ตามนั้นเลยค่ะ เวลาที่เราอยากมีความสุข อยากสร้างความสุขให้ตนเอง แต่บางทีกลายเป็นความทุกข์สำหรับคนรอบข้างทุกที ครอบครัวเป็นครอบครัว
ที่อบอุ่นค่ะ พ่อแม่น้องเราอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเวลาที่จะทานข้าวก็ทานพร้อมกัน หยอกล้อ คุยเล่นด้วยกันสม่ำเสมอ คนในครอบครัวรักกันดีค่ะ จนตอนนี้เรามีแฟนค่ะ แต่อยู่ไกลกันคนละจังหวัด หลายเดือนกว่าจะเจอกัน จนมาเดือนนี้ 2 เดือนที่ไม่ได้เจอกัน ปกติเเฟนเราจะมานอนที่บ้านเราเวลามาหา เราไม่สมารถจับมือ ลูบหัว นั่งเล่นใกล้กัน หรือหยอกล้อกันแบบแฟนทั่วๆไปหรอกค่ะ เพราะทางบ้านเราเขาเคร่งเรื่องมารยาท การดูไม่ดีเวลาที่คนอื่นมองมา หรือ ใครมาพบเข้า เขาจะหาว่าดูไม่ดี (จริงๆก็พ่อเราเองนี่เเหละ ที่ไม่ให้ทำแบบนี้) เอาตรงๆเราก็แอบ
คิดนะว่า บางครั้งคนเป็นแฟนกันมันก็คิดถึงกันอะ อยากกอดอยากจับมืออยากลูบหัวเล่น เมื่อก่อน
ก่อนที่เราจะมีแฟนเราไปทำงานที่ต่างจังหวัดค่ะ
เราก็เลยได้เจอแฟนคนนี้ ตอนอยู่ที่โน้น เราก็ชิวเลยค่ะ ไม่ต้องเเคร์สายตาใคร ไม่ต้องกลัวว่าญาติเรา
จะเห็น อยู่ด้วยกัน นอนเล่นด้วยกัน กอดกัน หอมกัน
มันก็ปกติสำหรับคู่รักคู่หนึ่ง.
แต่พ่อเราไม่ยอมรับหรอกค่ะ เรื่องเเบบนี้มันเหมือน
ว่าเราไม่ดี ทำตัวไม่งาม เอาง่ายๆคือก็หัวโบราณสำหรับคนมีอายุเเหละค่ะ เพราะพ่อกับแม่บอกว่า ถ้าจะทำแบบนั้นได้ ก็ให้รู้ไปเลยว่าเเต่งงานเเล้ว
ถึงจะทำอะไรแบบนี้ได้ เข้าใจแต่บางที่มันก็เกินไป เราอยากมีเวลาส่วนตัวกับเเฟนบ้าง อยากทำอะไรด้วยกันบ้าง มันก็อึดอัด มั่วแต่ต้องคอยระเเวง เวลาไปไหนกับแฟนว่าจะมีคนเห็นแล้วเอาไปฟ้องพ่อว่าเราตัวแบบนั้นแบบนี้ ตลอดชีวิตของเราเราพูดได้
เต็มปากเลยว่า เราไม่เคยนอกลู่นอกทางเลย
เรียนเราก็ตั้งใจเรียนอยู่ในกรอบในกฎเสมอ พ่อบอกเสมอว่าห้ามมีแฟนตอนเรียน จนเราเรียนจบ มีงานทำ จนตอนนี้อายุ 24. พึ่งมีแฟนคนแรก และเมื่อเร็วๆนี้แฟนเราจะมาห่า เรานัดเพื่อนกับแฟนว่าจะไปเที่ยวด้วยกันแต่ไปค้างข้างนอก เพราะใครมันจะขับรถกลับมานอนบ้านกันละ แต่แม่ห้ามค่ะ บอกว่าแม่รู้ทุกอย่างว่าอะไรเป็นอะไรกับตัวของเรา แต่พ่อเจ้าเขาไม่รู้ว่าเจ้าทำตัวแบบนี้ พ่อเป็นคนแคร์สายตาคนอื่นค่ะ แคร์ว่าคนอื่นจะมองยังไงเวลาที่เราไปไหนมาไหนกับผู้ชายมองว่าไม่ดี ไอ้ลูกสาวบ้านนี้มันยังไงๆอยู่นะ
