อยู่กินกับสามี มาเกือบ10ปี มีลูกด้วยกัน1คน แต่ไม่เคยเข้าบ้านสามีเลย ควรทำยังไงต่อดี?

ขอเท้าความก่อนนะคะ ปัจจุบันดิฉันอายุ 32 ค่ะ มีลูกติด1คนอายุ15 ปีนี้ (นี้ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่สามีไม่กล้าพาเราเข้าบ้านเค้าก็ได้ค่ะ) 
ตลอดเวลา10ปีที่อยู่ด้วยกัน สามีอยู่บ้านดิฉันค่ะ ซึ่งมี พ่อ แม่ พี่ชาย และลูกชายดิฉันค่ะ กับพ่อแม่ดิฉันไม่เคยมีปัญหาอะไรกับสามีเลยนะคะ 
แถมเผลอๆรักเค้ามากกว่าดิฉันอีกด้วยซ้ำไป แต่กับพี่ชาย(ที่ตัวเป็นชายแต่ใจเป็นสาวอายุ37ปี) และลูกชายของดิฉัน
จะไม่ค่อยลงรอยกับสามีดิฉันสักเท่าไรค่ะ แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาถึงขนาดรุนแรง ก็อยู่รวมชายคากันมาได้ถึงเกือบ10ปี
ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันฝ่ายบ้านเค้าก็รับรู้นะคะ แต่ว่าคือแม่เค้าก็จะถามตลอดเมื่อไรจะกลับมาอยู่บ้าน ถ้ากลับมาอยู่บ้าน จะปลูกบ้านให้ 
จะถอยรถป้ายแดงให้ แต่นั้นหมายถึง คือการเลิกกับดิฉันแล้วกลับไปอยู่บ้านนะคะ แต่สามีดิฉันก็ไม่ไปนะคะ ยอมรับค่ะว่าเค้าน่ารักมาก
ที่ยอมรับคนมีลูกติดได้ และยอมลำบากมาช่วยครอบครัวดิฉันขายของที่ตลาดได้ เพราะอย่างที่บอกอะค่ะ ว่าถ้าเค้าอยู่บ้านเค้า เค้าก็มีทุกสิ่งอย่าง
 แต่ความรักมันก็ไม่ได้สวยงามอะไรขนาดนั้นนะคะ ค่ะเพราะเมื่อเกือบ10ปีที่แล้ว ดิฉันและสามีพึ่งจะอยู่กันในวัย 20 ต้นๆเอง 
ตอนที่เจอเค้า ตอนนั้นเค้าเรียนอยู่ปี2ค่ะ เค้าก็จะมีสังคมของเพื่อนนักศึกษาด้วยกัน มีปาร์ตี้สังสรรค์กันบ้าง เค้าจะพาดิฉันไปด้วยทุกครั้ง
จนดิฉันก็สนิทกับเพื่อนๆของเค้าไปด้วย แต่ๆๆ เพื่อนๆของเค้าไม่รู้นะคะ ว่าดิฉันเคยมีลูกมาก่อน เค้าไม่ได้บอก และดิฉันก็คงไม่กล้าบอกใคร
กลัวเค้าอายเพื่อนเค้าอะค่ะ อีกอย่างพึ่งเริ่มคบกันไม่นาน อะไรๆก็ไม่แน่นอนอะเนอะ อยู่กันไปเรื่อยๆ ทุกอย่างมันก็เริ่มจะชัดเจนขึ้นค่ะ
เค้าพาดิฉันไปบ้านญาติๆเค้า(ฝ่ายแม่เค้า) ญาติๆเค้าดีกับดิฉันมากๆเลยนะคะ ทุกคนรักและเอ็นดูดิฉัน อันนี้ดิฉันคิดเองค่ะ 555
แต่ทุกบ้านต้อนรับเราสองคนดีมากเลยค่ะ แต่ก็นั้นแหละเนอะ ดิฉันเป็นคนมีชนักติดหลัง ยิ่งพวกเค้าดีกับดิฉันมากเท่าไร
ดิฉันยิ่งรู้สึกแย่มากเท่านั้น เพราะคำว่าลูกติดค้ำคออยู่ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก 
ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน เค้าจะต้องค่อยเทียวไปเทียวมา2บ้าน อย่างน้อยๆ ทุกอาทิตย์เค้าต้องกลับไปนอนบ้านเค้า1วัน
จนเข้าปีที่7 เหมือนเค้าเริ่มจะมีปัญหากับแม่เค้า เค้าเริ่มไม่ค่อยกลับบ้าน กลับน้อยลง และกลายเป็นไม่กลับเลย และแทบไม่ได้ติดต่ออะไรกันอีกเลย
(อันนี้ดิฉันไม่รู้ว่าเป็นปัญหาอะไรร้ายแรงมากขนาดไหน เพราะถึงขนาดทำให้ไม่อยากกลับบ้านเลย แต่ถ้าให้เดาหนึ่งในปัญหานั้นต้องเป็นเรื่องดิฉันด้วยแหละดิฉันว่า) แต่ก็อยู่กันทำตัวกันปกติช่วยกันขายของทำมาหากินไปวันๆค่ะ (แต่ช่วงปีที่7นี้ดิฉันกับเค้ามีเรื่องทะเลาะกันหนักมากจนเกือบเลิกกันได้เลยค่ะ ไม่รู้อาถรรพ์เลข7หรือป่าว 555) จนเข้าปีที่8 ดิฉันเริ่มรู้ตัวว่าท้อง ก็บอกเค้า เค้าก็เฉยๆนะคะ ไม่ได้มีท่าทีดีใจ หรือ เสียใจอะไร
