สวัสดีค่ะ เรื่องราวของฉันดูคล้ายๆไปก็เหมือนละครคลับฟรายเดย์เลย
ขอเกริ่นก่อนนะคะ ฉันชื่อเอ(นามสมมุติ) อายุ27ปี ทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ ฉันกับเเฟนคุณซี (นามสมมุติ) เราคบกันมาได้13ปี เราอายุห่างกัน4ปีค่ะ เขาอายุมากกว่าฉัน เราคบกันตั้งเเต่สมัยเรียน ช่วงสมัยเรียนเขาก็มีนอกลู่นอกทางมาตลอด เเต่สุดท้ายฉันจับได้เขาก็เลิก (เรื่องผู้หญิง) เเฟนของ เอ ไม่กินเหล้าไม่สูบบุรี่ ดูภายนอกก็ถือเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งเลยจนกระทั่งเรียนจบ ฉันก็ขึ้นมาทำงานที่กทม.ช่วงที่มาทำงานเเรกๆฉันเป็นพนักงานห้าง ส่วนเขาก็ทำงานเป็นsale ขายที่นอน คงล่ะที่กัน เหตุการณ์เหมือนจะดีทุกอย่าง เเต่เเล้ววันหนึ่งก็มีเรื่องผู้หญิงเข้ามา ฉันรู้ทุกอย่าง ฉันเลยขอให้เขาหยุดการกระทำเหล่านี้ เเล้วเขาก็หยุดการกระทำเหล่านี้ เราสองคนก็เหมือนจะเข้าใจกันมากขึ้น พอเวลาผ่านไปสักพักครั้งนี้หนักกว่าเดิม เราทะเลาะกันมากขึ้น ส่วนฉันก็ไม่ฟังเหตุผลเขา เอาเเต่ขุยเรื่องอดีตมาพูด พูดซ้ำไปซ้ำมา คือถ้าทะเลาะกันทีไร เรื่องราวในอดีตมันจะถูกหยิบยกมาด่า จนกระทั่งครั้งนี้ เขามีผู้หญิงคนใหม่เป็นรุ่นน้องที่บริษัทเขา ช่วงนั้นฉันจับได้มาเขาเเอบคุยกัน พอฉันถามเขาบอกเเค่พี่น้อง ฉันก็ไม่ได้อะไรมากเพราะคิดว่าเเค่พี่น้องจริงๆจนมันหนักขึ้นทุกวันเราเลยทะเลาะกัน เขาไม่กลับห้องสามวัน โดยให้เหตุผลว่าไปนอนบ้านพี่ที่ทำงาน เดี๋ยววันที่4จะกลับมาเอง ด้วยความที่ฉันเป็นคนใจร้อน อยากรู้ว่าทำไมต้องวันที่4 ทำไมไม่กลับมาเลย ฉันเลยนั่งเเท๊กซี่ ไปรอเขาที่บริษัทพอเขาเลิกงาน เขากลับมากับผู้หญิงที่เขาบอกว่าน้อง ก็ขับตามไปเจอที่ตลาดนัด ตอนนั้นฉันไม่รู้จะทำไง ในใจก็โมโห สั่นไปทั้งตัว พอเขาเดินลงมาพร้อมกันในสมองฉันตรงไปที่เขาทั้งคู่ ฉันได้เเต่ตะโกนว่าไหนบอกไม่มีอะไรกัน ทำไมมาด้วยกัน เเล้วฉันก็หันไปด่าทอผู้หญิงก็เหมือนกัน

