เราเป็นคนชอบวาดรูปและต่อโมเดลบ้านตุ๊กตาค่ะ เคยมีความฝันว่าจะสร้างบ้านของตัวเองให้เหมือนบ้านตุ๊กตา เพราะมันน่าอยู่มากๆ แต่ที่บ้านไม่โอเคค่ะ เขาบอกว่าเราต้องรับราชการถึงจะสบาย ต้องเรียนมหา'ลัยดังๆนะ เรียนได้เกียรตินิยมด้วยจะดีมาก
เราต้องบอกก่อนว่าที่บ้านเราสอนเด็กๆว่า ต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่ อย่าเถียง ทำตามที่บอก ซึ่งเราก็ไม่ชอบหรอก แต่เราก็ทำตามที่เขาบอกแหละ ยังไงก็รักครอบครัว ช่วงจบมอปลายเราก็ยอมไปสอบนู่นนี่นั่นตามที่เขาอยากให้สอบค่ะ เราเป็นคนหัวไม่ดี ก็เลยสอบไม่เคยติด ที่บ้านก็จะบ่นๆ เราก็พยายามบอกว่า ให้เราลองสอบสถาปัตย์ไหม หรือแนวๆทางศิลป์คำนวณ หรือไม่งั้นเรียนราชภัฏใกล้บ้าน จบมาสมัครครูตามโรงเรียนแถวบ้าน เดินทางสะดวกดีนะ เราก็จะโดนว่าประมาณว่า เรียนวิทย์มาก็ต้องไปสายวิทย์สิ แล้วถ้าจะเรียนแค่ราชภัฏก็ไม่ต้องเรียนหรอก เราก็ได้แต่เงียบๆไป รู้สึกเหมือนเขาไม่รับฟังเรา จนสุดท้ายเราก็สอบไม่ติดเลย ก็เลยต้องสอบแอดมิดชั่น เราก็ไม่ได้สอบวิชาสถาปัตย์นะ สอบตามที่บ้านสั่ง แต่คะแนนน้อยมาก เขาก็ถามว่าทำไมคะแนนน้อยแบบนี้ เราก็เงียบค่ะ เพราะเราเรียนไม่เก่งอยู่แล้ว เกรดแค่สองกว่าๆ เราก็โดนว่าเรื่องเกรดน้อยอยู่แล้วด้วย สุดท้ายเราแอดมิดชั่นครูไปสามที่ และที่สุดท้าย เขาให้ลงสัตวศาสตร์ ทีแรกเราก็ไม่รู้จักเลยค่ะ แต่เรากลับได้ที่สุดท้ายค่ะ แอดได้สัตวศาสตร์ ตอนที่อีกสองวันสุดท้ายเราต้องไปสัมภาษณ์ จู่ๆ เขาก็พูดว่า สัตวศาสตร์ก็ดีนะ หรือจะลองเรียนราชภัฏไหมล่ะ แต่ก็ต้องเอาเกียรตินิยมที่ 1ทั้งคู่นะ เราก็ร้องไห้ค่ะ รู้ว่าเรากดดัน ว่าทำไมต้องเรียนเอาเกียรติยมบ้าบออะไรด้วย แต่เราก็ไปสัตวศาสตร์ค่ะ เพราะมันอยู่ไกลบ้าน เราไปคนเดียวไม่มีคนรู้จักเลยค่ะ รู้จักคนใหม่ ใช้ชีวิตคนเดียว ไม่มีรถใช้ด้วย
เราพยายามมากเป็นพิเศษค่ะ เพราะเราไม่ถนัด เรากดดันตัวเอง ให้เรียนให้ได้ เราเครียดบ่อยมาก แต่สุดท้ายเราก็เรียนจบและได้เกียรตินิยมอันดับ 1 มาครองจริงๆ และเราก็ได้เจอแฟนระหว่างเรียนมหาลัยด้วยค่ะ เราก็เอาเหรียญให้ที่บ้านเลย
แต่ชีวิตจริงเริ่มจากนี้ค่ะ การหางานในทางที่เราไม่ได้ชอบเหมือนเราเจอทางตัน เรากลายเป็นคนที่ไม่กล้าตัดสินใจ โลเลง่าย ที่บ้านให้หางานทันทีเลย จบมาแล้วไม่มีงานทำอายชาวบ้าน ซึ่งเวลาเราสมัครงานที่ฟาร์ม เราเจอเรื่องเราเป็นผู้หญิง เขาไม่รับ หรือที่เขารับ เราก็เจอคำที่บ้านว่าไปก็ลำบาก เราก็เลยขาดความมั่นใจค่ะ เลยลองเสนอไปทำงานกรุงเทพ โรงพยาบาลสัตว์ก็น่าจะดี บ้านก็ไม่เห็นด้วยอีก เราเริ่มสับสนว่าไอ้ที่เรียนมาเนี่ย จะให้ทำอะไรกันแน่ ความเครียดเริ่มสะสม จึงเอาเวลาไปวาดรูปเล่นค่ะ คนในบ้านก็เห็นบ่อยๆ ก็เริ่มพูดว่า เราวาดรูปสวยนะ ขนาดไม่ได้เรียนมายังวาดสวย ตอนนั้นทำไมไม่เรียนด้านนี้ล่ะ เราก็ร้องไห้ค่ะ เสียใจกับคำพูดนี้มากๆ เราหางานไม่ได้ จนแฟนลองเอาเราเข้าสมัครบริษัทเอกชน ฝ่ายธุรการค่ะ ที่บ้านก็ยินดีให้ไปด้วย แปลกใจมาก
