**ขอเกริ่นก่อนนะครับ ถ้าไม่ประสงค์อ่านข้ามไปตรงปัญหาเลยครับ**
ผมคบกับแฟนมา 3 ปีแล้ว ตอนแรกผมเป็นคนจีบเค้า ตอนนั้นจะคุยกันผ่านแชทตลอด แทบไม่เคยได้มาพบมาพูดกันจริงๆจังๆเลย(คุยกันผ่านแชทประมาณ 8 เดือน แต่เดทกันไม่ถึง 10 ครั้ง เค้าไม่ค่อยออกมาเจอ น่าจะเป็นเพราะว่ายังไม่ได้เป็นอะไรกัน) ช่วงนั้นน่าจะเป็นช่วงการโปรโมทข้อดี ผมเห็นข้อดีเค้า เค้าก็เห็นแต่ข้อดีของผม ผมผมจึงคิดว่าคนนี้คงใช่แน่ๆจึงขอเป็นแฟน แม้ว่าจะเป็นแฟนแล้วเราก็แทบไม่ได้เจอกันเลย ปีหนึ่งเจอกันไม่ถึง 20 ครั้ง เค้าให้เหตุผลว่าไม่อยากให้คนรู้ เผื่อเลิกกันจะได้ไม่ต้องตอบคำถามคนที่อยากรู้ สำหรับผมก็โอเคนะ รักกันมันอยู่ที่คนสองคนเนอะ เราก็คบกันมาเรื่อยๆ ปกติแชทคุยนะครับ แทบไม่เคยโทรคุย ไม่เคยเฟสไทม์ มีแค่ส่งรูปหน้าให้กันแค่นั้น(เค้าบอกว่าเขิน) แต่เราก็มีงอนง้อบ้าง(ผ่านแชท) จนเมื่อกลางปีก่อน เราเริ่มพบกันบ่อยขึ้น โทรคุยบ่อยขึ้น ไปเที่ยวบ้าง ผมก็รู้สึกตื่นเต้นปนเขินนะ เหมือนทำตัวไม่ถูก ผมรู้สึกดีมากที่เค้าเหมือนจะค่อยๆกล้าเปิดเผยเรื่องระหว่างเราแล้ว อย่างไรก็ตาม การที่เราเริ่มเจอกันบ่อยขึ้นมันทำให้เราเห็นมุมมองอีกด้านของอีกฝ่าย เราเริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้น แค่เรื่องเล็กน้อยก็ไม่เข้าใจกัน ผมเริ่มรู้สึกว่าจริงๆเราก็ต่างกันพอสมควร
**ปัญหา**
ผมจะมีความรู้สึกแปลกที่มีต่อแฟนขึ้นมาหลังจากที่เราเริ่มรู้จักตัวตนอีกด้านแล้ว มันคือความรู้สึกสับสน ความอึดอัด ความเศร้า รู้สึกผิดผสมปนกันไป คิดอะไรไม่ได้ มันจุกที่อกตลอดเวลา โดยที่ใจหนึ่งบอกว่าคนนี้ยังไม่ใช่ แต่อีกใจก็บอกว่าเราคบมาตั้งสามปีแล้ว ไหนจะความรักความผูกพันที่เคยมีให้กัน มันตีกันจนคิดอะไรไม่ออก ผมไม่ได้บอกเค้าตรงๆ เพราะเหมือนในใจมันยังไม่แน่นอน ทำให้การสนทนาของเราดูอึมครึม เค้าเองก็เหมือนจะรู้สึกได้ ผมมีความรู้สึกแบบนี้มาสามครั้ง ครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วช่วงหน้าฝน ครั้งนั้นเราแทบไม่ได้คุยกันเลย ผมลองหาอ่านประสบการณ์คนอื่น เขาแนะนำว่าเราอาจจะรู้สึกเบื่อ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ เดี๋ยวมันก็ผ่านจุดนั้น ผมก็โอเค พยายามคิดเรื่องดีๆ จนกลับมาเป็นปกติในเวลาไม่ถึง 2 อาทิตย์ ผมก็คิดว่าคงจริงอย่างที่เขาว่าไว้ แต่มันก็เป็แต่มันก็เป็นอีกเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ครั้งนั้นเราทะเลาะกันหนักมากต่างคนต่างไม่คุยกัน ผมคิดว่าเราคงไปกันไม่รอด แล้วความรู้สึกแปลกๆนั้นก็เข้ามาครอบงำอีกครั้ง มันทำให้เรื่องยิ่งแย่ไปอีก ตอนนั้นผมใช้เวลาอยู่กับตัวเองนานมาก คิดหาทางออก แต่จนแล้วจนรอดก็มืดบอด ในที่สุดเค้าก็มาคุยกับผมก่อน เราปรับทุกข์ จับเข่าคุย สรุปคือจะปรับตัวให้เข้ากัน ผมพยายามลืมความรู้สึกนั้น แล้วทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติ
อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกนั้นก็ยังคงถูกกดและทับถมอยู่ที่ใดที่หนึ่งในใจผม จนกระทั่งสองสามวันที่ผ่านมา มันก็ระเบิดออกมา ผมอึดอัดมาก คิดอะไรไม่ออก ขนาดเล่นเกมส์ยังมีเรื่องนี้วนเวียนอยู่ไม่หาย ผมสับสน นอนก็ไม่หลับ มันเหมือนมีก้อนหินหนักร้อยตันทับอยู่บนอก ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อดี
เรื่องนี้ไม่มีมือที่สามมาเกี่ยวนะครับ ผมไม่เคยคุยกับผู้หญิงคนอื่นในเชิงชู้สาวเลยครับ
ผมควรทำอย่างไรดีให้หายสับสน ให้กลับมาใช้สมองคิดได้ ผมกลัวว่าผมจะทำเค้าเสียใจ ผมคิดว่าถ้ามันไม่ใช่แล้ววันนึงแต่งงานไปมันจะเป็นอะไรที่แก้ยากกว่านี้ แต่ผมอยากได้ความชัดเจนจากตัวเอง
ถ้าสมมติเราเลิกกันผมอยากให้เรามาเป็นพี่น้องเป็นเพื่อนกันจะเป็นไปได้มั้ยครับ ผมคิดว่ามันอาจจะดีกว่าตัดขาดกันไปเลย อันนี้ผมไม่รู้จริงๆ เรื่องรักนี้ไม่ใช่ความถนัดของผมเลย(เค้าเป็นแฟนคนที่สองของผมครับ)
สับสน! รักดีผ่านแชท 2 ปี รู้ตัวตนจริงคิดว่าเค้าไม่ใช่?
ผมคบกับแฟนมา 3 ปีแล้ว ตอนแรกผมเป็นคนจีบเค้า ตอนนั้นจะคุยกันผ่านแชทตลอด แทบไม่เคยได้มาพบมาพูดกันจริงๆจังๆเลย(คุยกันผ่านแชทประมาณ 8 เดือน แต่เดทกันไม่ถึง 10 ครั้ง เค้าไม่ค่อยออกมาเจอ น่าจะเป็นเพราะว่ายังไม่ได้เป็นอะไรกัน) ช่วงนั้นน่าจะเป็นช่วงการโปรโมทข้อดี ผมเห็นข้อดีเค้า เค้าก็เห็นแต่ข้อดีของผม ผมผมจึงคิดว่าคนนี้คงใช่แน่ๆจึงขอเป็นแฟน แม้ว่าจะเป็นแฟนแล้วเราก็แทบไม่ได้เจอกันเลย ปีหนึ่งเจอกันไม่ถึง 20 ครั้ง เค้าให้เหตุผลว่าไม่อยากให้คนรู้ เผื่อเลิกกันจะได้ไม่ต้องตอบคำถามคนที่อยากรู้ สำหรับผมก็โอเคนะ รักกันมันอยู่ที่คนสองคนเนอะ เราก็คบกันมาเรื่อยๆ ปกติแชทคุยนะครับ แทบไม่เคยโทรคุย ไม่เคยเฟสไทม์ มีแค่ส่งรูปหน้าให้กันแค่นั้น(เค้าบอกว่าเขิน) แต่เราก็มีงอนง้อบ้าง(ผ่านแชท) จนเมื่อกลางปีก่อน เราเริ่มพบกันบ่อยขึ้น โทรคุยบ่อยขึ้น ไปเที่ยวบ้าง ผมก็รู้สึกตื่นเต้นปนเขินนะ เหมือนทำตัวไม่ถูก ผมรู้สึกดีมากที่เค้าเหมือนจะค่อยๆกล้าเปิดเผยเรื่องระหว่างเราแล้ว อย่างไรก็ตาม การที่เราเริ่มเจอกันบ่อยขึ้นมันทำให้เราเห็นมุมมองอีกด้านของอีกฝ่าย เราเริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้น แค่เรื่องเล็กน้อยก็ไม่เข้าใจกัน ผมเริ่มรู้สึกว่าจริงๆเราก็ต่างกันพอสมควร
