จุดเริ่มต้นเลย ผมเจอเธอจากแชทในเฟซบุ๊คกลุ่มหนึ่ง คนในกลุ่มดราม่าทะเลาะกันบ่อยๆ มีแค่เธอกับผมที่คอยบอกให้เขาเลิกทะเลาะ คนอื่นไม่มีใครคิดห้ามหรือสนใจการทะเลาะกัน ผมเลยมองว่าน้องคนนี้มีน้ำใจหวังดีเข้ามาคอยไกล่เกลี่ยคนไม่รู้จัก เป็นความประทับใจแรกที่ผมมีให้เธอ ซึ่งคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงใจดีคนหนึ่ง ใส่ใจความรู้สึกคนอื่น เลยตัดสินใจทักไปขอให้เขารับแอดเพราะอยากคุยส่วนตัว ต่อมา เธอรับแอด ผมคุยกับเขาแบบงงๆ ทำความรู้จักกันประสาเพื่อนใหม่ ต่างคนต่างส่องเฟซกัน ก็สงสัยใคร่รู้ถามไถ่เรื่อยเปื่อย รู้ประวัติคร่าวๆ ผมและเธออายุประมาณ 20 และ 15 ตามลำดับ จนคุยไปมารู้สึกประทับใจ ต่างคนต่างคิดเหมือนกัน รู้ใจว่าต่างคนต่างคิดอะไร ความรู้สึกผมเหมือนเจอตัวเอง เธอก็บอกทำไมเราเหมือนกันขนาดนี้
จุดนั้น ผมตัดสินใจขอจีบเธอ เธอรู้สึกตกใจ แต่ก็ถามกลับว่าไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม ผมก็ตอบกลับไปทันทีว่าไม่ แล้วก็บอกไปว่าผมจริงจังกับความรักมากนะ ไม่ได้จีบเล่นๆ เขาก็ดูจะชอบผมด้วยเช่นกัน ถามความรู้สึกเขาก็ไม่กล้าบอก จนคุยกันสรุปว่าเรารู้สึกเหมือนกัน คือชอบ(แบบงงๆ) แล้วก็คุยกันเรื่อยๆ ต่างคนต่างเล่าเรื่องตัวเองบ้าง ถามอีกฝ่ายบ้าง แต่ดูเธอไม่ค่อยบอกเรื่องส่วนตัวเท่าไหร่(ระมัดระวังตัว) ดูๆไปเธอเป็นเด็กฉลาด ผมก็ถามไถ่ไปเรื่อยๆเท่าที่เธอบอกได้เธอก็จะบอก ส่วนมากเล่าได้เธอจะเล่าออกมาเอง อะไรไม่อยากบอกถึงผมจะถามเธอก็จะไม่ตอบ ขอเลี่ยงไปก่อนแบบตรงๆคือจะบอกว่าไว้ให้สนิทกันกว่านี้ค่อยบอก แต่คุยกันไปกันมาก็เล่าเรื่องส่วนตัวออกมาเยอะเหมือนกัน จนต่างคนแปลกใจที่รู้สึกพิเศษกับคนนี้ ไม่เคยไวขนาดนี้มาก่อน ผมถามเธอไปว่ามีสเปคไหม เธอบอกขอไม่สูบไม่ดื่ม ผิวขาวหน่อยๆ อบอุ่น เท่านี้ก็พอแล้ว ผมก็บอกสบายเลย ผมผ่านอยู่แล้ว
ผมเดินหน้าเต็มที่ หยอดอะไรได้ก็หยอดมุกไป เธอก็บอกเขินมาก ทำตัวไม่ถูก หน้าร้อนไปหมดแล้ว แดงไปหมด ทำไมเป็นแบบนี้ ผมพิมพ์แชทบ้าง อัดเสียงไปคุยกับเธอบ้าง เธอบอกชอบและเขินเสียงผม ใจเต้น ผมทำให้เขานอนไม่หลับ ตื่นเต้นไปหมดไม่เคยเป็นแบบนี้ ทำไมพี่อบอุ่นแบบนี้ ผมเองก็เช่นกัน รู้สึกอุ่นใจสบายใจ เลยแกล้งถามขอคบเลยได้ไหม เธอบอกว่าพี่บ้า ไวไป ทำไมรู้สึกแบบนี้ ผมเลยบอกว่าไม่รู้เพราะไม่เคยรู้สึกกับใครเร็วเท่านี้มาก่อนเหมือนกัน เลยถามไปว่า ระยะเวลาเท่าไหร่ดีที่เหมาะสม เธอบอกว่า 1 เดือนได้ไหมคะ ผมก็ตอบตกลงไปทันที