แต่เค้าก็ดูแลดิฉันดีมากเลยนะคะ อยากกินอะไร อยากไปไหน เค้าทำให้ทุกอย่างเลยค่ะ แต่อย่างที่บอกอะไร คือเค้าอยู่บ้านดิฉัน ช่วยพ่อแม่ดิฉันขายของ
ไม่ได้มีรายได้จากทางไหนเลย(ช่วงที่เค้ายังดีกับทางบ้านเค้าอยู่ บ้านเค้ามีเงินเดือนให้เค้าทุกเดือน หรือขาดเหลืออะไรก็ร้องบอกได้)นอกจากรายได้จะหดหายไป ตอนนี้ก็กำลังจะมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นมาอีก ดิฉันก็เอ่ยปากบอกเค้านะคะว่า บอกพ่อแม่คุณไหม ว่าดิฉันท้อง เค้ากำลังจะมีหลานแล้วนะ อะไรประมาณนี้ แต่จริงๆแล้ว ดิฉันก็แอบหวังลึกๆอะค่ะ ว่าอย่างน้อยๆทางบ้านเค้าอาจจะมาช่วยรับผิดชอบ แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายบ้าง แต่ด้วยความที่เค้าเป็นที่ทิฐิสูง 
สำหรับเค้า ถ้าพูดว่าไม่ ก็คือตามนั้นเลยค่ะ แต่ระหว่างนี้ ญาติพี่น้องเค้าเห็นทุกคนนะคะว่าดิฉันท้อง เพราะฉันก็อัพFacebook แท๊กสามีตามเรื่องตามราวไป
(แต่ดิฉันมารู้ทีหลังค่ะว่า แม่เค้าสั่งห้ามใครมายุ่งหรือมาช่วยเหลือสามีฉันทั้งนั้น คำขาด!) จนวันคลอดความหวังของดิฉันก็ริบหรี่ แล้วไอ้เราก็ดันหัวสูงซะด้วย
เป็นแค่แม่ค้าในตลาด ประกันสังคมก็ไม่มี ดันมาฝากท้องซะโรงพยาบาลเอกชนเลย สรุปวันนั้นแม่ดิฉันควักไปสามหมื่นกว่าบาท(ยอมรับว่าตอนนั้นรู้สึกแย่มากเลยค่ะ นึกว่าฝ่ายชายจะมีความรับผิดชอบมากกว่านี้) ตั้งแต่ลูกคลอดไม่มีญาติคนไหนทางฝ่ายสามีมาเยี่ยมดิฉันสักคนเลยค่ะ และก็มาถึงปีนี้ลูกชายได้ขวบแล้วค่ะ แต่ยังไม่เคยได้เห็นหน้า ปู่ กับ ย่า เค้าสักครั้งเลยค่ะ และตลอด1ปี แม่ดิฉันจะถามตลอดพาไปหาปู่ย่ายัง จะไปเมื่อไร(แม่ดิฉันไม่รู้เรื่องปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ค่ะ ดิฉันไม่กล้าบอกกลัวเค้าไม่สบายใจ) ถ้ามีโอกาส หรือวันไหนสามีอารมณ์ดีๆ ดิฉันก็จะแกล้งพูดทีเล่นทีจริงไปค่ะ ว่าวันนี้พาลูกไปหา ปู่กับย่าดีกว่า แต่ก็ลงท้ายด้วยการทะเลาะกันทุกที คือตอนนี้ก็ยังแอบหวังอยู่อ่ะค่ะ ว่าถ้าสามียอมเข้าบ้าน หรือพาลูกเข้าบ้าน เพื่ออนาคตของลูก ก็คงจะดีอะค่ะ 
เพราะดิฉันคิดว่า อย่างน้อยๆปู่กับย่า เค้าคงไม่ยอมให้หลานเค้าลำบาก คงให้เรียนโรงเรียนดีๆ ดิฉันก็หวังแค่ตรงนี้อะค่ะ แต่สุดท้ายแล้วก็เหมือนหวังลมๆแล้งๆอะค่ะ เพราะสามีไม่ยอมอ่อนข้อท่าเดียว(ดิฉันเคยแนะนำว่าเราสามคนพ่อแม่ลูกเอาพานไปไหว้ขอขมาเค้ากันไหม ไม่ว่าเราจะผิดหรือไม่ผิดแต่ว่าเราเป็นลูกเราควรเข้าหาเค้านะ เค้าไม่ยอมค่ะ) ค่ะดิฉันว่ายาวเกินไปแล้ว บางเรื่องบางตอนอาจจะไม่ได้ลงละเอียดมากเกินไปนะคะ ถ้าใช้คำผิด หรือพิมพ์ผิดตรงไหน ต้องขออภัยด้วยนะคะ ใช้มือถือพิมพ์ค่ะ
ตอนนี้ดิฉันมีคำถามอยู่ในใจมากมาย คือคบกันมา10ปีแต่เรื่องมันเป็นแบบนี้ ดิฉันต้องควรทำยังต่อไป รอต่อไป? ซึ่งก็ไม่รู้จะเมื่อไร หรือจะยอมถอยออกมา เพื่อให้เค้าไปมีชีวิตที่ดีกว่านี้?
ไม่ได้หวังกับคำตอบมาก เพราะแอบกลัวคำตอบอยู่เหมือนกัน แต่ได้ระบายความในใจที่บอกใครไม่ได้ แม้แต่พ่อแม่เราเอง ก็รู้สึกสบายใจในระดับหนึ่งแล้วค่ะ
-ขอบคุณที่รับฟังนะคะ ^^
แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 6
คุณหวังจะเจอพ่อแม่สามี เพราะแค่หวังเงินเท่านั้นหรอครับ คำก็เงิน สองคำก็เงิน เพราะบ้านสามีรวย

