ยกเลิก atm ไปเรียบร้อยตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม แต่ตรวจสอบรายการเคลื่อนไหวในบัญชีพบว่ามีการหักค่าธรรมเนียมรายปี ในเดือนมิถุนายน ทั้งที่ไม่ได้ใช้และได้ทำการยกเลิกไปก่อนหน้านี้เรียบร้อย
เบื้องต้นโทรขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ call center ของธนาคาร ในการขอคืนค่าธรรมเนียมที่เสียผลประโยชน์ไปนั้น เจ้าหน้าที่แนะนำให้นำสมุดบัญชีและบัตรประชาชนไปเขียนคำร้องขอคืนที่สาขาที่เปิดบัญชีไว้เท่านั้น
ลูกค้าแจ้งว่าหากไม่สะดวกจะทำอย่างไร เพราะตอนเปิดบัญชีลูกค้าอยู่สมุทรปราการ แต่ตอนนี้ได้ย้ายบ้านมาอยู่นนทบุรีแล้ว หากต้องไปสาขาที่เปิดเพื่อแลกกับค่าธรรมเนียมรายปีที่เสียไป คงไม่คุ้มค่ารถและเสียเวลาเดินทาง และอาจต้องลาหยุดงาน (สาขาที่เปิดไม่ได้อยู่ในห้างและเปิดตามเวลาทำการ 8.30-16.00น.)
วิธีแก้ปัญหาที่เจ้าหน้าที่ของ call center ของธนาคารด่านแรกที่เราหวังจะเป็นที่พึ่งด้านความช่วยเหลือคือ ให้ลูกค้าไปทำเรื่องที่สาขาที่เป็นเขตต่างจังหวัดแทน เนื่องจากนนทบุรีอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล เราเน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ท่านนั้นว่า มีแนวทางที่สะดวกกว่านี้หรือไม่ คือเราต้องการใช้บริการในสาขาใกล้บ้าน หรือสาขาที่สามารถเดินทางสะดวกกว่า ซึ่งสาขานั้นๆ จะสามารถดำเนินการทำเรื่องส่งต่อให้ได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่แจ้งแบบไร้ความเห็นใจว่ายังไงก็ไม่ได้ หากบ้านเราอยู่นนทบุรีก็ต้องเดินทางไปสาขาในจังหวัดใกล้เคียง เช่น นครปฐม
ยอมรับว่าไม่พอใจแนวทางแก้ปัญหานี้อย่างมาก ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่าการแก้ปัญหาแบบนี้คือ ธนาคารไม่ได้มองถึงปัญหาหลัก คือลูกค้าโดนหักค่าบริการโดยไม่ได้ใช้บัตร ไม่ใส่ใจความเดือดร้อนของลูกค้า ผลักภาระให้ลูกค้าต้องติดตามเงินคืนเองยังพอรับได้ แต่อะไรคือทางเลือกที่จำกัดว่า ลูกค้าบ้านอยู่นนทบุรี ถ้าไม่ไปสมุทรปราการก็ต้องไปทำเรื่องต่างจังหวัดคือ นครปฐม และตอนนี้เทคโนโลยีก็ก้าวหน้าล้ำไปมากแล้ว ทั้งพัฒนา แอปพลิเคชั่นทางมือถือ ถอนเงินไม่ใช่บัตร ชำระสินค้าบริการผ่านแอป เพื่อแข่งกันอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า แต่ระบบแก้ปัญหาที่ตรงจุดอย่างแท้จิงยังล้าหลังและแก้ปัญหาแบบเดิมๆ อยู่
ดังนั้นคิดว่าเงินค่าบริการรายปี 200 บาทนั้น คงไม่คุ้มค่าที่จะเสียเวลาไปติดตามคืน และคงต้องจำใจยกให้ธนาคารไปนั่นแหละ
โดยส่วนตัว ยังเลือกธนาคารกรุงเทพเป็นอันดับหนึ่งในใจเสมอ ถึงแม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าธนาคารอื่นๆ ปรับปรุงพัฒนาระบบล้ำหน้า และมีแนวคิดในการให้บริการหลายอย่างที่สะดวก สบาย และทันสมัยกว่าไปมากแล้ว แต่ก็ยังเชื่อมั่นในการใช้บริการธนาคารกรุงเทพเพราะรักและผูกพันใช้มานานตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ อยากให้พัฒนาปรับปรุงแนวทางการให้บริการได้ดีกว่านี้ ในเมื่อโลกทางเทคโนโลยีมันพัฒนาไปไกลมากแล้ว
ถ้ายังอยากเป็นธนาคารอันดับต้นๆ ที่ครองใจลูกค้าเดิมตลอดไป การให้บริการเหนือความคาดหมายและแก้ไขได้ตรงจุดเป็นสิ่งสำคัญมาก จึงขอติเพื่อก่อมาไว้ที่นี้ และหวังว่าความเห็นนี้จะเป็นประโยชน์ให้ธนาคารได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงความเดือดร้อนของลูกค้าคนอื่นๆ ในภายหน้าต่อไป
ธนาคารกรุงเทพและระบบการจัดการช่วยเหลือลูกค้าอันล้าหลัง
เบื้องต้นโทรขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ call center ของธนาคาร ในการขอคืนค่าธรรมเนียมที่เสียผลประโยชน์ไปนั้น เจ้าหน้าที่แนะนำให้นำสมุดบัญชีและบัตรประชาชนไปเขียนคำร้องขอคืนที่สาขาที่เปิดบัญชีไว้เท่านั้น
ลูกค้าแจ้งว่าหากไม่สะดวกจะทำอย่างไร เพราะตอนเปิดบัญชีลูกค้าอยู่สมุทรปราการ แต่ตอนนี้ได้ย้ายบ้านมาอยู่นนทบุรีแล้ว หากต้องไปสาขาที่เปิดเพื่อแลกกับค่าธรรมเนียมรายปีที่เสียไป คงไม่คุ้มค่ารถและเสียเวลาเดินทาง และอาจต้องลาหยุดงาน (สาขาที่เปิดไม่ได้อยู่ในห้างและเปิดตามเวลาทำการ 8.30-16.00น.)