แต่เมื่อเราไปทำจริงๆ รู้สึกว่ามันไม่ใช่ค่ะ งานที่ได้คือธุรการ แต่ตำแหน่งที่ให้คือพนักงานทั่วไป และได้เงินเดือนน้อยกว่า ไม่มีคนสอนงานให้เรา ได้แต่ลักจำดูเขาทำแล้วทำตามค่ะ มีอบรมแต่เหมือนไปฟังเขาเถียงกันค่ะ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย อีเมลและการขอสิทธิ์ใช้งานระบบของบริษัท เราก็ต้องขอเองทั้งหมด ไม่มีคนขอให้เลย เราก็ติดต่อคนมั่วไปหมด กว่าเราจะได้สิทธิ์ใช้งานเราก็เหนื่อยแล้ว แล้วพอถึงทำงานจริง เราก็ทำไม่เป็นค่ะ ทำมั่วไปหมด ไม่รู้อะไรเป็นยังไง คนที่เคยทำก่อนหน้าเราบอกว่า ต้องใช้เวลาศึกษาเป็นปีกว่าจะเข้าใจ แต่เรามาไม่ถึงเดือนกลับได้ทำเลย เรากลัวมาก เราทำงานพลาดบ่อยมากจนเครียดและร้องไห้บ่อยๆ งานมีปัญหาแก้ไม่ได้ ขอปรึกษาหัวหน้าก็ไม่ได้รับการแก้ปัญหา เราต้องไปถามหลายๆคนกว่าจะแก้ได้ บางคนที่เขาช่วยได้ก็เอาแต่ด่าเราว่าเราทำงานแย่มาก บางครั้งก็ไม่แก้ให้เรา ปล่อยไปให้ค้างแบบนั้น แต่เพราะได้อยู่ใกล้แฟนที่ทำงานแฟน ไปหากันง่าย เราเลยอดทนค่ะ
ณ ตอนนี้ เราทำงานมาจะครบปีแล้วค่ะ คุยกับแฟนหลายครั้งว่าอยากลาออกค่ะ ขอยื่นเรื่องลาออกไปสองครั้ง หัวหน้างานก็ขอว่าอย่าออกไปเลย แต่เราก็ได้ยินเขาว่าเราว่างานก็ไม่ได้ทำได้ดี มีแต่ปัญหา งานตัวเองก็ไม่ค่อยทำ คือเราเสียใจมาก เพราะเราพยายามทำงานของตัวเองมาตลอด แฟนก็ขอร้องให้อยู่ต่อ เพราะแฟนก็อยากอยู่ใกล้ๆกับเรา บวกกับแฟนแนะนำเข้าทำงานด้วย ไม่อยากให้แฟนเสียชื่อค่ะ การทำงานของเรามัยทรมานมากเลยค่ะ
เราเปลี่ยนมาวาดสายการ์ตูนค่ะ รู้สึกว่ามือแข็ง ไม่ได้วาดนานตั้งแต่ช่วงเข้างานใหม่ และตั้งใจว่าจะฝึกจริงจังแล้ว อยากรับจ๊อบเสริมเพราะรายได้เราน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เผลอๆ อาจจะลาออกสักวันถ้ายังเป็นแบบนี้
สุดท้ายอยากฝากถึงน้องๆ ค่ะ ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งรีบทำตามใครค่ะ ไม่ได้หมายถึงดื้อด้านกับผู้ปกครองนะคะ แต่ให้ลองคุยจริงจังถึงอนาคตของตัวเอง ว่าอยากเรียนอะไร อยากทำงานอะไร มีแนวทางแบบไหน อธิบายให้ผู้ปกครองฟัง เอาแต่บ้างนิดหน่อยก็ได้ค่ะ และอยากขอฝากถึงผู้ปกครองของน้องๆ ลองรับฟังเขาก่อนค่ะ อย่าให้ไปทางที่คุณคิดว่าดีค่ะ เพราะถ้าน้องเขาไม่ชอบ มันจะทำให้น้องทรมานค่ะ และมันจะติดเป็นประวัติค่ะ ถ้าน้องเริ่มทำงานสายหนึ่งแล้ว มันจะไปได้แค่สายนั้นค่ะ อนาคตของน้อง ให้น้องเป็นคนเลือกก่อนเถอะค่ะ
