..........( โลกใบใหม่ )..........
.........อารมณ์ขัดใจเรื่องความเหลื่อมล้ำ และค่านิยมทางฐานะ ยังไม่จางครับ ว่าจะหยุดเรื่องสั้นปั้นนิยายให้เสร็จซักหน่อย ปั้นไปได้สามตอน นั่งนึก ๆ ตอนที่สี่อยู่ เรื่องนี้ผุดขึ้นมาเต็มหัว สลัดยังไงก็ไม่หลุด เอ้า ไหน ๆ ก็ ไหน ๆ ในเมื่อไล่ไม่ไป ก็ขอสักตอนเถอะครับ..........
.............. “เหม็นขยะจังเลยพ่อ” เสียงบ่นเบา ๆ จากเด็กชายหน้าตาสะอาดสะอ้าน สวมเสื้อนักเรียนขาวเด่น เสื้อสูทที่สวมทับ และกางเกงลายตารางสีสดเข้าชุดกัน มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นชุดของโรงเรียนชั้นนำ ผู้เป็นพ่อยืนอมยิ้มอยู่ข้าง ๆ จับหัวเจ้าหนูเบา ๆ “เอาน่ะเดี๋ยวขึ้นรถก็ไม่ได้กลิ่นแล้ว”
หนูน้อยยิ้มตอบจับหูกระเป๋าลาก เดินตามคุณพ่อไปที่ประตู “แม่กลับเมื่อไรครับ” ถามพลางนึกเบื่อซีเรียลผสมนมที่กินมาสามเช้าแล้ว ถ้าแม่อยู่อาหารเช้าจะหลากหลาย นึกแล้วได้กลิ่นฮอทดอกทอดลอยมาในใจหอมอบอวล “อีกสองสามวันลูก ตอนแรกบอกพรุ่งนี้เสร็จธุระที่สิงคโปร์จะกลับ แต่ทางบริษัทได้ลูกค้าวันนี้ที่ฮ่องกงอีกราย แม่เลยต้องแวะคุยอีกหนึ่งวัน”
เจ้าหนูทำหน้าเฉย ๆ ชินแล้วกับการที่มีแม่เป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร และนักวิเคราะห์โภชนาการมือหนึ่งของบริษัทผลิตแป้งผสมอาหารชั้นนำของโลก จึงต้องเดินทางตลอดทั้งปี บางครั้งเดือนหนึ่งเจอหน้าแม่แค่สองวันยังเคย
ส่วนงานพ่อก็ไม่เบา เสาร์อาทิตย์ต้องไปทำงานบ่อย ๆ วันธรรมดามีหลายครั้ง ที่ตอนเย็นมารับหน้าโรงเรียนสอนพิเศษแล้วพาย้อนกลับไปที่ทำงานด้วยกัน กินข้าว ทำการบ้านที่นั่นเรียบร้อย ง่วงก็นอนในห้องทำงานคุณพ่อนั่นแหละ ตกดึกจึงได้กลับบ้าน บางครั้งพ่อก็ปลุก บางทีอุ้มขึ้นรถทั้งยังหลับ มาตื่นที่บ้านบ่อยไป
เราจะสร้างโลกใหม่กัน พ่อเจ้าหนูบอกอย่างนี้ โลกที่มีแต่คนฉลาด คนเก่ง และมีคุณภาพ งานในอนาคตของเจ้าหนูต้องเลือกตามที่คุณพ่อทำตารางมาให้แล้ว คืออาชีพชั้นนำที่คนทั่วไปใฝ่ฝัน ซึ่งบันไดที่จะปีนขึ้นไปแต่ละขั้นต้องทำด้วยเงิน และทอง
ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับครอบครัวหนูน้อย ที่พ่อแม่มีความมั่นคงทางด้านการเงิน รวมทั้งเป็นนักวางแผนที่ดี จึงมีลูกแค่เพียงคนเดียวเพื่อง่ายในการดูแล รวมทั้งที่อยู่อาศัยที่แยกออกมาต่างหากจากคนชั้นกลาง