เราสองคนคุยกันมาเรื่อยๆทุกวัน เรียกได้ว่าต่างคนต่างหลงกันสุดๆ ก็ค่อยๆเรียนรู้นิสัยกัน ผมก็พยายามคิดว่าตัวเองมีนิสัยเสียอะไรบ้าง ก็พยามบอก พยามแสดงออก(เพิ่งมารู้ตัวว่าไม่เป็นธรรมชาติ) ผมคิดว่าจุดไหนไม่ดีก็อยากให้เขารู้แต่เนิ่นๆ ไม่อยากให้รู้ทีหลัง เธอก็น่ารักมาก ใส่ใจผม คอยคิดถึงใจผมเสมอ ขณะที่ผมก็คิดแต่อาจไม่เท่าเธอ ผมเอาแต่ใจตัวเองมาก คิดอะไรก็พูด บางทีก็เยอะใส่เธอมากเกิน จู้จี้จุกจิก(เธอไม่ชอบ) คิดเกินสถานะ ทำตัวไม่เหมาะสม ไปหึงหวงบ้าง บอกรักบ่อยๆ(คิดว่าอะไรเกินพอดีก็อาจทำให้รู้สึกแปลกๆ) เธอไม่เคยมีแฟนมาก่อน เธออยู่โรงเรียนหญิงล้วน บ้านค่อนข้างหวง ซึ่งไม่ให้มีแฟน ตัวเธอเองไม่คิดขัดที่บ้านด้วย
เธอดูไม่ค่อยเชื่อในความรักสักเท่าไหร่ เนื่องจากพ่อแม่แยกทางกัน แต่ไปโรงเรียนพ่อเธอก็ไปส่งนะ เธอก็อาศัยอยู่กับครอบครัวแม่ เธอจึงบอกกับผมบ่อยๆว่าอนาคตไม่แน่นอน จะไม่สัญญาในสิ่งที่อาจทำไม่ได้ ซึ่งคิดเหมือนผม แต่ก็จะถามเพื่อความชัดเจน เธอก็บอกจะไม่เทเรา เธอถามเช่นกัน ผมก็บอกจะไม่มีวันเทเขาทิ้งแน่ ต่างคนต่างกังวลอนาคตว่ากลัวจะโดนอีกฝ่ายทิ้ง แต่ก็คอยบอกเสมอว่าไม่ทำแน่ๆ ส่วนเธอจะบอกว่าอนาคตไม่รู้ แต่ตอนนี้ไม่เทแน่ๆเช่นกัน
ผมสบายใจนะ ที่มีเธอในชีวิต เธอก็บอกรู้สึกแบบเดียวกัน ต่างคนต่างรู้สึกว่าพบคนที่ใช่แล้ว เธอบอกมีอะไรผมก็พูดแทนเขาหมด ชอบความคิดผม บางครั้งเธอก็พูดแทนความรู้สึกผมที่มีให้เธอได้หมดเช่นกัน จนผมคิดว่า นี่แหละ ความรัก มันรู้สึกแบบนี้เอง ซึ่งเธอก็เห็นด้วย
แล้วผมก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง เธอเองก็รู้สึก ยังกับว่าใจเราส่งถึงกัน รับรู้ได้ถึงสัญญาณขัดข้องในใจ ต่างคนต่างก็ถาม จนพบว่าเธอมีบางสิ่งอยากบอกผมแต่ไม่กล้าบอก คำตอบนั้นมารู้ในวันที่เธอสะสมเอาไว้ในใจ เธอบอกเธอคิดถึงความรู้สึกเรา เลยไม่กล้าบอก ว่าเธอคุยกับใครก็มักจะคุยได้ไม่นาน สาเหตุเพราะเธอเคยชินกับความโสดมากกว่า เธอหวงชีวิตอิสระ ส่วนตัว รักสบาย ไม่อยากมีพันธะ ซึ่งผมก็เป็น ผมเข้าใจเธอ
เธอบอกผมในวันที่ผมรู้สึกว่าไม่สามารถถอนตัวเองออกมาจากจุดนี้ได้แล้ว ก่อนหน้านี้ ผมพยายามชวนเธอไปดูหนัง บ้านเธอไม่ให้ไปแน่ แม้แต่เธออยากดูเองยังไม่สามารถทำได้ ผมก็พยามชักจูงให้เธอแอบมา(ซึ่งไม่ควร) แต่เธอก็ไม่ทำ ผมพยายามขอเจอเธอ ทั้งที่ตอนแรกตกลงกันว่า ให้ครบเดือนก่อนค่อยเจอ จนเธอก็ตามใจผมนะ เธอเจอกับผมตอนเลิกเรียน ซึ่งเธอบอกไม่พร้อม เธอพยายามปฏิเสธ แต่ผมก็ตื้อจนเธอยอมเจอ แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรเธอยังเลี้ยงน้ำผมเลย ผมเลยไปส่งเธอแล้วเลี้ยงค่ารถ(เธอปฏิเสธสองรอบ จนผมดุเธอจึงยอม) ตอนเจอกันก็รู้สึกดีนะ ต่างคนต่างเขิน เดินยิ้มไม่หุบแก้มตลอดเวลา คุยกันไม่กี่คำ หลบหน้ากันแบบ ต่างคนต่างอาย
ตลอดเวลาที่รู้จักกัน เธอมักจะอาสาโทรปลุกผมให้ตื่นไปมหาลัยแทบทุกวัน ชีวิตผมไม่เคยมีเรื่องอะไรแบบนี้มาก่อน มันรู้สึกดีมาก เธอจะคอยโทรหาเวลาถึงโรงเรียนตอนเช้า พักเที่ยง เลิกเรียน หรืออยู่กับเพื่อน เธอก็จะอยู่ในสายไว้ ถึงจะไม่ค่อยได้คุยกัน มันรู้สึกเหมือนเราอยู่ด้วยกัน เป็นสาเหตุให้ผมรู้สึกว่าอดใจไม่ไหวแล้วที่จะต้องรอให้ครบเดือนเพื่อจะเจอเธอ ผมเลยขอเจอเธอเลยทั้งที่ผ่านมาประมาณ 20 วัน
