เมื่อผมมีประชุมที่ดานัง เวียดนาม เลยมีโอกาศแวะเที่ยวระยะสั้นๆเลยมาแบ่งปันประสบการณ์ครับ *ภาพเยอะ

จริงๆแล้วผมไปดานังหลายเดือนแล้วครับมีประชุมที่ฮอยอัน แต่ผมเดินทางเองหมดเพราะลูกพี่เขารอที่นั้น 
แต่มันติดวันหยุดผมเลยพาพ่อไปเที่ยวด้วยพอดีเลยมีเวลาเที่ยวนิดหน่อย

เมื่อเราลงเครื่องบินมา เราไม่ต้องเขียนอะไรเลย สังเกตุ ตม.จะมีช่องอาเซียนเข้าไปที่จุดนั้นได้เลย 
เมื่อเราออกมาจากสนามบิน จะมีบรรดารถบ้านมาอ้างเป็นแกร้บมากมายเลยครับแต่เราไม่ต้องไปสนใจ เอาจริงๆคือผมว่ามันแพงกว่ามิตเตอร์
ถ้ามีแท็กซี่สีออกไข่ๆหรือเขียวๆจอดอยู่ริมถนน พวกนั้นจะกดมิตเตอร์ราคาเริ่มต้นคันเล็กราวๆ 8000ดอง คันใหญ่เริ่มหมื่นนึง 

การเดินทางในดานังมีแท็กซี่มิเตอร์ เดินจุดท่องเที่ยวแถวใหนก็เจอ ไม่เจอก็เรียกgrab อาจจะมาเป็นรถบ้านบ้าง
ดานังไปฮอยอันค่ารถราวๆ 350000ดอง (ต่อเที่ยว )แต่ยังไม่เคยลองนั้งแท็กซี่มิตเตอร์ไป  ส่วนเว้นี่ไม่ทราบครับ 

lotter mart ที่อยู่ที่ดานังคร่าวๆคือห้างและร้านอาหาร ส่วนของขายหลักคือของไทยเยอะสุดเลยครับ
ตอนไปฮานอยพอดีผมไม่ได้ถ่ายรูปเพราะเดินตามนายอยู่เลยขออนุญาติเล่าเฉพาะช่วงที่ผมเที่ยวอย่างเดียวพอ

ทริปเวียดนามผมพักที่โรงแรมชื่อ bluesun hotel ติดหาดเลยแค่คั้นด้วยถนน 
โรงแรมมีบาร์รูทท้อปขึ้นไปชมวิวได้ มีสระว่ายน้ำในร่ม มีบาร์ มีอารหารเช้าแต่ห้องอาหารดูร้อนๆ
อาหารก็ทั่วๆไป


พอพอวันหลังจากเสร็จงาน ผมไปเที่ยวที่ภูเขาหินอ่อน 

ภูเขาหินอ่อนคือเป็นวัดที่มีภูเขาหินอ่อนอยู่ข้างบนเดินเหนื่อยมากถ้าไม่ใช่สายรักธรรมชาติก็อาจจะไม่ค่อยโอเค 
ขนาดมีลิฟทุ่นแรงแล้วยังเหงื่อแตก ไม่แนะนำผู้สูงอายุ ไม่ฟิต ขึ้นชันมากๆ ไม่ต้องเสียค่ารถไปก็ได้ 

ค่าบริการ
ค่าตั๋ว 40000ดอง ค่าลิฟ 15000ดอง ถ้าฟิตก็เดินขึ้นแต่ผมแนะนำว่าตอนเดินลงค่อยดูน่าจะดีกว่า

ผมเองไม่ได้ขึ้นไปไกลมากเพราะว่าฝนมันตกแล้วหินลื่นเลยอยู่แค่ส่วนกลางเพราะพ่อก็เดินไม่ไหวรองเท้าลื่น

ต่อจากนั้นผมก็นั้งแท็กซี่ไปกินข้าว
ได้ไปกินร้านอาหารชื่อ madame lan บอกแท็กซี่รู้จักเลยสงสัยมันร้านดัง 
อาหารที่สั่งมาหลายอย่างไม่ถูกปากยกเว้น2อย่างนี้ 


ภาพล่างคือแหนมเนืองของร้านนี้ น้ำจิ้มอะเหมือนของไทยคือต้องเอา2ถ้วยมาผสมกัน รสชาติคล้ายเลย
รสชาติแหนมเนืองเนี่ยเหมือนไส้อั้วหอมๆ ผมกินไป2ถาดคนเดียวอะ 