คุณพ่อของหนูน้อยเป็นคนคิดเรื่องนี้ขึ้นมา และบอกต่อพรรคพวกเพื่อนฝูงที่คุ้นเคยกัน ด้วยกำลังเงิน และสติปัญญาอันล้ำลึกของหลายคน จึงเกิดเมืองขึ้นมาเมืองหนึ่ง คัดเฉพาะผู้ที่มีฐานะ และอาชีพที่กำหนดไว้เท่านั้นจึงสามารถเข้าออกเมืองนี้ได้ พวกเขาพากันเรียกว่า
โลกใบใหม่
รั้วแข็งแรงล้อมรอบบริเวณที่มีเนื้อที่กว้างขวางเท่าเมือง ๆ หนึ่ง มีทุกสิ่งอยู่ในนั้นครบถ้วนสมบูรณ์ โรงเรียน โรงพยาบาล ธนาคาร ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า แต่การซื้อขายสินค้าควบคุมโดยคอมพิวเตอร์ ไม่มีพนักงาน
สมาชิกทุกคนใช้บัตรลักษณะเดียวกับบัตรเครดิตโดยทั่วไป ต้องการสินค้าชนิดใดก็สอดบัตรทำรายการที่ช่องนั้น ติดต่อธุรกรรมเรื่องใดก็ใช้บัตรต่างกันไปในแต่ละสถานที่ ดูแลระบบทั้งหมดโดยโปรแกรมเมอร์ และวิศวกรซอฟต์แวร์ค่าตอบแทนหลักล้านต่อเดือนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้นี่เอง ส่วนรายการของกินของใช้ ดูแลโดยนักวิเคราะห์ที่เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ในโรงพยาบาลมีนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ประจำอยู่ และคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่าง ๆ ประจำในโรงเรียน เพื่อถ่ายทอดวิชา และสร้างบุคลคุณภาพให้มีเพิ่มขึ้นในโลกใหม่นี้
นอกเหนือจากบุคคลที่กล่าวมาจะใช้ระบบออนไลน์เข้ามาแทน ทั้งนี้เพราะโลกใบนี้ ห้ามคนชั้นกลาง เข้า – ออก อย่างถาวร จึงมองไม่เห็น คนจน หรือกรรมกร แม้แต่คนเดียว
ประตูโรงรถเลื่อนขึ้นช้า ๆ แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าส่องเข้ามาทั่วบริเวณ เจ้าหนูยืนหน้าประตูกวาดสายตาไปยังบ้านที่เรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ทุกหลังออกแบบมาหรูหราน่ามอง และไม่มีรั้วกั้น จึงมองเห็นความโดดเด่นของรูปทรงหลากหลายได้ครบถ้วนเป็นแนวยาว
ที่เด่นกว่าอย่างใด และมีกลิ่นโชยมาชัดเจนคือขยะกองเล็กกองน้อยเป็นระยะ ตั้งแต่หน้าบ้าน เรียงสองข้างทางเดิน ลามไปบนถนน ตามโคนต้นไม้ รอบเสาไฟ ทุกที่ที่สายตามองไป ไม่มีมุมไหนที่ไม่มี ขยะ
“ทำไมขยะมากจังครับพ่อ เมื่อวานยังไม่มากเท่านี้เลย” “ไม่มีคนขับรถน่ะลูก” ผู้เป็นพ่อตอบพลางขึ้นรถบิดกุญแจสตาร์ทเครื่อง เจ้าหนูเดินไปขึ้นอีกฝั่งดึงประตูปิด กลิ่นเน่าตามเข้ามาส่วนนึง ลอยอบอวลอยู่ชั่วครู่จึงถูกระบบฟอกอากาศในรถขจัดไป
