เนื่องจากผมได้เห็นหลายครอบครัว ทั้งในทีวี และชีวิตจริง คนที่มีลูกทั้งที่ยังไม่พร้อม ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง ลูกเกิดมาบำบาก ขาดโอกาสที่ควรจะได้รับ พวกเขาไม่สงสารลูกที่จะเกิดมาบ้างเลยหรอครับ
ความพร้อมคืออะไร ( นี่เป็นเพียงความคิดส่วนตัวของผมเท่านั้น ทุกท่านมีสิทธิเห็นต่างออกไป )
ความพร้อมสำหรับผม ผมคิดว่าสามสิ่งนี้น่าจะสำคัญมากที่สุด
1 ทรัพย์สิน เงินทอง
2 คำสอน ปรัชญาชีวิต ความเข้าใจ
3 เวลา
1. ทรัพย์สิน เงินทอง สำหรับยุคก่อนๆอาจไม่ใช่ แต่....เราปฏิเสธได้หรือว่าเงินทองทรัพย์สินไม่มีความสำคัญในยุคทุนนิยมแบบนี้ ผมเห็นหลายคนพูดในทำนองว่า เงินทองเป็นของนอกกาย ไม่สำคัญอะไร ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต ใช่ครับ มันไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต แต่มันก็เป็นสิ่งสำคัญในการดำเดินชีวิตในยุคทุนนิยมอย่างปฏิเสธไม่ได้ ผมคิดว่าเราไม่ต้องมีทรัพย์สินเงินทองถึงขั้นรวยล้นฟ้า ถึงจะมีลูกได้ แต่ก็ควรมีพอที่ลูกจะไม่อดอยาก หรือขาดโอกาสทางสังคมหรือปล่าว เพราะโลกทุกวันนี้แทบจะใช้เงินในการดำเนินชีวิตกันเลยทีเดียว คุณเสกข้าวได้หรือ หรือคุณเสกเสื้อผ้าใส่เอง ถ้าลูกคุณอยากเข้าโรงเรียนแต่ไม่มีเงิน ลูกคุณจะขาดโอกาสหรือไม่
2 คำสอน ปรัชญาชีวิต ความเข้าใจ สิ่งนี้ผมว่าสำคัญมากๆ คุณไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกเรื่องบนโลก ถึงขั้นที่ว่าตรัสรู้ แต่คุณก็ต้องมีความเข้าใจ มีคำสอน มีปรัชญาชีวิตที่ดี ที่มากพอจะสอน อบรมคนๆนึงให้โตขึ้นมาเป็นคนดีในสังคมได้หรือปล่าว ไม่ใช่สักแต่ว่าอยากมีก็มี แล้วก็สอนเขาผิดๆหรือไม่มีความเข้าใจในการเลี้ยงเขาเลย
แต่ดูเหมือนว่าข้อ2 กับข้อ1นี้ ถ้าไม่บาลานซ์กัน มันก็ไม่มีผลอยู่ดี เช่น คุณมีเงินมาก แต่ไม่มีความเข้าใจ สอนลูกไม่ได้ ลูกก็จะโตมาเป็นเด็กมีปัญหาในสังคม ถึงจะมีเงินมากก็ไม่มีผล ในทางกลับกัน คุณมีแต่คำสอน มีความเข้าใจมากมาย แต่ไม่มีเงินสักบาท ลูกก็จะขาดโอกาสในสังคม มีสิทธิจะโตมาเป็นเด็กมีปัญหาอยู่ดี ซึ่งอาจจะไม่ทุกคน แต่มันก็มีสิทธิ ไม่มีเงินเลยอาจขาดโอกาส ไม่ได้เรียน อยู่กับกลุ่มเพื่อนไม่ดี อยู่กับสังคมไม่ดี ต่อให้เราสอนเขาดีมากแค่ไหน เขาก็มีสิทธิไขว้เขวคล้อยตามสังคมที่ไม่ดีไปได้