เช้าวันต่อมาผมก็เดินข้ามไปชายหาด ในภาพนีตี5กว่าคนบาน เจอแม่ค้าลากอวนพอดี


ทรายค่อนข้างสะอาด หาดสะอาดมากๆ 


เจอเรือเยอะครับ

แม่ค้าขายเสร็จก็กลับบ้านมั้ง


จากนั้นพอกินข้าวเช้าเสร็จผมก็เรียกแท็กซี่ไปบาน่าฮีลเพราะเราจองที่พักไว้ข้างบนนั้น
ไกลจากทะเลค่อนข้างเยอะเลยครับ 
การเช็คอินที่พักของบาน่าฮีลโรงแรมเมอคิวอะ บอกแท็กซี่ว่าไปโรงแรมเลยมันอยู่คนละทางเข้ากัน 
เราจะทำแค่กรอกเอกสารและจ่ายเงิน 4แสนดองค่าขึ้นกระเช้า(ลดเพราะนอนพักปกติ6แสนไม่ฟรีนะ)
แล้วเราก็จะต้องเอาเอกสารไปเช็คอินข้างบนอีกทีนึงและที่นั้นฝากกระเป๋าได้
เขาก็จะให้เอกสารเราออกประตูข้างๆเพื่อลัดคิวขึ้นกระเช้าเลย
***ใครขี้กลัวต้องกลั้นใจไว้ก่อนประมาณ10กว่านาทีมั้งมันจะสั่นๆหน่อย 


พอถึงเราจะเดินออกจากตึกนี้นะครับ ที่เห็นลูกโลกแบบนี้จุดเช็คอินจริงๆคืออาหารหลังลูกโลกนั้นละ 
(ภาพตอนเช้าเดี่ยวเล่าให้ฟังต่อไป)

เข้าตึกนี้ครับเอาเอกสารที่ได้มาจากข้างล่างไปยื่น

ผมก็เลยฝากกระเป๋าแล้วก็เลยไปเดินเล่น เราแวะหาอะไรกินหน่อยนึงแล้วเราก็เดินขึ้นไปบนสุดก่อนเลย 
ที่นี่ผู้สูงอายุเดินได้ไม่ลำบากแบบภูเขาหินปูน 

คือข้างบนเนี่ยก็จะมีวัดนะแต่มันก็จะมีจุดชมวิวที่เห็นแบบนี้ได้


เดินลงมาก็มีร้านค้า ร้านชาให้เลือกแล้วแต่จะชอบ แต่ผมกินแล้วผมก็เลยเดินไปต่อก็มาเจอการแสดง


ที่นี่มันจะมีโซนเครื่องเล่นด้วยนะผมก็เลยลองเดินไปต่อก็เจออีกชุดนึง


เราก็มาถึงโซนเครื่องเล่นจนได้



แต่คือเท่าที่ผมสำรวจหลายๆอย่างมันเป็นของเด็กๆซะเยอะ เกมตู้ก็พังหลายเครื่องมีแต่ของชิ้นใหญ่ๆอะจะไม่ค่อยพัง เกมตู้ที่เห็นๆหลายตู้คือเกมคู้เก่าๆ
จากเกาหลีมาวางให้เล่นฟรี คือมันฟรีแต่พี่จะปล่อยของใช้ไม่ได้คงไม่ดีมั้ง ตอนนี้ไม่รู้แก้หรือยังนะ แล้วในนี้จะมีหุ่นขี้ผึ้งด้วยนะครับแต่ผมไม่ได้เข้าไปอะ
เสียเงินเพิ่ม
นี่คือโรงแรมที่ผมได้พักครับ 



จะอยู่แถวๆโซนทางขึ้นวัด จริงๆถ้าห้องใหญ่กว่านี้จะเห็นวิวสวยมากครับเดี่ยวเล่าให้ฟัง
จากนั้นผมก็เดินไปทัวเลยครับอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง อากาศช่วงเย็นขนาดหน้าร้อนจะมีลมเย็นหน่อยๆครับ
ดูการแต่งตัวได้เลย