“คนขับรถขยะไม่มี หมายความว่ายังไงครับพ่อ ผมเห็นรถขนขยะเมืองเรา ดูทันสมัยดีนะ” เจ้าหนูเอ่ยถามขณะรถค่อย ๆ เคลื่อนออกจากประตูโรงรถช้า ๆ “ก็เมืองเรา มีแต่หมอ วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ ด้าน”ผู้เป็นพ่อตอบพลางหักพวงมาลัยหลบถุงดำใบใหญ่ไปทางซ้ายช้า ๆ พอเจอถุงอีกใบต้องหลบกลับอีกครั้งล้อหลังเลยปีนขึ้นไปบนถุงใบแรก เสียงดัง โพล้ะ เบา ๆ ลอดเข้ามาเด็กน้อยเดาว่าถุงดำคงแตกกระจายไปแล้วแน่นอน
“เมื่อวานพ่อร่วมประชุมกับคณะกรรมการเมือง ปรึกษากันเรื่องนี้” เสียงโพล้ะ ๆ ๆ ลอดเข้ามาไม่ขาด “ยังสรุปไม่ได้ว่าใครจะมารับหน้าที่เกี่ยวกับขยะ” รถผ่านบ้านพัก ของผู้มีอาชีพชั้นดี ทีละหลังอย่างช้า ๆ เพราะมีถุงหลายขนาดวางเกะกะรายทาง หนูน้อยชะโงกหน้ามองผ่านกระจกลุ้นถุงใบใหญ่ที่เฉียดข้างรถไป แต่ล้อหน้าไม่พ้นถุงใบย่อมที่วางอยู่ โพล้ะ เสียงคุ้นหูแบบเดิม
“ทุกคนพร้อมใจกันทำได้แค่นำถุงขยะมาวางหน้าบ้านตัวเอง” เครื่องฟอกอากาศเริ่มทำงานไม่ไหว กลิ่นเหม็นในรถเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“พ่อพูดถึงอาสาสมัคร จากนักเรียนในโรงเรียน ให้มาช่วยกันบำเพ็ญประโยชน์” เจ้าหนูหันไปมองหน้าพ่อที่เบารถจนแทบหยุดสนิท “พ่อโดนตำหนิกลับมา” ในที่สุดรถก็หยุดนิ่งหลังจากออกมาจากบ้านได้ไม่ไกล ผู้เป็นพ่อหันมามองเจ้าหนูด้วยความเอ็นดู
“พวกเขาบอกว่า เราสร้างเด็ก ๆ ขึ้นมาเพื่อเป็นบุคคลชั้นนำในอนาคต ไม่ใช่ให้มาทำงานแบบนี้” หนูน้อยหันกลับ มองไปทางหน้ารถ เสียงพ่อคุยต่อไปด้วยความภูมิใจ “พวกเค้าพูดถูก พ่อลืมไปถึงพูดออกไปแบบนั้น ถูกตำหนิก็สมควรแล้วละ” ผู้เป็นพ่อหันมามองลูกชาย ยิ้มแล้วถามว่า “ตกลง เลือกได้หรือยังลูก โตขึ้นอยากเป็นอะไร”
เจ้าหนูไม่ตอบนั่งนิ่งตามองไปข้างหน้า รถติดยาวไม่มีทีท่าว่าจะขยับไปได้ ขยะมีเกลื่อนทุกที่ไม่เว้นแม้กลางถนน มองไปทางไหนมีแต่ขยะเต็มไปหมด และบนถนนที่ทอดยาว เด็กน้อยมองเห็นสาเหตุที่ทำให้รถติดอยู่อย่างนี้ มันคือขยะที่แผ่อยู่กับพื้น ไกลสุดตา มองยังไงก็ไม่เห็นที่สิ้นสุดของมัน....................@@
ลุงแผน
๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๒
.............ขอบพระคุณ กำลังใจจากทุกท่าน ที่มีให้ด้วยดีมาโดยตลอด ทั้งท่านที่เข้ามาแนะนำ พูดคุย และท่านที่อยู่เบื้องหลังทุกท่าน ขอบคุณมาก ๆ
ครับ.............
.........................................................................