**ปัญหา**
ผมจะมีความรู้สึกแปลกที่มีต่อแฟนขึ้นมาหลังจากที่เราเริ่มรู้จักตัวตนอีกด้านแล้ว มันคือความรู้สึกสับสน ความอึดอัด ความเศร้า รู้สึกผิดผสมปนกันไป คิดอะไรไม่ได้ มันจุกที่อกตลอดเวลา โดยที่ใจหนึ่งบอกว่าคนนี้ยังไม่ใช่ แต่อีกใจก็บอกว่าเราคบมาตั้งสามปีแล้ว ไหนจะความรักความผูกพันที่เคยมีให้กัน มันตีกันจนคิดอะไรไม่ออก ผมไม่ได้บอกเค้าตรงๆ เพราะเหมือนในใจมันยังไม่แน่นอน ทำให้การสนทนาของเราดูอึมครึม เค้าเองก็เหมือนจะรู้สึกได้ ผมมีความรู้สึกแบบนี้มาสามครั้ง ครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วช่วงหน้าฝน ครั้งนั้นเราแทบไม่ได้คุยกันเลย ผมลองหาอ่านประสบการณ์คนอื่น เขาแนะนำว่าเราอาจจะรู้สึกเบื่อ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ เดี๋ยวมันก็ผ่านจุดนั้น ผมก็โอเค พยายามคิดเรื่องดีๆ จนกลับมาเป็นปกติในเวลาไม่ถึง 2 อาทิตย์ ผมก็คิดว่าคงจริงอย่างที่เขาว่าไว้ แต่มันก็เป็แต่มันก็เป็นอีกเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ครั้งนั้นเราทะเลาะกันหนักมากต่างคนต่างไม่คุยกัน ผมคิดว่าเราคงไปกันไม่รอด แล้วความรู้สึกแปลกๆนั้นก็เข้ามาครอบงำอีกครั้ง มันทำให้เรื่องยิ่งแย่ไปอีก ตอนนั้นผมใช้เวลาอยู่กับตัวเองนานมาก คิดหาทางออก แต่จนแล้วจนรอดก็มืดบอด ในที่สุดเค้าก็มาคุยกับผมก่อน เราปรับทุกข์ จับเข่าคุย สรุปคือจะปรับตัวให้เข้ากัน ผมพยายามลืมความรู้สึกนั้น แล้วทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติ
อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกนั้นก็ยังคงถูกกดและทับถมอยู่ที่ใดที่หนึ่งในใจผม จนกระทั่งสองสามวันที่ผ่านมา มันก็ระเบิดออกมา ผมอึดอัดมาก คิดอะไรไม่ออก ขนาดเล่นเกมส์ยังมีเรื่องนี้วนเวียนอยู่ไม่หาย ผมสับสน นอนก็ไม่หลับ มันเหมือนมีก้อนหินหนักร้อยตันทับอยู่บนอก ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อดี
เรื่องนี้ไม่มีมือที่สามมาเกี่ยวนะครับ ผมไม่เคยคุยกับผู้หญิงคนอื่นในเชิงชู้สาวเลยครับ
ผมควรทำอย่างไรดีให้หายสับสน ให้กลับมาใช้สมองคิดได้ ผมกลัวว่าผมจะทำเค้าเสียใจ ผมคิดว่าถ้ามันไม่ใช่แล้ววันนึงแต่งงานไปมันจะเป็นอะไรที่แก้ยากกว่านี้ แต่ผมอยากได้ความชัดเจนจากตัวเอง
ถ้าสมมติเราเลิกกันผมอยากให้เรามาเป็นพี่น้องเป็นเพื่อนกันจะเป็นไปได้มั้ยครับ ผมคิดว่ามันอาจจะดีกว่าตัดขาดกันไปเลย อันนี้ผมไม่รู้จริงๆ เรื่องรักนี้ไม่ใช่ความถนัดของผมเลย(เค้าเป็นแฟนคนที่สองของผมครับ)