ยาวหน้อยนะคะ รายละเอียดคือ บ้านอยู่ด้วยกันมีครอบครัวพี่สาวอยู่แล้วก็เราซึ่งบ้านผ่อนเป็นชื่อแม่ เหลืออีก 120,000 บาท แม่เราถือว่าปลดเกษียณตัวเองจากภาระนี้เพราะเราเรียนจบแล้ว แม่ย้ายไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด โดยมรดก(หนี้สิน) มีดังนี้
1.หนี้บ้าน 120,000 บาท พี่สาวผ่อนหมดยกให้พี่สาว ค่างวด 5400 บาท
2.หนี้กู้กับป้า(ญาติ) ไม่มีดอก 200,000 บาท เป็นค่าบ้าน130,000 บาท ค่าเทอมเรา 70,000 บาท อันนี้ให้เราผ่อน
แม่ให้พี่สาวผ่อนตั้งแต่ ประมาณปลายปี 61 โดยเดือน พ.ย. กับ ธันวา 61 พี่สาวให้เราช่วยผ่อนเพราะหมุนเงินไม่ทันโดยตอนนั้นเราผ่อนหนี้กับป้าเดือนละ 10,000 บาทตั้งแต่กันยาเพราะอยากให้จบเร็วๆ ตอนต้นปีพี่หมุนเงินทันก็ไม่ได้ช่วย กอปรกับเราจัดฟันใหม่ด้วยใจร้อนแบบใสเลยเอาเรื่องอยู่ต่อรองกับป้าเหลือผ่อน 5000 บาท พอเดือนมี.ค. 62 เราย้ายงานกลับมาอยู่บ้านเลยแต่ก่อนอยู่หอเราก็เลยออกค่าใช้จ่ายในบ้านทั้งหมด ค่าไฟ ค่าน้ำ (ค่าไฟเดือนละ 2000 กว่าบาททุกเดือนเพราะบ้านทาวน์เฮ้าส์สองหลังติดกันใช้ไฟหม้อเดียวกันที่ติดกันคือบ้านป้าที่ให้ยืมเงินค่ะ) แล้วพอเดือนเมษาให้เราออกช่วย 3000 บาทตอนนั้นพี่สาวยังไม่ได้ย้ายเข้ามาอยู่บ้านพึ่งย้ายเข้ามาเดือนพ.ค. 62 กลายเป็นว่าค่าบ้านเดือนพ.ค. 62 เราออกเต็ม เดือนมิ.ย.เราช่วย 3000 บาทโดยเราไม่ได้ใช้หนี้ให้ป้าเราเลยเพราะเราก็หมุนไม่ทัน เราเงินเดือน 30k - 33k ค่าใช้จ่ายทุกวันนี้เรา มี ส่งให้แม่ใช้เฉลี่ย 4000 บาท/เดือน ค่าน้ำ ไฟ โทรศัพท์ 3000 บาทต่อเดือน ค่าจัดฟัน 10000 บาทต่อเดือน ประกันสุขภาพ/ประกันสังคม 4000 บาท ค่ากินกับค่าเดินทาง 7000 บาทต่อเดือน ที่เหลือก็ติดๆบัญชีส่งให้แม่หรือใช้ฉุกเฉิน สิ้นเดือน ก.ค. เราจัดฟันจบก็กะว่าจะส่งให้แม่เป็นเดือนละ 5000 บาท ใช้หนี้ให้ป้า 5000 บาทแล้วก็เก็บเงินเพราะเราไม่มีเงินเก็บเลยจะบอกพี่ว่าเราไม่ช่วยค่าผ่อนบ้านจะเห็นแก่ตัวไปไหม เรามารู้สึกว่าอิหยังว่ะเพราะครอบครัวพี่สาวเราออกรถใหม่ทั้งๆที่คันเก่ายังใช้ได้ดีมันเลยดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่แค่ค่างวดรถก็ 60% ของเงินเดือนพี่สาวเราแล้ว เงินเดือน 15000 บาท บวกกับป้าเราอีกคนนึงบอกว่าให้เราช่วยพี่สาวบ้างอย่าใช้เงินให้มากนัก
