จขกท กำลังจะขึ้นปี4ค่ะ เรียนภาษาจีน ต้องบอกก่อนว่าเลือกเรียนด้านนี้เพราะชอบภาษา มีพื้นฐานมาบ้างตอนประถมฯ แต่พอขึ้นมัธยมฯก็เรียนสายวิทย์ฯมาตลอดแล้วเพิ่งรู้ตัวว่าไม่ชอบ เลยเบนสายมาค่ะ
.
.
ตอนแรกอยากลงเอกภาษาอังกฤษ เพราะชอบมากกว่า มีความสนใจต่าง ๆ มากกว่า แต่ด้วยความคิดที่ว่า สมัยนี้เรียนแค่ภาษาที่สองภาษาเดียวไม่พอ บวกกับเราพอมีพื้นฐานภาษาจีนมาบ้าง เลยเลือกสอบเข้าเอกจีนแทน แล้วคิดว่าค่อยไปลงเรียนวิชาโทเป็นภาษาอังกฤษแทน แล้วสุดท้ายก็สอบติดค่ะ
.
.
ทีนี้ ระหว่างเรียน ก็ตั้งใจเรียนค่ะ ขยันอ่านหนังสือมาก ยิ่งเจอคนที่เค้าเก่ง ๆ ก็อยากจะเก่งให้ได้แบบเค้า ผลลัพธ์ของความขยันก็ออกมาสมความตั้งใจค่ะ แต่พอเรียนไปเรียนมาจนถึงตอนนี้ เริ่มรู้สึกว่าตัวเราเหมือนประโยคนี้ค่ะ "ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด"
.
.
ปิดเทอมใหญ่ตอนจบปี3 ได้มีโอกาสมาฝึกงานค่ะ(ไม่ใช่สหกิจมอที่เราเลือกเองนะคะ เป็นโครงการจากทุนการศึกษาค่ะ) เป็นออฟฟิศ ฝึกมาได้2เดือนแล้วจะจบฝึกงานอีกสี่วันที่จะถึงแล้วค่ะ แล้ววันนี้ได้มีโอกาสนำเสนองานกับหัวหน้า ไม่รู้ว่าเป็นความประหม่าตื่นเต้น หรืออะไร คำถามเกี่ยวกับภาษาจีนที่เราเคยเรียนผ่านมา หัวหน้าถามเราง่าย ๆ แต่เรากลับตอบไม่ได้ นอกจากนั้น แกยังถามคำถามที่ลึกซึ้งอย่างพวกศาสนา+ปรัชญาฯจีนโบราณเทือกนั้น ซึ่งเราไม่เคยมีความสนใจในด้านนี้เลย อย่างที่เราบอกค่ะเราไม่ได้มีความชอบขนาดนั้นแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นเกลียด ไม่อยากเรียนน่ะค่ะ
.
.
เลยทำให้เราถูกหัวหน้าพูดกลับมาว่า นี่เราเรียนมากี่ปีแล้ว ทำไมถึงตอบไม่ได้ นี่เป็นแค่ความรู้ทั่วๆไปเลยนะ ทำให้เรานอกจากจะเฟลแล้ว ยังรู้สึกว่าตัวเองใกล้จะจบแล้วแต่ความสามารถเราในด้านภาษาจีนยังมีไม่มากพอเลย เริ่มรู้สึกกลัวการต้องทำงานจริง ๆในด้านนี้ กลัวอะไรหลาย ๆ อย่างไปหมดเลยค่ะ ไม่รู้ตัวเองว่าควรจะทำอะไรต่อไป ทำได้หลายอย่าง แต่ก็งูๆปลาๆ ไม่ได้ดีเด่นอะไรสักอย่าง ต่างกับเพื่อนในเอกบางคนที่เค้ามีความชอบอย่างลึกซึ้ง ทำให้เค้าเก่งในด้านๆนั้นเลย
.
.
ใครเคยพบเจอประสบการณ์ทำนองนี้มั้ยคะ? หรือมันเป็นแค่จุดเริ่มต้นของเรา หรือเราควรพัฒนาตัวเองหรือทำตัวอย่างไรดีคะ?