3 เวลา สิ่งสำคัญสิ่งที่สาม ผมเห็นหลายครอบครัวมากที่ขาดสิ่งนี้ไป เหมือนเดิมอีกละครับ คุณไม่จำเป็นต้องมีเวลาถึงขั้นไม่ต้องทำงานทำการเพื่ออยู่กับลูก แต่ก็ต้องมากพอที่ทำให้เขาไม่รู้สึกว่าขาดหรือปล่าว สามารถแบ่งเวลามาได้มากพอหรือปล่าว ผมเห็นตลอดว่า คนไม่มีเวลาอยู่กับลูกเพราะทำแต่งาน หาแต่เงิน ฝากลูกไว้กับตากับยาย หรือให้คนอื่นเลี้ยง เพราะมีลูกในตอนไม่พร้อม สุดท้ายลูกติดเพื่อน ติดเกม ติดยา กลับมานั่งด่าลูกว่าลูกเลว ทำไมเป็นเด็กแบบนี้ ผมคิดในใจว่า เด็กจริงๆหรือ ที่เป็นฝ่ายผิด
ผมดูรายการเกี่ยวกับเด็กยากไร้ หรือเด็กที่เขาลำบากแล้วรู้สึกสงสารพวกเขามาก ทำไมพวกเขามีลูกทั้งๆที่ชีวิตลำบากขนาดนั้น บางคนไม่มีซักข้อที่กล่าวมาด้านบน แบบนี้ไม่เรียกว่าเห็นแก่ตัวจริงๆหรอ ทำไมพวกเขาไม่รู้จักป้องกัน พอมีแล้วก็หาข้ออ้างไปเรื่อย
ผมขอยกตัวอย่างเช่นน้องกิดโตเกียว หรือเด็กคนอื่นในลักษณะนี้ ผมดูแล้วรู้สึกว่าเขาเป็นคนดีและชื่นชมเขาจริงๆ มีคนมาเม้นชื่นชมมากมาย ตัวเด็กเองเมื่อถูกกรรมการหรือคนอื่นถามว่าเหนื่อยไหม บอกไม่เหนื่อย ท้อไหม....ไม่ครับ รู้สึกน้อยใจในโชคชตาชีวิตบ้างไหม....ไม่เลยครับ หลายคนต่างพากันชื่นชม น้องเก่งจังเลย น้องดีจังเลย แต่เคยลองคิดไหมครับว่าเด็กเหล่านี้ต้องเสียโอกาส เสียชีวิตในวัยเด็กของเขาไปเท่าไหร่
บางคนก็มีลูกเพื่อหวังให้ลูกมาเลี้ยงดูตนในตอนแก่ หวังให้เขาเป็นโน้นเป็นนี่ตามที่ตนต้องการ สำหรับผมมันเหมือนเป็นเรื่องของผลประโยชน์ซะมากกว่า ไม่ใช่ความรัก
ตรรกะผิดๆ ที่ควรเลิกเข้าใจมันผิดๆกันได้แล้ว ผมเจอบ่อยมากคนที่พูดว่าเด็กที่เกิดมาจน ชีวิตยากลำบากนั้น คือเด็กที่จะมีภูมิคุ้มกันที่ดีในอนาคต เป็นคนแข็งแรง จิตใจแข็งแกร่ง ประสบความสำเร็จ ผมไม่เถียงครับว่ามันไม่จริง แต่ผมค้นพบว่าตรรกะเด็กมีเงินต้องอ่อนแอ อ่อนต่อโลก ไม่มีความอดทน ต้องเป็นคนไม่ดีเอาแต่ใจ ทำอะไรไม่ได้เพราะชิวิตสบาย
