[CR] [Review] Hotel Labaris Khaoyai ที่พักใหม่เขาใหญ่ 2562 สไตล์เทพนิยาย​โมเดิร์น

Hotel Labaris Khaoyai
หลังจากหาแหล่งที่เที่ยวมาซักพักและไม่รู้จะไปที่ไหน เลยคิดว่าหน้าฝนแบบนี้อยากไปจังหวัดที่ไม่ไกลกรุงเทพ จะได้ไม่ต้องลาหลายวัน เลยมองมาที่
เขาใหญ่ ต้นไม้คงเขียวชอุ่มในหน้าฝน

หลังจากนั้นเข้า agoda ในทันทีระหว่างทำงาน อิอิ ก็ลองหาดูไปเรื่อยๆ เลยอยากหาลองที่พักใหม่ๆ บ้าง ปกติจะพักอยู่ 2-3 ที่ คือ เวลาเวียนรีสอร์ท , U-Khaoyai, Atta Khirimaya, Escape แต่ละที จะเป็นสไตล์ต้นไม้เยอะ กับ ตึกที่ดูโมเดิร์นทันสมัย เลยไปเจอที่พักที่นึงที่พึ่งเปิด เมื่อตอน มีนา 62 

"โรงแรมลาบาริสเขาใหญ่ ( Hotel Labaris Khaoyai ) @hotellabaris ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่า มันเป็นสไตล์ไหนหรือภาษาอะไร แต่ดูจากรูปใน agoda แล้วก็ค่อนข้างตรงสเป็ค เลยกดจองทันที ราคาปกติใน agoda มันคือ 2,4xx ในวันปกติ ไม่รวม Vat ถ้ารวมแล้วจะประมาณ 3,1xx บาท ไม่รวมอาหารเช้า แต่ where where is a where where ( ไหนๆก็ไหนๆ )​ ผมก็เลยจอง แบบ รวมอาหารเช้า เบ็ดเสร็จประมาณ 3,4xx บาท ก็พอรับได้ โดยได้เป็นห้อง Deluxe แบบเตียง คิงไซส์ รีวิวนี้เลยจะมีแต่ Deluxe ให้ดู แต่ในโรงแรมจะมีประมาณ 3 ประเภท หลักคือๆ Deluxe, Duplex และ Pool Villa 

พอดีได้ Samsung Galaxy S10+ มาอยู่ในมือ ซักพักแต่ยังไม่เคยเอาไปออกทริปจริงจังซักครั้ง เลยคิดว่าจะเอามาถ่ายรีวิวที่นี่ ก็เลยถือโอกาส รีวิว กล้องโทรศัพท์ไปด้วยในตัว เกือบทั้งหมดถ่ายด้วย โหมด ultra wide และ process รูปด้วย Lightroom mobile 

เริ่มจากทางเข้าโรงแรม ค่อนข้างสังเกตุยาก ป้ายโรงแรม ไม่เด่นเท่า สถาปัตยกรรม โรงแรมข้างทาง
อยู่เลย Chocolate Factory มาประมาณ 3.5 กิโล อยู่ช่วงทางโค้งพอดี

เข้ามาในตัวโรงแรม ด้านซ้ายจะเป็น Rabbit Cafe ของทางโรงแรม ร้านไม่ใหญ่มาก
ถ้ามาวันธรรมดาจะน่านั่งมากแต่เสาร์อาทิตย์ถ้าคนพักเยอะ จะค่อนข้างคนเยอะ


หลังจากวนมาจอดรถ ขึ้นบันไดมา สิ่งที่เจออันดับแรกเลยคือสถาปัตยกรรม ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร
แต่เพดานสูงโคตรๆ และชอบเป็นการส่วนตัวคืออาคารจะเป็นสีปูนเปลือย อิฐเทา ผสมผสานกับสีกรม และ เพดานเป็นสีไม้ ทำให้รู้สึกเย็น ไม่ร้อน


หลังจากนั้น จะเจอป้าย บอกไปโซนต่างๆ รับรอง งง แน่นอน เพราะ ชื่อก็ค่อนข้างแบ่งเป็นโซนของโรงแรมที่ตั้งชื่อเอง
เอาเป็นว่า เดินไปผ่านไป 555 แล้วไปถามพนักงานเอา

