สวัสดีค่ะ ตามหัวข้อเรย มันยังคงเป็นคำถามที่คาใจมาถึงทุกวันนี้ว่าเราทำถูกหรือผิดกันแน่..กับแฟนเก่าคนล่าสุด ย้อนกลับไป3ปีได้ เราทำงานที่เดียวกันกับเขาหลายๆอย่างทำให้เราได้คบกัน เราคิดว่าเขาคือคนที่ดีที่สุด ใช่เขาดีมาก ใ่ส่ใจดูแลทุกอย่าง ไม่มีเรื่องรักสองสามให้เป็นปัญหากัน จนคบได้1ปี แต่ก็ยังเป็นความรับค่ะ รู้แค่เพื่อนร่วมงาน ส่วนแม่เขาแม่เรายังไม่รู้ ตลอด1ปีเขาเสมอต้นเสมอปลาย เราคบกันแบบเรื่อยๆพูดเรื่องอนาคตบ้างแต่ยังไม่คิดไรมาก( มีอะไรกันบ้าง #เรื่องนี้ก็เป็นสาเหตุ ) ยอมรับเรยนะคะเขาค่อนข้างเป็นคนมีอารมณ์สูง เร็ว แค่แตะตัวก็ต้องการเเล้ว แรกๆเราก็โอเคนะคะ จนมันถึงจุดๆนึง เราป่วยเขาก็ยังต้องการ ซึ่งน่ารำคาญมาก พอไม่ให้ก็ดูเศร้าๆอารมณ์ไม่ค่อยดี จนเรากลับมาคิดว่าเราเป็นอะไร สำหรับเขา เป็นที่ระบายหรอ จนหนักๆเข้าเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า เพราะมันบ่อยจนเกินไป และเริ่มระแวงเวลาเขามาหา เราเคยถึงทำเป็ไม่รู้สึกอะไรเรยเวลาเขาถูกตัวทำหน้าเฉยชาดูว่าเขาจะทำเราไหม แล้วเขาก็ทำ เราทะเลาะกันเรื่องนี้จนต้องมาตกลงกันใหม่ (นี้คือจุดเริ่มต้นของความเบื่อหน่ายและก็การเลิกลาค่ะ 1 )
เราคุยกันว่าเธอทำเหมือนฉันไม่มีค่าอะไร เราต้องเอาผู้ใหญ่มาคุยกันแล้ว ถ้าเธอไม่เอาผู้ใหญ่มาคุยให้รู้เรื่องกันก็คือจะไม่ให้ถูกตัวแล้ว เราตกลงกันอย่างนั้น สรุปคือเขาบอกว่าเขาไม่มีเงิน ยังมีไม่พอที่จะให้ทางผู้ใหญ่มาตกลงกัน โอเคเรื่องนั้นเราเข้าใจ เราเรยไปปรึกษาแม่ว่าทำไงดี แม่เราใจกว้างค่ะขอแค่รักลูกแกจริงๆ แกบอกว่ามาเรยเรื่องหมั่นเรื่องอะไรไม่ต้องหรอก ถ้ายังไม่พร้อมขอแค่กล้ามาหน่อยมายอมรับสิว่าคบกับลูกแกมายอมรับสิว่าจะรับผิดชอบถ้าเกิดมีอะไรเกิดขึ้น เขาก็ยังบอกแบบเดิมว่ายังไม่พร้อม ซึ่งมันนานจนเรยเกือบเข้าปีที่2 ทางฝ่ายเขาก็ยังไม่มา จนวันนึงเขาออกจากงาน (เขาชอบบ่นว่าเงินน้อยไม่พอใช่ จะออกและจะให้เราออกไปอยู่ด้วย ซึ่งเราก็ไม่ไป เพราะอะไรๆมันก็ยังไม่ถูกต้อง) ถึงเขาออกงานไปความสัมพันธ์ก็ยังเหมือนเดิมเราใช่วันหยุดประจำสัปดาห์ไปหาเขาโดยเขามารับ หนักๆเข้าเริ่มมีคนนินทาบ้าง แต่ที่หนักคือแม่ของเขาก็นินทาเรา (แม่เขาก็ทำงานที่เดียวกับเราค่ะ) จนประโยคนึงที่มีคนมาพูดให้ฟังว่าแม่เขาว่าเรา "ไปกับผช. อย่างนันอย่างนี่ ไม่เอาเข้าบ้านหรอก" แรกที่ได้ฟังก็ตลกนะคะตลกทั้งคนเล่าว่ามันคงไม่จริงมั้ง ตลกที่ถ้ามันจริงคนที่เราไปด้วยก็คือลูกคุณไม่ใช่คนอื่นหนิ (นี่คืออีกจุดที่มาบั้นทอนใจ2) ไม่นานเราก็รู้ว่ามันจริง ทางเขาไม่ชอบเราค่ะ เขามีเงินมีพร้อมทุกอย่างแต่เลือกคนเข้าบ้านจริงๆ หลายคำย่ำยีของแม่เขาเริ่มเข้าหูเราเพราะลูกเขาไม่อยู่จนทำให้เราอดทนไม่ไหว เรยบอกเขาไปค่ะว่าแม่เขาพูดงั้นงี้กับเรา เขาก็บอกแค่ว่าเรารักกันนะอย่าเอาคำแกมาถือสา เดี๋ยวอยู่ด้วยกันจะพาไปอยู่ที่อื่น เหมือนง่ายนะคะ แต่ที่เราต้องการคือแม่สามีรักเรามากกว่าไหมอะ ที่ผ่านมาที่ ปฏิเสธจะมาคุยเหตุผลก็คือแม่เขาไม่ชอบเรา ไม่ใช่ ไม่มีตังค์ เราเริ่มท้อทำยังไงก็ไม่ชนะใจแม่เขาค่ะ เราเรยบอกเลิกเขา เขาไม่ยอมเขาบอกถ้ายังรักก็อย่าเลิกด้วยเหตุผลแบบนี้ เราเรยโมโห บอกเขาไปว่า"แน่จริงก็เอาแม่มาคุยดิถ้ากูท้องมาแม่ไม่รับผิดผิดชอบกู กูจะทำไง แม่เห็นกูเป็นแค่อีตัวไปให้เขาเอารู้ไหม" นั้นคือคำที่เราทะเลาะกัน ครั้งสุดท้ายเรายังจำได้ดี เราเลิกกันไปได้เดือนนึงเขาก็ง้อแต่เราก็ไม่ฟัง คือมันตัดไปแล้วค่ะคนมันเกลียดทำไงก็คือเกลียด จนเขายอมสารภาพออกมาว่าแม่เขาไม่ชอบเรา เขาพยายามอธิบายแล้วว่าเราดีอย่างงั้นอย่างงี้ เราก็บอกแค่ว่าไม่มีวาสนาต่อกันแล้ว เขาเรยตัดสินใจว่าจะเข้ามาหาแม่เราแล้วเอาเงิน1แสนให้แม่แล้วพาเราไปอยู่กับเขา ซึ่งไม่ใช่เราไม่ต้องการ เงินไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ ที่ต้องการคือครอบครัวเขายอมรับเราสิ
ตั้งแต่คุยกันเรื่องเงินนั้นเราก็ตัดขาดเรยค่ะ เลิกแบบตัดใจวันนั้นเรย จนถึงปัจจุบันเรา แต่งงานแล้ว กับ คนใหม่ แม่เขาก็ยังทำงานที่เดิมกับเรา มีคำนินทาเรื่องเดิมๆพอให้ได้ยินแต่สามีเราก็ยอมรับนะคะ บอกแค่เรื่องที่ผ่านมาแล้วอย่าไปคิดมาก นี่คือเรื่องโชคดีของเราอย่างหนึ่ง เราเริ่มคลุกคลีกับคน มากขึ้น (ตอนคบกับแฟนเก่าหลังเลิกงานเขาให้เราอยู่แต่ในห้องและคุยโทรศัพท์กันค่ะ) ก็มีคนมาเล่าให้ฟังว่าแม่เขาไม่ใยดีเราหรอก ด่าเหมือนหมูหมารู้บ้างหรือป่าว เราก็ได้แต่ยิ้มเพราะถือว่าเลิกลาและจบกันไปแล้ว...