.......ขออภัยครับ แก้ วัตถุ กับ ยังไม่จางติดกันไปนิด ตัวเซ็นเซอร์เลยทำงาน เปลี่ยนเป็น ฐานะ แทน
.....เรื่องสั้น........ เรื่อง.......โลกใบใหม่........@@ โดย ลุงแผน
.........อารมณ์ขัดใจเรื่องความเหลื่อมล้ำ และค่านิยมทางฐานะ ยังไม่จางครับ ว่าจะหยุดเรื่องสั้นปั้นนิยายให้เสร็จซักหน่อย ปั้นไปได้สามตอน นั่งนึก ๆ ตอนที่สี่อยู่ เรื่องนี้ผุดขึ้นมาเต็มหัว สลัดยังไงก็ไม่หลุด เอ้า ไหน ๆ ก็ ไหน ๆ ในเมื่อไล่ไม่ไป ก็ขอสักตอนเถอะครับ..........
.............. “เหม็นขยะจังเลยพ่อ” เสียงบ่นเบา ๆ จากเด็กชายหน้าตาสะอาดสะอ้าน สวมเสื้อนักเรียนขาวเด่น เสื้อสูทที่สวมทับ และกางเกงลายตารางสีสดเข้าชุดกัน มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นชุดของโรงเรียนชั้นนำ ผู้เป็นพ่อยืนอมยิ้มอยู่ข้าง ๆ จับหัวเจ้าหนูเบา ๆ “เอาน่ะเดี๋ยวขึ้นรถก็ไม่ได้กลิ่นแล้ว”
หนูน้อยยิ้มตอบจับหูกระเป๋าลาก เดินตามคุณพ่อไปที่ประตู “แม่กลับเมื่อไรครับ” ถามพลางนึกเบื่อซีเรียลผสมนมที่กินมาสามเช้าแล้ว ถ้าแม่อยู่อาหารเช้าจะหลากหลาย นึกแล้วได้กลิ่นฮอทดอกทอดลอยมาในใจหอมอบอวล “อีกสองสามวันลูก ตอนแรกบอกพรุ่งนี้เสร็จธุระที่สิงคโปร์จะกลับ แต่ทางบริษัทได้ลูกค้าวันนี้ที่ฮ่องกงอีกราย แม่เลยต้องแวะคุยอีกหนึ่งวัน”
เจ้าหนูทำหน้าเฉย ๆ ชินแล้วกับการที่มีแม่เป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร และนักวิเคราะห์โภชนาการมือหนึ่งของบริษัทผลิตแป้งผสมอาหารชั้นนำของโลก จึงต้องเดินทางตลอดทั้งปี บางครั้งเดือนหนึ่งเจอหน้าแม่แค่สองวันยังเคย
ส่วนงานพ่อก็ไม่เบา เสาร์อาทิตย์ต้องไปทำงานบ่อย ๆ วันธรรมดามีหลายครั้ง ที่ตอนเย็นมารับหน้าโรงเรียนสอนพิเศษแล้วพาย้อนกลับไปที่ทำงานด้วยกัน กินข้าว ทำการบ้านที่นั่นเรียบร้อย ง่วงก็นอนในห้องทำงานคุณพ่อนั่นแหละ ตกดึกจึงได้กลับบ้าน บางครั้งพ่อก็ปลุก บางทีอุ้มขึ้นรถทั้งยังหลับ มาตื่นที่บ้านบ่อยไป
เราจะสร้างโลกใหม่กัน พ่อเจ้าหนูบอกอย่างนี้ โลกที่มีแต่คนฉลาด คนเก่ง และมีคุณภาพ งานในอนาคตของเจ้าหนูต้องเลือกตามที่คุณพ่อทำตารางมาให้แล้ว คืออาชีพชั้นนำที่คนทั่วไปใฝ่ฝัน ซึ่งบันไดที่จะปีนขึ้นไปแต่ละขั้นต้องทำด้วยเงิน และทอง
ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับครอบครัวหนูน้อย ที่พ่อแม่มีความมั่นคงทางด้านการเงิน รวมทั้งเป็นนักวางแผนที่ดี จึงมีลูกแค่เพียงคนเดียวเพื่อง่ายในการดูแล รวมทั้งที่อยู่อาศัยที่แยกออกมาต่างหากจากคนชั้นกลาง
