ปีไหนไม่ปัง ไปปีนังปังแน่นอน !!!! (เกี่ยวกันไหมนั้นไม่แน่ใจเหมือนกันนะ)
สวัสดี สมาชิกชาวพันทิป ทุกท่านนะ วันนี้กลับมา แนะนำ ทริปการท่องเที่ยวแบบง่าย ๆ สบายกระเป๋า และ ประหยัดเวลา ในราคา ประมาณ 6,000 บาทเท่านั้นเอง
เนื่องจากได้เห็นเพื่อน ๆ ในพันทิปหลายท่านได้ไปสัมผัสประเทศที่มีความหลากหลายทาง เชื้อชาติ และ วัฒนธรรม อีกเมืองหนึ่งของโลก อย่าง เมือง จอร์จทาวน์ (George Town) ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็น แหล่งมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมในปี 2008 (World Cultural Heritage City) และแน่นนว่า สตรีทอาร์ต ชื่อดังหลาย ๆ ภาพ ผู้คนให้ความสนใจและอยากไปสัมผัสรวมไปถึงผมเองก็ด้วย
รายละเอียด
1. ค่าห้อง พัก แบบ โฮสเทล ห้องเดียว 1 เตียง ห้องน้ำรวม ราคา ที่ 892.47 บาท (ยังไม่รวมค่า ภาษีนักท่องเที่ยว 10 RM/คืน)
2. ค่าใช้จ่ายระหว่าง ทริป เนื่องจาก ไม่ได้มีอะไรที่อยากได้ หรือ อยากซื้อเป็นพิเศษ ที่ ปีนัง เลยตัดสินใจแลกเงินไปแค่ 500 RM เรทตอนนั้น แค่ 7.22 บาท ต่อ 1 RM ยอดอยู่ที่ 3,610 บาท เหลือกลับมาอยู่นะนั้น เกือบ 50 RM กันเลยทีเดียว
3. การเดินทางครั้งนี้ ใช้บริการของ Air Asia ก็ต้องจับจองช่วงเวลากันให้ดี ๆ นะ ช่วงโปรโมชั่นนี้ ราคาไป-กลับ หลักไม่ถึงพันก็มี หลักพันนิด ๆ ก็มี แต่สำหรับผมครั้งนี้ ใช้คะแนน Big Point แลกไปเลย และเสียค่าธรรมเนียมประมาณ 1,500 บาท ซึ่งการเดินทาง สามารถเลือกได้ทั้งหมด 3 แบบ
- เครื่องบิน หลายสายการบินให้บริการแล้วแต่ โปรโมชั่นที่เจอ แต่จากที่เห็นส่วนมาก จะนั่งเครื่องมาลงที่หาดใหญ่ แล้ว นั่งรถตู้ต่อไปอีก
- รถไฟ จาก กรุงเทพ ไปลง ที่ หาดใหญ่ แล้วต่อรถตู้ข้ามแดนไป หรือ จะนั่งยาวไป บัตเตอร์เวริด หรือ จะลงที่ด่านปาดังเปซาร์ ก็อยู่ที่จะเลือกกัน
- ขับรถข้ามแดนกันไปเลย การจราจรที่ปีนัง ขับรถทางซ้ายมือ เหมือนเมืองไทย ง่ายมาก แต่ต้องเตรียมพร้อมในการทำเอกสารเพื่อนำรถออกนอกประเทศแบบข้ามแดนก่อนนะ เท่าที่ทราบ หากรถยังไม่ใช่ที่เป็น บุคคล ที่อยู่ในทริปเดินทาง ประเทศไทยไม่อนุญาตให้ออกนอกประเทศนะ
จากรูปแบบการเดินทางด้านบน จะมีลักษณะคล้ายกันตรงที่ ถ้าลงหาดใหญ่ จังหวัด สงขลา ต่อรถตู้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงนะไปส่งถึงหน้าโรงแรมเลยด้วย สะดวกมาก ๆ สำหรับมือใหม่
เที่ยวบินของผมในครั้งนี้
ราคาปกติหากไม่นำคะแนนมาแลก
ส่วนต่างที่ต้องจ่าย อันไหนประหยัดได้ก็ประหยัดกันไป

การเตรียมตัวก่อนเดินทาง
1. การเดินทางเลือกกันได้เลยจากด้านบน สะดวกแบบไหน เวลาเยอะ เวลาน้อย ก็ ว่ากันไป