อยากแชร์ประสบการณ์ชีวิตค่ะ
เราต้องบอกก่อนว่าที่บ้านเราสอนเด็กๆว่า ต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่ อย่าเถียง ทำตามที่บอก ซึ่งเราก็ไม่ชอบหรอก แต่เราก็ทำตามที่เขาบอกแหละ ยังไงก็รักครอบครัว ช่วงจบมอปลายเราก็ยอมไปสอบนู่นนี่นั่นตามที่เขาอยากให้สอบค่ะ เราเป็นคนหัวไม่ดี ก็เลยสอบไม่เคยติด ที่บ้านก็จะบ่นๆ เราก็พยายามบอกว่า ให้เราลองสอบสถาปัตย์ไหม หรือแนวๆทางศิลป์คำนวณ หรือไม่งั้นเรียนราชภัฏใกล้บ้าน จบมาสมัครครูตามโรงเรียนแถวบ้าน เดินทางสะดวกดีนะ เราก็จะโดนว่าประมาณว่า เรียนวิทย์มาก็ต้องไปสายวิทย์สิ แล้วถ้าจะเรียนแค่ราชภัฏก็ไม่ต้องเรียนหรอก เราก็ได้แต่เงียบๆไป รู้สึกเหมือนเขาไม่รับฟังเรา จนสุดท้ายเราก็สอบไม่ติดเลย ก็เลยต้องสอบแอดมิดชั่น เราก็ไม่ได้สอบวิชาสถาปัตย์นะ สอบตามที่บ้านสั่ง แต่คะแนนน้อยมาก เขาก็ถามว่าทำไมคะแนนน้อยแบบนี้ เราก็เงียบค่ะ เพราะเราเรียนไม่เก่งอยู่แล้ว เกรดแค่สองกว่าๆ เราก็โดนว่าเรื่องเกรดน้อยอยู่แล้วด้วย สุดท้ายเราแอดมิดชั่นครูไปสามที่ และที่สุดท้าย เขาให้ลงสัตวศาสตร์ ทีแรกเราก็ไม่รู้จักเลยค่ะ แต่เรากลับได้ที่สุดท้ายค่ะ แอดได้สัตวศาสตร์ ตอนที่อีกสองวันสุดท้ายเราต้องไปสัมภาษณ์ จู่ๆ เขาก็พูดว่า สัตวศาสตร์ก็ดีนะ หรือจะลองเรียนราชภัฏไหมล่ะ แต่ก็ต้องเอาเกียรตินิยมที่ 1ทั้งคู่นะ เราก็ร้องไห้ค่ะ รู้ว่าเรากดดัน ว่าทำไมต้องเรียนเอาเกียรติยมบ้าบออะไรด้วย แต่เราก็ไปสัตวศาสตร์ค่ะ เพราะมันอยู่ไกลบ้าน เราไปคนเดียวไม่มีคนรู้จักเลยค่ะ รู้จักคนใหม่ ใช้ชีวิตคนเดียว ไม่มีรถใช้ด้วย
เราพยายามมากเป็นพิเศษค่ะ เพราะเราไม่ถนัด เรากดดันตัวเอง ให้เรียนให้ได้ เราเครียดบ่อยมาก แต่สุดท้ายเราก็เรียนจบและได้เกียรตินิยมอันดับ 1 มาครองจริงๆ และเราก็ได้เจอแฟนระหว่างเรียนมหาลัยด้วยค่ะ เราก็เอาเหรียญให้ที่บ้านเลย
แต่ชีวิตจริงเริ่มจากนี้ค่ะ การหางานในทางที่เราไม่ได้ชอบเหมือนเราเจอทางตัน เรากลายเป็นคนที่ไม่กล้าตัดสินใจ โลเลง่าย ที่บ้านให้หางานทันทีเลย จบมาแล้วไม่มีงานทำอายชาวบ้าน ซึ่งเวลาเราสมัครงานที่ฟาร์ม เราเจอเรื่องเราเป็นผู้หญิง เขาไม่รับ หรือที่เขารับ เราก็เจอคำที่บ้านว่าไปก็ลำบาก เราก็เลยขาดความมั่นใจค่ะ เลยลองเสนอไปทำงานกรุงเทพ โรงพยาบาลสัตว์ก็น่าจะดี บ้านก็ไม่เห็นด้วยอีก เราเริ่มสับสนว่าไอ้ที่เรียนมาเนี่ย จะให้ทำอะไรกันแน่ ความเครียดเริ่มสะสม จึงเอาเวลาไปวาดรูปเล่นค่ะ คนในบ้านก็เห็นบ่อยๆ ก็เริ่มพูดว่า เราวาดรูปสวยนะ ขนาดไม่ได้เรียนมายังวาดสวย ตอนนั้นทำไมไม่เรียนด้านนี้ล่ะ เราก็ร้องไห้ค่ะ เสียใจกับคำพูดนี้มากๆ เราหางานไม่ได้ จนแฟนลองเอาเราเข้าสมัครบริษัทเอกชน ฝ่ายธุรการค่ะ ที่บ้านก็ยินดีให้ไปด้วย แปลกใจมาก
