คุณก็สามารถเป็น supporting system ที่ดีของคนอื่นได้

*กระทู้นี้เป็นกระทู้ระบายค่ะ*
     supporting system ที่ดีที่ให้คำนิยามโดยฟรัง นรีกูล จากคลิปเทคนิคการแบ่งเวลาแบบฟรังๆ 24 ชั่วโมงมันได้อะไรมากกว่าที่คิด!! https://www.youtube.com/watch?v=TtbvitlpqDE คือ การมีคนสนับสนุนที่ดี พ่อแม่พี่น้อง เพื่อน คนรอบข้าง ที่สนับสนุนและหวังดีต่อเรา โดยฟางได้ยกตัวอย่างไว้ในคลิปที่แนบมาด้านบน
     โดยส่วนตัวเราคิดว่าการเป็น supporting system ที่ดีอย่างง่ายๆ คือ การไม่พูดบั่นทอนกำลังใจกัน ไม่พูดทำร้ายจิตใจกันและกัน เราอยากให้ทุกคนคิดก่อนพูด อาจจะไม่ต้องพูดอย่างที่คิดทั้งหมด หรือพูดอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์ซ้ำยังเกิดผลเสีย ก็อย่าพูดเลยจะดีกว่า อันนี้คือสิ่งที่เราอยากบอกทุกคน การพูดตอนที่เราโมโหหรือโกรธมันอาจเป็นคำที่ฝังรากลึกในใจคนที่ฟังก็เป็นได้ ซึงบางคนอาจมูฟออนออกจากตรงนั้นแต่ก็ไม่ใช้สำหรับทุกคน
     มาถึงเรื่องของเราซึ่งมันอาจจะไม่เกี่ยวกับที่เขียนมาข้างต้น แต่เราอยากระบายมันออกมาในกระทู้นี้ เพราะเราคงไม่สามารถพูดให้คนรอบข้างฟังได้ เพราะสุดท้ายก็มีแต่ปัญหา มีแต่สร้างความกังวลให้กับคนอื่น (แต่ถ้ามันถึงขีดสุดเราคิดว่าจะไปปรึกษาจิพแพทย์อยู่) เราเรียนอยู่ในสาขาๆหนึ่งที่ต้องอ่านหนังสือตลอดเวลา เรียนแบบ active เรียกว่าเปิดเทอมก็อ่านหนังสือเตรียมสอบมิดเทอมแล้ว สองสัปดาห์ต่อมาสอบมิดเทอมอีก หนึ่งเดือนต่อมาสอบไฟนอล ซึ่งเราต้องอ่านหนังสือตลอดเวลา จำได้บ้าง จำไม่ได้บ้าง สุดท้ายก็ต้องอ่าน การเรียนที่หนักบวกกับการอ่านหนังสือทำให้เราเครียด ขนาดที่ว่าเราร้องไห้ตอนที่เห็นคนเดินผ่านกลับจากกินข้าว ช็อปปิ้ง ตีสองกลับจากร้านเหล้าในขณะที่เรานั่งอ่านหนังสืออยู่ เราไม่คิดอยากจะไปร้านเหล้าหรอก แต่ไม่ใช้แค่มีเวลากินข้างแค่ครึ่งชั่วโมง เสร็จแล้วก็ต้องมาอ่านหนังสือต่อ เราแค่อยากนอนโง่ๆสักชั่วโมง แต่นั่นก็ทำไม่ได้ 
     พอเราว่างตอนยังไม่สอบ เสาร์อาทิตย์เราก็อยากพัก ...
