Review: Where We Belong (คงเดช จาตุรันต์รัศมี, 2019) รีวิวโดย Form Corleone

Where We Belong (คงเดช จาตุรันต์รัศมี, 2019) คะแนน A+ (10/10)


"ความปวดร้าวที่แสนอ่อนโยน ความรู้สึกที่แสนเปราะบาง" Where We Belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า ไม่ใช่แค่หนังเด็กวัยรุ่นก้าวผ่านพ้นวัยเพียงอย่างเดียว แต่หนังยังสะท้อนปัญหาทางสังคมและเสียดสีทิ่มแทงระบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบการเมือง ระบบครอบครัว ระบบการศึกษา การอยู่หรือไม่อยู่ ฯลฯ ทั้งหมดสอดประสานกันได้อย่างอ่อนโยนและให้จังหวะพอเหมาะพอดี วิธีดำเนินเรื่องของหนังที่เชื่องช้าจึงสร้างพลังให้เราได้ครุ่นคิดตลอดเวลาว่าเหตุใดตัวละครจึงเป็นเช่นนี้ และเพราะอะไร ทำไมตัวละครถึงเลือกแบบนี้ หนังทิ้งช่วงระยะห่างของคนดูและค่อย ๆ พาเราเข้าใกล้ตัวละครอย่างถึงที่สุด ความเจ็บปวดทั้งความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ความเจ็บปวดของคนในครอบครัว ความเจ็บปวดป่วยไข้ของสังคม ความน้อยเนื้อต่ำใจในที่ที่เราอาศัยอยู่ ทั้งหมดทั้งมวลถูกร้อยเรียงและเชื่อมโยงเข้าหากันได้อย่างละมุนลุ่มลึก


หนังเลือกใช้ตัวละครสองตัวเป็นแกนหลักคือ 'ซู (เจนนิษฐ์)' เด็กสาวที่กำลังจะได้ทุนไปเรียนต่อประเทศฟินแลนด์ และช่วยครอบครัวทำธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยว 'เบล (มิวสิค)' เพื่อนสาวที่คอยรองรับอารมณ์และจัดการปัญหาของซู พร้อมทั้งดูแลคุณย่าที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้ว ในช่วงเริ่มต้นเรามีความรู้สึกว่าตัวละครสองตัวนี้มีความสัมพันธ์ที่ต้องมากกว่าเพื่อนกันในท้ายสุดหรือเปล่า แต่หนังก็ไม่ได้ไปไกลหรือล้ำเส้นมากกว่าเพื่อน หนังเพียงค่อย ๆ ทำให้เรามองเห็นความสัมพันธ์ของเพื่อนที่แสนดีมีความเป็นธรรมชาติ กับเพื่อนที่ไม่ได้แสดงออกถึงความใส่ใจ มีอารมณ์เข้าถึงยาก ความสัมพันธ์ทั้งสองคนจึงไม่เคยเท่ากันได้เลย ความน่าเศร้าคือตัวเบลเป็นคนแบกรับความไม่เท่ากันนี้ แต่เหนืออื่นใด ตัวซูก็พยายามทำความสัมพันธ์ให้ดีที่สุดเท่าที่ตัวเองจะพยายามทำได้แล้ว เราจึงมีความเห็นอกเห็นใจทั้งสองตัวละคร และแน่นอนว่าเราอินกับตัวละครสองตัวนี้มาก เรารู้สึกเจ็บปวดกับความสัมพันธ์ที่ไม่เท่ากันแต่ก็ทำดีที่สุดได้แค่นี้เอามาก ๆ