มันเป็นตรรกะที่โครตจะผิด และควรเลิกปลูกฝังค่านิยมผิดๆนี้ได้แล้ว ตัวผมเองเป็นคนฐานะปานกลาง ค่อนไปทางจน ผมชอบทำงานและอ่านหนังหนังสือมากๆ ผมค้นพบทั้งในหนังสือและในชวิตจริง ว่าตรรกกะพวกนั้นมันผิด ผมตัดสินใจออกไปงานพาทไทม์ตั้งแต่ม.4 หลังจากนั้นผมก็ได้พบเด็กที่บ้านโครตจะมีเงิน (แบบทั้งชาติไม่ต้องทำงานก็ได้ ) ที่เข้ามาทำงานด้วยกัน และไม่ใช่คนเดียว ผมทำงานมาเรื่อยๆจนถึงมหาลัยก็ทำงานไปเรียนไป ผมเจออีกหลายคนมาก ผมถามพวกเขาว่าทำไมต้องมาทำงานด้วย เธอไม่เห็นต้องลำบากเลย เขาก็ตอบว่า ไม่อยากขอเงินพ่อแม่ บางคนก็บอกว่าพ่อแม่เขาอยากให้ลองมารู้จักการทำงาน บางคนก็อยากลองทำงานเลยขอพ่อแม่เขามาทำ บางคนไม่อยากให้สังคมดูถูกตัวเองว่าเป็นลูกคุณหนู แต่มันไม่ใช่แค่นั้น พวกเขารู้จักใช้เงิน ถ่อมตน เก่ง อดทนกว่าเด็กทั่วไปเสียด้วยซ้ำ เขาไม่ได้สนใจเลยว่าเด็กที่มาจนงานจะเป็นคนจนหรือไม่ เราก็เป็นเพื่อนกันได้ และที่สำคัญ ทัศนคติพวกเขาดีมากแบบไม่น่าเชื่อ มันทำให้ผมรู้เลยว่าตรรกะพวกนั้นไม่ได้จริงเลยซักนิด
และตรรกะที่ว่า ถ้ารอวันที่พร้อมแล้วค่อยมีลูก มนุษย์คงสูญพันธุ์........แล้วผมอยากรู้ว่าถ้าไม่พร้อมแล้วมี นั่นมันสิ่งที่ถูกต้องจริงๆหรือ
เอาละครับพูดมาซะยืดยาว อยากถามความคิดเห็นทุกท่านครับว่าคิดยังไง คิดว่าเห็นแก่ตัวไหมถ้ามีลูกทั้งๆที่ไม่มีอะไรเลย ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกความคิดเห็นครับ ( ทุกคนมีสิทธิในการเห็นต่างกันไปนะครับ )
พ่อแม่ที่มีลูกทั้งๆที่ยังไม่พร้อม เห็นแก่ตัวหรือไม่
ความพร้อมคืออะไร ( นี่เป็นเพียงความคิดส่วนตัวของผมเท่านั้น ทุกท่านมีสิทธิเห็นต่างออกไป )
ความพร้อมสำหรับผม ผมคิดว่าสามสิ่งนี้น่าจะสำคัญมากที่สุด
1 ทรัพย์สิน เงินทอง
2 คำสอน ปรัชญาชีวิต ความเข้าใจ
3 เวลา
1. ทรัพย์สิน เงินทอง สำหรับยุคก่อนๆอาจไม่ใช่ แต่....เราปฏิเสธได้หรือว่าเงินทองทรัพย์สินไม่มีความสำคัญในยุคทุนนิยมแบบนี้ ผมเห็นหลายคนพูดในทำนองว่า เงินทองเป็นของนอกกาย ไม่สำคัญอะไร ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต ใช่ครับ มันไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต แต่มันก็เป็นสิ่งสำคัญในการดำเดินชีวิตในยุคทุนนิยมอย่างปฏิเสธไม่ได้ ผมคิดว่าเราไม่ต้องมีทรัพย์สินเงินทองถึงขั้นรวยล้นฟ้า ถึงจะมีลูกได้ แต่ก็ควรมีพอที่ลูกจะไม่อดอยาก หรือขาดโอกาสทางสังคมหรือปล่าว เพราะโลกทุกวันนี้แทบจะใช้เงินในการดำเนินชีวิตกันเลยทีเดียว คุณเสกข้าวได้หรือ หรือคุณเสกเสื้อผ้าใส่เอง ถ้าลูกคุณอยากเข้าโรงเรียนแต่ไม่มีเงิน ลูกคุณจะขาดโอกาสหรือไม่