     บ้านเรากับที่เรียนถือว่าอยู่ใกล้กัน (3 ชั่วโมงถึง) แต่เราไม่ชอบเดินทาง ไม่ชอบความร้อน ทำให้เราไม่อยากกลับบ้าน เราอยากพัก เราเข้าใจว่าในตอนที่มีโอกาสกลับไปหาครอบครัวก็ควรทำ ควรกลับบ้านบ้าง แต่เราเหนื่อยมาก เราเหนื่อยจริงๆ พอเราไม่กลับบ้านบ่อยครั้งเข้า พี่เราก็บอกให้เรากลับบ้านบ้าง หลายๆครั้งเข้าก็เริ่มไม่ค่อยเข้าใจกัน มันอ่านหนังสือเยอะขนาดนี้เลยเหรอ ถึงไม่กลับบ้าน เราเหนื่อย ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากเป็นแบบนี้ อยากให้เข้าใจกันบ้าง ถึงเราไม่กลับบ้านแต่ที่บ้านก็มาหา เราผิดขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมทุกอย่างถึงเป็นแบบนี้ //เราไม่อยากคิดกับพี่แบบนี้ แต่มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
     ปี 61 ที่ผ่านมาเราเกิดทะเลาะกับพี่ ไม่เข้าใจกัน ซึ่งเราผิดเอง แต่ความผิดครั้งนี้เป็นความผิดครั้งแรก ตั้งแต่เกิดมาเราไม่เคยทำอะไรแบบนี้ ทำไมพี่ถึงว่าเราแรงขนาดนี้ พี่เราพูดว่า เราจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้องได้ยังไง พูดเหมือนเรามีนิสัยไม่ดีแบบนี้ได้ยังไง นิสัยที่ว่าคือเราประหยัดมากเกินไป ทำไมถึงไม่แบ่งปันคนอื่น (การที่เราเป็นแบบนี้มันมีสาเหตุที่รุนแรงมาก ซึ่งเราฝังใจมา 7 ปีแล้ว) การทะเลาะกันครั้งนี้มันรุนแรงมาก และมันทำให้เราได้รู้ว่าความจริงพี่มองเราเป็นคนยังไง สุดท้ายมันทำให้เราเสียใจมาก เราเสียใจมากจริงๆ แม้มันจะผ่านมาเป็นปีเราก็ยังจำมันได้ มันอยู่ในใจเราตลอด เราร้องไห้ทุกครั้งที่คิดถึงมัน บางครั้งก่อนไปเรียนถ้ามีเรื่องนี้ขึ้นมาในหัว เราก็จะต้องตาบวมไปเรียน 
     เรื่อง 2 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฝังอยู่ในใจเรา ซึ่งเราเป็นคนไม่มูฟออนค่ะ เราขอโทษที่ตรงนี้ด้วย ขอโทษตัวเองที่เป็นแบบนี้ แล้วก็ขอโทษคนที่เราคิดแบบนี้ด้วย แต่เราเสียใจมากจริงๆ
     ขอให้ทุกคนที่ได้อ่านกระทู้นี้แม้เราจะมีsupporting system ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เราขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ตัวเราเองสามารถเป็น supporting system ที่ดีให้กับครอื่นได้ อย่างที่เราบอกว่าสิ่งที่ง่ายที่สุดคือ "คำพูด" เวลาที่เราโกรธหรือโมโห เราอย่าพึ่งพูดอะไรออกมาเลย เพราะในตอนนั้นเราก็ต้องคิดว่า สิ่งที่เราคิดอยู่มันถูกที่สุด แล้วใช้คำพูดฟาดฟันให้เราชนะ สุดท้ายทั้งสองฝั่งก็แพ้ แล้วหัวใจที่มันร้าวหรือแตกเอาความจริงคือมันไม่สามารถกลับมาเป็นแบบเดิมได้หรอกค่ะ ขอให้ทุกคนใจเย็นก่อน อย่าพูดอะไรออกมาเลย พอเราใจเย็นแล้วคิดทบทวนแล้วว่าอีกฝ่ายผิดจริงๆ เราค่อยอธิบาย ค่อยให้เหตุผล ค่อยสอบเค้าทีหลังก็ยังไม่สาย สุดท้ายเราก็ไม่ต้องผิดใจกันและเราก็ได้อธิบายเหตุผลว่าทำแบบนี้ไม่ถูกให้เค้าได้ฟังด้วย
     "เมื่อเรายังไม่พูด เรายังคงเป็นนายคำพูด แต่เมื่อเราพูดไปแล้ว คำพูดจะเป็นนายเรา" ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้ค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่