2. ที่พัก แล้วแต่ ราคาที่รับกันได้ แต่ถ้าใน มุมมองของผม การพักในย่าน จอร์จทาวน์ ถือ ว่าเป็นการตัดสินใจที่ดี และ ลงตัวที่สุด โดยเฉพาะ ถนน Love Lane และ ใกล้เคียงสามารถเดินไปต่อได้หลายมุมมาก ทั้ง Chinatown, Littel India, Jetty, Komtar(แหล่งหลักที่มีห้างสรรพสินค้า, สถานีรถบัส ฯลฯ)
3. การเดินทางในเมือง จอร์จทาว์น และ รอบเกาะปีนัง สะดวกสะบายด้วยรถบัส ที่ ราคาไม่แพง ราคาเริ่มต้นที่ 1.4 RM และแพงสุดที่ผมจ่าย 2.7 RM (เตรียมเงินให้พอดีไม่มีการทอนเงินนะครับ) และ ครอบคลุมทั้งเกาะ รวมไปถึง เป็นรถปรับอากาศทั้งหมด ที่โดดเด่นกว่านั้น รองรับผู้พิการทีใช้วีลแชร์, ผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือ, เด็ก (เพิ่มเติม ในช่วงที่รถหยุดเพื่อรับส่งผู้โดยสาร หาก เป็นคนชรา และ เด็ก ตัวรถจะมีโช็คอัพ เพื่อลดระดับความสูงของรถลงมา เพื่อให้ ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ไม่ต้องก้าวเท้าสูง รวมไปถึงมีทางลาดเพื่อเข็นรถ วีลแชร์ขึ้นอีกด้วย คนปกติ ต้องขึ้นด้านหน้ารถ และ ลงด้านหลัง ผมนี้อยากจะเอามาไว้ในเมืองไทยจังเลย พนักงานขับรถมีมารยาท และ ให้เกียรติกับทุกคนจริง ๆ
4. ซิมการ์ด ปัญหาระดับชาติของนักเที่ยว เอาที่สะดวก หากเติมจากเมืองไทยก็ แล้วแต่ค่ายบริการ แล้ว แต่รัก ส่วนตัวผมเลือกไปซื้อซิมที่โน้น สัญญาณ 4G เหมือนบ้านเรา และ ค่ายบริการก็เหมือนบ้านเราอีก ที่ผมเห็นมี 2 ค่าย คือ 1. Digi โลโกนี้ของดีแทคชัดเจนมาก 2. Tunetalk อันนี้น่าจะเหมือน True นะ ลองดูที่โปรโมชั่นกันเอง ผมเลือก เจ้าแรก เพราะราคาถูกสุด ที่ 28 RM เป็นค่า ซิมการ์ด 10 RM และ เติมเงิน 18 RM ได้เน็ด 10GB ส่วนอีกเจ้าราคารวม 38 RM แต่เป็นแบบ Unlimited ตอนแรกคิดว่าจะพอ ไป ๆ มา ๆ หมดครับพี่น้องไม่พอ สำหรับ 3 วัน คงหมดไปกัน Maps เยอะไปหน่อย ครั้งหน้าคงจะต้องใช้ Tunetalk ครอบคลุมสุด ๆ
5. ปลั๊ก อันนี้ ต้องเตรียมตัวดี ๆ นะ ถ้าใครที่มี Universal Plug อยู่แล้วก็รอดไป ถ้าใครไม่มีไม่ต้องกังวลไป เพราะโฮสเทสส่วนมากจะมีเตรียมไว้ให้ ยืม นะอย่างกรณีของผม ต้องเอาเงินวางมัดจำ 5 RM แล้วตอนคืนเค้าก็จะคืนเงินให้เช่นกัน หายห่วง
6. อาหารการกิน - พูดได้เต็มปากว่า ถูก และ ดี ถ้าเทียบกับไทยราคาพอ ๆ กับเมืองไทย แต่ เนืองจาก อาหารข้างทางหลายอย่าง เมือเทียบกับใครแล้ว ความหลากหลายอาจจะไม่เยอะ แต่ รสชาติ ปริมาณ และ คุณภาพ พอ ๆ กับไทย ต้องเลือกร้านหน่อยนะ หลายร้านก็ไม่ค่อยสะอาด แต่น้อยมากกที่จะเจอ
7. สภาพอากาศ ร้อนเหมือนไทย ผมนี้เปียกไปหมด ไม่มีความรู้สึกแห้งเลยแม้แต่นาทีเดียว จนกว่าจะกลับเข้าโรงแรม เตรียมเสื้อผ้าบาง ๆ ไปหน่อยนะ ส่วนร่มไม่ต้องหอบกันไปนะ หลาย ๆ โรงแรมมีให้ยืม แต่ส่วนมากจะใส่หมวกกันไปง่ายดี และ ครีมกันแดด อย่าลืมเด็ดขาด แดดแรงจริงจังมาก ไม่รู้ว่าโชคดี หรือ โชคร้าย เพราะว่าไม่เจอฝนเลยแม้แต่เม็ดเดียว !!!
