ถ้าตั้งใจอะไรก็ทำได้ | บทสัมภาษณ์เจนนิษฐ์กับการเตรียมตัวสอบสู่รั้วจุฬาฯ

กระทู้สนทนา
เจนนิษฐ์สอบ GED 4 ตัว ผ่าน ใช้เวลาเพียงแค่ 2 อาทิตย์!!!

     ตอนแรกหนูมีวุฒิแค่ IGCSE 5 ตัว ตอนนี้มันไม่พอแล้ว ต้องสอบ A-Level เพิ่มอีก 3 ตัว ซึ่งเราไม่มีเวลาไปสอบและมันค่อนข้างใช้เวลานาน อาจจะต้องเข้าปีหน้าเลย ก็รู้สึกว่า gap year นานเกินไปแล้ว แล้วที่สอบเก็บพวก CU-TEP หรือ SAT ที่ผ่านมามันจะหมดอายุซะก่อนในสองปี เราก็เลยต้องรีบสอบจะได้ไม่ต้องไปสอบใหม่ทั้งหมด ก็เลยตัดสินใจสอบ GED ให้ทันภายในสองอาทิตย์ 4 ตัว สอบไปก็ผ่านพอดี ก็ยื่นเข้าไปเลยค่ะ ใช้ CU-AAT ค่ะ เคมี ใช้ CU-AAT เป็นภาษาอังกฤษ แล้วก็ CU-ATS ที่เป็นเคมีและฟิสิกส์ค่ะ


เจนนิษฐ์ไม่เคยปล่อยให้เวลาว่าง ว่างเมื่อไหร่ก็ต้องติว

     ถ้าวันไหนว่างก็ไปติวค่ะ ติวก่อนวันสอบ แล้วก็สอบเลยค่ะ ติววิชาละครั้ง ติวยาวๆ ทีละ 4-5 ชั่วโมง บางคนอาจจะติวแค่ 2 ชั่วโมงแล้วต้องพัก ลิมิตคนมันไม่เท่ากัน แต่อย่างหนู 4-5 ชั่วโมงยาวๆ ไปเลยให้จบไปในวันเดียว หนูเคยติวมากสุด 8 ชั่วโมง หนูนั่งเรียนแบบ S.E.L.F ใช่มั้ยคะ เราก็ซื้อของกินเข้าไป ละก็นั่งยาวๆ เลยไม่ไปไหน ถ้าไม่ง่วงนะคะ

     จริงๆ ก็มันก็มีช่วงที่หนูเที่ยวเล่นนะ ช่วงที่หนูไม่ได้เรียน แต่ว่าพอถึงจุดที่มันต้องสอบจริงๆ ก็ตัดทุกอย่างออกไปแล้วเรียน เอาให้มันจบ ไม่งั้นเราก็ไม่เสร็จสักที ถ้าไม่ผ่านเราก็ต้องรอรอบต่อไปก็จะอยู่ในวังวนแห่งการเตรียมตัวสอบซึ่งมันลำบากมากๆ แต่ถ้าเกิดเราฮึบเดียวจบ มันก็จะโล่งแล้วเราก็ไม่ต้องมานั่งกังวลต่อไปแล้ว เรามีที่เรียนแล้ว 
 
ในชีวิตจะต้องเจออะไรที่ยากขึ้นเรื่อยๆ 

     ถ้าสอบไม่ผ่านอาจจะมีท้อเหมือนกันแต่ว่าเราก็ทำไรไม่ได้เพราะว่ายังไงเราก็ต้องสอบให้ผ่านอยู่ดี เป็นพวกก็เหนื่อยแต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะพอแล้ว คิดแค่ว่าเราต้องรอด! มันหนักมากเลยการเข้ามหาลัยแต่เดี๋ยวพอเข้ามหาลัยก็หนักกว่าเดิม ยังไงเราก็ต้องข้ามลิมิตการเจออะไรแบบนี้ไปเรื่อยๆ ยากขึ้นเรื่อยๆ อยู่ดี