นี่แหละค่ะคือเรื่องราว อ่านแล้วงงอ่านแล้วพอจับใจความได้ไหมคะว่าเราเลิกกันเพราะอะไร ถ้าพอจับใจความได้ คิดว่าเราทำถูกหรือผิดคะ มาจนถึงวันนี้เราก็ยังถามตัวเองอยู่เรย...
ปล..ทางบ้านเขาเลือกคนมีฐานะการศึกษาค่ะ เพราะญาติเขามาเล่าให้ฟังและเราก็ได้ยินเองจากปากเขาเห็นจากสะใภ้ใน นามสกุลเขาก็มีแต่คนมีฐานะ
พูดถึง แฟนเก่า ถูกหรือผิดที่เราบอกเลิกเขา,.?
เราคุยกันว่าเธอทำเหมือนฉันไม่มีค่าอะไร เราต้องเอาผู้ใหญ่มาคุยกันแล้ว ถ้าเธอไม่เอาผู้ใหญ่มาคุยให้รู้เรื่องกันก็คือจะไม่ให้ถูกตัวแล้ว เราตกลงกันอย่างนั้น สรุปคือเขาบอกว่าเขาไม่มีเงิน ยังมีไม่พอที่จะให้ทางผู้ใหญ่มาตกลงกัน โอเคเรื่องนั้นเราเข้าใจ เราเรยไปปรึกษาแม่ว่าทำไงดี แม่เราใจกว้างค่ะขอแค่รักลูกแกจริงๆ แกบอกว่ามาเรยเรื่องหมั่นเรื่องอะไรไม่ต้องหรอก ถ้ายังไม่พร้อมขอแค่กล้ามาหน่อยมายอมรับสิว่าคบกับลูกแกมายอมรับสิว่าจะรับผิดชอบถ้าเกิดมีอะไรเกิดขึ้น เขาก็ยังบอกแบบเดิมว่ายังไม่พร้อม ซึ่งมันนานจนเรยเกือบเข้าปีที่2 ทางฝ่ายเขาก็ยังไม่มา จนวันนึงเขาออกจากงาน (เขาชอบบ่นว่าเงินน้อยไม่พอใช่ จะออกและจะให้เราออกไปอยู่ด้วย ซึ่งเราก็ไม่ไป เพราะอะไรๆมันก็ยังไม่ถูกต้อง) ถึงเขาออกงานไปความสัมพันธ์ก็ยังเหมือนเดิมเราใช่วันหยุดประจำสัปดาห์ไปหาเขาโดยเขามารับ หนักๆเข้าเริ่มมีคนนินทาบ้าง แต่ที่หนักคือแม่ของเขาก็นินทาเรา (แม่เขาก็ทำงานที่เดียวกับเราค่ะ) จนประโยคนึงที่มีคนมาพูดให้ฟังว่าแม่เขาว่าเรา "ไปกับผช. อย่างนันอย่างนี่ ไม่เอาเข้าบ้านหรอก" แรกที่ได้ฟังก็ตลกนะคะตลกทั้งคนเล่าว่ามันคงไม่จริงมั้ง ตลกที่ถ้ามันจริงคนที่เราไปด้วยก็คือลูกคุณไม่ใช่คนอื่นหนิ (นี่คืออีกจุดที่มาบั้นทอนใจ2) ไม่นานเราก็รู้ว่ามันจริง ทางเขาไม่ชอบเราค่ะ เขามีเงินมีพร้อมทุกอย่างแต่เลือกคนเข้าบ้านจริงๆ หลายคำย่ำยีของแม่เขาเริ่มเข้าหูเราเพราะลูกเขาไม่อยู่จนทำให้เราอดทนไม่ไหว เรยบอกเขาไปค่ะว่าแม่เขาพูดงั้นงี้กับเรา เขาก็บอกแค่ว่าเรารักกันนะอย่าเอาคำแกมาถือสา