หลังจากเจอเธอ 1 วัน เธอบอกสิ่งที่เธอรู้สึก ความในใจที่เธอคิดว่าอยากโสดมากกว่ามีแฟน เธอเริ่มไม่โทรปลุกผม เธอเริ่มไม่ค่อยคุยกับผม เธอเริ่มนิ่งขึ้น เงียบขึ้น ชวนคุยน้อยลง ผมรู้สึกได้ ผมเริ่มไม่สบายใจ ผมเริ่มเป็นฝ่ายรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เริ่มกลัวจะสูญเสียเธอไป เลยขอคุยกับเธอตรงๆ
เธอบอกกับผมตรงๆตามที่ผมขอ เธอคิดอยู่นานมาก คิดอยู่ 3 วัน เธอบอกเธอคิดดีแล้ว ถ้าคุยต่อ เธอต้องคบกับผมแน่ แต่เธอไม่พร้อมจะคบ เธอยังไม่อยากมีแฟนตอนนี้ เธอขอโทษผม เธอรู้สึกผิด เธอไม่บอกอะไรมากเลย เป็นผมฝ่ายเดียวที่พยามถามหาคำตอบ ว่าทำไม เพราะอะไร พยายามเค้นให้เขาบอก ทั้งที่เขาก็ไม่อยากบอก ไม่กล้าบอก และไม่อยากปล่อยให้นานกว่านี้ เธอไม่ได้รู้สึกว่าผมไม่ใช่ แต่เธอยังไม่พร้อมตอนนี้ ผมจุก งง อึ้ง ไปต่อไปถูก ผมบอกเธอไปว่าผมเคารพการตัดสินใจของเธอ
แต่การปฏิบัติผมกลับทำไม่ได้ รับไม่ได้ ผมขอร้องให้คุยกับผมต่อ ขอให้เขาไม่ทิ้งผมไปได้ไหม เขาคงรู้สึกแย่มาก ผมขอโทษเขา พยามนึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ดีหรือผิดไป ผมขอโทษเขาทุกเรื่องเท่าที่นึกออก เขาบอกว่าพี่ไม่ผิด ไม่จำเป็นต้องขอโทษด้วย เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเอง ผมถามย้ำว่าเขาไม่ได้รู้สึกแย่ที่มีผมใช่ไหม เขาบอกใช่ เขาแค่อยากหยุด เพราะถ้าไปต่อ ก็จะหยุดไม่ได้เหมือนกัน ที่บ้านก็ไม่ให้มีแฟน ไม่รู้จะทำไงถ้าเขารู้ก็ต้องเลิก
ผมไม่เข้าใจ ผมงอแงแบบไร้วุฒิภาวะ ผมไม่รู้จะทำยังไง ผมก็คุยกับเขาเรื่อยๆ จนครบเดือน จนเลยเดือนหนึ่งมา เขาก็ยังคุยกับผม บางครั้งเขาก็ถามว่าพี่ไม่เหนื่อยหรอที่พยายามอยู่ฝ่ายเดียว ผมก็บอกว่าไม่ บางทีก็ถามว่าเราจะคุยกันไปเพื่ออะไรหรอคะ เราอยู่ในสถานะอะไร ผมก็ไม่รู้ ตอบคำถามนั้นไม่ได้ จนเวลาผ่านมาเรื่อยๆ ผมถามว่าตอนนี้เขารู้สึกยังไง เขาบอกเขาเฉยๆกับผมแล้ว เขาบอกว่าพี่ก็เป็นพี่คนหนึ่ง ในขณะที่ผมยังรู้สึกกับเขาเหมือนเดิม ผมพยายามลดความรู้สึกตัวเอง แต่มันก็ไม่น้อยลงไปมากเท่าไหร่ ผมถามเขาว่าทำไม เขาก็พยามนึก เขาก็บอกว่า เขาเคยชอบผู้ชายคนหนึ่งเมื่อเดือนพฤษภาฯ แล้วเขาเฟล เขาเคยเปิดใจให้คนนั้น พอไม่สมหวังก็เลยปิดใจไม่เปิดอีกเลย ผมเลยถามว่า แล้วที่ผ่านมากับผมคืออะไร เขาบอกว่า ก็แค่คุยกัน ผมอึ้ง ผมเอ๋อ เขาบอกเขาไม่เคยเปิดใจให้ผม ผมเหวอไปเลย คืออะไร ที่ผ่านมาเขารู้สึกดี แต่ตอนนี้เขาไม่รัสึกอะไรแล้ว แล้วบอกว่าขำตัวเอง คือแบบ ผมอึ้งมาก ว่ามันคืออะไร ผมไม่รู้จะอธิบายอะไร
ต่างคนต่างเงียบ ทุกวันนี้ผมคุยกับเขาไม่กี่ประโยค อรุณสวัสดิ์ ทำอะไร กินข้าวยัง อาบน้ำยัง บอกฝันดี วนๆซ้ำๆ จนผมคิดว่าผมควรหยุดหรือเปล่า ผมควรทำยังไงดี อนาคตเขาจะเปิดใจให้ผมไหม มันจะมีหวังไหม เขาบอกไม่รู้ โอกาสก็มี แต่น่าจะแค่ 30% ตอนนี้และอนาคตอีกยาวๆ ที่เขาบอกยังอยากโสด
ผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี ผมยังรักเขานะ เขาก็ท่าทางจะคิดว่าผมเหนื่อยไหม ไม่อยากคุยกลัวเป็นการให้ความหวัง ผมก็บอกว่าไม่ ผมรู้ เขาก็บอกว่าลำบากก็ไม่ต้องทักก็ได้ แต่ผมทักไป เขาก็ยังตอบผมตลอด ไม่รู้ว่าตอบเป็นมารยาทหรือตอบเพราะผมทักไป เขาก็เลยตอบ หรือจริงๆเขายังมีเยื่อใย แต่ขอเจอกันอีกเขาก็บอกว่าไม่ ไม่รู้เพราะต้องห้ามใจตัวเองไปพร้อมๆกับตัดความหวังจากผมอย่างนี้หรือเปล่า เขาเป็นคนที่รักตัวเองเป็นและห่วงความรู้สึกอีกฝ่ายมาก
ผมไม่อยากรบกวนเขาอีกแล้ว แต่ผมก็ยังอยากมีเขาอยู่ในชีวิต ผมกลัวจะเสียเขาไป ผมรู้สึกตัวเองไม่ได้เรื่องเลย หรือผมก็แค่รักตัวเอง เห็นแก่ตัว ไม่ได้รักเขาจริง ผมแค่หลอกตัวเองอยู่ใช่ไหม ผมอยากรู้ว่าผมควรจัดการกับความรู้สึกนี้ยังไง หลายครั้งผมสับสน ควรพอหรือควรไปต่อ
สุดท้ายก็คิดว่าอยากไปต่อ ผมไม่อยากพอ แต่การไปต่อ คิดว่าจะทำให้เขาเปิดใจได้ไหม ทุกวันนี้ผมทักไป อัดเสียงไป เขากว่าจะฟังก็นาน บางครั้งเขาก็ไม่ได้ฟัง คิดดูว่าเมื่อก่อน เยอะแค่ไหนเขาก็ฟัง หูฟังอยู่ในกระเป๋าเขาก็หามาใส่ฟัง ทำการบ้านก็แอบโทรคุยกับเราตอนอยู่กับญาติแบบไม่พูดใส่ไมค์ แต่มาทุกวันนี้ ขอโทรเขายังไม่โทร เขาบอกขี้เกียจ ถามอะไรก็ไม่รู้สักอย่าง ถามคำตอบคำ ผมชวนเขาคุยอยู่ฝ่ายเดียว
ผมไม่รู้จะคุยอะไรแล้ว จะต่อยังไง ไม่ใช่ว่าผมเหนื่อยนะ ทุกวันนี้ผมก็คิดถึงเขา รู้สึกรักเขา อยากคุยกับเขา แต่มันเป็นความรู้สึกผมคนเดียว ที่เหมือนคุยกับอะไรสักอย่างที่ตอบมาแค่สิ่งที่ผมถาม
เขาเหมือนไร้การตอบสนองใดๆ ไม่รับรู้สึกอารมณ์ที่ผมส่งไป ผมสนุก เฮฮา ขำขัน หรือเศร้า เขาก็ตอบมาแค่ ค่ะ อ่อ อา อื้อ คือแบบ ผมทำอะไรอยู่ คุยกับขี้หรอ ยวบยาบนุ่มนิ่มเหลือเกิน(มุก)
...
คือมันตลกที่แบบ ไม่รู้จะไปต่อยังไง แต่ก็ยังอยากไปต่ออะครับ ผมยังมีความคิดว่า ถ้าสม่ำเสมอ พยายาม วันหนึ่งเราอาจทำให้เขาเปิดใจได้อีกครั้ง
เพราะสิ่งที่ผมคิดคือ มันยังไม่มีความรู้สึกว่าคนนี้ไม่ใช่เลย ในขณะเดียวกัน เขาก็เฉยๆทุกครั้งที่ผมถาม เขาไม่ได้อึดอัดรำคาญ แต่เขาก็ไม่ได้ชอบ ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว
อาจจะดูว่ามองโลกในแง่ดีไป แต่ผมคิดว่าผมอยากทำให้ถึงที่สุดก่อน ผมรู้สึกว่าผมยังทำไม่สุด แค่ผมไม่รู้จะไปต่อยังไงเท่านั้นเอง
หลายคนก็บอกผมว่าอนาคตยังต้องเจอคนอีกเยอะ ผมรู้สึกยังคิดไม่ได้ ผมยังอยากมีเขาอยู่ อยากทำอะไรดีๆเพื่อเขา เป็นเขาคนนี้ที่ผมต้องการ
ผมอยากได้แนวทางปฏิบัติถ้าเป็นไปได้ เพิ่มโอกาสให้ตัวเอง
ขอขอบคุณทุกคนล่วงหน้าที่อ่านมาจนจบนะครับ ขอบคุณจริงๆจากใจ
จะทำยังไงให้คนที่เคยรู้สึกดี กลับมามีความรู้สึกกับเราอีกครั้ง?
