ปีที่แล้วได้รู้จักผู้ชายคนนึง เค้าเป็นเด็กในสายตาเราเค้าน่ารักแล้วก็รักเรามาก แต่เราเองที่ไม่ดีไม่เคยทำให้เค้าภูมิใจในตัวเราทำแต่ปัญหา ในวันที่เราท้อและหมดหวังจะมีเค้าอยู่เคียงข้างกันตลอด เรื่องราวก็ผ่านไปหลายเดือนเรารักกันดีจนกระทั่งแล้วรู้ข่าวว่าเค้าเข้าโรงพยาบาล มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกหูอื้อ แล้วน้ำตาเราก็ไหลออกมาเรารับรู้เลยว่าเวลาคนที่เรารักเจ็บ มันทำให้เราเจ็บไปด้วยเราภาวนาในใจว่าขอให้เค้าไม่เป็นอะไรมาก ความรักมันไม่ได้อยู่ในรูปแบบของการเอาชนะกันเสมอไป มันเป็นการประคับประครองให้รอดตลอดรอดฝั่ง ความรักของเราเป็นความรักที่บริสุทธิ์เราบอกกับตัวเราเสมอว่าเราจะดูแลเค้าจนกว่าเค้าจะไม่ต้องการเรา และเราก็รักกันดีมาตลอดจนกระทั่งวันนึง เค้าเป็นฝ่ายมาหาเราแถวบ้าน แล้วในตอนนั้นอยู่ดีๆเค้าก็เป็นลม หน้ามืด เราทำอะไรไม่ถูกแต่ก็พยายามเรียกสติเค้ากลับมา มันเป็นเหตุการณ์นึงที่เราจะไม่ลืมมันเลย เราก็ส่งเค้าขึ้นรถแท็กซี่ จนเค้ากลับไป แต่เราไม่ได้บอกเค้าว่าเราแอบนั่งแทกซี่ตามรถเค้าไป เราแอบไปยืนดูฝั่งตรงข้ามคอนโดที่เค้าอยู่ เรายอมรับเลยว่าเรารักเค้ามากเป็นห่วงกลัวเค้าจะเป็นอะไรเพราะเราอีก เราทำให้เค้าเสียใจมาตลอดเรากลัวจะเสียเค้าไป แต่ชีวิตคู่ของเรา2คนไม่หวือหวาอะไรมาก เจอกันบ้างกินข้าวบ้างดูแลกันอยู่เรื่อยๆอาจจะทะเลาะกันบ้างเพราะเราทั้งคู่อีโก้สูง ปกติเราอารมณ์ร้ายมาก แต่เราจะเป็นฝ่ายเย็นเวลาแฟนเราร้อนใส่ และควบคุมสถานการณ์ให้มันกลับมาดีเหมือนเดิม เดี๋ยวมาต่อ !!!
ความรักไม่ใช่การครอบครอง ความในใจก่อนจะไปต่างประเทศ