เราเลยพาลไปหมดน้อยใจด้วยแหละ คือใจนึงก็อยากช่วยส่งสารพี่สาวกับหลานทำงานหาเงินทั้งรับส่งลูก ใจนึงก็หมั่นไส้ครอบครัวพี่สาว(พี่เขย) ที่เกินตัวออกรถใหม่ทั้งที่ไม่ได้จำเป็นเงินเดือนทั้งคู่รวมกันประมาณ 30k (พี่เขยเราทำงานต่างจังหวัดส่งเงินมาให้พี่เราโดยจากการสอบถามพี่สาวส่งเงินเดือนละ 15,00 บาท) และอคติส่วนตัวเราไม่ชอบพี่เขยมากๆ ทางเลือกที่เราเคยปรึกษาแม่(แม่ไบแอดเพราะไม่ชอบพี่เขยเช่นกัน)ว่าถ้สมิ้นเดือนนี้ยังช่วยอีก มีดังนี้
1. ย้ายออกจากบ้านไปเช่าหออยู่เพราะจะได้ตัดภาระ (แต่แม่เราขอให้เราอยู่บ้านเพราะพี่เขยจะได้เกรงใจ+ไม่อยากเข้ามาอยู่แล้วก็เหตุผลที่ว่าตอนก่อนหน้าเคยอยู่หอยังให้ช่วยได้ย้ายออกไปน่าจะช่วยเหมือนเดิม)
2. ทำเรื่องเอาบ้านเข้าธนาคารใหม่ เอาเงินก้อนออกมาใช้หนี้ป้า คืนส่วนที่พี่สาวเคยผ่อน เรารับผิดชอบการผ่อนทั้งหมดบ้านโอนเป็นชื่อเราแต่ให้พี่สาวกับครอบครัวอยู่ได้ไปเรื่อยๆนั่นแหละ
3. ก็จ่ายไปถือว่าเป็นค่าเช่าบ้านยังไงก็โอนเป็นชื่อพี่สาวอยู่ดี
4. ขายบ้านทิ้งไปเลยให้แม่กับพี่แบ่งเงินกัน เราไปหาหออยู่ใช้หนี้ป้าอย่างเดียว ความคิดนี้ยังไม่ได้บอกแม่
ถ้าเราไม่ช่วยพี่สาวผ่อนบ้านเราเห็นแก่ตัวเกินไปไหม
1.หนี้บ้าน 120,000 บาท พี่สาวผ่อนหมดยกให้พี่สาว ค่างวด 5400 บาท
2.หนี้กู้กับป้า(ญาติ) ไม่มีดอก 200,000 บาท เป็นค่าบ้าน130,000 บาท ค่าเทอมเรา 70,000 บาท อันนี้ให้เราผ่อน
แม่ให้พี่สาวผ่อนตั้งแต่ ประมาณปลายปี 61 โดยเดือน พ.ย. กับ ธันวา 61 พี่สาวให้เราช่วยผ่อนเพราะหมุนเงินไม่ทันโดยตอนนั้นเราผ่อนหนี้กับป้าเดือนละ 10,000 บาทตั้งแต่กันยาเพราะอยากให้จบเร็วๆ ตอนต้นปีพี่หมุนเงินทันก็ไม่ได้ช่วย กอปรกับเราจัดฟันใหม่ด้วยใจร้อนแบบใสเลยเอาเรื่องอยู่ต่อรองกับป้าเหลือผ่อน 5000 บาท พอเดือนมี.ค. 62 เราย้ายงานกลับมาอยู่บ้านเลยแต่ก่อนอยู่หอเราก็เลยออกค่าใช้จ่ายในบ้านทั้งหมด ค่าไฟ ค่าน้ำ (ค่าไฟเดือนละ 2000 กว่าบาททุกเดือนเพราะบ้านทาวน์เฮ้าส์สองหลังติดกันใช้ไฟหม้อเดียวกันที่ติดกันคือบ้านป้าที่ให้ยืมเงินค่ะ) แล้วพอเดือนเมษาให้เราออกช่วย 3000 บาทตอนนั้นพี่สาวยังไม่ได้ย้ายเข้ามาอยู่บ้านพึ่งย้ายเข้ามาเดือนพ.