ถ้าคิดจะปิดชีวิตตัวเอง.. เพียงเพราะการไม่เคยผ่านสัมภาษณ์งาน คนที่อ่านข่าว.. เค้าจะรู้สึกสังเวช หรือ สมเพชมั้ย!?

         ผมเริ่มที่จะหางานหลังจากที่เรียนจบมาได้ เข้าเดือนที่ 2 แล้วครับ
ได้รับ offer ให้เข้าไปสัมภาษณ์งาน 2 บริษัท  3 ตำแหน่ง  รวมทั้งหมด 5 รอบ

ซึ่งรอบแรก ๆของทั้ง 2 บริษัทนั้น แน่นอนครับ.. ต้องสัมภาษณ์กับ HR บวกกับสอบข้อเขียน
ยังพอมีโชคบ้างครับ ที่ผมสามารถผ่านข้อเขียนมาได้ทั้ง 2 แห่ง แล้วก็ผ่านสอบสัมภาษณ์กับ HR ทั้ง 2 บริษัทเช่นเดียวกัน
****(แต่ตอนแรกคิดว่าจะไม่ผ่านสัมภาษณ์แล้วสะอีก เพราะมันเป็นครั้งแรก ตื่นเต้น ปากสั่น ขาสั่นมาก ทั้งๆที่ตอนนั่งรอ ก็ไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรเท่าไหร่ สงสัยจะประมาทเกินไป)
****(ประกอบกับตอนนั้น แอบแลก contact กับ candidates ท่านอื่นเอาไว้ จะได้รู้ข่าวสาร การเคลื่อนไวต่างๆนาๆ ซึ่งมีคนนึง HR โทรกลับไปหาเค้าตั้งแต่วันนั้นเลยว่าคุณผ่านทั้งสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์แล้ว วันศุกร์นี้เตรียมสัมภาษณ์รอบ 2 ได้เลย........ อืมมมม พอได้เห็นเช่นนั้น ก็ได้แต่คิดในใจ แล้วตรูหล่ะ?? 55555 แล้วก็ปลอบใจตัวเอง ว่าเออ..พลาดเอง ทั้งๆที่เตรียมตัวไปอย่างดี แต่ตกม้าตายตรงที่ลืม เปลี่ยน mindset หรีอ attitude ต่างๆ ในการรับมือกับความตื่นเต้นสั่นเป็นผีบ้านั้น.. TT) 

...................... สำหรับที่แรกจบไป.......................

มาสัมภาษณ์ต่อกับแห่งที่ 2 แน่นอนรอบนี้เตรียมตัวมาดีกว่าเดิม สอบข้อเขียนกับสัมภาษณ์รอบแรกผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
แต่ตกสัมภาษณ์รอบสุดท้าย มี candidates หลายท่าน ซึ้งเราสัมภาษณ์คนสุดท้าย 
เรามั่นใจมากกว่า คนที่ได้ position นั้นคือคนที่สัมภาษณ์ก่อนหน้าเรา อย่างแรกเลยเธอมีประสบการณ์มาเกือบ 1 ปี และ อย่างที่ 2 พอเธอเข้าไปในห้องมีแต่เสียงหัวเราะ หัวเราะ และ หัวเราะ จนตลอดกระบวนการสัมภาษณ์ และก่อนจะออกมาผู้สมัครท่านนั้นพูดขึ้นว่า "อาทิตย์หน้าเจอกันนะคะ" .............    อืมมม เครร 

ตอนเรานั่งรออยู่ด้านนอก คิดกับตัวเองในใจละว่า "เข้าไปทำอย่างไรให้พวกเค้ามีเสียงหัวเราะกัน" คิดวนๆ อยู่สักพัก 
แต่จริงๆ ในใจลึกๆ รู้ดีแหล่ะ ว่าทำไม่ได้หรอก เพราะเราไม่สามารถที่จะทำบุคลิกที่แบบเฮฮามีสีสรรค์ แต่ยังคงรูปแบบที่เป็นทางการอยู่ด้วย 
สรุปพอเข้าไป ก็อย่างที่คิดไว้ ......เงียบกริบ..... ฮ่าๆๆๆ  (ปล. มีคณะกรรมการ 8 คน) เราคงจริงจังเกินไป จนมีท่านนึงถามมาว่า ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนบ้างมั้ย?
(ปล2. จริงๆ เราก็สายเที่ยว สายเรียนอยู่นะ play hard study harder  ทำนองนั้น) จริงๆ มันเป็นแค่จุดเล็กๆ ถ้าเป็นคนไม่คิดอะไรเยอะก็ไม่น่าจะนำกลับมาคิด.... รึผมคิดมากไปเองครับ?????? 