...เเต่เหตุการณ์นี้ผู้หญิงคนนั้นก็เดินหนีไป .... เเล้วเราก็กลับมาคุยกันที่ห้อง เราถามเขาว่าทำไมทำแบบนี้ เรามีเเต่คำถามว่าทำไม ทำไม ทำไม เราขอให้เขาอยู่เเต่มีประโยคหนึ่งเขาพูดมาว่าเพราะเราเป็นเเบบนี้ไง เขาเลยเบื่อ เขารำคาญ เขาไม่ได้รักเราเเล้ว ฉันเลยหยุดร้องไห้เเละปาดน้ำตาเเละบอกเขาว่าถ้าไม่รักก็ไปเหอะ เราก็ทนอยู่กับคนที่เขาไม่ได้รักเราเหมือนกัน เราก็บอกว่าถ้าเธอกับน้องคนนั้นไม่ได้เป็นอะไรกัน เเค่พี่น้องเราก็ฝากขอโทษ เขาด้วยล่ะกัน ครั้งนี้เราเลิกลากันไปนานจนปีหนึ่งผ่านไป ฉันขอย้ายสาขาไปอยู่บ้าน ฉันไปทำอยู่ที่สาขาที่บ้านได้1เดือน เขาก็สมัครfacebook อันใหม่มาคุยกับฉัน ขอโอกาสให้เขา ซึ่งตอนนั้นฉันก็ยังไม่มีใคร ถ้าถามว่ารักเขาไหม...ก็ยังรักเหมือนเดิม จึงยอมให้อภัยเขาทุกอย่างโดยเงื่อนไขคือ เราจะไม่เอาเรื่องอดีตมาพูดกันอีกเเล้ว เเล้วฉันก็ลาออกจากงานที่บ้าน เพื่อกลับมาเริ่มต้นกับเขาใหม่อีกครั้ง ที่กทม.ทุกอย่างก็มีความสุขครั้งนี้เราทะเลาะกันน้อยมากเเทบไม่มีเรื่องทะเลาะกันเลย เราสองคนก็ทำเก็บเงินไปสักพัก เราสองคนก็เลยตัดสินใจไปอยู่ที่บ้านเขาตจว.เราก็ขายของส่วนเขาก็ทำงานเเถวบ้านเขา ทุกอย่างเหมือนจะปกติเเต่ปัญหาก็คือเงินไม่พอใช้ เพราะภาระเขาเยอะ ไหนจะที่บ้าน ไหนจะเราสองคน เราสองคนเลยตัดสินใจขึ้นมาทำงานที่กทม.อีกครั้ง ฉันได้ทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศจนถึงปัจจุบัน ส่วนเเฟนได้ทำงานการตลาด เขาจะออกบูธตจว.ส่วนใหญ่ เราสองคนทำงานคนละที ฉันก็ไว้ใจเขามาโดยตลอด เพราะที่ผ่านมาเขาทำให้เราเห็นว่าเขาไม่ได้เป็นเเบบนั้นเเล้วนะ ที่ผ่านมาไม่มีเรื่องผญ.เข้ามาเลย เวลาเขาไปตจว.เราก็คอลคุยกันทุกคืน ใช้ชีวิตคนรักกันปกติ เวลาเขาขึ้นมากทม.ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ จนกระทั้งมีช่วงสงกรานต์ ฉันเห็นมีผญ.ทักมาทีไลน์เขา เเต่ก็ทักเเบบปกติ เเค่สั้นๆว่า ทำไร กินข้าวเเล้ว ทำนองนั้น ฉันก็ถามเขาว่าใคร เขาก็บอกว่าน้องที่ไปออกบูธ.จังหวัดนั้น ฉันก็ไม่ได้อะไรก็เชื่อเเละยังคงให้เกียรติเเละไว้ใจ เเต่เเค่ระเเวงเเต่ไม่ทันระวัง... จนกระทั่งเกิดเรื่องสองเดือนผ่านมา เขามากรุงเทพเขาเปลี่ยนไป ฉันขอดูโทรศัพท์ เขาหงุดหงิดใส่ เวลาฉันเเอบดูเขาก็บอกว่า
