ว่าด้วยความเป็นพระ อรหันต์

เป็นพระอรหันต์ มีจิตสงัดจากรูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ
อวิชชา มานานุสัย ภวราคานุสัย 
อวิชชานุสัยกิเลสที่ตั้งอยู่ในเหล่าเดียวกันกับรูปราคะเป็นต้นนั้น
และจากสังขารนิมิตทั้งปวงในภายนอกนี้ ชื่อว่า จิตตวิเวก. 

อุปธิวิเวกเป็นไฉน? กิเลสก็ดี ขันธ์ก็ดี อภิสังขารก็ดี เรียกว่าอุปธิ. 
อมตนิพพาน เรียกว่า อุปธิวิเวก ธรรมอันสูงสุด(ประเสริฐ) ได้แก่ ความระงับสังขารทั้งปวง
ความสละคืนอุปธิทั้งปวง ความสิ้นตัณหา ความสำรอก ความดับ
ความออกจากตัณหาเป็นเครื่องร้อยรัดนี้ ชื่อว่า อุปธิวิเวก. 

ก็กายวิเวก ย่อมมีแก่บุคคลผู้มีกายหลีกออก ผู้ยินดียิ่งในเนกขัมมะ
จิตตวิเวกย่อมมี แก่บุคคลผู้มีจิตบริสุทธิ์ถึงซึ่งความเป็นผู้มีจิตผ่องแผ้วอย่างยิ่ง
อุปธิวิเวก ย่อมมีแก่บุคคลผู้หมดอุปธิถึงซึ่งนิพพานอันเป็นวิสังขาร. (๑)-  
 *อันปราศจากปัจจัยปรุงแต่งแล้ว(สงบไป-สันติบท)
(วิตกวิจารเป็นวจีสังขารของท่านผู้เข้าทุติยฌานระงับไป
ลมอัสสาสปัสสาสะเป็นกายสังขารของท่านผู้เข้าจตุตถฌานระงับไป
สัญญาและเวทนาเป็นจิตตสังขารของท่านผู้เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธระงับไป 
ด้วยการระงับสังขาร๓เหล่านี้ฯ 
สงบ ถึงความตั้งอยู่ไม่ได้ ระงับไป เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า วิญญาณจึงดับ.)
เป็นอมตนิพพาน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ทำลายอวิชชา.(ความไม่รู้ในทุกข์ฯลฯ.)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่