'พิชัย'ห่วงรัฐบาลทำเศรษฐกิจทรุด! สื่อตปท.รุมวิจารณ์ แนะเลือกครม.ต้องไม่ยี้
https://www.khaosod.co.th/politics/news_2609199
‘พิชัย’ ห่วงภาพลักษณ์ รัฐบาลทำ เศรษฐกิจทรุด สื่อใหญ่ต่างประเทศรุมวิจารณ์ทางลบ แนะ เลือกคณะรัฐมนตรี ต้องไม่ยี้ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
วันที่ 12 มิ.ย.
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง แต่สื่อใหญ่ต่างประเทศหลายสำนักได้ให้ความเห็นในทางลบอย่างมาก เช่น นิกเคอิ รีวิว ของญี่ปุ่น วิจารณ์ว่าการที่ พล.อ.
ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง ทำประเทศไทยถอยหลังกลับไป 30 ปี และ ดิ อิโคโนมิสต์ของอังกฤษ วิจารณ์ว่า พล.อ.
ประยุทธ์บิดเบือนกฎหมายเพื่อสืบทอดอำนาจ และล่าสุดวอชิงตันโพสต์ สื่อทรงอิทธิพลที่สุดของสหรัฐฯ ถึงกับแนะให้รัฐบาลสหรัฐฯ อย่าได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์อย่างเต็มรูปแบบกับรัฐบาลไทย โดยระบุชัดเจนว่าเป็นประชาธิปไตยจอมปลอม
นาย
พิชัย กล่าวต่อว่า การที่สื่อใหญ่ระดับโลกให้ความเห็นเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศอย่างแน่นอน ตรงข้ามกับที่
นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ พยายามแก้ต่างเพื่อปลอบใจรัฐบาล แต่เนื่องจากมีความผิดปกติในการเลือกตั้งจำนวนมาก
อีกทั้งรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย การฟื้นเศรษฐกิจของประเทศไทยจะทำได้ยากมาก หรือแทบทำไม่ได้เลย เพราะจะไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างประเทศได้
“เศรษฐกิจไทยก็จะยังคงย่ำแย่ลงต่อไป ประชาชนจะยิ่งลำบากมากขึ้น
โดยรัฐบาลจะพยายามโทษไปที่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน
ซึ่งไม่น่าจะใช่เหตุผลทั้งหมด เพราะประเทศเวียดนามกลับได้ประโยชน์
ในขณะที่ประเทศไทยกลับแย่ลงเรื่อย ๆ อีกทั้งช่วงเศรษฐกิจโลกดี
เศรษฐกิจไทยก็แย่มาตลอด 5 ปี” นายพิชัย กล่าว
นาย
พิชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้การคัดเลือกบุคคลที่มาดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีในขั้นตอนต่อไป
ก็อยากให้เลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง มีประวัติการทำงานที่โปร่งใส ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ต้องไม่ยี้ เพราะหากเลือกคนที่มีประวัติยี้ หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน จะยิ่งทำให้ความมั่นใจลดต่ำลงไปอีก และประชาชนจะยิ่งไม่ยอมรับ หลายชื่อที่ปรากฏในหน้าสื่อ เริ่มสร้างความกังวลให้กับประชาชนจำนวนมาก
นาย
พิชัย กล่าวว่า เพราะ 5 ปีที่ผ่านมา พล.อ.
ประยุทธ์มีอำนาจเต็ม ยังไม่สามารถทำเศรษฐกิจให้ดีได้ ประชาชนลำบากกันอย่างมาก มาตอนนี้หลังการเลือกตั้งแล้ว ต้องมาแบ่งอำนาจให้กับพรรคร่วมรัฐบาล
ซึ่งอาจมีรัฐมนตรีที่มีประวัติย้อนหลังที่ยี้ แล้วจะไปทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้อย่างไร ดังนั้นจึงอยากให้คัดบุคคลให้เหมาะสมและดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างน้อยก็จะไม่ทำให้เศรษฐกิจทรุดหนักมากลงไปอีก
JJNY : 'พิชัย'ห่วงรัฐบาลทำเศรษฐกิจทรุด! สื่อตปท.รุมวิจารณ์ฯ/เทพไทจี้ เร่งตั้ง รบ.เร่งแก้ปัญหาปากท้อง-ประกาศแก้ รธน.ฯ
https://www.khaosod.co.th/politics/news_2609199
‘พิชัย’ ห่วงภาพลักษณ์ รัฐบาลทำ เศรษฐกิจทรุด สื่อใหญ่ต่างประเทศรุมวิจารณ์ทางลบ แนะ เลือกคณะรัฐมนตรี ต้องไม่ยี้ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
วันที่ 12 มิ.ย. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง แต่สื่อใหญ่ต่างประเทศหลายสำนักได้ให้ความเห็นในทางลบอย่างมาก เช่น นิกเคอิ รีวิว ของญี่ปุ่น วิจารณ์ว่าการที่ พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง ทำประเทศไทยถอยหลังกลับไป 30 ปี และ ดิ อิโคโนมิสต์ของอังกฤษ วิจารณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์บิดเบือนกฎหมายเพื่อสืบทอดอำนาจ และล่าสุดวอชิงตันโพสต์ สื่อทรงอิทธิพลที่สุดของสหรัฐฯ ถึงกับแนะให้รัฐบาลสหรัฐฯ อย่าได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์อย่างเต็มรูปแบบกับรัฐบาลไทย โดยระบุชัดเจนว่าเป็นประชาธิปไตยจอมปลอม
นายพิชัย กล่าวต่อว่า การที่สื่อใหญ่ระดับโลกให้ความเห็นเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศอย่างแน่นอน ตรงข้ามกับที่ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ พยายามแก้ต่างเพื่อปลอบใจรัฐบาล แต่เนื่องจากมีความผิดปกติในการเลือกตั้งจำนวนมาก
อีกทั้งรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย การฟื้นเศรษฐกิจของประเทศไทยจะทำได้ยากมาก หรือแทบทำไม่ได้เลย เพราะจะไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างประเทศได้
ซึ่งไม่น่าจะใช่เหตุผลทั้งหมด เพราะประเทศเวียดนามกลับได้ประโยชน์
ในขณะที่ประเทศไทยกลับแย่ลงเรื่อย ๆ อีกทั้งช่วงเศรษฐกิจโลกดี
เศรษฐกิจไทยก็แย่มาตลอด 5 ปี” นายพิชัย กล่าว
นายพิชัย กล่าวว่า เพราะ 5 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์มีอำนาจเต็ม ยังไม่สามารถทำเศรษฐกิจให้ดีได้ ประชาชนลำบากกันอย่างมาก มาตอนนี้หลังการเลือกตั้งแล้ว ต้องมาแบ่งอำนาจให้กับพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งอาจมีรัฐมนตรีที่มีประวัติย้อนหลังที่ยี้ แล้วจะไปทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้อย่างไร ดังนั้นจึงอยากให้คัดบุคคลให้เหมาะสมและดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างน้อยก็จะไม่ทำให้เศรษฐกิจทรุดหนักมากลงไปอีก