จะเปลี่ยนรหัสเเล้ว (มันก็ไม่ดีที่เราเเอบดูนั้นล่ะ)อันนี้เราก็ผิด จนฉันไปกู้ข้อมูลไลน์ที่เขาลบออกมาได้ ฉันเลยมาพูดกับเขามา ด้วยเหตุผลเขาก็อธิบายมาว่า ผญ.คนนี้น่าสงสาร เขามีลูกชาย1คน เขาเลิกกับสามีได้3-4เดือนเเล้ว ตอนนี้เขายังรับผิดชอบเรื่องลูกอยู่ เเต่ปีหน้าไม่รับผิดชอบเเล้ว เขาอยากมีลูกเขาเลยเอ๋ยปาก เหมือนจะรับเด็กคนนี้เป็นลูกบุญธรรม เขาให้เหตุผลกับฉันว่าซึ่งเดือนพ.ย นี้รถเขาจะหมดเเล้วเขาคงมีกำลังช่วยผญ.คนนี้ได้ ซึ่งตรงนั้นมันเป็นเรื่องของอนาคต พอฉันได้ฟังเเบบนี้ ฉันก็อึ้ง มันเป็นคำพูดที่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไง ฉันใช้ชีวิตกับคุณมาครึ่งชีวิต ลำบากมาด้วยกัน ทุกข์ด้วยกัน สุขด้วยกัน มาโดยตลอด ฉันได้เเต่พูดไปว่า ตอนนี้ไม่ว่าจะทำอะไรขอให้หยุด เขาบอกว่ามันหยุดไม่ได้เขาก้าวขาไปขาหนึ่งเเล้ว ฉันเลยบอกว่าถ้าเลือกจะกลับมาเเล้วหยุดการกระทำฉันให้อภัยเเละโอกาส เเต่ถ้าก้าวที่จะไปเเล้วคำว่าอภัยเเละโอกาสจะไม่มีอีกเลย เขาบอกว่าเขาก็ไม่อยากเสียเราไปเราดีกลับทุกอย่าง ให้อภัยเขาทุกอย่าง เเต่ครั้งนี้เขายอมรับว่าเขาผิดเอง เขาขอให้ฉันไม่ไปจากเขาได้ไหม ฉันเลยบอกว่าฉันอยู่ไม่ได้ถ้าเป็นเเบบนี้ ฉันรับไม่ได้ ....ฉันเลยตัดสินใจเดินออกมา ทั้งๆที่ยังรักเขาอยู่
ถ้าใครเขามาอ่านเเล้ว ถ้าเป็นคุณคุณจะทำอย่างไง
ขอบคุณสำหรับคำติชม...
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะ
ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำอย่างไง..?
ขอเกริ่นก่อนนะคะ ฉันชื่อเอ(นามสมมุติ) อายุ27ปี ทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ ฉันกับเเฟนคุณซี (นามสมมุติ) เราคบกันมาได้13ปี เราอายุห่างกัน4ปีค่ะ เขาอายุมากกว่าฉัน เราคบกันตั้งเเต่สมัยเรียน ช่วงสมัยเรียนเขาก็มีนอกลู่นอกทางมาตลอด เเต่สุดท้ายฉันจับได้เขาก็เลิก (เรื่องผู้หญิง) เเฟนของ เอ ไม่กินเหล้าไม่สูบบุรี่ ดูภายนอกก็ถือเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่งเลยจนกระทั่งเรียนจบ ฉันก็ขึ้นมาทำงานที่กทม.ช่วงที่มาทำงานเเรกๆฉันเป็นพนักงานห้าง ส่วนเขาก็ทำงานเป็นsale ขายที่นอน คงล่ะที่กัน เหตุการณ์เหมือนจะดีทุกอย่าง เเต่เเล้ววันหนึ่งก็มีเรื่องผู้หญิงเข้ามา ฉันรู้ทุกอย่าง ฉันเลยขอให้เขาหยุดการกระทำเหล่านี้ เเล้วเขาก็หยุดการกระทำเหล่านี้ เราสองคนก็เหมือนจะเข้าใจกันมากขึ้น พอเวลาผ่านไปสักพักครั้งนี้หนักกว่าเดิม เราทะเลาะกันมากขึ้น ส่วนฉันก็ไม่ฟังเหตุผลเขา เอาเเต่ขุยเรื่องอดีตมาพูด พูดซ้ำไปซ้ำมา คือถ้าทะเลาะกันทีไร