ค. 62 กลายเป็นว่าค่าบ้านเดือนพ.ค. 62 เราออกเต็ม เดือนมิ.ย.เราช่วย 3000 บาทโดยเราไม่ได้ใช้หนี้ให้ป้าเราเลยเพราะเราก็หมุนไม่ทัน เราเงินเดือน 30k - 33k ค่าใช้จ่ายทุกวันนี้เรา มี ส่งให้แม่ใช้เฉลี่ย 4000 บาท/เดือน ค่าน้ำ ไฟ โทรศัพท์ 3000 บาทต่อเดือน ค่าจัดฟัน 10000 บาทต่อเดือน ประกันสุขภาพ/ประกันสังคม 4000 บาท ค่ากินกับค่าเดินทาง 7000 บาทต่อเดือน ที่เหลือก็ติดๆบัญชีส่งให้แม่หรือใช้ฉุกเฉิน สิ้นเดือน ก.ค. เราจัดฟันจบก็กะว่าจะส่งให้แม่เป็นเดือนละ 5000 บาท ใช้หนี้ให้ป้า 5000 บาทแล้วก็เก็บเงินเพราะเราไม่มีเงินเก็บเลยจะบอกพี่ว่าเราไม่ช่วยค่าผ่อนบ้านจะเห็นแก่ตัวไปไหม เรามารู้สึกว่าอิหยังว่ะเพราะครอบครัวพี่สาวเราออกรถใหม่ทั้งๆที่คันเก่ายังใช้ได้ดีมันเลยดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่แค่ค่างวดรถก็ 60% ของเงินเดือนพี่สาวเราแล้ว เงินเดือน 15000 บาท บวกกับป้าเราอีกคนนึงบอกว่าให้เราช่วยพี่สาวบ้างอย่าใช้เงินให้มากนัก
เราเลยพาลไปหมดน้อยใจด้วยแหละ คือใจนึงก็อยากช่วยส่งสารพี่สาวกับหลานทำงานหาเงินทั้งรับส่งลูก ใจนึงก็หมั่นไส้ครอบครัวพี่สาว(พี่เขย) ที่เกินตัวออกรถใหม่ทั้งที่ไม่ได้จำเป็นเงินเดือนทั้งคู่รวมกันประมาณ 30k (พี่เขยเราทำงานต่างจังหวัดส่งเงินมาให้พี่เราโดยจากการสอบถามพี่สาวส่งเงินเดือนละ 15,00 บาท) และอคติส่วนตัวเราไม่ชอบพี่เขยมากๆ ทางเลือกที่เราเคยปรึกษาแม่(แม่ไบแอดเพราะไม่ชอบพี่เขยเช่นกัน)ว่าถ้สมิ้นเดือนนี้ยังช่วยอีก มีดังนี้
1. ย้ายออกจากบ้านไปเช่าหออยู่เพราะจะได้ตัดภาระ (แต่แม่เราขอให้เราอยู่บ้านเพราะพี่เขยจะได้เกรงใจ+ไม่อยากเข้ามาอยู่แล้วก็เหตุผลที่ว่าตอนก่อนหน้าเคยอยู่หอยังให้ช่วยได้ย้ายออกไปน่าจะช่วยเหมือนเดิม)
2. ทำเรื่องเอาบ้านเข้าธนาคารใหม่ เอาเงินก้อนออกมาใช้หนี้ป้า คืนส่วนที่พี่สาวเคยผ่อน เรารับผิดชอบการผ่อนทั้งหมดบ้านโอนเป็นชื่อเราแต่ให้พี่สาวกับครอบครัวอยู่ได้ไปเรื่อยๆนั่นแหละ
3. ก็จ่ายไปถือว่าเป็นค่าเช่าบ้านยังไงก็โอนเป็นชื่อพี่สาวอยู่ดี
4. ขายบ้านทิ้งไปเลยให้แม่กับพี่แบ่งเงินกัน เราไปหาหออยู่ใช้หนี้ป้าอย่างเดียว ความคิดนี้ยังไม่ได้บอกแม่