ประสบการณ์เข้าไปในสถานศึกษาที่ยังคงแฝงไปด้วยกลิ่นไอของ SOTUS อย่างคุกรุ่น ?

เรื่อง ช็อยที่เลือกผิด
จากใจ
จากความคิด
จากเรื่องราวที่ได้พบ
จากสิ่งที่คนอื่นในต่างแดนที่ ยังไม่รู้

                            ผมได้คิดจะเริ่มเขียนโปรเจคด้านนี้มานานพอสมควร     อยากจะบอกก่อนว่าผมเนี้ยได้เข้าไปศึกษาในรั่วของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งโดยที่ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ใช้ระบบ SOTUS มานานและเหนียวแน่นมากจนคนที่นี้เขาเรียกมันว่าประเพณีด้วยซ้ำไป อย่างไรก็ดีผมไม่สามารถเอารูปภาพมาประกอบให้ดูได้เนื่องจากว่าผมนับถือการให้คำสัตย์ โดยให้คำสัตย์ไว้กับเพื่อนคนหนึ่งว่าหากผมจะทำโปรเจคเล่าเรื่องนี้จะเปิดโปงทุกอย่างโดยเอาภาพเข้าประกอบด้วย        แต่มันกลับห้ามปรามแล้วบอกว่า    "นายสามารถเปิดเผยเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในนี้ได้แต่ยังไงที่นี้ก็ยังมีเรื่องดีๆอยู่มากมายเหมือนกันเอาเป็นว่านายสามารถเขียนเรื่องราวเหล่านี้ได้แต่ขอเถอะนะอย่าเอารูปลงเลยอย่างน้อยเพื่อสถาบันที่ให้ความรู้ คำสอน หลักการใช้ชีวิตและที่ทำให้คนหลายคนมีงานทำด้วยเถอะ หรือไม่งั้นก็เห็นแกเราก็จะเป็นพระคุณอย่างสูง"   ผมจึงปิดปากและรับคำ นั้นคือสิ่งที่ทำให้ผมไม่สามารถเอารูปลงได้   ถึงแม้จะมีเก็บไว้ในคลังเป็นกระตั๊กก็ตามที่เถอะ 
 
                 ( ปล. การดำเนินเรื่องจะเล่าตั้งแต่วันที่ได้รอบ ที่ 1 โดยผมจะเล่าเรื่องราวอย่างละเอียดหรือที่พอจะนึกขึ้นได้นะ)
       

                         คุณเคยได้ยินคำว่าจบจากมหาวิทยาลัย.....   แล้วได้ดีทุกคนไหมบ้างก็บอกว่าที่แห่งนี้สอนคนธรรมดาให้เป็นคนเก่ง และสอนคนเก่งให้เป็นคนเหนือคนหรือปล่าว หรือไม่ก็จบจากที่นี้มักจะได้ดีทุกรายเพราะมีรุ่นพี่อยู่ไปทั่วและพร้อมที่จะรับรุ่นน้องในสถาบันเดียวกันไหม มันเลยเป็นคำเชิญชวนที่หอมหวานราวกับน้ำตาลเป็นไหเลยที่เดียว  จึงทำให้หลายคนได้ตักสินใจเข้ามาสถาบันแห่งนี้เพื่อต้องการที่จะรับการศึกษาในหลักสูตรที่จะพัฒนาให้เป็นคนเหนือคน แม้แต่ผู้ปกครองเมื่อได้ทราบดังนั้นแล้วก็มักจะส่งเสริมไปตามๆกัน  โดยหารู้ไม่ว่าคุณกำลังส่งลูกส่งหลานสู่สถานศึกษาที่มีระบบ SOTUS ค่อยต้อนรับ 

                         วันนั้นเป็นวันที่ใกล้จะถึงวันงานกีฬาสีและหลายๆคนก็เริ่มหาที่เรียนกันแล้วด้วย  ในนามของหนุ่มฮอตประจำชั้น 6/3 จึงต้องหาที่เรียนกับเข้าบ้างทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกว่าไม่อยากเรียนแล้ว แต่ด้วยที่บ้านบอกว่าต้องเข้าสังคมและต้องหาความรู้เพื่อนำมาประอบอาชีพในอนาคตทำให้จำใจยอมรับในประชามติของครอบครัว เมื่อถึงช่วงคาบแนะแนวในห้องหมวดจะรู้สึกมีคนคับคลั่งเป็นพิเศษด้วยความที่ว่ามหาลัยต่างๆได้เริ่มส่งจดหมายและเกณฑ์อันเป็นขั้นแรกของการเข้ามหาลัยนั้นๆ แต่ด้วยความที่ว่าผมเป็นคนเรียนอยู่ในระดับกลางๆและชอบผูกมิตรค้าสมาคมเสียมากกว่า    เลยทำให้เกรดไม่ดีพอที่จะเข้ามหาวิทยาลัยดังๆได้  ประมาณ 2.57 เลยต้องลดระดับจากวิชาการมาเป็นด้านเกษตรแทน จนได้ไปเจอกับมหาวิทยาลัยหนึ่งที่ได้ติดต่อมาทางโรงเรียนและทำ MOU เรียบร้อยโดยจะมีเกณฑ์ในการเข้าสมัครดังนี้
-เกรดต้องไม่ต่ำกว่า 2.50 แล้วแต่คณะ สาขา ด้วย อาจจะมากหรือน้อยกว่าแล้วแต่จะถูกกำหนดมาให้
-จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

ด้วยความที่ว่าเป็นคนมักง่ายชอบทำอะไรรวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก เลยขอและติดต่อโดยได้เลือกคณะที่ตนเองชอบแล้ว ตอนที่ไปจดรายชื่อและคณะที่เลือกก็รู้สึกเอะใจตั้งแต่ตอนนั้นเลยว่าทำไมคนถึงได้สมัครน้อยกันมาก แต่ก็ชั่งมันเหอะมานี้แล้วก็เขียนมันไปซะ จะได้มีที่เรียนสักที่แต่ในใจก็แอบคิดอยู่ตลอดว่าคนมันน้อยผิดปกติ ถ้าลองไปดูของมหาลัยอื่นอย่างเช่น ม.พะเยา ก็มีการทำ MOU เหมือนกันและคนในโรงเรียนก็สมัครจนเกือบจะเต็มอัตราที่มหาลัยได้เสนอมาเลยที่เดียว แต่ก็ไม่ได้คิดมากมายขนาดนั้นแถมยังต้องค่อยดูแลด้านเครื่องมือเครื่องใช้ภายในงานกีฬาสีเลยลืมจนสนิทไปเลย และไม่ได้เอาเก็บไปครุนคิดอีกรอบว่าช็อยนี้ถูกต้องและดีที่สุดไหม จนเกิดเรื่องราวที่จะเล่าอีกในตอนต่อๆไป

(ขอจบไปก่อนนะครับยังไงจะมาเล่าต่อเรื่อยๆถึงมหาลัยแห่งนี้ว่ามีอะไรบ้างแต่ตอนนี้ต้องไปอ่านหนังสือก่อนยังไงช็อยนี้ที่ได้เลือกมาแล้วต้องทำให้ดีที่สุดถึงมันจะไม่ใช้ช็อยที่ชอบที่สุดก็ตามที) 

รัก  สถาบัน  แต่ไม่รัก
เพี้ยนเผือก
                                                                                                                                                            By     NAME : ผัดกระหล่ำวิญญาณหมู
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่