ตรงนี้ขายของที่ระลึกครับ



ส่วนมากก็ร้านอาหาร ร้านเบียร ขนมปัง มีสระว่ายน้ำแต่ผมไม่ได้ลงไปครับ 
โซนพระองค์ขาวๆนี่สกปรกและร้างๆหน่อยครับวันที่ไปเหมือนเขาไม่ดูแลและมีการซ่อมแซมอยู่
แต่จริงๆแล้วที่นีทุกอย่างจะเงียบมากๆครับหลัง 5 โมงเพราะคนลงไปหมดแล้ว เงียบกระทั้งร้านของกิน
มีร้านขายของกินเล็กๆอยู่ตรงหน้าลูกโลกแต่มีพวกไส้กรอกและน้ำซึ่งราคาแพงมาก ถ้าเป็นไปได้ลองซื้อข้างล่างขึ้นมานะครับ
ส่วนเมื่อผมพลาดแล้วผมเลยต้องพึ่งบุฟเฟ่ครับของโรงแรมครับ บุฟเฟ่ราคา 350000 ดองรสชาติไม่ค่อยถูกปากผมครับ 
กินได้ที่ตรงนี้เลย จริงๆมีร้านอีกนะครับแต่เข้าใจว่าเป็นอาหารแบบฟลูคอร์ส

ตอนกลางคืนคนอาจจะหวังว่าที่นี่คงเปิดไฟอย่างสวยงามแน่นอน คุ้มค่ากับการที่มาพักที่นี่อย่างแน่แท้สรุปไม่ครับ 
กลางคืนลักษณะไฟจะแบบนี้แต่มันจะไม่ค่อยมีคนคุณออกมาถ่ายรูปได้ทุกจุดเลยครับ มันกลายเป็นความสวยอีกแบบนึง
ถ้าไม่ชอบถ่ายรูปแบบคงไม่คุ้มแน่เพราะคนมันน้อยแล้วมันจะสามารถถ่ายรูปได้หลายจุดมากครับ


พอเหนื่อยถ่ายรูปแล้วก็ไปนอนครับแล้วก็ตื่นเช้ามาก็เริ่มสำรวจอีกรอบครับ 
คือตื่นแล้วมาเดินดูวิวก่อนเลย คืออากาศดีและวิวสวยมากครับแต่พอสัก 8 โมงคือร้อนมากครับ
มันอยู่บนเขาสูงไงแดดแรงมากเลยเริ่มเย็นลงหลังเที่ยง


ข้างขวามือภาพล่างคือรถรางเล่นฟรีครับแต่คนต่อคิวเยอะ ตรงนี่มันจะมีจุดถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วย (เราจะเห็นรถรางแนวนี้ได้หลายเมืองเลย)
แต่ดูมันก้อกๆแก้กๆไงไม่รุ้ครับภาพก็ไม่ชัดเลยไม่เอา เล่นรอคิวนานมากครับเล่นไม่ถึง2นาที

จุดที่ผมถ่ายรูปข้างหลังคือแบบนี้ครับ อาคารนี้ก็เป็นที่พักแต่ผมเห็นคนเกาหลีอยู่เป็นกลุ่มๆครับ
สงสัยจะเป็นห้องใหญ่หลายคนมั้งถึงได้พักตรงนี้วิวน่าจะสวยดี


ตอนเช้าคือคนยังไม่ขึ้นมาครับทำให้โล่งไปหมดมีแต่คนที่พักอะเดินไปเดินมา นี่คงเป็นข้อดีเดียวคือเย็นและเช้าได้ถ่ายรูปเล่นได้ง่าย
ตอนกลางวันคนเยอะมากครับ
ร้านค้ายังไม่เปิดเหมือนกันเลยเข้าไปนั้งเล่นกันพอได้

จากนั้นเราก็ไปกินบุฟเฟ่อาหารเช้าครับ 
แน่นอนครับที่เดิม เอือกกกก

ผมเช็คเอ้าเสร็จผมก็กินอะไรก่อนกลับ(อาหารส่วนมากจะเป็นร้านบุฟเฟ่มากกว่า)แล้วก็นั้งลงกระเช้าไปทางเดิมนั้นละครับ 
ใครกลัวก็อาจจะแย่หน่อยเพราะมันขาลงครับเสียวกว่าเดิมมั้ง


ตอนลงจากบานาฮีล ผมแนะนำว่าลงทางข้างหน้าดีกว่านะครับเพราะว่าตรงโซนโรงแรมมันไม่มีแท็กซี่ มันมีรถบ้าน
แต่ตอนผมกลับรอนานมากครับ **ถ้านั้งแท็กซี่เข้าสนามบินเราต้องเสียค่าเข้าเองด้วยครับผมแวะห้างก่อนไปสนามบิน
นั้งแท็กซี่ไปสนามบินเจอเก็บ3-4หมื่นดองมั้งครับแยกจากแท็กซี่

ดิวตี้ฟรีสนามบินเวียดนาม จ่ายดอลล่าหรือดองได้ครับ เขาจะแปลงดองเป็นดอลล่าให้ 

นี่คือเขียนออกจากความรุ้สึกครับอะไรแย่ก็แย่ดีก็ดีถือว่าเล่าสู่กันฟัง
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่