คุณพ่อของหนูน้อยเป็นคนคิดเรื่องนี้ขึ้นมา และบอกต่อพรรคพวกเพื่อนฝูงที่คุ้นเคยกัน ด้วยกำลังเงิน และสติปัญญาอันล้ำลึกของหลายคน จึงเกิดเมืองขึ้นมาเมืองหนึ่ง คัดเฉพาะผู้ที่มีฐานะ และอาชีพที่กำหนดไว้เท่านั้นจึงสามารถเข้าออกเมืองนี้ได้ พวกเขาพากันเรียกว่า โลกใบใหม่
รั้วแข็งแรงล้อมรอบบริเวณที่มีเนื้อที่กว้างขวางเท่าเมือง ๆ หนึ่ง มีทุกสิ่งอยู่ในนั้นครบถ้วนสมบูรณ์ โรงเรียน โรงพยาบาล ธนาคาร ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า แต่การซื้อขายสินค้าควบคุมโดยคอมพิวเตอร์ ไม่มีพนักงาน
สมาชิกทุกคนใช้บัตรลักษณะเดียวกับบัตรเครดิตโดยทั่วไป ต้องการสินค้าชนิดใดก็สอดบัตรทำรายการที่ช่องนั้น ติดต่อธุรกรรมเรื่องใดก็ใช้บัตรต่างกันไปในแต่ละสถานที่ ดูแลระบบทั้งหมดโดยโปรแกรมเมอร์ และวิศวกรซอฟต์แวร์ค่าตอบแทนหลักล้านต่อเดือนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้นี่เอง ส่วนรายการของกินของใช้ ดูแลโดยนักวิเคราะห์ที่เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ในโรงพยาบาลมีนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ประจำอยู่ และคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่าง ๆ ประจำในโรงเรียน เพื่อถ่ายทอดวิชา และสร้างบุคลคุณภาพให้มีเพิ่มขึ้นในโลกใหม่นี้
นอกเหนือจากบุคคลที่กล่าวมาจะใช้ระบบออนไลน์เข้ามาแทน ทั้งนี้เพราะโลกใบนี้ ห้ามคนชั้นกลาง เข้า – ออก อย่างถาวร จึงมองไม่เห็น คนจน หรือกรรมกร แม้แต่คนเดียว
ประตูโรงรถเลื่อนขึ้นช้า ๆ แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าส่องเข้ามาทั่วบริเวณ เจ้าหนูยืนหน้าประตูกวาดสายตาไปยังบ้านที่เรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ทุกหลังออกแบบมาหรูหราน่ามอง และไม่มีรั้วกั้น จึงมองเห็นความโดดเด่นของรูปทรงหลากหลายได้ครบถ้วนเป็นแนวยาว
ที่เด่นกว่าอย่างใด และมีกลิ่นโชยมาชัดเจนคือขยะกองเล็กกองน้อยเป็นระยะ ตั้งแต่หน้าบ้าน เรียงสองข้างทางเดิน ลามไปบนถนน ตามโคนต้นไม้ รอบเสาไฟ ทุกที่ที่สายตามองไป ไม่มีมุมไหนที่ไม่มี ขยะ
“ทำไมขยะมากจังครับพ่อ เมื่อวานยังไม่มากเท่านี้เลย” “ไม่มีคนขับรถน่ะลูก” ผู้เป็นพ่อตอบพลางขึ้นรถบิดกุญแจสตาร์ทเครื่อง เจ้าหนูเดินไปขึ้นอีกฝั่งดึงประตูปิด กลิ่นเน่าตามเข้ามาส่วนนึง ลอยอบอวลอยู่ชั่วครู่จึงถูกระบบฟอกอากาศในรถขจัดไป