แบ่งเวลาเก่งและยังมีเวลาพักผ่อนด้วย

     สมมติจะสอบอีกสองวันก็ติววันนี้ค่ะ พักอ่านวันนึงแล้วไปสอบ บางทีติวแล้วพรุ่งนี้สอบเลยก็มี แล้วแต่ว่าว่างมั้ย ส่วนใหญ่ก็จะว่างไม่เหมือนกันค่ะ ต้องดูตารางงานแล้วมาดูว่า เออ ติวอันนี้ดีกว่า อันนี้ไปทำงานแล้วจะได้ไปสอบเลย ส่วนใหญ่ก็จะติววิชาละวันสองวัน ถ้ามีงานเช้าแล้วสอบบ่าย สอบก็ไม่ได้นานมาก ก็จะกลับไปอ่านต่อ แต่ว่าไม่อ่านดึกค่ะ เพราะถ้าอ่านดึกจะตื่นไม่ไหว สามทุ่ม สี่ทุ่ม ก็อาบน้ำนอนแล้วค่ะ ไม่งั้นเราตื่นสาย นอนเร็วเถอะแล้วตื่นเช้ายังมีเวลาอ่าน มีเวลาเดินทาง ไม่ต้องรีบค่ะ

โชคดีที่รู้ตัวเร็ว เลยมีแนวทางที่ชัดเจน

     หนูไม่ชอบเลขกับฟิสิกส์  ถ้าจะไปฟิสิกส์จ๋าหรือคำนวณจ๋าเลยก็รู้สึกว่ายังไม่ค่อยเข้าใจ ยังไม่เคยเรียนแล้วเข้าใจร้อยเปอร์เซ็นต์ขนาดนั้น แต่ถ้าวิทย์ยังพอมีความเป็นไปได้ แล้วก็อยากเรียน  Business ในสาขาเคมีประยุกต์จริงๆ มันจะมี ให้เลือกที่จะต้องเรียนตอนปีสอง หนูอยากเลือก Industrial Management ที่มันจะมีเรียน Marketing เรียน Business ตอนแรกก็นึกว่าจะต้องไปเรียนเองซะแล้ว เหมือนคอร์สธุรกิจที่เขาไปเรียนกัน ปรากฏว่า BSAC มี มันมีอยู่ในคณะเลย หนูก็อยากเรียนหลายอย่างอยู่แล้ว และก็เผื่อไปทำธุรกิจของตัวเองในอนาคต


ถ้าตั้งใจอะไรก็ทำได้

     คนที่หาตัวเองเจอว่าชอบอะไรก็จะโชคดี เราก็จะมี goal ที่ชัดเจนว่าเราจะอ่านวิชานี้ เพื่อจะเข้าคณะนี้ สมมติมีเป้าหมายคณะเดียวเราก็เต็มที่ได้เลย แต่ถ้าใครที่เผื่อก็อาจจะต้องอ่านเยอะกว่าคนอื่นหน่อยแล้วก็ใช้เวลาเยอะกว่าคนอื่น ซึ่งอันนี้ก็ต้องให้รู้ตัวเองด้วยว่า ลิมิตตัวเองของการอ่านหรือการเรียนของเรามันไม่เหมือนกันนะ คือบางคนอาจจะ เฮ้ย! เห็นเพื่อนเรียนเยอะลงเรียนบ้าง บางทีเราอาจจะไม่ไหวก็ได้เพราะว่าเดี๋ยวแย่กว่าเดิม บางทีเราอาจจะถนัดแบบค่อยๆ อ่านไปแต่มีการวางแผนที่เรื่อยๆ ไม่ได้อัดแน่นมาก แต่วางไว้ให้พอดีกับการเรียนพิเศษหรือว่าการนอนของเราด้วยก็จะดี

อ่านฉบับเต็ม : https://www.dek-d.com/starissue/53019/
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่