จุดนั้น ผมตัดสินใจขอจีบเธอ เธอรู้สึกตกใจ แต่ก็ถามกลับว่าไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม ผมก็ตอบกลับไปทันทีว่าไม่ แล้วก็บอกไปว่าผมจริงจังกับความรักมากนะ ไม่ได้จีบเล่นๆ เขาก็ดูจะชอบผมด้วยเช่นกัน ถามความรู้สึกเขาก็ไม่กล้าบอก จนคุยกันสรุปว่าเรารู้สึกเหมือนกัน คือชอบ(แบบงงๆ) แล้วก็คุยกันเรื่อยๆ ต่างคนต่างเล่าเรื่องตัวเองบ้าง ถามอีกฝ่ายบ้าง แต่ดูเธอไม่ค่อยบอกเรื่องส่วนตัวเท่าไหร่(ระมัดระวังตัว) ดูๆไปเธอเป็นเด็กฉลาด ผมก็ถามไถ่ไปเรื่อยๆเท่าที่เธอบอกได้เธอก็จะบอก ส่วนมากเล่าได้เธอจะเล่าออกมาเอง อะไรไม่อยากบอกถึงผมจะถามเธอก็จะไม่ตอบ ขอเลี่ยงไปก่อนแบบตรงๆคือจะบอกว่าไว้ให้สนิทกันกว่านี้ค่อยบอก แต่คุยกันไปกันมาก็เล่าเรื่องส่วนตัวออกมาเยอะเหมือนกัน จนต่างคนแปลกใจที่รู้สึกพิเศษกับคนนี้ ไม่เคยไวขนาดนี้มาก่อน ผมถามเธอไปว่ามีสเปคไหม เธอบอกขอไม่สูบไม่ดื่ม ผิวขาวหน่อยๆ อบอุ่น เท่านี้ก็พอแล้ว ผมก็บอกสบายเลย ผมผ่านอยู่แล้ว
ผมเดินหน้าเต็มที่ หยอดอะไรได้ก็หยอดมุกไป เธอก็บอกเขินมาก ทำตัวไม่ถูก หน้าร้อนไปหมดแล้ว แดงไปหมด ทำไมเป็นแบบนี้ ผมพิมพ์แชทบ้าง อัดเสียงไปคุยกับเธอบ้าง เธอบอกชอบและเขินเสียงผม ใจเต้น ผมทำให้เขานอนไม่หลับ ตื่นเต้นไปหมดไม่เคยเป็นแบบนี้ ทำไมพี่อบอุ่นแบบนี้ ผมเองก็เช่นกัน รู้สึกอุ่นใจสบายใจ เลยแกล้งถามขอคบเลยได้ไหม เธอบอกว่าพี่บ้า ไวไป ทำไมรู้สึกแบบนี้ ผมเลยบอกว่าไม่รู้เพราะไม่เคยรู้สึกกับใครเร็วเท่านี้มาก่อนเหมือนกัน เลยถามไปว่า ระยะเวลาเท่าไหร่ดีที่เหมาะสม เธอบอกว่า 1 เดือนได้ไหมคะ ผมก็ตอบตกลงไปทันที
เราสองคนคุยกันมาเรื่อยๆทุกวัน เรียกได้ว่าต่างคนต่างหลงกันสุดๆ ก็ค่อยๆเรียนรู้นิสัยกัน ผมก็พยายามคิดว่าตัวเองมีนิสัยเสียอะไรบ้าง ก็พยามบอก พยามแสดงออก(เพิ่งมารู้ตัวว่าไม่เป็นธรรมชาติ) ผมคิดว่าจุดไหนไม่ดีก็อยากให้เขารู้แต่เนิ่นๆ ไม่อยากให้รู้ทีหลัง เธอก็น่ารักมาก ใส่ใจผม คอยคิดถึงใจผมเสมอ ขณะที่ผมก็คิดแต่อาจไม่เท่าเธอ ผมเอาแต่ใจตัวเองมาก คิดอะไรก็พูด บางทีก็เยอะใส่เธอมากเกิน จู้จี้จุกจิก(เธอไม่ชอบ) คิดเกินสถานะ ทำตัวไม่เหมาะสม ไปหึงหวงบ้าง บอกรักบ่อยๆ(คิดว่าอะไรเกินพอดีก็อาจทำให้รู้สึกแปลกๆ) เธอไม่เคยมีแฟนมาก่อน เธออยู่โรงเรียนหญิงล้วน บ้านค่อนข้างหวง ซึ่งไม่ให้มีแฟน ตัวเธอเองไม่คิดขัดที่บ้านด้วย