นอกจากนักแสดงนำสองคนที่แสดงกันได้อย่างยอดเยี่ยม ถ่ายทอดอารมณ์รับส่งบทกันได้อย่างไหลลื่น ยังมีฉากดราม่าที่ทรงพลังมาก ๆ ชื่นชมน้องเจนนิษฐ์ ที่สร้างคาแรกเตอร์ซูได้มีมิติและมีความนึกคิดเชิงลึกเข้าใจยาก แต่พอความรู้สึกเหล่านั้นระเบิดออกมา เราถึงกลับจุกอกและไปไม่เป็นเหมือนกัน ไม่น่าเชื่อเลยว่าน้องจะแสดงได้ดีขนาดนี้ ด้วยความยาว 130 นาที น้องสามารถแบกตัวละครตัวนี้ได้ตลอดจนจบ เป็นงานที่ไม่ง่ายกับบทที่เข้มข้นสื่ออารมณ์มาก ๆ ส่วนน้องมิวสิคทำตัวละครเบลออกมาจนเรารู้สึกเห็นใจและเป็นตัวละครที่อยากปลอบประโลมมากที่สุดในเรื่อง ตัวละครเบลในเรื่องไม่ได้ถูกเฉลยหรือบอกให้เรารู้สึกสบายใจเท่าตัวละครซู เพราะเป็นตัวละครที่มาสนับสนุนตัวละครซู ในส่วนของตัวประกอบทุกคนแสดงกันได้น่าจดจำและมีประเด็นที่จับต้องได้ ซับพล็อตของหนังมีประเด็นสาระที่ดีแทบทุกส่วน บทภาพยนตร์ดีงามและให้ข้อคิด เสียดสี ตลก อมยิ้ม พร้อมเพลงประกอบดี ๆ


อย่างไรก็ตาม หนังก็มีความอินดี้ตามสไตล์ของผู้กำกับและมีช่วงการตัดสลับฉากกระซากอารมณ์จนเรารู้สึกว่าเร็วเกินไปในบางฉาก แต่หลายคนอาจบอกว่าช้าเกินไปก็ได้ และถ้าจะมองภาพน้อง ๆ เป็น BNK48 ก็ต้องยอมรับว่าภาพเหล่านั้นหายไปหมดเหลือเพียงเด็กสาวบ้านนอกตัวเล็ก ๆ ที่เราเชื่อว่าพวกเธอเป็นเด็กต่างจังหวัดจริง ๆ ประกอบกับบรรยากาศความโดดเดี่ยวเงียบเหงาอย่างคนต่างจังหวัดชัดเจนอยู่ตลอดเวลา ความเป็นธรรมชาติระหว่างเพื่อน ๆ คำหยาบระหว่างหมู่เพื่อน ทำให้เรายิ่งรู้สึกถึงความจริงใจ และไม่ติดภาพไอดอลที่ผู้คนต้องเสียเงินไปจับมือ แต่เป็นนักแสดงจริง ๆ ท้ายสุด Where We Belong หนังของผู้กำกับ คงเดช จาตุรันต์รัศมี ยังคงมีสไตล์และพาเราไปพบกับจุดไคลแม็กซ์ของหนังในช่วงเวลาหนึ่งเพื่อให้หนังได้คลี่คลายปมปัญหาของตัวเอง แต่หนังเองก็ยังพาเราไปเจอกับปัญหาก้อนใหญ่และตั้งคำถามให้เราคิดต่อเองอีกครั้งเมื่อหนังจบลงไปแล้วซึ่งเป็นสไตล์เฉพาะตัวมาก ๆ และเราคิดว่าเป็นข้อดีอีกส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เพราะมันทำให้สังคมเกิดคำถามหลังหนังจบว่าจะเป็นอย่างไรต่อ ซึ่งเราคิดว่าเป็นคำถามที่สำคัญมากกว่าคำถามที่ถูกเฉลยไว้ภายในเรื่องเสียอีก...


ขอให้มีความสุขกับการรับชมภาพยนตร์ครับ ยิ้ม

ตัวอย่าง

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ติดตามรีวิวภาพยนตร์ได้ที่
Page: https://www.facebook.com/MoviesDelightClub/ 
Blog: http://moviesdelightclub.blogspot.com/
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่