คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 20
เพราะเขาทำทีมฟุตบอลครับ
ถ้าจะให้วิจารณ์ตรงๆคือ หลายทีมในไทยลีก ทำฟุตบอลเพราะเรื่องอื่นๆ
บางทีมทำฟุตบอลเพื่อชื่อเสียงทางการเมือง ไม่ได้คิดว่าจะพัฒนาทีมของตนไปไหนอย่างจริงจัง
แค่พยายามทำให้คนในจังหวัดดูจะมีศูนย์รวมแรงเชียร์ เป็นภาพลักษณ์เพื่อฐานเสียงเป็นหลัก
เพราะผู้บริหารไม่เคยแสดงออกว่าอยากเป็นแชมป์อย่างจริงจังอะไรเลย เรียกว่าขาดเป้าหมายทางฟุตบอลอย่างแท้จริง
พอมาเป็นนักการเมืองก็ไม่เคยที่จะแสดงออกว่าตนเองอยากจะเป็นอะไรที่มากกว่าการเป็น ส.ส. พื้นที่เลย
เรียกว่าเป็นจิตวิญญาณแบบไม่ทะเยอทะยานเลย
บางทีมทำทีมฟุตบอลเพราะผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจสื่อของตน พอฟุตบอลไม่ได้ช่วยให้ธุรกิจหลักของตนดีขึ้น
ฟุตบอลก็กลายเป็นภาระที่ต้องปล่อยวาง เพราะไม่มีเหตุผลที่จะต้องลงทุนอะไรมากมายอีกต่อไป
เรียกว่าหลายทีมในไทยนั้น ไม่สามารถสร้างผลประโยชน์จากฟุตบอลได้
ดังนั้นฟุตบอลจึงมีหน้าตาคล้ายๆภาระในการสร้างภาพลักษณ์มากกว่า ที่จะเป็นแหล่งผลประโยชน์
มีเพียงไม่กี่ทีมเท่านั้นที่มีเป้าหมายในการบริหารทีมฟุตบอล มีเป้าหมายทางฟุตบอล ในฐานะผลประโยชน์ที่จะมีได้โดยตรง
ดังนั้นการทุมเทจึงแตกต่างกันอย่างชัดเจนครับ
การทุมเทของผู้บริหาร ก็จะสร้างวัฒนธรรมองค์กร ที่ส่งผลต่อทุกๆคนในองค์กร ให้มีเป้าหมาย และทุมเทเช่นกัน
ดังนั้นถ้า ผู้บริหารมองว่ามันคือภาระ มันก็จะสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มองว่าองค์กรคือภาระเช่นกัน
มันคือวัฒนธรรมของผู้กระหายชัยชนะ และวัฒนธรรมผู้ที่ไม่พยายามที่จะชนะ แต่แค่อยากจะหนีไปที่อื่นที่สามารถชนะได้ง่ายกว่า
ถ้าจะให้วิจารณ์ตรงๆคือ หลายทีมในไทยลีก ทำฟุตบอลเพราะเรื่องอื่นๆ
บางทีมทำฟุตบอลเพื่อชื่อเสียงทางการเมือง ไม่ได้คิดว่าจะพัฒนาทีมของตนไปไหนอย่างจริงจัง
แค่พยายามทำให้คนในจังหวัดดูจะมีศูนย์รวมแรงเชียร์ เป็นภาพลักษณ์เพื่อฐานเสียงเป็นหลัก
เพราะผู้บริหารไม่เคยแสดงออกว่าอยากเป็นแชมป์อย่างจริงจังอะไรเลย เรียกว่าขาดเป้าหมายทางฟุตบอลอย่างแท้จริง
พอมาเป็นนักการเมืองก็ไม่เคยที่จะแสดงออกว่าตนเองอยากจะเป็นอะไรที่มากกว่าการเป็น ส.ส. พื้นที่เลย
เรียกว่าเป็นจิตวิญญาณแบบไม่ทะเยอทะยานเลย
บางทีมทำทีมฟุตบอลเพราะผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจสื่อของตน พอฟุตบอลไม่ได้ช่วยให้ธุรกิจหลักของตนดีขึ้น
ฟุตบอลก็กลายเป็นภาระที่ต้องปล่อยวาง เพราะไม่มีเหตุผลที่จะต้องลงทุนอะไรมากมายอีกต่อไป
เรียกว่าหลายทีมในไทยนั้น ไม่สามารถสร้างผลประโยชน์จากฟุตบอลได้
ดังนั้นฟุตบอลจึงมีหน้าตาคล้ายๆภาระในการสร้างภาพลักษณ์มากกว่า ที่จะเป็นแหล่งผลประโยชน์
มีเพียงไม่กี่ทีมเท่านั้นที่มีเป้าหมายในการบริหารทีมฟุตบอล มีเป้าหมายทางฟุตบอล ในฐานะผลประโยชน์ที่จะมีได้โดยตรง
ดังนั้นการทุมเทจึงแตกต่างกันอย่างชัดเจนครับ
การทุมเทของผู้บริหาร ก็จะสร้างวัฒนธรรมองค์กร ที่ส่งผลต่อทุกๆคนในองค์กร ให้มีเป้าหมาย และทุมเทเช่นกัน
ดังนั้นถ้า ผู้บริหารมองว่ามันคือภาระ มันก็จะสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มองว่าองค์กรคือภาระเช่นกัน
มันคือวัฒนธรรมของผู้กระหายชัยชนะ และวัฒนธรรมผู้ที่ไม่พยายามที่จะชนะ แต่แค่อยากจะหนีไปที่อื่นที่สามารถชนะได้ง่ายกว่า
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
วิเคราะห์ทีครับ ผมแฟนบุรีรัมย์นะครับ แต่ก็ยังงงว่าทำไม ทีมถึงอยู่ระดับ Top ตลอด
ตัวนอกบอกตามตรง แย่สุดๆ เท่าที่เคยมีมาเลย
ตัวไทย ก็ไม่ใช่ตัวหลักทีมชาติ คือสภาพตอนนี้ ตัวไทยด้วยซ้ำที่แบกๆตัวนอก
ระยะห่างของทีม ในไทยลีค ก็ลดลงมาก การจะยิงถล่ม 4-5 ลูกแบบเมื่อก่อนแทบไม่มีให้เห็นแล้ว
จะบอกว่าทีมอื่นตกลงไป ผมเห็นก็มีแค่ เมืองทองทีมเดียวที่ตกลงไปแบบชัดเจน
โค้ช ก็ทุกวันนี้ยังโดนว่ามี เฮดของเฮดโค้ชอยู่
ตกลงผมเลยงงจริงๆ อันนี้เรื่องจริง ว่า ทำไม บุรีรัมย์ถึงยังอยู่ระดับ Top ได้ครับ ฤดูกาลนี้