2 คำสอน ปรัชญาชีวิต ความเข้าใจ สิ่งนี้ผมว่าสำคัญมากๆ คุณไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกเรื่องบนโลก ถึงขั้นที่ว่าตรัสรู้ แต่คุณก็ต้องมีความเข้าใจ มีคำสอน มีปรัชญาชีวิตที่ดี ที่มากพอจะสอน อบรมคนๆนึงให้โตขึ้นมาเป็นคนดีในสังคมได้หรือปล่าว ไม่ใช่สักแต่ว่าอยากมีก็มี แล้วก็สอนเขาผิดๆหรือไม่มีความเข้าใจในการเลี้ยงเขาเลย
แต่ดูเหมือนว่าข้อ2 กับข้อ1นี้ ถ้าไม่บาลานซ์กัน มันก็ไม่มีผลอยู่ดี เช่น คุณมีเงินมาก แต่ไม่มีความเข้าใจ สอนลูกไม่ได้ ลูกก็จะโตมาเป็นเด็กมีปัญหาในสังคม ถึงจะมีเงินมากก็ไม่มีผล ในทางกลับกัน คุณมีแต่คำสอน มีความเข้าใจมากมาย แต่ไม่มีเงินสักบาท ลูกก็จะขาดโอกาสในสังคม มีสิทธิจะโตมาเป็นเด็กมีปัญหาอยู่ดี ซึ่งอาจจะไม่ทุกคน แต่มันก็มีสิทธิ ไม่มีเงินเลยอาจขาดโอกาส ไม่ได้เรียน อยู่กับกลุ่มเพื่อนไม่ดี อยู่กับสังคมไม่ดี ต่อให้เราสอนเขาดีมากแค่ไหน เขาก็มีสิทธิไขว้เขวคล้อยตามสังคมที่ไม่ดีไปได้
3 เวลา สิ่งสำคัญสิ่งที่สาม ผมเห็นหลายครอบครัวมากที่ขาดสิ่งนี้ไป เหมือนเดิมอีกละครับ คุณไม่จำเป็นต้องมีเวลาถึงขั้นไม่ต้องทำงานทำการเพื่ออยู่กับลูก แต่ก็ต้องมากพอที่ทำให้เขาไม่รู้สึกว่าขาดหรือปล่าว สามารถแบ่งเวลามาได้มากพอหรือปล่าว ผมเห็นตลอดว่า คนไม่มีเวลาอยู่กับลูกเพราะทำแต่งาน หาแต่เงิน ฝากลูกไว้กับตากับยาย หรือให้คนอื่นเลี้ยง เพราะมีลูกในตอนไม่พร้อม สุดท้ายลูกติดเพื่อน ติดเกม ติดยา กลับมานั่งด่าลูกว่าลูกเลว ทำไมเป็นเด็กแบบนี้ ผมคิดในใจว่า เด็กจริงๆหรือ ที่เป็นฝ่ายผิด
ผมดูรายการเกี่ยวกับเด็กยากไร้ หรือเด็กที่เขาลำบากแล้วรู้สึกสงสารพวกเขามาก ทำไมพวกเขามีลูกทั้งๆที่ชีวิตลำบากขนาดนั้น บางคนไม่มีซักข้อที่กล่าวมาด้านบน แบบนี้ไม่เรียกว่าเห็นแก่ตัวจริงๆหรอ ทำไมพวกเขาไม่รู้จักป้องกัน พอมีแล้วก็หาข้ออ้างไปเรื่อย
ผมขอยกตัวอย่างเช่นน้องกิดโตเกียว หรือเด็กคนอื่นในลักษณะนี้ ผมดูแล้วรู้สึกว่าเขาเป็นคนดีและชื่นชมเขาจริงๆ มีคนมาเม้นชื่นชมมากมาย ตัวเด็กเองเมื่อถูกกรรมการหรือคนอื่นถามว่าเหนื่อยไหม บอกไม่เหนื่อย ท้อไหม....ไม่ครับ รู้สึกน้อยใจในโชคชตาชีวิตบ้างไหม....ไม่เลยครับ หลายคนต่างพากันชื่นชม น้องเก่งจังเลย น้องดีจังเลย แต่เคยลองคิดไหมครับว่าเด็กเหล่านี้ต้องเสียโอกาส เสียชีวิตในวัยเด็กของเขาไปเท่าไหร่
