธนาคารของแม่ได้ ซึ่ง ความคิดส่วนตัวว่า
ข้อมูลแบบนั้น ธนาคารต้องมี มันเป็นข้อมูลสำคัญธนาคารต้องมีการเก็บข้อมูลการสมัครไว้สิ ถ้าสาขาค้นหาไม่ได้  ก็สามารถแจ้งสาขาใหญ่ให้ช่วยค้นหา
ได้สิ มันใม่ใช่เรื่องเล็กๆเพราะเราก็ใช้โอนเงินผ่านโทรศัพท์ประจำ เราพึ่งเปลี่ยนเบอร์โทร  พึ่งไปสมัครบริการใหม่ พึ่งไปแจ้งเปลี่ยนข้อมูลเบอร์โทรกับ
ทางธนาคารมา ไม่ถึง 2 อาทิตย์(แต่เป็นคนละธนาคารกับของแม่)  ทำไมเราถึงต้องการเบอร์โทรศัพย์ขนาดนั้น  เพราะตอนนั้นความคิดเรามันเป็นทาง
เดียวที่เราจะรู้ตัวคนทำได้ชัดเจน อย่างน้อยเผื่อมันเป็นเบอร์ของคนใกล้ตัวเราจริงๆ ได้ดำเนินการถูก  ถ้าไม่ใช่ ได้แจ้งความให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะสายไป
กว่านี้  แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าหาให้ไม่ได้ ข้อมูลทุกอย่างก็แสดงในสเตรจเม้น หมดแล้ว  เน้นแค่ว่าคนใกล้ตัวแน่นอน แต่ในความคิดเราตอนนั้น  เผื่อ ถ้า
ไม่ใช่คนของเราละ  เผื่อเป็นคนอื่นละเราไม่ได้พาดพิง หรือกล่าวหาใครนะ  เพราะเหตุการณ์แบบนี้มีเกิดขึ้นให้เห็นตามหน้าข่าวบ่อยๆ 
คุณต้องเข้าใจเราด้วยว่า ความรู้สึกของชาวบ้านธรรมดา คนเงินเป็นแสนๆหาย กว่าเค้าจะหาจะเก็บมาได้ ไม่ใช่ง่ายๆ ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิต ว่าเค้ามืดแปดด้านทุกอย่างที่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้ มันมีอยู่ในสมองเต็มไปหมด  เราเลยตกลงกับแม่ว่า ยังไม่แจ้งความนะ กลับไปถามคนของเราก่อน ว่ายังไงแน่

        เราเลยให้แม่ถ่ายรูปสเตรจเม้นส่งมาให้ดู  แกก็ถ่ายส่งมาให้ดู 1 หน้า คือของเดือนเมษา 2562  เราเลยพยายามค้นหาข้อมูลในเน็ตว่า ตัวย่อแบบนี้
รหัสแบบนี้ คืออะไร แปลว่าอะไรคือถ้าคนที่ไม่ค่อยได้ ยุ่งเกี่ยวกับด้านธนาคาร การเงิน จะไม่รู้ความหมายของมันเลยเช่น ATSWC PCSW  MORISW 
TR To MSISDN ถามคนทั่วไปเลยว่า รู้มั้ยคืออะไร ปกติแล้วบัญชีพื้นฐาน (เคยรู้มาบ้าง)  การเขียนรายการ ด้านขวาจะเป็นรายรับ เยื้องซ้ายจะเป็นราย
จ่าย  แต่ในสเตรจเม้นที่ได้มา สลับด้านกันหมดเลย  เราพยายามทำความเข้าใจเองเพราะไม่รู้จะถามใคร เพราะเราไม่สามารถจะถามทางเจ้าหน้าที่สาขา
ที่แม่เข้าไปเปิดบัญชีไว้ได้(ถ้าเป็นคนในบ้านเป็นคนทำทำ ชาวบ้านอย่างเรา สภาพแวดล้อมที่อยู่ถือว่ามันเป็นเรื่องน่าอาย อย่างมากและไม่อยากให้มัน
กระทบต่อบุคคลที่ 3 คือลูกของพี่หลาน ของพ่อแม่เรา ถ้าคนในบ้านทำจริง) 