มาถึงจุดเช็คอิน พนักงานน่ารักบริการดี แล้วที่สำคัญ​ welcome drink อร่อยมาก จะมานาวก็ไม่ใช่จะเลม่อนก็ไม่เชิง
แต่อร่อย แต่สิ่งที่ข้องใจคือ ด้วยความที่ตัวเองทำงานสาย Tech อย่างแรกเลย ขอบัตรประชาชนไป แต่สุดท้ายมาให้กรอก
ที่อยู่ กรอกทำไม ? แล้วเอาบัตร ปชช ไปทำไม 55 แต่ก็ anyway


จุดพักผ่อน ภายในตัวอาคารจะเป็นสีกรม ผสมสีไม้ทั้งหมด ถึงแม้อากาศ ณ วันที่มาจะไม่เย็นอย่างที่คิดไว้
แต่ด้วยตัวอาคาร ทั้งสีโทนเย็นและโปร่งทำให้ไม่ร้อน



หลังจากเช็คอินและชมจุดพักผ่อนไปแล้วก็เดินชมรอบๆ เห็นทางเดินเป็นบันไดขึ้นมา 
เหมือนจะเป็น rooftop เลยคิดมาเก็บภาพซักหน่อย ไมไ่ด้มีอะไรมาก โล่งๆ
แต่พอเห็นวิวตึกและอาคารที่พักได้ แต่ต้นไม้ค่อนข้างเยอะ

เดินออกมาจาก อาคารเช็คอิน ก็จะมาเจอตึกห้องพักแบบ Deluxe
และ Duplex เท่าที่นับได้น่าจะมี 3 ชั้น สูงเด่นเป็นสง่า


เขยิบไกลออกมาอีกนิดจะทำให้เห็นความสวยงามของตึกมากขึ้นแต่ รู้สึกขัดตาคือ
ต้นไม้ที่สูงมาบังวิวทิวทัศน์ เกือบหมด ถึงแม้จะจองห้องมาแบบ Mountain view แต่ก็ไม่ได้เห็นมาก
เพราะ มีต้นไม้ขึ้นมาบัง แต่ถ้ามองในแง่ธรรมชาติ มันทำให้รู้สึกสบายตา และรู้สึกไม่ร้อน .

วิวด้านข้างของหน้าตึกจะมีเป็นสวน สามารถมานั่งเล่นได้ บรรยากาศ
ช่วงที่มาคือ บ่ายโมง ไม่ได้รู้สึกร้อนมาก อาจจะเป็นเพราะฝนใกล้จะตก

เดินตรงลงมาจะเป็นทางตรงๆแนวยาวข้างทางเป็นต้นไม้
เหมาะแก่การถ่ายรูปมาก ใครจะถ่าย portrait ตรงนี้ก็สวย ยืนมันตรงกลางเลย ง่ายๆ


เดินลงมาอีกหน่อยจะแปลกใจ ไม่ค่อยเห็นทีไ่หนทำคือ mirror zone
โซนงานก็อปเกรด AA พ่ามพาม ไม่ใช่ !! มันคือ โซนที่เป้นกระจกรอบด้าน
ใครชอบถ่ายรูป portrait หรือเล่นกับการสะท้อน น่าจะชอบ
ในรูปถ้าสังเกตุมันจะเป็นกระจกสะท้อนทั้งหมด ตรงต้นไม้สูงๆ

เกือบสุดละ แปลกใจตรงที่มองจากข้างถนนก่อนเลี้ยวเข้ามา หืม โรงแรมติดถนนแบบนี้จะมีวิวอะไรสวยๆ
แต่พอได้เดินลงมาเรื่อยๆละ เข้าใจเลยว่า อย่ามองแค่ภายนอก ตรงนี้เป็นโซนทานอาหารเช้า กลางวัน
และ เย็น มันคือ โรงอาหาร ห้ะ โรงอาหารเรียกสะ มันคือ Restaurant อาหารแพงมั้ยไม่รู้
เพราะปกติไม่กล้าทานร้านอาหารในโรงแรม ต้องขออภัยในส่วนนี้ด้วย