สามีดูแลคุณดี แต่ไม่มีอนาคต เกาะพ่อแม่ตัวเองกินมาตลอด ไม่พัฒนาตัวเอง ไม่พร้อมมีลูก แต่ก็ไม่ป้องกันให้ดี คนแรกก็คงพลาดมี คนที่ 2 ก็ซ้ำรอย ฐานะทางการเงินไม่ดีทั้งคู่ แต่ไม่วางแผนชีวิต แถมเข้าเอกชนอีก

และตอนนี้ที่อยากหวังเจอพ่อแม่สามี ก็เพื่อจะเอาลูกต่อรอง เผื่อทางนั้นสงสารแก่เด็กตาดำๆ จะส่งให้เรียนรร.ดีๆ คุณไม่ได้อยากเจอบ้านสามีอะไรมากมายหรอก เพราะก็อยู่มาได้ตั้ง 10 ปี ที่มางอแงตอนนี้ก็แค่หวังเงินจากบ้านสามีก็เท่านั้น

ไม่แปลก ถ้าพ่อแม่เขาจะไม่ชอบที่คุณคบกับเขา เพราะคบกับคุณแล้วไม่มีไรดีขึ้น ไม่ว่าจะหน้าที่การงานหรือฐานะ
ความคิดเห็นที่ 7
แต่จริงๆแล้ว ดิฉันก็แอบหวังลึกๆอะค่ะ
ว่าอย่างน้อยๆทางบ้านเค้าอาจจะมาช่วยรับผิดชอบ แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายบ้าง 


อย่าหวัง
ทางบ้านเขาไม่เกี่ยวอะไรกับ ค่าใช้จ่ายที่คุณทั้ง 2 (อายุ 30+ กันแล้ว) สร้างขึ้นมาเอง

เขาดูแลลูกชายเขามา 20 กว่าปี
ขนาดลูกชายออกไปอยู่บ้าน พ่อตา-แม่ยาย พ่อแม่เขายังตามจ่ายเงินเดือนให้ลูกอีกหลายปี
แต่เมื่อลูกปีกกล้าขาแข็ง ไม่ยอมกลับบ้านอีก
จะให้เขามารักเอ็นดูหลาน (และแม่หลาน) ที่มายึดเอาลูกของเขาไป เขาคงตัดใจไปแล้ว

บ้านคุณ ได้ประโยชน์จากสามีคุณ ใช้ทำงานได้ ทำลูกเขยได้ เขาย่อมรักเอ็นดูสามีคุณ
คุณและลูก ทำประโยชน์อะไรให้บ้านพ่อแม่สามีคุณหรือ ? ให้เขารักเขาเอ็นดูได้น่ะ

เลิกคิดเลิกหวังจะเข้าบ้านเขา ให้ปู่ย่าส่งหลานเรียนโรงเรียนดีๆ อะไรนั่นเถอะ
เขารักเขาส่งลูกชายเขามารอบหนึ่งแล้ว รู้แล้วว่าได้อะไรมา
เขา คง ไม่ มา เสี่ยง แล้ว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่