พร้อมแล้วลุยกันเลย ! ลืมบอก ทริปของผมเน้นกิน ส่วนการเที่ยวไม่ได้วางแผนเลยว่าอยากไปไหนบ้าง ส่วนมากหาที่หลักแล้วก็เดินแวะไปเรื่อยเดินเยอะมากนะ ไปเที่ยวที่ไหนบ้าง
1. จอร์จทาวน์ (แค่รอบ จอร์จทาว์นก็คุ้มมาก)
2. คอมตาร์
3. ไซน่าทาวน์
4. ลิตเติ้ล อินเดีย
5. หมู่บ้านริมทะเล เจตตี้
6. วัดไชยมังคลาราม
7. วัดพม่า (ตรงข้ามกับวัดไชยมังคลาราม)
8. วัดบุปผาราม
9. วัดเต่า
10. ปีนังฮิลล์
เริ่มจาก ลงเครื่องที่ สนามบิน นานาชาติปีนัง จากนั้น ให้มองหาป้ายรถบัส สนามบินไม่ใหญ่ ป้ายสังเกตุ มีตลอด สามารถเดินทางไปยัง คอมตาร์ (Komtar) โดยใช้รถบัส หมายเลข 401 หรือ 401E ได้เลย สำหรับผม เดินทางไป จอร์จทาว์น โดยรถ ถ้าผมจำไม่ผิด ใช้รถหมายเลข 102 โดยสอบถามจากพนักงานขับรถได้เลย แต่ถ้า เพื่อน ๆ จะต่อไปเขตอื่นการเริ่มต้นจาก สถานี คอมตาร์ คือ เรื่องที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดไม่หลง แน่นอน และ อย่าลืม เปิด Google Map กันด้วยเน้อ บอกสายรถทุกสายตามปลายทางที่อยากไป แต่เวลาที่แสดงบนแอปอย่าไปสนใจนะ ไม่เคยตรง ถึงเร็วบ้าง ช้าบ้างก็แล้วแต่การจราจร
เวลาการให้บริการ และ เส้นทางที่รถบัสผ่าน เห็น ป้ายไหน โบกเลยพี่น้อง หยุดทุกคันไม่มีปาดหน้าจอด ไม่มีบีบแตร่ลั่น
บรรยากาศภายในรถบัส มีจอบอกชื่อป้าย แอร์เย็นดี สะอาด สะดวกมาก (แต่เพื่อนร่วมทางอาจจะทำให้กังวลหน่อย คุยโทรศัพท์เสียงดังมากบนรถ ซึ่งเค้าไม่ได้ห้ามไง)

สำหรับการเลือกสถานที่เที่ยวนั้น ขึ้นอยู่กับว่า เพื่อน ๆ สนใจแนวไหน ธรรมชาติ, ศิลปะ, วัฒนธรรม ส่วนตัวไม่ค่อย ถนัดเรื่อง ศิลปะ สักเท่าไหร่เลยเน้นไปทาง วัฒนธรรมซะเป็นส่วนมาก เกาะปีนัง มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ และ ศาสนา เหมือนเมืองไทยเลย ประกอบไปด้วย พุทธ, คริสต์, อิสลาม, ฮินดู อยู่ในเมืองเดียวกัน อันนี้หล่ะ คือ เสน่ห์ อย่างหนึ่งที่ผมประทับใจมาก
มาดูรูปกันเลยว่า ไปไหนกันมาบ้าง
หนีแม่มา Backpack ตอน ปีนัง มาเลเซีย 3 วัน 2 คืน
สวัสดี สมาชิกชาวพันทิป ทุกท่านนะ วันนี้กลับมา แนะนำ ทริปการท่องเที่ยวแบบง่าย ๆ สบายกระเป๋า และ ประหยัดเวลา ในราคา ประมาณ 6,000 บาทเท่านั้นเอง