“คนขับรถขยะไม่มี หมายความว่ายังไงครับพ่อ ผมเห็นรถขนขยะเมืองเรา ดูทันสมัยดีนะ” เจ้าหนูเอ่ยถามขณะรถค่อย ๆ เคลื่อนออกจากประตูโรงรถช้า ๆ “ก็เมืองเรา มีแต่หมอ วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ ด้าน”ผู้เป็นพ่อตอบพลางหักพวงมาลัยหลบถุงดำใบใหญ่ไปทางซ้ายช้า ๆ พอเจอถุงอีกใบต้องหลบกลับอีกครั้งล้อหลังเลยปีนขึ้นไปบนถุงใบแรก เสียงดัง โพล้ะ เบา ๆ ลอดเข้ามาเด็กน้อยเดาว่าถุงดำคงแตกกระจายไปแล้วแน่นอน
“เมื่อวานพ่อร่วมประชุมกับคณะกรรมการเมือง ปรึกษากันเรื่องนี้” เสียงโพล้ะ ๆ ๆ ลอดเข้ามาไม่ขาด “ยังสรุปไม่ได้ว่าใครจะมารับหน้าที่เกี่ยวกับขยะ” รถผ่านบ้านพัก ของผู้มีอาชีพชั้นดี ทีละหลังอย่างช้า ๆ เพราะมีถุงหลายขนาดวางเกะกะรายทาง หนูน้อยชะโงกหน้ามองผ่านกระจกลุ้นถุงใบใหญ่ที่เฉียดข้างรถไป แต่ล้อหน้าไม่พ้นถุงใบย่อมที่วางอยู่ โพล้ะ เสียงคุ้นหูแบบเดิม
“ทุกคนพร้อมใจกันทำได้แค่นำถุงขยะมาวางหน้าบ้านตัวเอง” เครื่องฟอกอากาศเริ่มทำงานไม่ไหว กลิ่นเหม็นในรถเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“พ่อพูดถึงอาสาสมัคร จากนักเรียนในโรงเรียน ให้มาช่วยกันบำเพ็ญประโยชน์” เจ้าหนูหันไปมองหน้าพ่อที่เบารถจนแทบหยุดสนิท “พ่อโดนตำหนิกลับมา” ในที่สุดรถก็หยุดนิ่งหลังจากออกมาจากบ้านได้ไม่ไกล ผู้เป็นพ่อหันมามองเจ้าหนูด้วยความเอ็นดู
“พวกเขาบอกว่า เราสร้างเด็ก ๆ ขึ้นมาเพื่อเป็นบุคคลชั้นนำในอนาคต ไม่ใช่ให้มาทำงานแบบนี้” หนูน้อยหันกลับ มองไปทางหน้ารถ เสียงพ่อคุยต่อไปด้วยความภูมิใจ “พวกเค้าพูดถูก พ่อลืมไปถึงพูดออกไปแบบนั้น ถูกตำหนิก็สมควรแล้วละ” ผู้เป็นพ่อหันมามองลูกชาย ยิ้มแล้วถามว่า “ตกลง เลือกได้หรือยังลูก โตขึ้นอยากเป็นอะไร”
เจ้าหนูไม่ตอบนั่งนิ่งตามองไปข้างหน้า รถติดยาวไม่มีทีท่าว่าจะขยับไปได้ ขยะมีเกลื่อนทุกที่ไม่เว้นแม้กลางถนน มองไปทางไหนมีแต่ขยะเต็มไปหมด และบนถนนที่ทอดยาว เด็กน้อยมองเห็นสาเหตุที่ทำให้รถติดอยู่อย่างนี้ มันคือขยะที่แผ่อยู่กับพื้น ไกลสุดตา มองยังไงก็ไม่เห็นที่สิ้นสุดของมัน....................@@
ลุงแผน
๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๒
.............ขอบพระคุณ กำลังใจจากทุกท่าน ที่มีให้ด้วยดีมาโดยตลอด ทั้งท่านที่เข้ามาแนะนำ พูดคุย และท่านที่อยู่เบื้องหลังทุกท่าน ขอบคุณมาก ๆ
ครับ.............