       เราเอ๊ะใจ และจำได้ว่าช่วงเมษาที่เรากลับบ้าน เคยโอนเงินเข้าบัญชีแม่ และ ฝากกดเงินออกจากบัตรของแม่เพราะมันจะไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่ถ้า
เรากดจากบัตรเราเองจะเสีย(บัญชีต่างจังหวัดกดเงินจังหวัดอื่นเสียค่าธรรมเนียม)มันเลยมีช่องหนึ่งในสเตรจเม้นที่ มีรหัส 002-xxxหมายเลขบัญชีxxx 
ซึ่งตรงกับเลขบัญชีเรา จึงสามารถเข้าใจได้ว่าต้องดูยังไง แล้วเราเลยขอดูบัญชีอื่นๆทั้ง 3 เดือน คือเมษา พฤษภามิถุนา ( ช่วงเดือนที่มีรายการผิดปกติ)
มีเลขบัญชี 4 บัญชีที่มีการโอนเข้าและ  บัญชีที่1นั้น มีการโอนออก บ่อยมาก  บัญชีที่ 2 มีแต่โอนเข้าอย่างเดียว  บัญชีที่ 3มีทั้งเข้าและออก(ประมาณ 4-5
ครั้ง) และบัญชีที่ 4 มีการโอนออกแค่ 1 ครั้ง แต่ช่องหลังของสเตรจเม้นจะมีการกำกับ ไว้ว่า ITBANK ซึ่งแน่นอนว่าแม่ทำไม่เป็น  เราเลยลองเอาเลขบัญชี
ของพี่สาว และ พี่เขย (พึ่งเคยขอยืมเงินเราไปตอนกลางเดือนมิถุนา)ซึ่งเคยขอยืมเงินทำให้เรามีเลขบัญชีของเค้าสรุปว่า  ตรงกับเลขบัญชี พี่เขย  ตกใจ
มาก ทำอะไรไม่ถูกคือคนที่อยู่ร่วมบ้านกับพ่อแม่ มา 4 ปีและไม่เคยมีพฤติกรรมในทางนั้น คือแม่เราจะเป็นคนชอบวางกระเป๋า ตามโต๊ะในบ้าน
ซึ่งก็บ้านตัวเอง มีแต่ลูกๆ หลานๆอยู่  เงินก็ไม่เคยหายของไม่เคยหาย พอนึกไปคือถ้ากลางเดือนที่ผ่านมา เค้าไม่มาขอยืมเงินเรา  หรือ เราไม่ให้เค้ายืม เราจะไม่รู้หมายเลขบัญชีของเค้าเลย  เราโทรไปบอกแม่ ว่าเราเจอบัญชีนี้นะ เลยให้แม่กลับไปถามพี่สาว  ซึ่งเป็นวันหยุดของเค้า
     เค้าอยู่บ้านพอดี ถามให้แน่ใจว่า พี่สาวรู้เรื่องด้วยมั้ย  จะทำยังไงกันต่อไปดี  ผ่านไปนาน  แม่โทรกลับมา เราให้แม่เปิดลำโพงโทรศัพท์ คุยพร้อมกัน
ทั้ง พ่อ  แม่ พี่สาว และเรา ถามพี่ว่ายังไง  สรุป พี่สาวไม่รู้เรื่อง พึ่งรู้ว่ามีเรื่องแบบนี้ ตอนแม่บอกถามว่าเชื่อคำพูดมั้ย เราเชื่อ คนของเรา เราโตมาด้วยกันแม่
เลี้ยงลูกมาแม่รู้นิสัยลูกดี คนเราไม่ได้ดี 100% แต่ไม่มีสัญดานแบบนั้นแน่   

        หลังจากนั้นปัญหาคือพี่สาวเราหยุดอยู่บ้าน ซึ่งรถ ของพี่เขย เอาไปให้ทางบ้านเค้ายืมใช้เค้าเลยต้องใช้รถพี่สาว ออกไปทำงานแทน  อีกอำเภอ 
(ไปเช้า เย็นกลับ) ส่วนรถพ่อ ก็พ่อใช้ไปสวน ซึ่งวันนั้นเค้าได้ให้พี่เขยไปรับลูกที่โรงเรียน (เรียนในตัวเมือง) พอทางเรารู้ตัวว่าเป็นพี่เขย
สิ่งแรกคือ ให้พี่สาว ทำคือโทรบอกเค้าว่า เดี๋ยวจะออกไปรับลูกเอง ยืมรถพ่อไป  แต่ เค้าไม่รับโทรศัพย์ ซึ่งตอนนั้นก้ใกล้ จะ 4 โมงเย็นแล้ว
พ่อกับแม่ ก็รีบออกไปรับหลานเพราะทางพี่เขย ไม่รับโทรศัพย์   ใช้เวลาออกจากบ้านไปโรงเรียน ก็เกือบๆ ครึ่งชั่วโมง พอไปถึง ครูได้แจ้งว่า
พ่อน้องรับไปแล้ว พ่อกับแม่เลย กลับไปรอที่บ้าน และให้พี่สาวโทรไปถามว่า อยู่ไหนแล้วรับลูกรึยัง เค้าก็บอก รับแล้ว พามาเล่นของเล่นอยู่  จาก  4 โมง
กว่าๆ พี่เขยกว่าจะกลับเข้า บ้าน ทุ่มกว่าๆได้  ซึ่งมันผิดปกติจากที่เคยเป็น

         *** แล้วคุณคิดว่าทางเราจะรู้สึกยังไง เวลาผ่านไป 3-4 ชั่วโมงของคนรอหลานกลับบ้านโครตทรมาน และเมื่อรู้ว่า ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรไปหา
พี่เขย(ตามบอกเล่า และคำรับสารภาพจากปากเค้าเอง) ซึ่งเราไม่รู้ว่าธนาคารโทรไปตอนไหน แต่ต้องก่อนที่เค้าจะกลับเข้าบ้านแน่นอน
เพราะกลับบ้านช้ากว่าปกติ

          เจ้าหน้าที่ธนาคารถามว่า

คุณเป็นใคร ถึงมาสมัครและโอนเงินกับบัญชีนี้ได้  ทำให้เค้ารู้ว่าทางแม่เรารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว ซึ่งทางเรา ไม่ได้โทรบอกหรือถามใดๆ เลย เพราะต้องการให้
หลาน กล้บบ้านก่อนต้องการให้รถ ทั้ง 2คันของพี่สาว มาอยู่ที่บ้านก่อน(ทั้ง 2 คันเป็นชื่อพี่สาว)เพราะเรากลัวว่าถ้าเค้ารู้ว่าทางเรารู้เรื่องหมดแล้ว  อาจมี
เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ซึ่งมันอาจเกิดขึ้นได้ ถ้าคนผิดรู้ว่าถูกจับได้ ความกลัว ความลนลาน  สมองความคิดเค้า ไม่ปกติครบถ้วนแน่นอน  เราไม่
อยากให้เหตุการณ์ แบบนั้นเกิดขึ้น ไม่ว่ากับใคร  ค่ำของวันนั้น พี่เขยเข้ามาสารภาพ ยอมรับผิด และอธิบายเรื่องต่างๆ นาๆ และขอชดใช้กับสิ่งที่ก่อขึ้น

                 **** แต่ อยากถามทางธนาคารว่า คุณทำอะไร  คุณคิดอะไรอยู่  คุณแนะนำเองให้ไปถามคนใกล้ตัวก่อน  ซึ่งคุณไม่รู้เลยว่า
ที่บ้านเราอยู่ยังไงเป็นยังไง มีคนในบ้านกี่คน คุณไม่สมควรที่จะ โทรไปทำให้เค้ารู้ตัว มันเป็นหน้าที่ของคุณมั้ย คุณไม่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะทำแบบนี้ซึ่ง
ทางเรายังไม่ได้ทำการแจ้งความ ทางเราขอเบอร์โทรศัพท์ ที่สมัครบริการไว้  คุณกับไม่ให้ บอกหาไม่ได้ แต่คุณกับเป็นคนโทรไปถามเอง  เพื่ออะไร
ถ้าเกิดเหตุการณ์ แย่ๆ ขึ้นมา  คุณจะรับผิดชอบยังไง  ถึงแม้ตอนนี้จะไม่เกิดเรื่องแบบนั้นก็ตาม  แต่ถามว่าสมควรมั้ย

           ณ.ตอนนี้เราได้ข้อสรุปแล้วว่าจะทำยังไงกันต่อไป แต่ยังไม่แจ้งความ เพราะ เหตุผลเดียว  คือ หลาน ไม่มีใครอยากให้เด็กมีปม ไม่มีใครอยากให้เด็กต้องรับรู้เรื่องแบบนี้

           ซึ่งทั้งหมดที่เจ้าของกระทู้ได้เล่ามา เป็นเรื่องจริง และมีข้อมูลหลักฐานทั้งหมด  แต่ต้องการให้ทางธนาคารสีฟ้า (เด็กเงินกู้เรียน รู้จักกันดี) 
ปรับปรุง และอบรมพนักงาน เกี่ยวกับเหตุการณ์แบบนี้  เราไม่อยากให้ข้อมูลส่วนตัวใดๆ  แต่ถ้าทางธนาคารต้องการความจริง ความชัดเจน ว่าเหตุ
เกิดที่ ไหน สาขาใด  ติดต่อมาได้คะเรายินดีให้ข้อมูล 

  "เงินแสนเกือบสองแสนอาจจะไม่มากสำหรับใครหลายๆ คน แต่สำหรับชาวบ้านธรรมดา มันมีค่ามหาสารเพราะหมายถึงสิ่งที่จะค้ำประกันในตอนแก่
ของเค้าได้ เงินเก็บ ไว้ใช้ตอนแก่เผื่อเจ็บป่วยฉุกเฉิน มันมีค่ามาก "

              ถ้ามีอะไรผิดพลาดหรือพาดพิงถึงใคร ใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง ก็ขอโทษ ณ ที่นี้เลยคะเหตุการณ์แบบนี้ธนาคารสมควรทำหรือไม่
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่