เดี๋ยวอยู่ด้วยกันจะพาไปอยู่ที่อื่น เหมือนง่ายนะคะ แต่ที่เราต้องการคือแม่สามีรักเรามากกว่าไหมอะ ที่ผ่านมาที่ ปฏิเสธจะมาคุยเหตุผลก็คือแม่เขาไม่ชอบเรา ไม่ใช่ ไม่มีตังค์ เราเริ่มท้อทำยังไงก็ไม่ชนะใจแม่เขาค่ะ เราเรยบอกเลิกเขา เขาไม่ยอมเขาบอกถ้ายังรักก็อย่าเลิกด้วยเหตุผลแบบนี้ เราเรยโมโห บอกเขาไปว่า"แน่จริงก็เอาแม่มาคุยดิถ้ากูท้องมาแม่ไม่รับผิดผิดชอบกู กูจะทำไง แม่เห็นกูเป็นแค่อีตัวไปให้เขาเอารู้ไหม" นั้นคือคำที่เราทะเลาะกัน ครั้งสุดท้ายเรายังจำได้ดี เราเลิกกันไปได้เดือนนึงเขาก็ง้อแต่เราก็ไม่ฟัง คือมันตัดไปแล้วค่ะคนมันเกลียดทำไงก็คือเกลียด จนเขายอมสารภาพออกมาว่าแม่เขาไม่ชอบเรา เขาพยายามอธิบายแล้วว่าเราดีอย่างงั้นอย่างงี้ เราก็บอกแค่ว่าไม่มีวาสนาต่อกันแล้ว เขาเรยตัดสินใจว่าจะเข้ามาหาแม่เราแล้วเอาเงิน1แสนให้แม่แล้วพาเราไปอยู่กับเขา ซึ่งไม่ใช่เราไม่ต้องการ เงินไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ ที่ต้องการคือครอบครัวเขายอมรับเราสิ
ตั้งแต่คุยกันเรื่องเงินนั้นเราก็ตัดขาดเรยค่ะ เลิกแบบตัดใจวันนั้นเรย จนถึงปัจจุบันเรา แต่งงานแล้ว กับ คนใหม่ แม่เขาก็ยังทำงานที่เดิมกับเรา มีคำนินทาเรื่องเดิมๆพอให้ได้ยินแต่สามีเราก็ยอมรับนะคะ บอกแค่เรื่องที่ผ่านมาแล้วอย่าไปคิดมาก นี่คือเรื่องโชคดีของเราอย่างหนึ่ง เราเริ่มคลุกคลีกับคน มากขึ้น (ตอนคบกับแฟนเก่าหลังเลิกงานเขาให้เราอยู่แต่ในห้องและคุยโทรศัพท์กันค่ะ) ก็มีคนมาเล่าให้ฟังว่าแม่เขาไม่ใยดีเราหรอก ด่าเหมือนหมูหมารู้บ้างหรือป่าว เราก็ได้แต่ยิ้มเพราะถือว่าเลิกลาและจบกันไปแล้ว...
นี่แหละค่ะคือเรื่องราว อ่านแล้วงงอ่านแล้วพอจับใจความได้ไหมคะว่าเราเลิกกันเพราะอะไร ถ้าพอจับใจความได้ คิดว่าเราทำถูกหรือผิดคะ มาจนถึงวันนี้เราก็ยังถามตัวเองอยู่เรย...
ปล..ทางบ้านเขาเลือกคนมีฐานะการศึกษาค่ะ เพราะญาติเขามาเล่าให้ฟังและเราก็ได้ยินเองจากปากเขาเห็นจากสะใภ้ใน นามสกุลเขาก็มีแต่คนมีฐานะ