แต่เมื่อเราไปทำจริงๆ รู้สึกว่ามันไม่ใช่ค่ะ งานที่ได้คือธุรการ แต่ตำแหน่งที่ให้คือพนักงานทั่วไป และได้เงินเดือนน้อยกว่า ไม่มีคนสอนงานให้เรา ได้แต่ลักจำดูเขาทำแล้วทำตามค่ะ มีอบรมแต่เหมือนไปฟังเขาเถียงกันค่ะ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย อีเมลและการขอสิทธิ์ใช้งานระบบของบริษัท เราก็ต้องขอเองทั้งหมด ไม่มีคนขอให้เลย เราก็ติดต่อคนมั่วไปหมด กว่าเราจะได้สิทธิ์ใช้งานเราก็เหนื่อยแล้ว แล้วพอถึงทำงานจริง เราก็ทำไม่เป็นค่ะ ทำมั่วไปหมด ไม่รู้อะไรเป็นยังไง คนที่เคยทำก่อนหน้าเราบอกว่า ต้องใช้เวลาศึกษาเป็นปีกว่าจะเข้าใจ แต่เรามาไม่ถึงเดือนกลับได้ทำเลย เรากลัวมาก เราทำงานพลาดบ่อยมากจนเครียดและร้องไห้บ่อยๆ งานมีปัญหาแก้ไม่ได้ ขอปรึกษาหัวหน้าก็ไม่ได้รับการแก้ปัญหา เราต้องไปถามหลายๆคนกว่าจะแก้ได้ บางคนที่เขาช่วยได้ก็เอาแต่ด่าเราว่าเราทำงานแย่มาก บางครั้งก็ไม่แก้ให้เรา ปล่อยไปให้ค้างแบบนั้น แต่เพราะได้อยู่ใกล้แฟนที่ทำงานแฟน ไปหากันง่าย เราเลยอดทนค่ะ
ณ ตอนนี้ เราทำงานมาจะครบปีแล้วค่ะ คุยกับแฟนหลายครั้งว่าอยากลาออกค่ะ ขอยื่นเรื่องลาออกไปสองครั้ง หัวหน้างานก็ขอว่าอย่าออกไปเลย แต่เราก็ได้ยินเขาว่าเราว่างานก็ไม่ได้ทำได้ดี มีแต่ปัญหา งานตัวเองก็ไม่ค่อยทำ คือเราเสียใจมาก เพราะเราพยายามทำงานของตัวเองมาตลอด แฟนก็ขอร้องให้อยู่ต่อ เพราะแฟนก็อยากอยู่ใกล้ๆกับเรา บวกกับแฟนแนะนำเข้าทำงานด้วย ไม่อยากให้แฟนเสียชื่อค่ะ การทำงานของเรามัยทรมานมากเลยค่ะ
เราเปลี่ยนมาวาดสายการ์ตูนค่ะ รู้สึกว่ามือแข็ง ไม่ได้วาดนานตั้งแต่ช่วงเข้างานใหม่ และตั้งใจว่าจะฝึกจริงจังแล้ว อยากรับจ๊อบเสริมเพราะรายได้เราน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เผลอๆ อาจจะลาออกสักวันถ้ายังเป็นแบบนี้
สุดท้ายอยากฝากถึงน้องๆ ค่ะ ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งรีบทำตามใครค่ะ ไม่ได้หมายถึงดื้อด้านกับผู้ปกครองนะคะ แต่ให้ลองคุยจริงจังถึงอนาคตของตัวเอง ว่าอยากเรียนอะไร อยากทำงานอะไร มีแนวทางแบบไหน อธิบายให้ผู้ปกครองฟัง เอาแต่บ้างนิดหน่อยก็ได้ค่ะ และอยากขอฝากถึงผู้ปกครองของน้องๆ ลองรับฟังเขาก่อนค่ะ อย่าให้ไปทางที่คุณคิดว่าดีค่ะ เพราะถ้าน้องเขาไม่ชอบ มันจะทำให้น้องทรมานค่ะ และมันจะติดเป็นประวัติค่ะ ถ้าน้องเริ่มทำงานสายหนึ่งแล้ว มันจะไปได้แค่สายนั้นค่ะ อนาคตของน้อง ให้น้องเป็นคนเลือกก่อนเถอะค่ะ