บางคนก็มีลูกเพื่อหวังให้ลูกมาเลี้ยงดูตนในตอนแก่ หวังให้เขาเป็นโน้นเป็นนี่ตามที่ตนต้องการ สำหรับผมมันเหมือนเป็นเรื่องของผลประโยชน์ซะมากกว่า ไม่ใช่ความรัก
ตรรกะผิดๆ ที่ควรเลิกเข้าใจมันผิดๆกันได้แล้ว ผมเจอบ่อยมากคนที่พูดว่าเด็กที่เกิดมาจน ชีวิตยากลำบากนั้น คือเด็กที่จะมีภูมิคุ้มกันที่ดีในอนาคต เป็นคนแข็งแรง จิตใจแข็งแกร่ง ประสบความสำเร็จ ผมไม่เถียงครับว่ามันไม่จริง แต่ผมค้นพบว่าตรรกะเด็กมีเงินต้องอ่อนแอ อ่อนต่อโลก ไม่มีความอดทน ต้องเป็นคนไม่ดีเอาแต่ใจ ทำอะไรไม่ได้เพราะชิวิตสบาย
มันเป็นตรรกะที่โครตจะผิด และควรเลิกปลูกฝังค่านิยมผิดๆนี้ได้แล้ว ตัวผมเองเป็นคนฐานะปานกลาง ค่อนไปทางจน ผมชอบทำงานและอ่านหนังหนังสือมากๆ ผมค้นพบทั้งในหนังสือและในชวิตจริง ว่าตรรกกะพวกนั้นมันผิด ผมตัดสินใจออกไปงานพาทไทม์ตั้งแต่ม.4 หลังจากนั้นผมก็ได้พบเด็กที่บ้านโครตจะมีเงิน (แบบทั้งชาติไม่ต้องทำงานก็ได้ ) ที่เข้ามาทำงานด้วยกัน และไม่ใช่คนเดียว ผมทำงานมาเรื่อยๆจนถึงมหาลัยก็ทำงานไปเรียนไป ผมเจออีกหลายคนมาก ผมถามพวกเขาว่าทำไมต้องมาทำงานด้วย เธอไม่เห็นต้องลำบากเลย เขาก็ตอบว่า ไม่อยากขอเงินพ่อแม่ บางคนก็บอกว่าพ่อแม่เขาอยากให้ลองมารู้จักการทำงาน บางคนก็อยากลองทำงานเลยขอพ่อแม่เขามาทำ บางคนไม่อยากให้สังคมดูถูกตัวเองว่าเป็นลูกคุณหนู แต่มันไม่ใช่แค่นั้น พวกเขารู้จักใช้เงิน ถ่อมตน เก่ง อดทนกว่าเด็กทั่วไปเสียด้วยซ้ำ เขาไม่ได้สนใจเลยว่าเด็กที่มาจนงานจะเป็นคนจนหรือไม่ เราก็เป็นเพื่อนกันได้ และที่สำคัญ ทัศนคติพวกเขาดีมากแบบไม่น่าเชื่อ มันทำให้ผมรู้เลยว่าตรรกะพวกนั้นไม่ได้จริงเลยซักนิด
และตรรกะที่ว่า ถ้ารอวันที่พร้อมแล้วค่อยมีลูก มนุษย์คงสูญพันธุ์........แล้วผมอยากรู้ว่าถ้าไม่พร้อมแล้วมี นั่นมันสิ่งที่ถูกต้องจริงๆหรือ
เอาละครับพูดมาซะยืดยาว อยากถามความคิดเห็นทุกท่านครับว่าคิดยังไง คิดว่าเห็นแก่ตัวไหมถ้ามีลูกทั้งๆที่ไม่มีอะไรเลย ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกความคิดเห็นครับ ( ทุกคนมีสิทธิในการเห็นต่างกันไปนะครับ )