เนื่องจากได้เห็นเพื่อน ๆ ในพันทิปหลายท่านได้ไปสัมผัสประเทศที่มีความหลากหลายทาง เชื้อชาติ และ วัฒนธรรม อีกเมืองหนึ่งของโลก อย่าง เมือง จอร์จทาวน์ (George Town) ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็น แหล่งมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมในปี 2008 (World Cultural Heritage City) และแน่นนว่า สตรีทอาร์ต ชื่อดังหลาย ๆ ภาพ ผู้คนให้ความสนใจและอยากไปสัมผัสรวมไปถึงผมเองก็ด้วย
รายละเอียด
1. ค่าห้อง พัก แบบ โฮสเทล ห้องเดียว 1 เตียง ห้องน้ำรวม ราคา ที่ 892.47 บาท (ยังไม่รวมค่า ภาษีนักท่องเที่ยว 10 RM/คืน)
2. ค่าใช้จ่ายระหว่าง ทริป เนื่องจาก ไม่ได้มีอะไรที่อยากได้ หรือ อยากซื้อเป็นพิเศษ ที่ ปีนัง เลยตัดสินใจแลกเงินไปแค่ 500 RM เรทตอนนั้น แค่ 7.22 บาท ต่อ 1 RM ยอดอยู่ที่ 3,610 บาท เหลือกลับมาอยู่นะนั้น เกือบ 50 RM กันเลยทีเดียว
3. การเดินทางครั้งนี้ ใช้บริการของ Air Asia ก็ต้องจับจองช่วงเวลากันให้ดี ๆ นะ ช่วงโปรโมชั่นนี้ ราคาไป-กลับ หลักไม่ถึงพันก็มี หลักพันนิด ๆ ก็มี แต่สำหรับผมครั้งนี้ ใช้คะแนน Big Point แลกไปเลย และเสียค่าธรรมเนียมประมาณ 1,500 บาท ซึ่งการเดินทาง สามารถเลือกได้ทั้งหมด 3 แบบ
- เครื่องบิน หลายสายการบินให้บริการแล้วแต่ โปรโมชั่นที่เจอ แต่จากที่เห็นส่วนมาก จะนั่งเครื่องมาลงที่หาดใหญ่ แล้ว นั่งรถตู้ต่อไปอีก
- รถไฟ จาก กรุงเทพ ไปลง ที่ หาดใหญ่ แล้วต่อรถตู้ข้ามแดนไป หรือ จะนั่งยาวไป บัตเตอร์เวริด หรือ จะลงที่ด่านปาดังเปซาร์ ก็อยู่ที่จะเลือกกัน
- ขับรถข้ามแดนกันไปเลย การจราจรที่ปีนัง ขับรถทางซ้ายมือ เหมือนเมืองไทย ง่ายมาก แต่ต้องเตรียมพร้อมในการทำเอกสารเพื่อนำรถออกนอกประเทศแบบข้ามแดนก่อนนะ เท่าที่ทราบ หากรถยังไม่ใช่ที่เป็น บุคคล ที่อยู่ในทริปเดินทาง ประเทศไทยไม่อนุญาตให้ออกนอกประเทศนะ
จากรูปแบบการเดินทางด้านบน จะมีลักษณะคล้ายกันตรงที่ ถ้าลงหาดใหญ่ จังหวัด สงขลา ต่อรถตู้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงนะไปส่งถึงหน้าโรงแรมเลยด้วย สะดวกมาก ๆ สำหรับมือใหม่
เที่ยวบินของผมในครั้งนี้
การเตรียมตัวก่อนเดินทาง
1. การเดินทางเลือกกันได้เลยจากด้านบน สะดวกแบบไหน เวลาเยอะ เวลาน้อย ก็ ว่ากันไป