เธอดูไม่ค่อยเชื่อในความรักสักเท่าไหร่ เนื่องจากพ่อแม่แยกทางกัน แต่ไปโรงเรียนพ่อเธอก็ไปส่งนะ เธอก็อาศัยอยู่กับครอบครัวแม่ เธอจึงบอกกับผมบ่อยๆว่าอนาคตไม่แน่นอน จะไม่สัญญาในสิ่งที่อาจทำไม่ได้ ซึ่งคิดเหมือนผม แต่ก็จะถามเพื่อความชัดเจน เธอก็บอกจะไม่เทเรา เธอถามเช่นกัน ผมก็บอกจะไม่มีวันเทเขาทิ้งแน่ ต่างคนต่างกังวลอนาคตว่ากลัวจะโดนอีกฝ่ายทิ้ง แต่ก็คอยบอกเสมอว่าไม่ทำแน่ๆ ส่วนเธอจะบอกว่าอนาคตไม่รู้ แต่ตอนนี้ไม่เทแน่ๆเช่นกัน
ผมสบายใจนะ ที่มีเธอในชีวิต เธอก็บอกรู้สึกแบบเดียวกัน ต่างคนต่างรู้สึกว่าพบคนที่ใช่แล้ว เธอบอกมีอะไรผมก็พูดแทนเขาหมด ชอบความคิดผม บางครั้งเธอก็พูดแทนความรู้สึกผมที่มีให้เธอได้หมดเช่นกัน จนผมคิดว่า นี่แหละ ความรัก มันรู้สึกแบบนี้เอง ซึ่งเธอก็เห็นด้วย
แล้วผมก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง เธอเองก็รู้สึก ยังกับว่าใจเราส่งถึงกัน รับรู้ได้ถึงสัญญาณขัดข้องในใจ ต่างคนต่างก็ถาม จนพบว่าเธอมีบางสิ่งอยากบอกผมแต่ไม่กล้าบอก คำตอบนั้นมารู้ในวันที่เธอสะสมเอาไว้ในใจ เธอบอกเธอคิดถึงความรู้สึกเรา เลยไม่กล้าบอก ว่าเธอคุยกับใครก็มักจะคุยได้ไม่นาน สาเหตุเพราะเธอเคยชินกับความโสดมากกว่า เธอหวงชีวิตอิสระ ส่วนตัว รักสบาย ไม่อยากมีพันธะ ซึ่งผมก็เป็น ผมเข้าใจเธอ
เธอบอกผมในวันที่ผมรู้สึกว่าไม่สามารถถอนตัวเองออกมาจากจุดนี้ได้แล้ว ก่อนหน้านี้ ผมพยายามชวนเธอไปดูหนัง บ้านเธอไม่ให้ไปแน่ แม้แต่เธออยากดูเองยังไม่สามารถทำได้ ผมก็พยามชักจูงให้เธอแอบมา(ซึ่งไม่ควร) แต่เธอก็ไม่ทำ ผมพยายามขอเจอเธอ ทั้งที่ตอนแรกตกลงกันว่า ให้ครบเดือนก่อนค่อยเจอ จนเธอก็ตามใจผมนะ เธอเจอกับผมตอนเลิกเรียน ซึ่งเธอบอกไม่พร้อม เธอพยายามปฏิเสธ แต่ผมก็ตื้อจนเธอยอมเจอ แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรเธอยังเลี้ยงน้ำผมเลย ผมเลยไปส่งเธอแล้วเลี้ยงค่ารถ(เธอปฏิเสธสองรอบ จนผมดุเธอจึงยอม) ตอนเจอกันก็รู้สึกดีนะ ต่างคนต่างเขิน เดินยิ้มไม่หุบแก้มตลอดเวลา คุยกันไม่กี่คำ หลบหน้ากันแบบ ต่างคนต่างอาย
ตลอดเวลาที่รู้จักกัน เธอมักจะอาสาโทรปลุกผมให้ตื่นไปมหาลัยแทบทุกวัน ชีวิตผมไม่เคยมีเรื่องอะไรแบบนี้มาก่อน มันรู้สึกดีมาก เธอจะคอยโทรหาเวลาถึงโรงเรียนตอนเช้า พักเที่ยง เลิกเรียน หรืออยู่กับเพื่อน เธอก็จะอยู่ในสายไว้ ถึงจะไม่ค่อยได้คุยกัน มันรู้สึกเหมือนเราอยู่ด้วยกัน เป็นสาเหตุให้ผมรู้สึกว่าอดใจไม่ไหวแล้วที่จะต้องรอให้ครบเดือนเพื่อจะเจอเธอ ผมเลยขอเจอเธอเลยทั้งที่ผ่านมาประมาณ 20 วัน
หลังจากเจอเธอ 1 วัน เธอบอกสิ่งที่เธอรู้สึก ความในใจที่เธอคิดว่าอยากโสดมากกว่ามีแฟน เธอเริ่มไม่โทรปลุกผม เธอเริ่มไม่ค่อยคุยกับผม เธอเริ่มนิ่งขึ้น เงียบขึ้น ชวนคุยน้อยลง ผมรู้สึกได้ ผมเริ่มไม่สบายใจ ผมเริ่มเป็นฝ่ายรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เริ่มกลัวจะสูญเสียเธอไป เลยขอคุยกับเธอตรงๆ