วิธีแก้ปัญหาที่เจ้าหน้าที่ของ call center ของธนาคารด่านแรกที่เราหวังจะเป็นที่พึ่งด้านความช่วยเหลือคือ ให้ลูกค้าไปทำเรื่องที่สาขาที่เป็นเขตต่างจังหวัดแทน เนื่องจากนนทบุรีอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล เราเน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ท่านนั้นว่า มีแนวทางที่สะดวกกว่านี้หรือไม่ คือเราต้องการใช้บริการในสาขาใกล้บ้าน หรือสาขาที่สามารถเดินทางสะดวกกว่า ซึ่งสาขานั้นๆ จะสามารถดำเนินการทำเรื่องส่งต่อให้ได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่แจ้งแบบไร้ความเห็นใจว่ายังไงก็ไม่ได้ หากบ้านเราอยู่นนทบุรีก็ต้องเดินทางไปสาขาในจังหวัดใกล้เคียง เช่น นครปฐม
ยอมรับว่าไม่พอใจแนวทางแก้ปัญหานี้อย่างมาก ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่าการแก้ปัญหาแบบนี้คือ ธนาคารไม่ได้มองถึงปัญหาหลัก คือลูกค้าโดนหักค่าบริการโดยไม่ได้ใช้บัตร ไม่ใส่ใจความเดือดร้อนของลูกค้า ผลักภาระให้ลูกค้าต้องติดตามเงินคืนเองยังพอรับได้ แต่อะไรคือทางเลือกที่จำกัดว่า ลูกค้าบ้านอยู่นนทบุรี ถ้าไม่ไปสมุทรปราการก็ต้องไปทำเรื่องต่างจังหวัดคือ นครปฐม และตอนนี้เทคโนโลยีก็ก้าวหน้าล้ำไปมากแล้ว ทั้งพัฒนา แอปพลิเคชั่นทางมือถือ ถอนเงินไม่ใช่บัตร ชำระสินค้าบริการผ่านแอป เพื่อแข่งกันอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า แต่ระบบแก้ปัญหาที่ตรงจุดอย่างแท้จิงยังล้าหลังและแก้ปัญหาแบบเดิมๆ อยู่
ดังนั้นคิดว่าเงินค่าบริการรายปี 200 บาทนั้น คงไม่คุ้มค่าที่จะเสียเวลาไปติดตามคืน และคงต้องจำใจยกให้ธนาคารไปนั่นแหละ
โดยส่วนตัว ยังเลือกธนาคารกรุงเทพเป็นอันดับหนึ่งในใจเสมอ ถึงแม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าธนาคารอื่นๆ ปรับปรุงพัฒนาระบบล้ำหน้า และมีแนวคิดในการให้บริการหลายอย่างที่สะดวก สบาย และทันสมัยกว่าไปมากแล้ว แต่ก็ยังเชื่อมั่นในการใช้บริการธนาคารกรุงเทพเพราะรักและผูกพันใช้มานานตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ อยากให้พัฒนาปรับปรุงแนวทางการให้บริการได้ดีกว่านี้ ในเมื่อโลกทางเทคโนโลยีมันพัฒนาไปไกลมากแล้ว
ถ้ายังอยากเป็นธนาคารอันดับต้นๆ ที่ครองใจลูกค้าเดิมตลอดไป การให้บริการเหนือความคาดหมายและแก้ไขได้ตรงจุดเป็นสิ่งสำคัญมาก จึงขอติเพื่อก่อมาไว้ที่นี้ และหวังว่าความเห็นนี้จะเป็นประโยชน์ให้ธนาคารได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงความเดือดร้อนของลูกค้าคนอื่นๆ ในภายหน้าต่อไป