2. ที่พัก แล้วแต่ ราคาที่รับกันได้ แต่ถ้าใน มุมมองของผม การพักในย่าน จอร์จทาวน์ ถือ ว่าเป็นการตัดสินใจที่ดี และ ลงตัวที่สุด โดยเฉพาะ ถนน Love Lane และ ใกล้เคียงสามารถเดินไปต่อได้หลายมุมมาก ทั้ง Chinatown, Littel India, Jetty, Komtar(แหล่งหลักที่มีห้างสรรพสินค้า, สถานีรถบัส ฯลฯ)
3. การเดินทางในเมือง จอร์จทาว์น และ รอบเกาะปีนัง สะดวกสะบายด้วยรถบัส ที่ ราคาไม่แพง ราคาเริ่มต้นที่ 1.4 RM และแพงสุดที่ผมจ่าย 2.7 RM (เตรียมเงินให้พอดีไม่มีการทอนเงินนะครับ) และ ครอบคลุมทั้งเกาะ รวมไปถึง เป็นรถปรับอากาศทั้งหมด ที่โดดเด่นกว่านั้น รองรับผู้พิการทีใช้วีลแชร์, ผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือ, เด็ก (เพิ่มเติม ในช่วงที่รถหยุดเพื่อรับส่งผู้โดยสาร หาก เป็นคนชรา และ เด็ก ตัวรถจะมีโช็คอัพ เพื่อลดระดับความสูงของรถลงมา เพื่อให้ ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ไม่ต้องก้าวเท้าสูง รวมไปถึงมีทางลาดเพื่อเข็นรถ วีลแชร์ขึ้นอีกด้วย คนปกติ ต้องขึ้นด้านหน้ารถ และ ลงด้านหลัง ผมนี้อยากจะเอามาไว้ในเมืองไทยจังเลย พนักงานขับรถมีมารยาท และ ให้เกียรติกับทุกคนจริง ๆ
4. ซิมการ์ด ปัญหาระดับชาติของนักเที่ยว เอาที่สะดวก หากเติมจากเมืองไทยก็ แล้วแต่ค่ายบริการ แล้ว แต่รัก ส่วนตัวผมเลือกไปซื้อซิมที่โน้น สัญญาณ 4G เหมือนบ้านเรา และ ค่ายบริการก็เหมือนบ้านเราอีก ที่ผมเห็นมี 2 ค่าย คือ 1. Digi โลโกนี้ของดีแทคชัดเจนมาก 2. Tunetalk อันนี้น่าจะเหมือน True นะ ลองดูที่โปรโมชั่นกันเอง ผมเลือก เจ้าแรก เพราะราคาถูกสุด ที่ 28 RM เป็นค่า ซิมการ์ด 10 RM และ เติมเงิน 18 RM ได้เน็ด 10GB ส่วนอีกเจ้าราคารวม 38 RM แต่เป็นแบบ Unlimited ตอนแรกคิดว่าจะพอ ไป ๆ มา ๆ หมดครับพี่น้องไม่พอ สำหรับ 3 วัน คงหมดไปกัน Maps เยอะไปหน่อย ครั้งหน้าคงจะต้องใช้ Tunetalk ครอบคลุมสุด ๆ
5. ปลั๊ก อันนี้ ต้องเตรียมตัวดี ๆ นะ ถ้าใครที่มี Universal Plug อยู่แล้วก็รอดไป ถ้าใครไม่มีไม่ต้องกังวลไป เพราะโฮสเทสส่วนมากจะมีเตรียมไว้ให้ ยืม นะอย่างกรณีของผม ต้องเอาเงินวางมัดจำ 5 RM แล้วตอนคืนเค้าก็จะคืนเงินให้เช่นกัน หายห่วง