จริงค่ะ ชิวิตเราโตมากับการถูกแคร์ถูกมองด้วยสายตาคนอื่นอยู่เสมอ ไอ้นั่นไม่ดีไอ้นี่ไม่ดี ลูกสาวบ้านนี้ทำตัวแบบนี้นะ ทำแบบนั้นนะ มันเสียตัวให้ผู้ชาย(ก็โอ้ยยย ใครมันจะไปเก็บพรมจารีไว้ตอนแต่งงานละ ถามว่าดีไหมถ้าทำได้ มันดีค่ะ เพราะมันเป็นศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง แต่ถ้าให้พูดตรงๆเลยก็คือ โอกาสที่เราจะทำเช่นนั้นได้มันก็น้อยเเล้ว มันไม่เหมือนสมัยเมื่อก่อน ที่ต้องรอจนแต่งก่อน
ถึงจะมีอะไรกันได้ เหมือนแม่กับพ่อเราที่แต่งงานตอน
อายุ 30 เราก็คิดงั้นนั้นก็จะเก็บเอาไว้ แต่ด้วยสังคมรอบข้าง คนที่มีแฟนเวลาอยู่ด้วยกันมันก็ต้องมีบ้างเเหละ เรื่องแบบนี้ ใช่ว่าคนเสียตัวเป็นคนเลวนี่ค่ะ คนเสียตัวเขาก็ใช้ชีวิตของเขา เป็นมนุษยคนนึง ) คนแถวๆบ้านเราเป็นพวกชอบเผือกอยู่แล้ว ยิ่งเวลาเห็นอะไรที่ซ้ำเติมได้ ก็เหยีบกันใหญ่ รุ่มกันใหญ่ ยิ่งป้าข้างๆบ้านนะ รู้ เร็วกว่าตัวของเราเสียอีก เรานั่งอยู่บ้าน หาว่าไปอยู่กับผู้ชาย หน้าตาคงคล้ายเรามากสินะ อยากเผือกมากสินะ ถึงจำคนผิด หาว่าเป็นเรา
เข้าเรื่องเลยคือ คนที่เราแคร์เวลาที่เรามีความสุข
เขากลับเป็นเดือดเป็นร้อนเเทนเราเสียเอง แต่เวลาที่เป็นทุกข์กลับไม่เห็นหัวสักคน คนรอบข้างเป็นสิ่งที่น่ากลัว อยู่ยาก น่าเบื่อ เราแค่อยากได้อิสระในเวลาที่อยู่แฟนของเราบ้าง เราอยากมีเวลาส่วนตัวอยู่ด้วยกันบ้าง
แคร์แต่คนรอบข้างมากจนเกินไป
ที่อบอุ่นค่ะ พ่อแม่น้องเราอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเวลาที่จะทานข้าวก็ทานพร้อมกัน หยอกล้อ คุยเล่นด้วยกันสม่ำเสมอ คนในครอบครัวรักกันดีค่ะ จนตอนนี้เรามีแฟนค่ะ แต่อยู่ไกลกันคนละจังหวัด หลายเดือนกว่าจะเจอกัน จนมาเดือนนี้ 2 เดือนที่ไม่ได้เจอกัน ปกติเเฟนเราจะมานอนที่บ้านเราเวลามาหา เราไม่สมารถจับมือ ลูบหัว นั่งเล่นใกล้กัน หรือหยอกล้อกันแบบแฟนทั่วๆไปหรอกค่ะ เพราะทางบ้านเราเขาเคร่งเรื่องมารยาท การดูไม่ดีเวลาที่คนอื่นมองมา หรือ ใครมาพบเข้า เขาจะหาว่าดูไม่ดี (จริงๆก็พ่อเราเองนี่เเหละ ที่ไม่ให้ทำแบบนี้) เอาตรงๆเราก็แอบ
คิดนะว่า บางครั้งคนเป็นแฟนกันมันก็คิดถึงกันอะ อยากกอดอยากจับมืออยากลูบหัวเล่น เมื่อก่อน
ก่อนที่เราจะมีแฟนเราไปทำงานที่ต่างจังหวัดค่ะ
เราก็เลยได้เจอแฟนคนนี้ ตอนอยู่ที่โน้น เราก็ชิวเลยค่ะ ไม่ต้องเเคร์สายตาใคร ไม่ต้องกลัวว่าญาติเรา
จะเห็น อยู่ด้วยกัน นอนเล่นด้วยกัน กอดกัน หอมกัน
มันก็ปกติสำหรับคู่รักคู่หนึ่ง.