...................สรุปผมก็พลาดไปครับ สำหรับแห่งที่ 2....................
อ่อ อีกนึดนึงครับ ตอนท้ายๆของการสัมภาษณ์งาน ท่านๆคณะกรรมการบอกว่าเสียดายความสามารถเรา แต่มันยังไม่ fit in กับ position นั้น แต่จะโอนย้ายให้ไปสัมภาษณ์อีกตำแหน่งนึง เดี๋ยวจะติดต่อกลับไป

จนกระทั่งตอนนี้เป็นเวลา 1 เดือนละ ก็ยังไม่ติดต่อกลับมา

....................ฟ้ายังมีตา บริษัทแรก โทรกลับมา.................
หลังจากตอนแรกรู้สึกหมดอาลัยตายยากกับตัวเอง ว่าทำไมทำไม่ได้ ทำไมถึงไม่เป็นแบบนั้นแบบนี้ คำถามมากมายในหัว

สักพักบริษัทแรกโทรกลับมาหาบอกว่าคุณผ่านสัมภาษณ์รอบแรกและข้อเขียน ซึ่งตอนนั้นดีใจมากก เพราะตำหนิตัวเองอยู่ตลอด 
เอาหล่ะ มาเริ่มกันใหม่ รอบนี้จะไม่ตื่นเต้นเหมือนตอนแรก 
สรุปเลย ผมไม่ผ่านสัมภาษณ์รอบสุดท้ายของ ตำแหน่ง A กับ บริษัทแรก 
โดยเหตุผลที่ว่า จริงๆเค้าอยากร่วมงานกับผมนะ เสียดายที่ยังขาด passion ในตัวสินค้าของทางบริษัท กลัวจะอยู่แค่ 2-3 ปี 

แต่ทางเค้ายังให้โอกาสกับผมอีกครั้งครับ ให้ไปลองสัมภาษณ์ตำแหน่ง B
จนตอนนี้ก็เกือบ 2 อาทิตย์ละครับ ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมา
ปกติแล้วบริษัทนี้จะมีกระบวนการสัมภาษณ์ 2 sets รอบละประมาณ 3-4 คน สำหรับของผมเป็น set แรก
จริงๆ ก็พอเข้าใจได้ว่าต้องใช้เวลาในการรอประมาณ 1-2 อาทิตย์

แต่ผมมีความรู้สึกน้อยใจ HR ครับ ย้อนกลับไปตอนแรกที่ผมบอกว่าแลก contact กับ candidates ท่านอื่นๆไว้
เค้าเล่าให้ผมฟังว่า หลังจากสัมภาษณ์รอบสุดท้าย 1 อาทิตย์ HR โทรมาบอกว่า คณะกรรมการเค้าถูกใจเรานะ แต่ยังอยากลองสัมภาษณ์คนอื่นๆดูก่อน
ผ่านไปอีก 1 อาทิตย์  HR คนเดิมโทรกลับไปหาเค้าอีก บอกว่าตอนนี้ ทางคณะกรรมการ ได้วันเวลาที่แน่ชัดแล้วจะมีการสัมภาษณ์set 2 วันไหน แล้วจะทราบผลในวันนั้น......

***ตอนนี้ candidate ท่านนั้นได้งานที่นั้นเป็นที่เรียบร้อย**
แต่สำหรับผม เค้าไม่เห็นโทรมาแจ้งอะไรให้ทราบเลย เหมือนเป็นคนไม่สำคัญ เค้าคงไม่ถูกชะตากับผมใช่ไหมครับแบบนี้ 
ตอนนี้ก็ยังรอโทรศัพท์อยู่ทุกวัน เหมือนรอแฟนให้โทรกลับมาหา ตอนงอลกันเลย 55555

สุดท้าย
ปล. ตอนนี้ยอมรับครับว่าคิดน้อย แต่จิตสำนึกมันยังไม่อยากยอมแพ้ ยังอยากเห็นตัวเองประสบความสำเร็จอยู่ 
แต่กลัวใจตัวเองเมื่อรู้ผลว่าไม่ผ่านสัมภาษณ์รอบสุดท้าย  ผมคิดกว่าชีวิตในชาตินี้มันไม่ประสบความสำเร็จ ไปลองใหม่เอาชีวิตหน้าดีมั้ย? 
แล้วถ้าพวกคุณมานั่งอ่านพลาดหัวข่าว ว่าเออ "หนุ่มจบใหม่ท้อหนัก !! พิษไร้งานทำ ปิดชีพอนาถกลางชายคาบ้าน" ???? คุณคิดยังไงกันบ้านครับ
เงินเก็บสมัยทำงาน Part-time ระหว่างเรียน มันก็ค่อยๆจะหมดละด้วยแหละครับ เหมือนคนมาถึงทางตันเลยเนอะะ เห้ออ

ปล2. วันศุกร์ที่ 14 มิ.ย. ผมมีไปสัมภาษณ์งานอีกที่นึงครับ แต่บอกตามตรง ท้อมากครับ ไม่มีความมั่นใจหลงเหลืออยู่เลย 

ปกติ... ผมจะแสดงความเข้มแข็งว่าไม่เป็นไรทุกครั้ง ไม่ว่าจะกับเพื่อน ทางบ้าน แฟนเก่า แล้วเค้าก็จะถามประจำว่าได้งานยัง ๆ 
แต่ตอนนี้คือ ไม่โอเค เลยยยยย
Is it ok not to be ok ? ใช่มั้ยครับ 

 
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่