คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
หลักฐานฝั่งพม่าอ้างว่าในสมัยพระเจ้าบุเรงนอง ละแวกเป็นหนึ่งในหัวเมืองประเทศราชที่ส่งบรรณาการให้หงสาวดีด้วย โดยใน พ.ศ. ๒๑๑๒ หลังจากเสียกรุงพระยาละแวกได้ส่งบรรณาการมาถวายพระเจ้าบุเรงนองที่กรุงศรีอยุทธยา ยอมสวามิภักดิ์ ฝ่ายพระเจ้าบุเรงนองก็พระราชทานเงิน ๓๐ ชั่งสำหรับบูรณะพระนครหลวง (นครวัด) เป็นการตอบแทน แต่เรื่องนี้ไม่ปรากฏในหลักฐานฝั่งไทยและเขมร
ในมหาราชวงศ์ (မဟာ ရာဇဝင်တော်ကြီ) ฉบับอูกาลา (ဦးကုလား) ที่ชำระในสมัยราชวงศ์ตองอูยุคฟื้นฟูระบุว่า ในจุลศักราช ๙๔๒ (พ.ศ. ๒๑๒๓) เดือนตะเส่าง์โมง (เดือ ๘ ของพม่า) วันจันทร์ ขึ้น ๑๑ ค่ำ พระเจ้าบุเรงนองทรงสร้างพระอารามใหญ่ ๒ แห่ง และศาสนสถานอีก ๓๐ หลังในเมืองมยวดี (မြဝတီ) และโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญผู้มีความรู้พระไตรปิฎก พระบาลี อรรถกถา เข้ามาอยู่ และในวันนั้นยังโปรดให้คัดลอกพระไตรปิฎกส่งไปมอบให้เมืองประเทศราชต่างๆ ได้แก่ อยุทธยา สุโขทัย พิษณุโลก ตะนาวศรี ทวาย มยวดี ล้านช้าง Akyaw(?) ละแวก เชียงใหม่ เชียงรุ่ง เชียงตุง เชียงแสน เมืองหน่าย ญองห้วย สีป่อ อุนโบง แสนหวี เมืองมีด เมืองก๋อง เมืองญาง สะกาย พุกาม สเรเขตตรา(แปร) เกตุมดี(ตองอู) สายาวดี เพื่อให้เมืองทั้งหลายได้ศึกษาเล่าเรียน
การมอบพระไตรปิฎกเป็นเผยแผ่พระบารมีของกษัตริย์ในรูปแบบหนึ่ง ตามประเพณีของพระเจ้าจักรพรรดิในสมัยโบราณที่จะให้การอุปถัมภ์ประเทศราชทั้งหลายที่อยู่ใต้พระบารมี ซึ่งการที่พระเจ้าบุเรงนองพระราชทานพระไตรปิฎกให้ละแวกก็แสดงให้เห็นว่าหงสาวดีในยุคนั้นนับว่าละแวกเป็นหนึ่งในประเทศราชของตนด้วย
แต่ในทางปฏิบัติแล้ว เข้าใจว่าพระยาละแวกคงส่งบรรณาการให้หงสาวดีพอเป็นพิธีเท่านั้น อาจเพราะเห็นว่าอยุทธยาถูกตีแตกแล้วเลยชิงส่งบรรณาการให้ก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้หงสาวดีมารุกราน ฝ่ายหงสาวดีคงเห็นว่าละแวกยอมรับในบารมีแล้วจึงไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวอะไร ปล่อยให้ปกครองตนเองไปตามประเพณีประเทศราชโบราณ
นอกจากสมัยพระเจ้าบุเรงนองก็ไม่ปรากฏว่าพม่าจะนับละแวกหรือกัมพูชาเป็นประเทศราชของตนอีก และพม่าเองก็ไม่ได้สนใจจะยึดครองกัมพูชาเลย คงเป็นเพราะตั้งอยู่ห่างไกลมากและไม่ได้มีเหตุผลที่ดึงดูดให้พม่ายกทัพไปรุกรานครับ
ในมหาราชวงศ์ (မဟာ ရာဇဝင်တော်ကြီ) ฉบับอูกาลา (ဦးကုလား) ที่ชำระในสมัยราชวงศ์ตองอูยุคฟื้นฟูระบุว่า ในจุลศักราช ๙๔๒ (พ.ศ. ๒๑๒๓) เดือนตะเส่าง์โมง (เดือ ๘ ของพม่า) วันจันทร์ ขึ้น ๑๑ ค่ำ พระเจ้าบุเรงนองทรงสร้างพระอารามใหญ่ ๒ แห่ง และศาสนสถานอีก ๓๐ หลังในเมืองมยวดี (မြဝတီ) และโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญผู้มีความรู้พระไตรปิฎก พระบาลี อรรถกถา เข้ามาอยู่ และในวันนั้นยังโปรดให้คัดลอกพระไตรปิฎกส่งไปมอบให้เมืองประเทศราชต่างๆ ได้แก่ อยุทธยา สุโขทัย พิษณุโลก ตะนาวศรี ทวาย มยวดี ล้านช้าง Akyaw(?) ละแวก เชียงใหม่ เชียงรุ่ง เชียงตุง เชียงแสน เมืองหน่าย ญองห้วย สีป่อ อุนโบง แสนหวี เมืองมีด เมืองก๋อง เมืองญาง สะกาย พุกาม สเรเขตตรา(แปร) เกตุมดี(ตองอู) สายาวดี เพื่อให้เมืองทั้งหลายได้ศึกษาเล่าเรียน
การมอบพระไตรปิฎกเป็นเผยแผ่พระบารมีของกษัตริย์ในรูปแบบหนึ่ง ตามประเพณีของพระเจ้าจักรพรรดิในสมัยโบราณที่จะให้การอุปถัมภ์ประเทศราชทั้งหลายที่อยู่ใต้พระบารมี ซึ่งการที่พระเจ้าบุเรงนองพระราชทานพระไตรปิฎกให้ละแวกก็แสดงให้เห็นว่าหงสาวดีในยุคนั้นนับว่าละแวกเป็นหนึ่งในประเทศราชของตนด้วย
แต่ในทางปฏิบัติแล้ว เข้าใจว่าพระยาละแวกคงส่งบรรณาการให้หงสาวดีพอเป็นพิธีเท่านั้น อาจเพราะเห็นว่าอยุทธยาถูกตีแตกแล้วเลยชิงส่งบรรณาการให้ก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้หงสาวดีมารุกราน ฝ่ายหงสาวดีคงเห็นว่าละแวกยอมรับในบารมีแล้วจึงไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวอะไร ปล่อยให้ปกครองตนเองไปตามประเพณีประเทศราชโบราณ
นอกจากสมัยพระเจ้าบุเรงนองก็ไม่ปรากฏว่าพม่าจะนับละแวกหรือกัมพูชาเป็นประเทศราชของตนอีก และพม่าเองก็ไม่ได้สนใจจะยึดครองกัมพูชาเลย คงเป็นเพราะตั้งอยู่ห่างไกลมากและไม่ได้มีเหตุผลที่ดึงดูดให้พม่ายกทัพไปรุกรานครับ
แสดงความคิดเห็น
ทำไมเมืองของละเเวกไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของพม่าครับ