แต่พ่อเราไม่ยอมรับหรอกค่ะ เรื่องเเบบนี้มันเหมือน
ว่าเราไม่ดี ทำตัวไม่งาม เอาง่ายๆคือก็หัวโบราณสำหรับคนมีอายุเเหละค่ะ เพราะพ่อกับแม่บอกว่า ถ้าจะทำแบบนั้นได้ ก็ให้รู้ไปเลยว่าเเต่งงานเเล้ว
ถึงจะทำอะไรแบบนี้ได้ เข้าใจแต่บางที่มันก็เกินไป เราอยากมีเวลาส่วนตัวกับเเฟนบ้าง อยากทำอะไรด้วยกันบ้าง มันก็อึดอัด มั่วแต่ต้องคอยระเเวง เวลาไปไหนกับแฟนว่าจะมีคนเห็นแล้วเอาไปฟ้องพ่อว่าเราตัวแบบนั้นแบบนี้ ตลอดชีวิตของเราเราพูดได้
เต็มปากเลยว่า เราไม่เคยนอกลู่นอกทางเลย
เรียนเราก็ตั้งใจเรียนอยู่ในกรอบในกฎเสมอ พ่อบอกเสมอว่าห้ามมีแฟนตอนเรียน จนเราเรียนจบ มีงานทำ จนตอนนี้อายุ 24. พึ่งมีแฟนคนแรก และเมื่อเร็วๆนี้แฟนเราจะมาห่า เรานัดเพื่อนกับแฟนว่าจะไปเที่ยวด้วยกันแต่ไปค้างข้างนอก เพราะใครมันจะขับรถกลับมานอนบ้านกันละ แต่แม่ห้ามค่ะ บอกว่าแม่รู้ทุกอย่างว่าอะไรเป็นอะไรกับตัวของเรา แต่พ่อเจ้าเขาไม่รู้ว่าเจ้าทำตัวแบบนี้ พ่อเป็นคนแคร์สายตาคนอื่นค่ะ แคร์ว่าคนอื่นจะมองยังไงเวลาที่เราไปไหนมาไหนกับผู้ชายมองว่าไม่ดี ไอ้ลูกสาวบ้านนี้มันยังไงๆอยู่นะ
จริงค่ะ ชิวิตเราโตมากับการถูกแคร์ถูกมองด้วยสายตาคนอื่นอยู่เสมอ ไอ้นั่นไม่ดีไอ้นี่ไม่ดี ลูกสาวบ้านนี้ทำตัวแบบนี้นะ ทำแบบนั้นนะ มันเสียตัวให้ผู้ชาย(ก็โอ้ยยย ใครมันจะไปเก็บพรมจารีไว้ตอนแต่งงานละ ถามว่าดีไหมถ้าทำได้ มันดีค่ะ เพราะมันเป็นศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง แต่ถ้าให้พูดตรงๆเลยก็คือ โอกาสที่เราจะทำเช่นนั้นได้มันก็น้อยเเล้ว มันไม่เหมือนสมัยเมื่อก่อน ที่ต้องรอจนแต่งก่อน
ถึงจะมีอะไรกันได้ เหมือนแม่กับพ่อเราที่แต่งงานตอน
อายุ 30 เราก็คิดงั้นนั้นก็จะเก็บเอาไว้ แต่ด้วยสังคมรอบข้าง คนที่มีแฟนเวลาอยู่ด้วยกันมันก็ต้องมีบ้างเเหละ เรื่องแบบนี้ ใช่ว่าคนเสียตัวเป็นคนเลวนี่ค่ะ คนเสียตัวเขาก็ใช้ชีวิตของเขา เป็นมนุษยคนนึง ) คนแถวๆบ้านเราเป็นพวกชอบเผือกอยู่แล้ว ยิ่งเวลาเห็นอะไรที่ซ้ำเติมได้ ก็เหยีบกันใหญ่ รุ่มกันใหญ่ ยิ่งป้าข้างๆบ้านนะ รู้ เร็วกว่าตัวของเราเสียอีก เรานั่งอยู่บ้าน หาว่าไปอยู่กับผู้ชาย หน้าตาคงคล้ายเรามากสินะ อยากเผือกมากสินะ ถึงจำคนผิด หาว่าเป็นเรา
เข้าเรื่องเลยคือ คนที่เราแคร์เวลาที่เรามีความสุข
เขากลับเป็นเดือดเป็นร้อนเเทนเราเสียเอง แต่เวลาที่เป็นทุกข์กลับไม่เห็นหัวสักคน คนรอบข้างเป็นสิ่งที่น่ากลัว อยู่ยาก น่าเบื่อ เราแค่อยากได้อิสระในเวลาที่อยู่แฟนของเราบ้าง เราอยากมีเวลาส่วนตัวอยู่ด้วยกันบ้าง