เดินมาด้านหลัง Restaurant จะเจอ สระว่ายน้ำ แม่เจ้า โคตรน่าว่าย
ทำให้นึกถึง สวนสยามสมัยเด็กๆ ที่ว่ายไปเรื่อยๆตามทาง ใครเกิดยุค 90
น่าจะถูกใจสิ่งนี้ และน้ำใสมาก ใครชอบน้ำใส ไม่ชอบน้ำข้น ก็น่าจะถูกใจเช่นเดียวกัน
สำหรับคนไม่ว่ายน้ำก็สามารถเดินข้ามสะพานเดินไปเรื่อยๆได้เช่นกัน

======================================================

อ้ะ ถึงเวลา เข้าห้องพัก ก็เดินกลับมาที่จุดเช็คอิน ทางเข้าแต่ละห้อง มีประตูเยอะแยะมากมาย
คิดว่าเป็นเขาวงกต น่าค้นหา ชอบการดีไซน์และไอเดียการสร้างโรงแรมของที่นี่นะ เป็นการส่วนตัว

เปิดตะปูเข้ามา ( ใครอ่านก็ช่วยแก้ในใจหน่อยนะว่า เห้ย ! ประตู ) ก้เดินทางเขาวงกตมา
ประมาณ 1 โค้งจะเจอทางเข้าตึก ที่ทะลุกับอีกหลายๆห้อง (​แล้วจะเข้าจากหลายประตูทำไม 55)
เลยถึงบอกว่าชอบการออกแบบของที่นี่

อันนี้เป็นชั้น 2 และ ชั้น 3 ซึ่งของผมอยู่ชั้น 2 สีกรม สีไม้ เป็นอะไรที่เข้ากัน บันไดสีเทา เป็นสีที่ตัวเองชอบอยู่แล้วด้วย
ละนี่คือบันไดที่เชื่อมแต่ละตึก ทำให้เรานึกถึง mirror ที่มันซ้ำๆ กันไปเรื่อยๆ สวยมาก ถ่าย Portrait ก็สวยเช่นกัน
เตียง king size ที่ลอยคอ รีวิวที่นอน 55 นิ่มตามสไตล์โรงแรม หมอนให้ 2 ใบ ต่อคน
แต่สิ่งที่แปลกคือ ให้ผ้าห่มแยก ปกติ ไปพักที่อื่นถ้าเป็น King Size จะได้ ผ้าห่ม รวมผืนเดียวคือผ้าปูเตียง
ที่นี่ให้แยก และที่ชอบคือ แต่ละฝั่งของคนนอน จะมีปลั้ก 3 รูป ทั้งหมด ข้างละ 2-3 เซ็ต

ห้องน้ำ แปลก แบบ ค่อนข้าง conflict กับสิ่งที่ออกแบบกับข้างนอก พื้นเป็นลายตารางหลามตัดแบบอารมเหมือนอยู่คาสิโน ห้องน้ำ กับห้องอาบน้ำมีประตูปิดแยกกันอย่างชัดเจน ค่อนข้างสวยแบบ conflict

รีวิวที่จอดรถใต้อาคาร ที่จอด โล่งกว้างขาง จอดได้ ประมาณ 40-60 คัน ซึ่งเยอะมากพอ แน่นอนไม่ต้องห่วง
ถึงเวลาอาหารเช้า ข้างในกว้างขวาง และเพดานสูงเช่นเคย โดยอาหารมีให้เลือกหลายหลายประเภทตามสไตล์
โรงแรม รีสอร์ท ทั่วไป เบสิคคือ ไข่, ไส้กรอก, ข้าวผัด, ข้าวต้ม, กับข้าวแบบอาหารไทยผัดผัก ต่างๆนาๆ, ขนมปัง,
วัฟเฟิล,แพนเค้ก แต่ที่แปลกกว่าที่อื่นคือ โซนไข่ จะมี เครื่องให้ใส่ค่อนข้างเยอะ และเมนู กูลาซหมู อร่อยดี


หากสนใจจองที่พัก สามารถติดต่อได้ที่ 

facebook : https://www.facebook.com/hotellabaris/

ชื่อสินค้า:   Hotel Labaris Khaoyai
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่