***ขอบคุณทุกคำแนะนำค่ะ
รู้สึกตัวเองมีความสามารถไม่พอกับทักษะด้านที่เรียน
.
.
ตอนแรกอยากลงเอกภาษาอังกฤษ เพราะชอบมากกว่า มีความสนใจต่าง ๆ มากกว่า แต่ด้วยความคิดที่ว่า สมัยนี้เรียนแค่ภาษาที่สองภาษาเดียวไม่พอ บวกกับเราพอมีพื้นฐานภาษาจีนมาบ้าง เลยเลือกสอบเข้าเอกจีนแทน แล้วคิดว่าค่อยไปลงเรียนวิชาโทเป็นภาษาอังกฤษแทน แล้วสุดท้ายก็สอบติดค่ะ
.
.
ทีนี้ ระหว่างเรียน ก็ตั้งใจเรียนค่ะ ขยันอ่านหนังสือมาก ยิ่งเจอคนที่เค้าเก่ง ๆ ก็อยากจะเก่งให้ได้แบบเค้า ผลลัพธ์ของความขยันก็ออกมาสมความตั้งใจค่ะ แต่พอเรียนไปเรียนมาจนถึงตอนนี้ เริ่มรู้สึกว่าตัวเราเหมือนประโยคนี้ค่ะ "ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด"
.
.
ปิดเทอมใหญ่ตอนจบปี3 ได้มีโอกาสมาฝึกงานค่ะ(ไม่ใช่สหกิจมอที่เราเลือกเองนะคะ เป็นโครงการจากทุนการศึกษาค่ะ) เป็นออฟฟิศ ฝึกมาได้2เดือนแล้วจะจบฝึกงานอีกสี่วันที่จะถึงแล้วค่ะ แล้ววันนี้ได้มีโอกาสนำเสนองานกับหัวหน้า ไม่รู้ว่าเป็นความประหม่าตื่นเต้น หรืออะไร คำถามเกี่ยวกับภาษาจีนที่เราเคยเรียนผ่านมา หัวหน้าถามเราง่าย ๆ แต่เรากลับตอบไม่ได้ นอกจากนั้น แกยังถามคำถามที่ลึกซึ้งอย่างพวกศาสนา+ปรัชญาฯจีนโบราณเทือกนั้น ซึ่งเราไม่เคยมีความสนใจในด้านนี้เลย อย่างที่เราบอกค่ะเราไม่ได้มีความชอบขนาดนั้นแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นเกลียด ไม่อยากเรียนน่ะค่ะ
.
.
เลยทำให้เราถูกหัวหน้าพูดกลับมาว่า นี่เราเรียนมากี่ปีแล้ว ทำไมถึงตอบไม่ได้ นี่เป็นแค่ความรู้ทั่วๆไปเลยนะ ทำให้เรานอกจากจะเฟลแล้ว ยังรู้สึกว่าตัวเองใกล้จะจบแล้วแต่ความสามารถเราในด้านภาษาจีนยังมีไม่มากพอเลย เริ่มรู้สึกกลัวการต้องทำงานจริง ๆในด้านนี้ กลัวอะไรหลาย ๆ อย่างไปหมดเลยค่ะ ไม่รู้ตัวเองว่าควรจะทำอะไรต่อไป ทำได้หลายอย่าง แต่ก็งูๆปลาๆ ไม่ได้ดีเด่นอะไรสักอย่าง ต่างกับเพื่อนในเอกบางคนที่เค้ามีความชอบอย่างลึกซึ้ง ทำให้เค้าเก่งในด้านๆนั้นเลย
.
.
ใครเคยพบเจอประสบการณ์ทำนองนี้มั้ยคะ? หรือมันเป็นแค่จุดเริ่มต้นของเรา หรือเราควรพัฒนาตัวเองหรือทำตัวอย่างไรดีคะ?
***ขอบคุณทุกคำแนะนำค่ะ