เธอบอกกับผมตรงๆตามที่ผมขอ เธอคิดอยู่นานมาก คิดอยู่ 3 วัน เธอบอกเธอคิดดีแล้ว ถ้าคุยต่อ เธอต้องคบกับผมแน่ แต่เธอไม่พร้อมจะคบ เธอยังไม่อยากมีแฟนตอนนี้ เธอขอโทษผม เธอรู้สึกผิด เธอไม่บอกอะไรมากเลย เป็นผมฝ่ายเดียวที่พยามถามหาคำตอบ ว่าทำไม เพราะอะไร พยายามเค้นให้เขาบอก ทั้งที่เขาก็ไม่อยากบอก ไม่กล้าบอก และไม่อยากปล่อยให้นานกว่านี้ เธอไม่ได้รู้สึกว่าผมไม่ใช่ แต่เธอยังไม่พร้อมตอนนี้ ผมจุก งง อึ้ง ไปต่อไปถูก ผมบอกเธอไปว่าผมเคารพการตัดสินใจของเธอ
แต่การปฏิบัติผมกลับทำไม่ได้ รับไม่ได้ ผมขอร้องให้คุยกับผมต่อ ขอให้เขาไม่ทิ้งผมไปได้ไหม เขาคงรู้สึกแย่มาก ผมขอโทษเขา พยามนึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ดีหรือผิดไป ผมขอโทษเขาทุกเรื่องเท่าที่นึกออก เขาบอกว่าพี่ไม่ผิด ไม่จำเป็นต้องขอโทษด้วย เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเอง ผมถามย้ำว่าเขาไม่ได้รู้สึกแย่ที่มีผมใช่ไหม เขาบอกใช่ เขาแค่อยากหยุด เพราะถ้าไปต่อ ก็จะหยุดไม่ได้เหมือนกัน ที่บ้านก็ไม่ให้มีแฟน ไม่รู้จะทำไงถ้าเขารู้ก็ต้องเลิก
ผมไม่เข้าใจ ผมงอแงแบบไร้วุฒิภาวะ ผมไม่รู้จะทำยังไง ผมก็คุยกับเขาเรื่อยๆ จนครบเดือน จนเลยเดือนหนึ่งมา เขาก็ยังคุยกับผม บางครั้งเขาก็ถามว่าพี่ไม่เหนื่อยหรอที่พยายามอยู่ฝ่ายเดียว ผมก็บอกว่าไม่ บางทีก็ถามว่าเราจะคุยกันไปเพื่ออะไรหรอคะ เราอยู่ในสถานะอะไร ผมก็ไม่รู้ ตอบคำถามนั้นไม่ได้ จนเวลาผ่านมาเรื่อยๆ ผมถามว่าตอนนี้เขารู้สึกยังไง เขาบอกเขาเฉยๆกับผมแล้ว เขาบอกว่าพี่ก็เป็นพี่คนหนึ่ง ในขณะที่ผมยังรู้สึกกับเขาเหมือนเดิม ผมพยายามลดความรู้สึกตัวเอง แต่มันก็ไม่น้อยลงไปมากเท่าไหร่ ผมถามเขาว่าทำไม เขาก็พยามนึก เขาก็บอกว่า เขาเคยชอบผู้ชายคนหนึ่งเมื่อเดือนพฤษภาฯ แล้วเขาเฟล เขาเคยเปิดใจให้คนนั้น พอไม่สมหวังก็เลยปิดใจไม่เปิดอีกเลย ผมเลยถามว่า แล้วที่ผ่านมากับผมคืออะไร เขาบอกว่า ก็แค่คุยกัน ผมอึ้ง ผมเอ๋อ เขาบอกเขาไม่เคยเปิดใจให้ผม ผมเหวอไปเลย คืออะไร ที่ผ่านมาเขารู้สึกดี แต่ตอนนี้เขาไม่รัสึกอะไรแล้ว แล้วบอกว่าขำตัวเอง คือแบบ ผมอึ้งมาก ว่ามันคืออะไร ผมไม่รู้จะอธิบายอะไร
ต่างคนต่างเงียบ ทุกวันนี้ผมคุยกับเขาไม่กี่ประโยค อรุณสวัสดิ์ ทำอะไร กินข้าวยัง อาบน้ำยัง บอกฝันดี วนๆซ้ำๆ จนผมคิดว่าผมควรหยุดหรือเปล่า ผมควรทำยังไงดี อนาคตเขาจะเปิดใจให้ผมไหม มันจะมีหวังไหม เขาบอกไม่รู้ โอกาสก็มี แต่น่าจะแค่ 30% ตอนนี้และอนาคตอีกยาวๆ ที่เขาบอกยังอยากโสด
ผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี ผมยังรักเขานะ เขาก็ท่าทางจะคิดว่าผมเหนื่อยไหม ไม่อยากคุยกลัวเป็นการให้ความหวัง ผมก็บอกว่าไม่ ผมรู้ เขาก็บอกว่าลำบากก็ไม่ต้องทักก็ได้ แต่ผมทักไป เขาก็ยังตอบผมตลอด ไม่รู้ว่าตอบเป็นมารยาทหรือตอบเพราะผมทักไป เขาก็เลยตอบ หรือจริงๆเขายังมีเยื่อใย แต่ขอเจอกันอีกเขาก็บอกว่าไม่ ไม่รู้เพราะต้องห้ามใจตัวเองไปพร้อมๆกับตัดความหวังจากผมอย่างนี้หรือเปล่า เขาเป็นคนที่รักตัวเองเป็นและห่วงความรู้สึกอีกฝ่ายมาก
ผมไม่อยากรบกวนเขาอีกแล้ว แต่ผมก็ยังอยากมีเขาอยู่ในชีวิต ผมกลัวจะเสียเขาไป ผมรู้สึกตัวเองไม่ได้เรื่องเลย หรือผมก็แค่รักตัวเอง เห็นแก่ตัว ไม่ได้รักเขาจริง ผมแค่หลอกตัวเองอยู่ใช่ไหม ผมอยากรู้ว่าผมควรจัดการกับความรู้สึกนี้ยังไง หลายครั้งผมสับสน ควรพอหรือควรไปต่อ
สุดท้ายก็คิดว่าอยากไปต่อ ผมไม่อยากพอ แต่การไปต่อ คิดว่าจะทำให้เขาเปิดใจได้ไหม ทุกวันนี้ผมทักไป อัดเสียงไป เขากว่าจะฟังก็นาน บางครั้งเขาก็ไม่ได้ฟัง คิดดูว่าเมื่อก่อน เยอะแค่ไหนเขาก็ฟัง หูฟังอยู่ในกระเป๋าเขาก็หามาใส่ฟัง ทำการบ้านก็แอบโทรคุยกับเราตอนอยู่กับญาติแบบไม่พูดใส่ไมค์ แต่มาทุกวันนี้ ขอโทรเขายังไม่โทร เขาบอกขี้เกียจ ถามอะไรก็ไม่รู้สักอย่าง ถามคำตอบคำ ผมชวนเขาคุยอยู่ฝ่ายเดียว
ผมไม่รู้จะคุยอะไรแล้ว จะต่อยังไง ไม่ใช่ว่าผมเหนื่อยนะ ทุกวันนี้ผมก็คิดถึงเขา รู้สึกรักเขา อยากคุยกับเขา แต่มันเป็นความรู้สึกผมคนเดียว ที่เหมือนคุยกับอะไรสักอย่างที่ตอบมาแค่สิ่งที่ผมถาม
เขาเหมือนไร้การตอบสนองใดๆ ไม่รับรู้สึกอารมณ์ที่ผมส่งไป ผมสนุก เฮฮา ขำขัน หรือเศร้า เขาก็ตอบมาแค่ ค่ะ อ่อ อา อื้อ คือแบบ ผมทำอะไรอยู่ คุยกับขี้หรอ ยวบยาบนุ่มนิ่มเหลือเกิน(มุก)
...
คือมันตลกที่แบบ ไม่รู้จะไปต่อยังไง แต่ก็ยังอยากไปต่ออะครับ ผมยังมีความคิดว่า ถ้าสม่ำเสมอ พยายาม วันหนึ่งเราอาจทำให้เขาเปิดใจได้อีกครั้ง
เพราะสิ่งที่ผมคิดคือ มันยังไม่มีความรู้สึกว่าคนนี้ไม่ใช่เลย ในขณะเดียวกัน เขาก็เฉยๆทุกครั้งที่ผมถาม เขาไม่ได้อึดอัดรำคาญ แต่เขาก็ไม่ได้ชอบ ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว
อาจจะดูว่ามองโลกในแง่ดีไป แต่ผมคิดว่าผมอยากทำให้ถึงที่สุดก่อน ผมรู้สึกว่าผมยังทำไม่สุด แค่ผมไม่รู้จะไปต่อยังไงเท่านั้นเอง
หลายคนก็บอกผมว่าอนาคตยังต้องเจอคนอีกเยอะ ผมรู้สึกยังคิดไม่ได้ ผมยังอยากมีเขาอยู่ อยากทำอะไรดีๆเพื่อเขา เป็นเขาคนนี้ที่ผมต้องการ
ผมอยากได้แนวทางปฏิบัติถ้าเป็นไปได้ เพิ่มโอกาสให้ตัวเอง
ขอขอบคุณทุกคนล่วงหน้าที่อ่านมาจนจบนะครับ ขอบคุณจริงๆจากใจ