6. อาหารการกิน - พูดได้เต็มปากว่า ถูก และ ดี ถ้าเทียบกับไทยราคาพอ ๆ กับเมืองไทย แต่ เนืองจาก อาหารข้างทางหลายอย่าง เมือเทียบกับใครแล้ว ความหลากหลายอาจจะไม่เยอะ แต่ รสชาติ ปริมาณ และ คุณภาพ พอ ๆ กับไทย ต้องเลือกร้านหน่อยนะ หลายร้านก็ไม่ค่อยสะอาด แต่น้อยมากกที่จะเจอ
7. สภาพอากาศ ร้อนเหมือนไทย ผมนี้เปียกไปหมด ไม่มีความรู้สึกแห้งเลยแม้แต่นาทีเดียว จนกว่าจะกลับเข้าโรงแรม เตรียมเสื้อผ้าบาง ๆ ไปหน่อยนะ ส่วนร่มไม่ต้องหอบกันไปนะ หลาย ๆ โรงแรมมีให้ยืม แต่ส่วนมากจะใส่หมวกกันไปง่ายดี และ ครีมกันแดด อย่าลืมเด็ดขาด แดดแรงจริงจังมาก ไม่รู้ว่าโชคดี หรือ โชคร้าย เพราะว่าไม่เจอฝนเลยแม้แต่เม็ดเดียว !!!
พร้อมแล้วลุยกันเลย ! ลืมบอก ทริปของผมเน้นกิน ส่วนการเที่ยวไม่ได้วางแผนเลยว่าอยากไปไหนบ้าง ส่วนมากหาที่หลักแล้วก็เดินแวะไปเรื่อยเดินเยอะมากนะ ไปเที่ยวที่ไหนบ้าง
1. จอร์จทาวน์ (แค่รอบ จอร์จทาว์นก็คุ้มมาก)
2. คอมตาร์
3. ไซน่าทาวน์
4. ลิตเติ้ล อินเดีย
5. หมู่บ้านริมทะเล เจตตี้
6. วัดไชยมังคลาราม
7. วัดพม่า (ตรงข้ามกับวัดไชยมังคลาราม)
8. วัดบุปผาราม
9. วัดเต่า
10. ปีนังฮิลล์
เริ่มจาก ลงเครื่องที่ สนามบิน นานาชาติปีนัง จากนั้น ให้มองหาป้ายรถบัส สนามบินไม่ใหญ่ ป้ายสังเกตุ มีตลอด สามารถเดินทางไปยัง คอมตาร์ (Komtar) โดยใช้รถบัส หมายเลข 401 หรือ 401E ได้เลย สำหรับผม เดินทางไป จอร์จทาว์น โดยรถ ถ้าผมจำไม่ผิด ใช้รถหมายเลข 102 โดยสอบถามจากพนักงานขับรถได้เลย แต่ถ้า เพื่อน ๆ จะต่อไปเขตอื่นการเริ่มต้นจาก สถานี คอมตาร์ คือ เรื่องที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดไม่หลง แน่นอน และ อย่าลืม เปิด Google Map กันด้วยเน้อ บอกสายรถทุกสายตามปลายทางที่อยากไป แต่เวลาที่แสดงบนแอปอย่าไปสนใจนะ ไม่เคยตรง ถึงเร็วบ้าง ช้าบ้างก็แล้วแต่การจราจร
เวลาการให้บริการ และ เส้นทางที่รถบัสผ่าน เห็น ป้ายไหน โบกเลยพี่น้อง หยุดทุกคันไม่มีปาดหน้าจอด ไม่มีบีบแตร่ลั่น
บรรยากาศภายในรถบัส มีจอบอกชื่อป้าย แอร์เย็นดี สะอาด สะดวกมาก (แต่เพื่อนร่วมทางอาจจะทำให้กังวลหน่อย คุยโทรศัพท์เสียงดังมากบนรถ ซึ่งเค้าไม่ได้ห้ามไง)
มาดูรูปกันเลยว่า ไปไหนกันมาบ้าง