เรื่องราวในอดีตมันจะถูกหยิบยกมาด่า จนกระทั่งครั้งนี้ เขามีผู้หญิงคนใหม่เป็นรุ่นน้องที่บริษัทเขา ช่วงนั้นฉันจับได้มาเขาเเอบคุยกัน พอฉันถามเขาบอกเเค่พี่น้อง ฉันก็ไม่ได้อะไรมากเพราะคิดว่าเเค่พี่น้องจริงๆจนมันหนักขึ้นทุกวันเราเลยทะเลาะกัน เขาไม่กลับห้องสามวัน โดยให้เหตุผลว่าไปนอนบ้านพี่ที่ทำงาน เดี๋ยววันที่4จะกลับมาเอง ด้วยความที่ฉันเป็นคนใจร้อน อยากรู้ว่าทำไมต้องวันที่4 ทำไมไม่กลับมาเลย ฉันเลยนั่งเเท๊กซี่ ไปรอเขาที่บริษัทพอเขาเลิกงาน เขากลับมากับผู้หญิงที่เขาบอกว่าน้อง ก็ขับตามไปเจอที่ตลาดนัด ตอนนั้นฉันไม่รู้จะทำไง ในใจก็โมโห สั่นไปทั้งตัว พอเขาเดินลงมาพร้อมกันในสมองฉันตรงไปที่เขาทั้งคู่ ฉันได้เเต่ตะโกนว่าไหนบอกไม่มีอะไรกัน ทำไมมาด้วยกัน เเล้วฉันก็หันไปด่าทอผู้หญิงก็เหมือนกัน
จะเปลี่ยนรหัสเเล้ว (มันก็ไม่ดีที่เราเเอบดูนั้นล่ะ)อันนี้เราก็ผิด จนฉันไปกู้ข้อมูลไลน์ที่เขาลบออกมาได้ ฉันเลยมาพูดกับเขามา ด้วยเหตุผลเขาก็อธิบายมาว่า ผญ.คนนี้น่าสงสาร เขามีลูกชาย1คน เขาเลิกกับสามีได้3-4เดือนเเล้ว ตอนนี้เขายังรับผิดชอบเรื่องลูกอยู่ เเต่ปีหน้าไม่รับผิดชอบเเล้ว เขาอยากมีลูกเขาเลยเอ๋ยปาก เหมือนจะรับเด็กคนนี้เป็นลูกบุญธรรม เขาให้เหตุผลกับฉันว่าซึ่งเดือนพ.ย นี้รถเขาจะหมดเเล้วเขาคงมีกำลังช่วยผญ.คนนี้ได้ ซึ่งตรงนั้นมันเป็นเรื่องของอนาคต พอฉันได้ฟังเเบบนี้ ฉันก็อึ้ง มันเป็นคำพูดที่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไง ฉันใช้ชีวิตกับคุณมาครึ่งชีวิต ลำบากมาด้วยกัน ทุกข์ด้วยกัน สุขด้วยกัน มาโดยตลอด ฉันได้เเต่พูดไปว่า ตอนนี้ไม่ว่าจะทำอะไรขอให้หยุด เขาบอกว่ามันหยุดไม่ได้เขาก้าวขาไปขาหนึ่งเเล้ว ฉันเลยบอกว่าถ้าเลือกจะกลับมาเเล้วหยุดการกระทำฉันให้อภัยเเละโอกาส เเต่ถ้าก้าวที่จะไปเเล้วคำว่าอภัยเเละโอกาสจะไม่มีอีกเลย เขาบอกว่าเขาก็ไม่อยากเสียเราไปเราดีกลับทุกอย่าง ให้อภัยเขาทุกอย่าง เเต่ครั้งนี้เขายอมรับว่าเขาผิดเอง เขาขอให้ฉันไม่ไปจากเขาได้ไหม ฉันเลยบอกว่าฉันอยู่ไม่ได้ถ้าเป็นเเบบนี้ ฉันรับไม่ได้ ....ฉันเลยตัดสินใจเดินออกมา ทั้งๆที่ยังรักเขาอยู่
ถ้าใครเขามาอ่านเเล้ว ถ้าเป็นคุณคุณจะทำอย่างไง
ขอบคุณสำหรับคำติชม...
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะ