เปลี่ยนจากขับรถมาโดยสารสาธารณะใครก็ว่าจนลงแต่ทำไมผมรู้สึกดีขึ้น

เรื่องของเรื่องคือ ผมเปลี่ยนจากขับรถมาเดินทางด้วยสองแถว ต่อรถเมล์และรถไฟฟ้าครับ ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ผมต้องเอารถเข้าอู่เพื่อเคลมประกัน และอีกส่วนหนึ่งคือเหมือนเงินที่มีอยู่เริ่มร่อยหรอด้วยเหตุสุดวิสัยหลายประการ รถเสียบ้าง กระจกรถแตกบ้าง เปลี่ยนตรงนู้นเสียตรงนี้ จนรู้สึกว่าเดินทางด้วยวิธีที่เคยปฏิบัติคงไม่ไหว ไหนจะค่าแก๊ส ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน และค่าดูแลรักษาอีก
ก็เลยใช้ช่วงที่เอารถเข้าอู่นี่แหละ ลองเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะดู แรกๆ ก็อึดอัด จากคนที่เคยนั่งรถสบายๆ กลับมามายืนเบียดเสียดคนอื่นๆ แต่พอผ่านไปสักสามสี่วันก็เริ่มชิน เริ่มจับทางได้ว่าไปทางไหนจะเร็ว ไปทางไหนจะได้มีโอกาสนั่ง

และจากการเดินทางแบบนี้มาเป็นเวลาเดือนกว่าๆ ก็พบว่า
1. ผมปวดเอวน้อยลง จากที่ขับรถประจำ ทำให้เวลาเดินไปไหนแปบเดียวก็เมื่อยเอวเพราะเป็นคนตัวใหญ่ แต่พอเดินทางแบบนี้ทำให้ต้องเดิน เหมือนกลับได้ออกกำลังกาย
2. ผมมีเวลาดูหนังและฟังเพลงที่ชอบ ปกติตอนขับรถผมก็มันจะเปิดเพลงฟังหรือดูยูทูปแต่ก็ไม่รู้เรื่องเพราะต้องขับรถไปด้วย แถมอันตรายไปอีก
3. เหมือนเหลือเงินมากขึ้น อันนี้แปลกมาก ลองคำนวณดูก็ใช้ไม่ต่างจากขับรถเท่าไหร่ แต่เหมือนจะใช้น้อยลงจริงๆ
4. ถึงที่ทำงานและถึงบ้านเร็วขึ้น ตอนเช้านี่ถึงที่ทำงานชิวมาก ตอนเย็นแม้จะออกช้าแต่ก็ยังถึงในเวลาบ้านในเวลาที่โอเค
แต่ถึงแม้ว่าจะมีข้อดีก็มีข้อที่ต้องใส่ใจ เช่น ต้องหาผ้าปิดปากดีๆมาใช้เพื่อไม่ให้กินฝุ่นหนักๆ และอีกเรื่องคือต้องระมัดระวังในการเดินทางมากขึ้น เช่น การเดินข้ามถนนหรือการโหนรถสองแถวหรือรถเมล์ เป็นต้น

ทุกวันนี้ไปที่ทำงานมีแต่คนมองว่าจนลง (ซึ่งมันก็จริงแหละ 555) แต่ผมกลับรู้สึกดีกว่าตอนขับรถเสียอีก

หลังจากนี้ เมื่อรถเสร็จก็คงจอดทิ้งไว้ที่บ้านเฉยๆแล้ว เดินทางสาธารณะแบบนี้แหละ แต่อาจจะมีขับเล่นใกล้ๆนิดๆหน่อยๆ เพื่อไม่ให้เครื่องโทรม ใครจะว่ายังไงก็ช่าง ผมโอเคแค่นี้ 😂😂😂
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่